อนุตตริยะ ๖ (ธรรมชาติอันประเสริฐ ๖ ประการ)
(ม้วน 1/A)
พระบุญชู : ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐด้วยเศียรเกล้า กราบนมัสการพระเถรานุเถระ สวัสดีเพื่อนสหธรรมิกทุกรูป เจริญพรสามเณร อุบาสก และอุบาสิกา
วันนี้นับเป็นวาระที่ ๒ ที่หลวงพี่ได้มีโอกาสแสดงธรรมพรรณนาคุณธรรมของคุณยาย มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ผู้ให้กำเนิดวัดพระธรรมกาย มนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐ และสามารถเข้าถึงธรรมชาติอันประเสริฐ ซึ่งธรรมชาติเหล่านี้มีอยู่ ๖ อย่าง ในบาลีภาษาเรียกว่าอนุตริยะ ๖ ประการคือ
อันที่ ๑. คือทัสสนานุตตริยะ ได้แก่การเห็นอันประเสริฐ
ประการที่ ๒. คือสวนานุตตริยะ ได้แก่การฟังอันประเสริฐ
ประการที่ ๓. คือลาภานุตตริยะ การได้อันประเสริฐ
ประการที่ ๔. สิกขานุตตริยะ การศึกษาอันประเสริฐ
ประการที่ ๕. ปาริจริยานุตตริยะ การบำรุงอันประเสริฐ
และประการสุดท้ายคืออนุสา ขออภัย อนุสตานุตตริยะ การระลึกอันประเสริฐ
เมื่อกล่าวถึงความประเสริฐดังกล่าวทั้ง ๖ ประการแล้ว คุณยายมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ได้ชื่อว่าเป็นต้นแบบแห่งความประเสริฐทั้ง ๖ อย่างดังได้กล่าวมาแล้ว พวกเราที่มาวัดเป็นประจำคงจะได้ยินคำว่าทัสสนานุตริยะ ซึ่งพระเดชพระคุณหลวงพ่อได้เอ่ยถึงอยู่เสมอๆ
การได้เห็นคุณยายถือว่าเป็นทัสสนานุตตริยะ คือการเห็นอันประเสริฐ เพราะเมื่อบุคคลใด แม้เพียงแค่ได้เห็นลักษณะของคุณยาย ผิวพรรณความผ่องใส แววตาที่มีความบริสุทธิ์แจ่มใส เปี่ยมไปด้วยเมตตาของคุณยาย ตลอดจนการปฏิบัติตัว ความประพฤติ ศีลาจารวัตรต่างๆ ของคุณยาย เห็นเพียงแค่นี้ หลวงพี่คิดว่า เชื่อแน่เลยว่าจิตใจของผู้นั้นเมื่อได้เห็นสิ่งเหล่านี้แล้ว ย่อมเต็มเปี่ยมไปด้วยศรัทธา การเห็นประเภทนี้จัดว่าเป็นการเห็นที่ประเสริฐกว่าการเห็นทั้งหลาย
ดังที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ย่อมไปเพื่อจะดูช้างแก้วบ้าง ม้าแก้วบ้าง แก้วมณีบ้าง ของใหญ่บ้าง ของเล็กบ้าง หรือสมณะพราหมณ์ผู้เห็นผิด ผู้ปฏิบัติผิด ทัศนะเหล่านี้มีอยู่ เรามิได้กล่าวว่าทัศนะเหล่านี้ไม่มี ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็แปลว่าทัศนะนั่นแลเป็นทัศนะอันเลว เป็นของชาวบ้าน เป็นของปุถุชน ไม่ใช่ของพระอริยะ ไม่ประกอบไปด้วยประโยชน์ ไม่เป็นไปเพื่อความเบื่อหน่าย และคลายกำหนัด เพื่อความดับ เพื่อความสงบ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อการตรัสรู้และเพื่อพระนิพพาน
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ส่วนว่าบุคคลใดมีศรัทธาอันตั้งมั่น มีความรักอันตั้งมั่น มีศรัทธาไม่หวั่นไหว มีความเลื่อมใสยิ่ง ย่อมไปเพื่อจะเห็นตถาคตหรือสาวกของตถาคต ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การเห็นนี้ยอดเยี่ยมกว่าการเห็นทั้งหลาย ย่อมเป็นไปเพื่อความบริสุทธิ์แห่งสัตว์ทั้งหลาย เพื่อการก้าวล่วงความสุข ความโศก และความร่ำไร เพื่อความดับแห่งทุกข์และโทมนัส และทำพระนิพพานให้แจ้ง
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ข้อที่ บุคคลผู้มีศรัทธาตั้งมั่น มีความรักตั้งมั่น มีศรัทธาไม่หวั่นไหว มีความเลื่อมใสยิ่ง เห็นพระตถาคตและสาวกของพระตถาคตนั้น เราเรียกว่าทัสสนานุตริยะ
ฉะนั้นการเห็นคุณยายเป็นจุดเริ่มต้นของความประเสริฐ ที่เรียกว่าทัสสนานุตริยะ เมื่อได้เห็นยังเกิดสิ่งที่ประเสริฐถึงเพียงนี้ ถ้าเผื่อเราได้ฟังธรรมะจากคุณยาย หลวงพี่เชื่อแน่ว่าทุกคนจะต้องมีจิตใจที่เปี่ยมล้น แต่ด้วยศรัทธา การได้ฟังธรรมถือว่าเป็นสวนานุตริยะ คือการฟังอันประเสริฐ เพราะว่าเมื่อบุคคลใดมีศรัทธาที่ตั้งมั่น มีความรักที่ตั้งมั่น มีศรัทธาไม่หวั่นไหว มีความเลื่อมใส ย่อมฟังธรรมของพระตถาคตหรือของพระสาวกของพระตถาคตนั้น การฟังอย่างนี้เรียกว่าสวนานุตริยะ เป็นการฟังที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง
การเห็นนำไปสู่การฟังอันประเสริฐ เมื่อได้ฟังแล้ว ก็นำไปสู่ลาภานุตริยะ คือการได้อันประเสริฐ ได้ในที่นี้หมายถึงได้ศรัทธา ศรัทธาในพระตถาคตเจ้า ศรัทธาในสาวกของพระตถาคตเจ้า เมื่อเราได้พบ ได้เจอะเจอคุณยาย แม้เพียงเห็นเราก็ศรัทธาแล้ว เมื่อได้ฟังยิ่งศรัทธายิ่ง ทั้งหมดนี้นำมาสู่ลาภานุตริยะ เป็นศรัทธาที่เต็มเปี่ยม เอ่อล้นอยู่ในจิตใจของเรา
พระสัมมาสัมพุทธเจ้ากล่าวว่าบุคคลใดก็แล้วแต่ ที่มีศรัทธาตั้งมั่น มีความรักตั้งมั่น มีศรัทธาไม่หวั่นไหว มีความเลื่อมใสยิ่ง ย่อมได้ศรัทธาในพระตถาคต หรือสาวกของพระตถาคต ลาภคือการได้นี้ เป็นลาภอันประเสริฐ ประเสริฐกว่าลาภทั้งหลาย เพราะเป็นลาภ เป็นไปเพื่อความบริสุทธิ์ของสัตว์ทั้งหลาย เพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน ซึ่งเรียกว่าลาภานุตริยะ
เมื่อได้ศรัทธาแล้ว ก็นำไปสู่สิกขานุตริยะ ใครก็แล้วแต่ เมื่อเกิดศรัทธาในคุณยายแล้วก็อยากที่จะศึกษาวิชชาธรรมกาย อยากจะประพฤติปฏิบัติธรรม การได้ศึกษาวิชชาธรรมกายหรือการศึกษาความรู้อันยิ่ง อันได้แก่อธิจิต อธิจิต และอธิปัญญา ซึ่งเป็นคำสอนในพระธรรมวินัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า บุคคลใดก็แล้วแต่ ได้ศึกษาสิ่งเหล่านี้ ถือว่าการศึกษาในสิ่งเหล่านี้เป็นการศึกษาที่ประเสริฐ ประเสริฐกว่าการศึกษาทั้งหลายทั้งปวงในโลกนี้ เพราะการศึกษาเช่นนี้จะเป็นไปเพื่อความบริสุทธิ์ของสรรพสัตว์ทั้งหลาย การศึกษาอย่างนี้เป็นการศึกษาที่ประเสริฐ มีพระตถาคตเจ้า ตรัสเรียกว่าสิกขานุตริยะ
เมื่อลงมาศึกษาแล้ว ศรัทธาก็เต็มเปี่ยม และฝังรากลึกยิ่งลงไป นำไปสู่การเออ อนุตริยะประการที่ ๕ คือปาริจริยานุตริยะได้แก่การบำรุงอันประเสริฐ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ว่าดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลในโลกนี้บางพวกย่อมบำรุงกษัตริย์บ้าง พราหมณ์บ้าง คหบดีบ้าง ย่อมบำรุงบุคคลชั้นสูง ชั้นต่ำ ย่อมบำรุงสมณะ พราหมณ์ ผู้มีความเห็นผิดทั้งหลาย การบำรุง การบำรุงดังกล่าวทั้งหลายเหล่านี้เป็นการบำรุงอันเลว ไม่เป็นไปเพื่อพระนิพพาน
ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย บุคคลใดผู้มีศรัทธาตั้งมั่น มีความรักตั้งมั่น มีศรัทธาไม่หวั่นไหว มีความเลื่อมใสยิ่ง ย่อมบำรุงพระตถาคตหรือสาวกของพระตถาคต การบำรุงเช่นนี้ได้ชื่อว่าการบำรุงอันประเสริฐ หรือเรียกว่าปาริจริยานุตตริยะ
เมื่อได้บำรุง เออ เมื่อได้ประพฤติปฏิบัติข้อที่ว่าการบำรุงอันประเสริฐแล้ว ก็นำมาสู่ประการสุดท้ายของอนุตตริยะทั้ง ๖ ประการคืออนุสัตตาอนุตตริยะ ได้แก่การระลึกอันประเสริฐ การระลึกอันประเสริฐนี้หมายถึงการระลึกถึงพระตถาคตเจ้า การระลึกถึงสาวกของพระตถาคตเจ้า
หลวงพี่เชื่อแน่ว่าทุกคนที่ได้เข้ามาถึงวัดพระธรรมกาย ย่อมมีศรัทธาในคุณยาย คุณยายจัดว่าเป็นที่พึ่งและที่ระลึกของพวกเราทั้งหลาย เวลาเราเออ มีความทุกข์ ประสบสิ่งที่เออ ไม่พึงปรารถนา หลายๆ ท่านมักนึกถึงคุณยาย และขอบารมีจากคุณยาย เพราะงั้นการที่เราได้ระลึกนึกถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ดี สาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ดี บุคคลใดก็แล้วแต่ที่ได้ประพฤติเช่นนี้ถือว่าได้การระลึกอันประเสริฐ คืออนุสัตตานุตตริยะ
ความประเสริฐทั้ง ๖ ประการนี้ ประมวลรวมเข้าอยู่ในตัวของคุณยายอาจารย์ มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ของพวกเรา นับเป็นความประเสริฐอย่างยิ่งที่คุณยายได้ขยายคุณธรรมเหล่านี้มาสู่พระเดชพระคุณหลวงพ่อ พระภิกษุสงฆ์ทุกๆ รูป และนำความประเสริฐเหล่านี้ให้มาประมวลรวมเข้าในวัดพระธรรมกาย
แม้แต่ตัวหลวงพี่เองครั้งแรกที่เข้าวัด ก็เพราะได้ศึกษาเรื่องราวของคุณยาย เมื่อได้มาพบมาเจอะมาเจอคุณยายด้วยตัวเอง ศรัทธาก็เต็มเปี่ยม มีความรู้สึกว่าคุณยายไม่ ไม่เหมือนบุคคลธรรมดา จะต้องมีคุณธรรมอะไรพิเศษที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน ก็สังเกตจากความบริสุทธิ์ผ่องใส ผิวพรรณก็ผ่องใส โดยเฉพาะดวงตาทั้งคู่มีความบริสุทธิ์ มีความผ่องใส มีความเมตตาอยู่ภายใน เมื่อได้เห็นก็เกิดศรัทธาแล้ว ยิ่งได้ฟังธรรมะของคุณยายโดยตรงก็ดี หรือจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ซึ่งถ่ายทอดมาให้ฟังอีกขั้นหนึ่งก็ดี ทำให้เกิดความศรัทธาที่ตั้งมั่นและมีความปรารถนา ปรารถนาที่จะเป็นอย่างคุณยาย ศรัทธาก็เกิด เกิดขึ้นอย่างเหนียวแน่น มีความปรารถนาว่าอยากจะเป็นเหมือนคุณยาย อยากจะมีคุณธรรมเช่นเดียวกับคุณยาย
จึงได้เข้ามาศึกษาการประพฤติปฏิบัติธรรมตามแนววิชชาธรรมกาย ถึงแม้จะไม่ได้ศึกษากับคุณยายโดยตรง ก็ได้มีพระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้ง ๒ ที่ช่วยชี้แนะ ทำให้มีความเข้าใจในการปฏิบัติธรรมตามแนววิชชาธรรมกายลุ่มลึกลงไป แล้วก็มีความปรารถนาว่าเมื่อเรามีโชคขนาดนี้แล้ว ได้มาเจอเนื้อนาบุญที่วัดพระธรรมกาย ได้มาพบหลวงพ่อ พบคุณยาย เป็นโชคที่ดีที่สุดของเราแล้ว ในสมัยที่ยังไม่บวชก็ตั้งหน้าตั้งตาที่จะทะนุบำรุงวัดพระธรรมกาย ทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา อยู่เป็นประจำ แล้วก็นำสิ่งที่ได้ คุณธรรมต่างๆ ของครูบาอาจารย์มาตรึก มาระลึก เป็นอนุสัตตานุตตริยะ
จนในที่สุด เมื่อคุ้นเคยกับความประเสริฐทั้ง ๖ ประการมากขึ้น มากขึ้น ก็ถึงจุดที่ว่าตัวเราอยากจะเป็นต้นแบบของความประเสริฐบ้าง ถึงจุดๆ นั้นก็เลยตัดสินใจอุทิศตัวมาเป็นอุบาสก เพื่อที่เราจะได้ยกตัวขึ้นมาจากเออ สาธุชนธรรมดา มาฝึกตัว มาเข้าใกล้บุคคลที่ประเสริฐ เข้าใกล้พระรัตนตรัย รอคอยวันที่สมบูรณ์ที่สุดที่จะได้ยกฐานะจากผู้นั่งใกล้พระรัตนตรัย ให้เป็นส่วนหนึ่งของพระรัตนตรัย จนในที่สุดก็ได้มาเป็นหลวงพี่ในปัจจุบันนี้ ซึ่งก็ตั้งใจบวชอุทิศชีวิตให้กับพระพุทธศาสนา ที่จะสืบสานตามรอยของครูบาอาจารย์ มีเออ คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูงของพวกเรา และพระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้งสอง เป็นแบบอย่าง
ความประเสริฐทั้งมวลนี้ มาประชุมกันที่วัดพระธรรมกาย หลวงพี่ว่าเป็นโชคลาภของพวกเราทั้งหลายที่ได้มาสู่เนื้อนาบุญอัน ณ บุญสถานอันศักดิ์สิทธิ์ และยิ่งไปกว่านั้น ความประเสริฐ อันเริ่มต้นมาจากทัศนานุตตริยะ เป็นการเห็นอันประเสริฐ อันยิ่งใหญ่ กำลังจะมาถึงอีกครั้งหนึ่งในวันที่ ๒๒ เมษายนในปีนี้ ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิดของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ พระราชภาวนาวิสุทธิ์ของพวกเรา นับเป็นโชคลาภของพวกเราทั้งหลายที่จะได้เห็นพระภิกษุสามเณรจำนวนแสน มาประชุมพร้อมกัน เพื่อจะทบทวนพระธรรมวินัย ความเป็นพระที่แท้จริง มาตอบปัญหาธรรมะ พระแท้ นับเป็นโชคของเราแล้ว ที่เราจะได้ทำมหาทานบารมี สร้างบารมีที่ยิ่งใหญ่กับหมู่พระภิกษุสงฆ์ที่มาประชุมกันเรือนแสน
พระเดชพระคุณหลวงพ่อได้ให้โอวาทเสมอว่าให้เรานึก นึกถึงภาพของพระภิกษุสามเณรทั้งแสนรูปไว้ที่ศูนย์กลางกายของเรา ให้ทำความปีติ ทำความเลื่อมใส ให้ใจของเราเป็นบุญเป็นกุศล ให้เริ่มทำตั้งแต่วันนี้ เมื่อถึงวันที่ ๒๒ เมษายน ซึ่งเป็นวันมหาปีติ เราจะได้รับบุญใหญ่ บุญที่เกิดขึ้นจะทับทวี จะเป็นบุญที่ จะเกิดขึ้นแก่ผู้มีบุญที่มาทันในวันนั้นเท่านั้น เพราะฉะนั้นจากต้นกำเนิดเพียงคุณยาย ปัจจุบันนี้เรามีหลวงพ่อ มีพระภิกษุสงฆ์ในวัดพระธรรมกาย จากทัศนานุตตริยะนี้กำลังขยาย ขยายไปสู่พระภิกษุสามเณรทั่วราชอาณาจักร ซึ่งจะมาประชุมพร้อมกันในวันที่ ๒๒ เมษายนนี้
เพราะงั้นขอเชิญชวนให้ทุกๆ ท่านได้ทำความเลื่อมใสให้อิ่มเอิบเบิกบานในโชคลาภของเราที่จะได้มีโอกาสได้พบได้เห็นทัศนานุตตริยะที่ยิ่งใหญ่ในวันที่ ๒๒ เมษายนนี้อีกครั้งหนึ่ง ในท้ายที่สุดนี้ขอเรียนให้ทุกๆ ท่านร่วมกันรำลึกนึกถึงคุณยายให้เป็นทัศนานุตตริยะ ติดอยู่ที่ศูนย์กลางกายของพวกเราทุกๆ คนนะ
ขอให้ทุกๆ ท่านนึกน้อมเอาภาพของคุณยาย นึกน้อมมาตั้งไว้ที่กลางกายของเราให้เป็นทัศนานุตตริยะ การได้เห็นคุณยายถือว่าเป็นการเห็นที่ประเสริฐ เห็นบ่อยๆ ความประเสริฐนี้ก็จะเกิดขึ้นบ่อยๆ เห็นต่อเนื่องกันไป ความประเสริฐก็จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องกันไป เห็นที่ศูนย์กลางกายที่กึ่งกลางท้องของเรา ให้ชัด ใส แจ่ม ความประเสริฐนี้ก็จะซึมซับ เอิบอาบ เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับตัวเรา คุณธรรมของคุณยายก็หลั่งไหลเข้าสู่ตัวของเรา ให้เรารักษาภาพของคุณยายให้ต่อเนื่องกันไปทุกๆ คนนะ นึกเบาๆ สบายๆ ให้รู้ตัวเบาๆ ที่ศูนย์กลางกายอย่างผ่อนคลายให้เบาสบาย ทุกๆ คนนะ
สัพเพ…
PAGE
PAGE 6
หน้า
440402FW-AAT