ทางเอกสายเดียว (๒๕๕๗)
หลวงพ่อธัมมชโย · ชีวิตสมณะ(กรานกฐิน)67
๓. ทางเอกสายเดียว
วันที่ ๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๗
โอวาทหลวงพ่อธัมมชโย ณ อุโบสถ วัดพระธรรมกาย
วันอาทิตย์ที่ ๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๗
*วัตถุประสงค์การบวช*
เราพร้อมใจกันกล่าวคำกรานกฐินไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนรายละเอียดของอานิสงส์กฐินนั้น เราค่อยศึกษากันต่อไปในภายหลัง
วันนี้สิ่งที่อยากจะกล่าวให้ลูกทุกรูปได้ทราบ คือ ตอกย้ำซ้ำเดิมในมโนปณิธานที่เราเข้ามาบวชในคราวนี้ วัตถุประสงค์หลักก็คือ ทำพระนิพพานให้แจ้ง คือ ขจัดกิเลสอาสวะให้หมดสิ้นไป ทำความบริสุทธิ์ให้บังเกิดขึ้นกับตัวของเราเอง แล้วก็ทำประโยชน์ให้เกิดขึ้นกับผู้อื่น ทั้งประโยชน์ตนและประโยชน์ท่าน นี้คือวัตถุประสงค์ของการมาบวช
*ทางเอกสายเดียว*
ความบริสุทธิ์ของกายวาจาใจ นั้นเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ถ้ายังไม่บริสุทธิ์ การที่จะอยู่ในวัฏฏะนี้อันตราย เพราะว่ามีกฎแห่งกรรมบังคับอยู่
พญามารเอากิเลสเข้ามาบังคับให้เราสร้างกรรม เมื่อเราสร้างกรรมทางกาย ทางวาจา ทางใจ เสร็จเรียบร้อยก็ไปปรับคดีมีวิบากกรรมซ้ำ ๆ อย่างนี้มานับครั้งไม่ถ้วน เกิดกี่ทีก็เป็นอย่างนี้ และไม่รู้เรื่องราวว่า ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ด้วย แถมเกิดมาเป็นมนุษย์แล้วก็นำความแก่ ความเจ็บ ความตาย มาให้เราอีกซ้ำ ๆ ซาก ๆ อย่างนี้
มีทางออกทางเดียว คือ ทำความบริสุทธิ์กายวาจาใจให้เกิดขึ้น ด้วยการฝึกใจของเราให้หยุดนิ่งอยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ให้ได้ ความบริสุทธิ์จึงจะบังเกิดขึ้น
เมื่อพญามารเอากิเลสอาสวะมาหุ้ม มาปิด มาบังเอาไว้ แถมเอาอวิชชามาครอบอีก ให้เราไม่รู้เรื่องรู้ราวความเป็นจริงของชีวิต ภาคฝ่ายบุญล้วน ๆ จึงแก้ไขด้วยการเจาะช่องศูนย์กลางกายให้เป็นทางออก ซึ่งเป็นทางเอกสายเดียว เหลือเป็นทางเดียวเท่านั้นที่จะหลุดรอดพ้นจากพญามารได้
กายที่เหมาะสมที่จะทำความบริสุทธิ์ ไม่มีกายใดจะเกินไปกว่ากายมนุษย์หยาบ ในตอนนี้ ลูก ๆ ยังแข็งแรง อยู่ในเพศของบรรพชิตเครื่องพันธนาการของชีวิตไม่ค่อยมีเหมือนชาวโลก มีแต่ภารกิจในทางพระพุทธศาสนาที่เป็นทางมาแห่งบุญกุศลของเราเท่านั้น เพราะฉะนั้นในช่วงที่ลูก ๆ ยังแข็งแรงอยู่ จงใช้วันเวลาให้เป็นประโยชน์ต่อการฝึกจิตฝึกใจของเราให้บริสุทธิ์
*หยุดนิ่งอย่างเดียว*
ไม่มีวิธีอื่นใดเลยที่จะหลุดพ้นจากพญามารได้ นอกจากการฝึกใจให้หยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ให้ใจหลุดล่อนเป็นชั้น ๆ เข้าไป เห็นกายในกายเข้าไปเรื่อย ๆ
เห็นกลางกายของกายมนุษย์หยาบให้เข้าถึงกายมนุษย์ละเอียด ในกลางกายมนุษย์ละเอียด หยุดนิ่งให้ถูกส่วนให้เข้าไปถึงกายทิพย์ทั้งหยาบละเอียด หยุดอยู่ในกลางกายทิพย์ให้เข้าไปถึงกายรูปพรหมทั้งหยาบละเอียดให้ได้ หยุดในกายรูปพรหมให้เข้าไปถึงกายอรูปพรหมทั้งหยาบละเอียดให้ได้ หยุดในกลางกายอรูปพรหมให้เข้าถึงกายธรรมโคตรภูให้ได้ เป็นชั้น ๆ เข้าไปอย่างนี้ จนกระทั่งถึงกายธรรมพระโสดาบัน กายธรรมพระสกิทาคามี กายธรรมพระอนาคามี กายธรรมพระอรหัต ทั้งหมด ๑๘ กาย จึงจะหลุดล่อนจากการบังคับบัญชาของพญามารได้ในระดับหนึ่ง คือ ไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ มีอายตนนิพพานเป็นที่ไป แต่ว่าพญามารก็ยังมีอยู่ที่จะบังคับบัญชาสรรพสัตว์ทั้งหลายเรื่อยไป
เพราะฉะนั้น พระผู้ปราบมารจึงบังเกิดขึ้นมานับครั้งไม่ถ้วน ท่านได้รับอาราธนาให้ลงมาเกิดเพื่อปราบมาร เรามาอยู่ในสายนี้ ให้ไปปราบต้นตอของผู้ที่ส่งกิเลสมาบังคับบัญชานี้ให้หมดสิ้นไป
ออกพรรษาแล้วนะลูกนะ ให้เตือนตัวเองให้ดี สอนตัวเองให้ดี เรามาเกิดเพื่อการนี้ ทำประโยชน์ตนและประโยชน์ท่าน ทั้งตัวเราและผู้อื่นให้บริสุทธิ์ตามไปด้วย เบื้องต้นต้องตัวของเราเองก่อน
ในพรรษามีเวลาช่วงสั้นแค่ ๓ เดือน เราก็ฝึกกันไปได้ในระดับหนึ่ง ออกพรรษาแล้วมีเวลาช่วงยาว หลวงพ่ออยากให้ลูก ๆ ทุกรูปให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่จำเป็นมาก ๆ โดยไม่มีข้อแม้ ข้ออ้าง และเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น เพื่อตัวของเราเอง
*ต้องมีอิทธิบาท ๔*
หลักการที่จะทำให้เข้าถึงกายในกายดังกล่าว จะหลุดพ้นจากการบังคับบัญชาของพญามารนั้นไม่เกินกว่า อิทธิบาท ๔ คือ
ฉันทะ ใจต้องรักในความบริสุทธิ์ อยากจะหลุดพ้นจากการบังคับบัญชาของพญามาร อยากจะเอาชนะพญามารให้ได้ ฉันทะต้องเกิดก่อน ใจต้องรักที่จะทำอย่างนี้
วิริยะ ประกอบความเพียรให้กลั่นกล้า
จิตตะ ตรวจตราหมั่นสังเกตว่า เรามีข้อบกพร่องอะไร ทำไมใจของเราจึงไม่หยุดไม่นิ่งสักที หรือหยุดได้ประเดี๋ยวเดียว ให้หมั่นสังเกตให้ดี ทั้งในรอบและนอกรอบว่า เราทำถูกหลักวิชชาไหม
วิมังสา รีบปรับปรุงแก้ไขทำให้ถูกวิธี จนกระทั่งเราสามารถทำใจให้หยุดให้นิ่งได้ ซึ่งไม่หนีหลักการทำกายและใจให้สบาย ดังคำขวัญที่ให้ท่องกันอยู่เรื่อย ๆ ว่า ถ้ากายสบาย ใจสบาย ก็ง่ายนิดเดียว
*หาจุดสบายให้เจอ*
ลูกต้องหาจุดที่สบายนี้ให้ได้ว่า เรานั่งอย่างไรถึงจะสบาย ตรวจตราดูให้ดี ตั้งแต่อาสนะของเรา เครื่องนุ่งห่มของเรา กายหยาบของเราเป็นอย่างไร ปรับให้สบาย ใจก็เช่นเดียวกัน เราวางพอดิบพอดีไหม ตึงเกินไปไหม หย่อนเกินไปไหม ต่อเนื่องไหม นี้คือข้อสังเกตที่เราจะต้องสังเกตให้ได้ ไม่สังเกตไม่ได้ ถ้าไม่สังเกตเราจะไม่พบข้อบกพร่องและช่องทางแห่งการแก้ไข
เพราะฉะนั้น ออกพรรษาแล้ว ร่างกายลูกยังแข็งแรงอยู่ พึงตั้งใจใช้ทุกอนุวินาทีให้เป็นไปเพื่อการนี้
*โลกคอยความหวัง*
ยังมีชาวโลกอีกมากมายที่รอคอยความช่วยเหลือจากเราอยู่ แต่เราต้องมีที่พึ่งภายในให้ได้ก่อน ให้เข้าถึงก่อน ให้รู้จักรสชาติของการเข้าถึงธรรมว่า เลิศอย่างไร ชนะรสทั้งปวงอย่างไร ความสุขเป็นอย่างไร ความสบายเป็นอย่างไร เมื่อเราแจ่มแจ้งด้วยตัวของเราเองแล้ว ก็จะแนะนำด้วยความองอาจ จะมีปีติสุขหล่อเลี้ยงใจทุกอนุวินาทีที่เราไปทำหน้าที่นี้
ออกพรรษาแล้ว รับกฐินแล้ว กรานกฐินแล้ว ได้อานิสงส์แล้ว ก็ขอให้ตั้งใจมุ่งมั่นฝึกใจให้หยุดนิ่งให้ได้นะลูกนะ
*หลวงพ่ออำนวยพร*
วันนี้ หลวงพ่อขออนุโมทนาสาธุการ ขออานุภาพบารมีธรรมของพระพุทธเจ้า พระต้นธาตุต้นธรรมในอายตนนิพพาน มหาปูชนียาจารย์ทุกท่าน มารวมกันกลั่นจิตกลั่นใจ ธาตุธรรมเห็นจำคิดรู้ของลูกทุก ๆ รูป ให้ใส ให้สะอาด ให้บริสุทธิ์
ให้ลูกทุกรูปจงมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง มีอายุขัยยืนยาว ได้สร้างบารมีไปนาน ๆ ให้ปลอดจากสิ่งที่เป็นข้าศึกต่อการกุศลและการประพฤติพรหมจรรย์ ให้เข้าถึงวิชชาธรรมกาย มีรู้มีญาณแม่นยำ ถูกต้องร่องรอยตรงไปตามความเป็นจริงทุกประการเทอญ