กัลยาณมิตรธรรม
(ม้วน 1/A)
ล.พ.ทัตตะ : ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นที่พึ่งอันประเสริฐของสัตวโลกด้วยเศียรเกล้า กราบนมัสการพระเถรานุเถระ สวัสดีเพื่อนสหธรรมิก เจริญพร สามเณร อุบาสก อุบาสิกา และสาธุชน ลูกหลวงพ่อ หลายคุณยายที่เปี่ยมไปด้วยบุญด้วยบารมีเป็นมหาเศรษฐีทุกๆ ท่านนะ (สาธุ)
วันนี้นะ วันนี้หลวงพี่ขอโอกาสมารับบุญใหญ่อีกครั้งหนึ่ง ก็เลยถือโอกาสพวกเรานะ ลูกหลวงพ่อหลานคุณยายว่าเป็นบรรยากาศ ให้เป็นบรรยากาศแบบกันเอง สบายๆ เพราะว่าเราก็ไม่ใช่อื่นไกล เราก็คือลูกหลวงพ่อหลานคุณยายด้วยกันทุกๆ ท่านใช่ไหมเอ่ย เออ
ทุกชีวิตที่เกิดมาเกิดมาในโลกใบนี้ นับร้อยล้านพันล้านชีวิตเป็นใครนะ สักกี่คนที่เขาเกิดมาแล้วเขาสามารถสั่งสอนตักเตือนตัวเองได้ประคับประคองตัวเองได้ไม่ให้พลั้งพลาดไปสู่อบาย ถ้าถามหลวงพี่ หลวงพี่ต้องตอบว่า ก็คงมีนะ แต่น้อยนะ น้อยมาก ตัวหลวงพี่เองนะก็คือหนึ่งในร้อยล้านพันล้านที่เกิดมาแล้ว ถ้ายังไม่มาพบครูบาอาจารย์ยังไม่ได้มาพบกับกัลยาณมิตรก็คงจะต้องใช้ชีวิตที่หาสาระแก่นสารอะไรไม่ได้เลย
หลวงพี่ขอย้อนไปเมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๓๑ ถ้าพวกเราได้ติดตามข่าวก็จะทราบกันดีว่า เมื่อปี ๒๕๓๑ นี้บริเวณแนวชายแดนนะ ก็คืออยู่ อ.ชาติตระการ จ. พิษณุโลกก็คือบ้านร่มเกล้ามีกรณีพิพาท เรื่องดินแดนกัน ตอนนั้นหลวงพี่ยังรับราชการเป็นทหารอยู่ ก็ได้มีโอกาสไปอยู่ที่นั่น ๑ ปีเศษๆ นะ ๑ ปีเศษๆ ก็ไปเห็นอะไรหลายต่อหลายอย่างเป็นข้อฉุกคิดของหลวงพี่นะ หลวงพี่จะเล่าถึงสิ่งหนึ่งที่หลวงพี่ได้เห็นมาแล้วก็ทำให้หลวงพี่ฉุกคิดขึ้นได้นะ ก็คือบนฐานนี่บนฐานปฏิบัติการนี่อยู่สูงนะ อยู่สูงมาก อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลางนี่ ๑ พัน ๑ พันขึ้นน่ะประมาณ ๑๑๐๐ ๑๒๐๐ ๑๓๐๐ ๑๔๐๐ แล้วการส่งอาหารขึ้นไปบนนั้นก็จะใช้เครื่องบินนะ เครื่องบินเป็น เครื่องบินปีกหมุนที่เราเรียกว่าเฮลิคอปเตอร์ไปส่งอาหาร
ถ้าอากาศปิด อากาศปิดก็คือทัศนวิสัยนี่มองไม่เห็น เมฆ หมอกหรือว่าฝนตกนี่เครื่องบินก็ไม่สามารถส่งอาหารได้ก็จะใช้พาหนะหนึ่งซึ่งส่งอาหารขึ้นไป พาหนะนี้มีชีวิตด้วยนะ เขาคือขออภัยนะเราอาจจะไม่คุ้นชื่อเขานิดหนึ่งก็คือฬ่อนะ ฬ่อนี้เป็นการเอ่อ ผสมกันระหว่างม้า กับลา ม้าตัวใหญ่ แต่ว่าขึ้นเขาไม่เก่ง ลาตัวเล็กบรรทุกหนักได้น้อยแต่ว่าขึ้นเขาได้เก่งทางกรมการสัตว์ทหารบกก็นำสัตว์ ๒ ชนิดนี้มาผสมกันก็กลายเป็นฬ่อตัวใหญ่บรรทุกอาหารได้มากนะ ฬ่อนี้เขาก็จะมีหน้าที่คือบรรทุกอาหาร ส่วนใหญ่ก็จะเป็นอาหารแห้งเป็นข้าวสารนะ เป็นอาหารแห้งขึ้นไป สูงมากนะสูงมากขนาดที่หลวงพี่ตรวจเหล่านี่เดิน..ยังเหนื่อยนะ เหนื่อย เอ๊ะ
แต่ฬ่อตัวนี้น้ำหนักเต็มหลังเลยแบกขึ้นไปเขาดีมากเลยเขาไม่บ่นสักคำหนึ่งไม่บ่นนะเดินขึ้นไปแต่หลวงพี่สังเกตว่าน้ำตาเขาไหล น้ำตาเขาไหลออกมาเป็นทาง แต่ด้วยธรรมชาติของสัตว์หรือ หรือด้วยประการใดหลวงพี่ไม่ทราบ หลวงพี่ก็คิดไป เอ๊ นี่ขนาดเขาเป็นสัตว์เดรัจฉานนะเขายังสร้างประโยชน์ให้กับแผ่นดิน เอ๊ แล้วเรานี่เป็นมนุษย์นะนี่ ถ้าเกิดมาเราไม่สร้างประโยชน์อะไรนี่เราอายตัวนี้นะ ก็คือเจ้าฬ่อตัวนั้นนะ
จนมีโอกาสลงมาจากราชการสนามเมื่อปี ๒๕๓๒ ก็ลืมไปหมดเลย ลืม ลืมไปจนถึงปี ๒๕๓๙ หลายปีเลยนะ ลืม จนปี ๒๕๓๙ ก็ได้มีโอกาสมาอบรมธรรมทายาทรุ่นเข้าพรรษาปี ๒๕๓๙ เมื่อครั้งก่อน เมื่อครั้งก่อนก็คือครั้งที่หลวงพี่มาเทศน์เมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ เมื่อสัก ๒ เกือบๆ ๒ เดือนที่แล้ว หลวงพี่ได้บอกว่า หลวงพี่ไม่เคยรู้จักวัดพระธรรมกาย ไม่เคยได้รู้จักครูบาอาจารย์ที่ยิ่งเป็นยิ่งกว่าครูบาอาจารย์ของเรานะก็คือคุณยายอาจารย์ของเราแล้วก็พระเดชพระคุณหลวงพ่อ
แต่หลวงพี่มา มาที่วัดพระธรรมกายนี่นะก็ประทับหลายอย่างนะ ประทับใจหลายอย่าง แล้วที่สำคัญคือหลวงพี่ได้มาพบครูบาอาจารย์ได้มาพบกัลยาณมิตร ถ้าชีวิตหลวงพี่ไม่พบกัลยาณมิตรก็คงจะไม่มีวันนี้นะ หลวงพี่คงจะต้องไปใช้ชีวิตที่ไม่เป็นสาระ ไม่เป็นแก่นสารอะไรต่อไป วันนี้หลวงพี่จึงขอนำ เอ่อ ธรรมะจากพระไตรปิฎกนะอังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาตนะ ก็คือกัลยาณมิตรธรรม ๗ ประการ
กัลยาณมิตรธรรมนี้ครูบาอาจารย์ของเรานะ มีครบถ้วนเต็มเปี่ยมบริบูรณ์เรามาดูกันนะว่า คุณธรรม ๗ ประการนี้มีอะไรบ้าง เริ่มตั้งแต่นะ เรื่อง ข้อแรกก็คือปิโย ปิโยก็คือน่ารักเข้าถึงจิตใจสร้างความรู้สึกสนิทสนมเป็นกันเอง ชวนให้ผู้เรียนอยากเข้าไปปรึกษาไต่ถามเรื่องความน่ารักนี้นะ มีญาติโยมของเรานี่แหละมาบอกหลวงพี่ว่าครูบาอาจารย์ของเรานะทุกๆ ท่านเลยน่ารักไปท่านละแบบนะ พวกเราก็ได้ประจักษ์กับสายตาแล้วยิ่งเป็นความอ่อนน้อมถ่อมตนแล้วเราเห็นได้ชัดเลยในคุณธรรมของครูบาอาจารย์ของเรา มีพระอาจารย์ท่านหนึ่งนะ พระอาจารย์ท่านหนึ่งท่านเล่าให้หลวงพี่ฟังว่ามีครั้งหนึ่งที่ท่านไปกราบพระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโวแล้วก็สนทนาธรรม เอ่อ บรรยากาศแบบพ่อกับลูก แล้วก็หลวงพี่ท่านก็เรียนถามพระเดชพระคุณหลวงพ่อว่า พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโว สร้างบารมีร่วมกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยนี่บารมีก็ใกล้เคียงกันใช่ไหมครับ
หลวงพ่อท่านตอบอย่างไรนะ หลวงพี่ขออภัยนะ หลวงพ่อท่านตอบว่า เอ้ย ๆๆ อย่าเอาขาไก่ไปหยั่งน้ำทะเล เดี๋ยวก็จมตายหรอก เห็นไหมคุณธรรมความอ่อนน้อมถ่อมตน พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโว รัก เคารพ บูชาพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย เหมือนกับครูบาอาจารย์นะแล้วคุณธรรมนี้ถ่ายทอดมายังพวกเราลูกหลวงพ่อหลานคุณยาย คุณธรรมนี้ถ่ายทอดมาอย่างไร
ทุกครั้งที่มีงานบุญใหญ่ก็จะมีพระ พระอาคันตุกะเป็นพระผู้ใหญ่ที่มาจากต่างจังหวัดมีญาติโยมที่มาจากต่างจังหวัดเข้ามาในหมู่คณะของเรา ในวัดของเรานี่ท่านก็จะประทับใจ ประทับใจขนาดไหน ท่านเอ่ยคำนี้นะ ท่านบอกว่าแหมหลวงพ่อธัมมชโยนี้ทุบมือทุบไม้อุบาสกอุบาสิกาซะอ่อนไปหมดเลยเป็นอย่างไร ก็เจอหน้าก็ สวัสดีค่ะ สวัสดีครับ สวัสดีค่ะ สวัสดีครับอยู่นั่นแหละนะ ท่านปีติใจนะ ท่านชื่นชมหมู่คณะว่าเป็นหมู่คณะที่มีความอ่อนน้อมถ่อมตน แล้วเราก็ได้กระทำแบบนี้เป็นปกติตามแบบอย่างของครูบาอาจารย์ของเรา
คุณธรรมข้อที่ ๒ นะก็คือครุ ก็คือน่าเคารพ ถ้าถามหลวงพี่นะว่าครูบาอาจารย์ของเรานี่น่าเคารพไหม หรือว่าถามพวกเราก็ได้นะ หลวงพี่ตอบแทนพวกเราได้เลยว่า น่าเคารพยิ่งกว่าเคารพนะ ยิ่งกว่าเคารพครูบาอาจารย์ของเรานะ มีความประพฤติสมแก่ฐานะทำให้เกิดความรู้สึกอบอุ่นใจเป็นที่พึ่งได้และปลอดภัยเรื่องการประพฤติสมแก่ฐานะนี้คุณยายนะ คุณยายอาจารย์ของเรานี่ท่านเป็นต้นแบบที่ดีที่สุด ดีมากๆๆ เรื่องการประพฤติสมแก่ฐานะ คุณยายเป็นครูบาอาจารย์ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ เป็นผู้สร้างวัดพระธรรมกายแต่การวางตัวของคุณยายนี่สมแก่ฐานะจน เอ่อ ขออภัยนะหลวงพี่ขอนำคำสรรเสริญของพระผู้ใหญ่ท่านหนึ่งซึ่งเป็นรุ่นบุกเบิกนะ ท่านผู้นี้ก็คือพระครูปลัดภูเบศ ฌานาภิญโญ หรือว่าหลวงพี่ฌานาของพวกเรานะ
ท่านได้กล่าวสรรเสริญคุณธรรมข้อนี้ของคุณยายว่า คุณยายนี้เป็นผู้ที่วางตัวได้พอเหมาะสมฐานะได้งดงามที่สุด นี่คือคำยืนยันและคำสรรเสริญจากหลวงพี่ท่านที่ท่านอยู่ใกล้ชิดคุณยายมานะ
คุณธรรมข้อต่อไปนะ คุณธรรมข้อนี้ก็ ครูบาอาจารย์ของเราก็มีเต็มเปี่ยมอีกเหมือนกันก็คือ ภาวนีโย ภาวนีโยก็คือน่าเจริญใจมีความรู้จริง ทรงภูมิปัญญาแท้จริง และเป็นผู้ฝึกฝนปรับปรุงตนอยู่เสมอ เป็นที่น่ายกย่องควรเอาอย่างทำให้ศิษย์เอ่ยอ้างและรำลึกถึงความซาบซึ้งมั่นใจและภาคภูมิใจ เรื่องความรู้ เรื่องทรงภูมิปัญญาแล้วคุณยายอาจารย์ของเราได้รับคำยกย่องจากมหาปูชนียาจารย์ก็คือพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำว่าเป็นหนึ่งไม่มีสองนะ เรามาดูคุณธรรมข้อต่อไปนะ ข้อที่ ๔ คุณธรรมก็คือ วัตตานะ วัตตาก็คือรู้จักพูดให้ได้ผลรู้จักชี้แจงให้เข้าใจรู้ว่าเมื่อไหร่ควรจะพูดอะไร พูดอย่างไรคอยให้คำแนะนำว่ากล่าวตักเตือนเป็นที่ปรึกษาที่ดี
พวกเราคงได้ประจักษ์กับพวกเราแล้วว่า คำพูดแต่ละคำของคุณยายอาจารย์ของเราเป็นคำพูดที่ศักดิ์สิทธิ์ คุณยายไม่พูดเล่นนะ ไม่พูดเล่น คุณยายพูดอย่างไรทำอย่างนั้นทำอย่างไรพูดอย่างนั้นมีความหมายลึกซึ้งนะกินใจที่สำคัญคือหยุดกิเลสได้ชะงักนะ คำแต่ละคำของคุณยาย หยุดกิเลสได้ชะงักเลยและก็สามารถใช้ได้ข้ามภพข้ามชาติ ชาตินี้ก็ใช้ได้นะ ชาติหน้าก็นำคำพูดของคุณยายนี่ไปประพฤติปฏิบัติหรือว่า ชาติไหนต่อไหนคำพูดของคุณยายนี้ก็ยังศักดิ์สิทธิ์ตลอดกาลนะ
คุณธรรมข้อต่อไปนะ ข้อที่ ๕ ก็คือ วจนักขโม วจนักขโมนี้ก็คืออดทนต่อถ้อยคำพร้อมที่จะรับฟังปรึกษาซักถามแม้จุกจิกตลอดจนคำล่วงเกินและคำตักเตือนวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ อดทนฟังได้ไม่เบื่อหน่ายไม่เสียอารมณ์พวกเราคงได้ ได้ยินคุณธรรมนะจากพระเดฃพระคุณหลวงพ่อที่กล่าวสรรเสริญคุณยายว่าคุณยายนี้เป็นผู้ที่อดทนนะ อดทน อดทนมากๆๆมีอยู่ครั้งหนึ่งสมัยที่คุณยายยังอยู่ที่วัดปากน้ำนะ พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านเล่าให้ฟังว่า มีญาติโยมท่านหนึ่งท่านอาจจะไม่เข้าใจคุณยายหรือเรื่องอะไรก็ไม่แน่ใจนะ หลวงพี่ไม่แน่ใจก็ได้มาพูดจาที่เป็นคำพูดที่ไม่น่าฟังสักเท่าไหร่นะ แต่คุณยายไม่เอาเรื่องนะ คุณยายของเรานี่ไม่เอาเรื่องกับใคร คุณยายจะเอาแต่บุญนะ คุณยายจะเอาแต่บุญอย่างเดียวเขาอยากพูดเขาอยากว่าก็ว่าไปนะ คุณยายท่านก็นั่งฟังอย่างเดียวนะ
คุณธรรมนะข้อนี้นะก็มาถึงพวกเรานี่แหละนะ ถ้าเรานึกย้อนหลังไปสัก ๒ ปีเศษ ๆ เป็นไงช่วงนั้น กระแสค่อนข้างแรง ค่อนข้างแรง มีทั้งคนที่เขาไม่เข้าใจจริงๆ หรือจะแกล้งไม่เข้าใจหลวงพี่ก็ไม่ทราบนะ อันนี้ไม่ทราบไม่แน่ชัดก็อาจจะพูดถึงพระเดชพระคุณหลวงพ่อของเราหมู่คณะของเราไปในทางที่บิดเบือนไปจากความเป็นจริง มีญาติโยมบางท่านเริ่มจะหงุดหงิดเหมือนกันนะ เสร็จแล้ว แต่พระเดชพระคุณหลวงพ่อของเรานะท่านไม่ ไม่เคยใส่ใจตรงนั้นเลย พระเดชพระคุณหลวงพ่อของเราท่านไม่เคยเอาเรื่องนี้มาใส่ใจเลย ท่านก็ได้แต่บอกว่า ให้สร้างบารมีต่อไปนะ ให้ทำความดีต่อไปนะ ให้สร้างบารมีต่อไป ให้ทำความดีต่อไป ก็เท่านั้นแหละนะ หลวงพี่ก็เห็นเหตุเท่านี้น่ะนะ พวกเราก็ได้ประจักษ์กับสายตาของเราแล้วเน๊าะ
นี่ไงอดทนอยู่ ๒ ปีกว่าๆ นะ ตอนนี้ก็มีหลายๆ ท่านนะ ท่านก็เข้าใจนะ เข้าใจก็เริ่มนะเริ่มเข้ามาที่วัดพระธรรมกายแล้วนะ แล้วคนที่เข้าใจจริงๆ ก็ไม่ใช่ใครหรอกนะ ก็นั่งหน้าผ่องใสอยู่ข้างหน้าหลวงพี่นี่แหละที่เข้าใจจริงๆ นะ คนเข้าใจก็เข้าใจจริงๆ คนไม่เข้าใจก็ยังไม่ค่อยจะเข้าใจอะไร ฉะนั้นนะพวกเราเข้าใจแล้วนี่อย่าเก็บความเข้าใจไว้คนเดียวนะ ต้องนำความเข้าใจนี้ไปชักชวนหมู่ญาติชักชวนเพื่อนสนิทมิตรสหาย สัมพันธชนให้เขามาเข้าใจเหมือนกับพวกเรานะ
คุณธรรมข้อต่อไปนะ ข้อที่ ๖ นะก็คือ คัมภีรัญจ กะถังกัตตา คัมภีรัญจะกะถังกัตตานี้ก็คือการแถลงเรื่องล้ำลึกกล่างชี้แจงเรื่องที่ลึกซึ้งให้เข้าใจได้ง่ายๆ ตรงนี้นะ ตรงนี้นี่สำหรับตัวหลวงพี่เองนี่สมัยก่อนโน้นนะ ก่อนที่จะมาพบกับครูบาอาจารย์ หลวงพี่ไม่รู้หรอกว่าหลวงพี่นี่มีปัญญาน้อยนะ มีปัญญาน้อย ก็ยังมีความหลงตัวเองนะ หลงตัวเอง เป็นทหารอยู่หน่วยรบพิเศษ จบหลักสูตรจู่โจม ดิ่งพสุธามา ทั้งบนบกทั้งบนอากาศ หลงตัวเองว่าตัวเองนี้ก็พอตัวแล้ว แต่เมื่อได้มาพบครูบาอาจารย์ทำให้เราหูตาสว่างขึ้นนะ หูตาสว่างขึ้นว่าที่ผ่านมานี่ไม่มีอะไรเลยนะมีแต่กระโหลกกะลานะ
เรื่องที่ครูบาอาจารย์ได้ชี้แจงได้แถลงนะ เรื่องล้ำลึก เรื่องที่ความหมายยากๆ นี่ให้ฟังง่ายๆ นี่หลวงพี่ขอนำธรรมะนะ ที่หลวงพ่อท่านเคยได้ให้ไว้นะว่า คนดีคืออะไร คำนี้หลวงพี่ก็ตอบไม่ได้เลยว่าคนดีคืออะไร ความหมายกว้างมากนะ คนดีคืออะไรสมมุติว่าเราไปจับเด็กคนหนึ่งเขาขโมยของนะ ขโมยของเราจับเขามาได้เขา เราก็บอกว่าเรานี่ทำผิดนะ เราเป็นคนไม่ดีนะเราขโมยของ เขาก็ตอบว่าชีวิตทั้งชีวิตของเขานี่เขาไม่เคยขโมยของพระเลยเขาได้แต่ขโมยของญาติโยม เขาไม่เคย ไม่ได้ขโมยของพระแล้วนี่ยังว่าเขาไม่ดีอีกหรือ นี่คือมาตรฐานคนดีแต่พระเดชพระคุณหลวงพ่อให้ความหมายของคนดีชัดเจน คนดีคือคนที่สามารถสั่งสอนตักเตือนตัวเองได้แม้มีโอกาสก็ไม่ทำชั่วชัดเจนเลยนะ แล้วคนดีที่ไหนก็นั่งอยู่นี่อีกเหมือนกันนะ นั่งหน้าตาผ่องใสอยู่หน้าหลวงพี่นี่แหละนะ
คุณธรรมนะ คุณธรรมข้อ ข้อสุดท้ายนะ เป็นคุณธรรมข้อที่ ๗ นะในกัลยาณมิตรธรรมก็คือ โน จัฏฐาเน นิโยชเย ก็คือการไม่ชักนำไปในอฐานก็คือไม่ชักจูกไปในทางที่เสื่อมเสีย เหลวใหลไม่สมควร คุณธรรมข้อนี้พวกเราประจักชัดแก่สายตานะว่าครูบาอาจารย์ของเรานี้เป็นต้นแบบเป็นต้บบุญให้กับพวกเราครูบาอาจารย์ของพวกเราปิดนรกเปิดสวรรค์ให้พวกเรา หมู่คณะของพวกเรานะ ก็เกิดมาทำหน้าที่ถากถางทางไปสวรรค์ทางไปนิพพาน ทางไปที่สุดแห่งธรรมการสร้างบารมีตามพระเดชพระคุณหลวงพ่อตามคุณยายนี้ง่ายนะ ง่ายมาก เพราะว่าท่านเป็นแบบอย่าง ท่านเดินนำหน้าเราเดินตามท่านนะ สบายๆ นะสร้างบารมีตามพระเดชพระคุณหลวงพ่อตามคุณยายนี้
เมื่อวันอาทิตย์ต้นเดือนที่ผ่านมาก็คือเมื่อ ๒ วันที่ผ่านมาภาพของครูบาอาจารย์ที่เป็นที่เคารพรักยิ่งของพวกเรา พวกเราคงจะได้เห็นกันทุก ๆ ท่านว่าพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยท่านนั่งรถเข็น เท้าของท่านบวมพวกเราคงได้ประจักษ์กับสายตาของพวกเราแล้ว หลวงพี่ก็มานึก นึกว่าทุกวันนี้พระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้งสอง ท่านมาเหน็ดเหนื่อยเพื่ออะไร เพื่อใคร หลวงพี่ก็นึกดูว่า ลำพังตัวของท่านเองนี่ท่านสบายแล้ว ลำพังของตัวท่านเองท่านสบายแล้วแต่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านต้องมาลำบากเพื่อใคร แล้วสิ่งที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านปรารถนาที่อยากจะไปทำหน้าที่ที่แท้จริงหลวงพ่อท่านก็ยังไม่สามารถไปได้เพราะว่าท่านมีภาระเครื่องกำวลอยู่ก็คืองานก่อสร้างก็พวกเรานะ พวกเราได้ช่วยกันมานะ ได้ช่วยกัน และก็ได้ถวายเวลาให้กับพระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านนี่ได้ไปทำหน้าที่ที่แท้จริงของท่านนะ
ยังไงแล้วนะขอให้พวกเราได้ทุ่มเทให้เต็มที่เลยนะ เต็มที่ บุญใหญ่รอเราอยู่ รอเราอยู่นะ ในวันที่ ๒๒ เมษานะ อีกไม่กี่วันนี่เองนะ อีกไม่กี่วันก็จะถึงงานบุญใหญ่แล้ว ขอให้พวกเรานะได้ไปทำหน้าที่นะเพื่อที่จะได้ถวายเวลาให้กับพระเดชพระคุณหลวงพ่อครูบาอาจารย์ที่เป็นที่เคารพรักยิ่งของพวกเราทุก ๆคนนะ แล้วเมื่อถึงวันนั้นนะ วันนั้นก็จะเป็นวันที่ เป็นวันของเรานะ
วันวันนั้นวันที่ดีดีที่สุด วันอันแสนบริสุทธิ์ และสดใน
วันอันปลื้มปีติประทับใจ วันที่ใครว่าไว้ไม่มีวัน
วันวันที่ที่พวกเรารอ คือวันนั้น วันวันที่พวกเราเฝ้าและฝันใฝ่
วันที่ใครว่าไว้ไม่มีวัน วันวันนั้นจะเป็นวันของพวกเรา
วันวันนั้นเป็นวันที่ยินดีนัก เป็นวันพักชาวโลกดับโศกเศร้า
เป็นวันที่ชาวโลกเป็นเช่นเรา วันที่เข้าถึงธรรมะชนะมาร
ก็ขอให้พวกเรานะได้ทุ่มเทนะ ทุ่มเท ท่านใดนะ มีกำลังกาย ก็ทุ่มเทกำลังกาย ท่านใดมีกำลังสติปัญญาก็ทุ่มเทสติปัญญา ท่านใดมีกำลังทรัพย์ก็ทุ่มเทกำลังทรัพย์ เพราะว่า เกิดมานะ เกิดมาถ้าไม่เกิดมาสร้างบารมีก็ ก็คงจะไม่มีประโยชน์อะไรนะ
ชีวิตทุกชีวิตนะ เกิดมาคนเดียวแล้วก็ไปคนเดียว เกิดมาคนเดียวแล้วก็ถึงเวลาก็ไปคนเดียว ไปแล้วเอาอะไรไปแล้วก็คือมีอยู่ ๒ อย่าง ก็คือกุศลกรรมกับอกุศลกรรมก็คือบุญกับบาป พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านได้บอกกับลูกๆ ว่ามนุษย์ในโลกนี้ก่อนที่จะละโลกนี้จะไปแบบสองอย่าง อย่างแรกคือไปแบบช้ำใจนะ ไปแบบช้ำใจ แบบที่สองก็คือไปแบบฉ่ำใจนะ ฉ่ำใจก็คือไปแบบสบายนะ ก็ให้พวกเรานะได้สร้างบารมีกันต่อไปนะ โอกาสนี้หลวงพี่ก็ขอให้เราได้ปฏิบัติบูชานะ บูชาครูบาอาจารย์ของเรานะ โดยการนั่งหลับตาเจริญภาวนากันนะ
ก็ให้พวกเรานะวางใจนิ่งๆ วางใจนิ่งๆ อย่างสบายๆ ประคองใจให้หยุดนิ่งเฉยอย่างสบายๆ นะ
(หมด 1/A) ***************จบ***************
หน้า PAGE 7
440403FW-AAT