ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

คนอย่างยาย หาไม่ได้แล้วในโลกนี้

คุณยายอาจารย์ · เทศน์งานยาย

(เริ่มม้วน 1/A) พระมหาสุราช : ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กราบขออนุญาตพระเดชพระคุณหลวงพ่อที่เคารพอย่างยิ่ง กราบเรียนพระเถรานุเถระทุกรูป สวัสดีเพื่อนสหธรรมิก เจริญพร สามเณร อุบาสก อุบาสิกา และยอดกัลยาณมิตรผู้มีบุญทุกๆ ท่าน(สาธุ) ธรรมดาไม้จันทน์ แม้ให้ก็ไม่ทิ้งกลิ่น หัสดินก้าวสู่สงคราม ก็ไม่ทิ้งลีลา ดวงจันทราแม้ดวงเดียว ย่อมรุ่งเรืองกว่าหมู่ดารานับล้านๆ ดวง กัลยาณมิตรผู้มีบุญทั้งหลาย วันนี้ก็ถือว่าเป็นโอกาสดีอีกวันหนึ่งที่เราท่านทั้งหลาย ถือว่าเป็นผู้ที่ได้มาเอาบุญกุศลกับคุณยายอย่างต่อเนื่องด้วยดีตลอดมา เมื่อนึกถึงบุญที่เราได้กระทำในวันนี้ก็เป็นศุกร์ นึกถึงบุญที่เราได้กระทำในอดีตที่ผ่านมา ก็ยิ่งปราโมทย์ปีติใจยินดี เมื่อนึกถึงบุญที่เราตั้งใจจะกระทำให้ดียิ่งๆ ขึ้นไปในอนาคต เราก็ยิ่งบันเทิงเบิกบาน เพราะว่าบุญที่เราได้กระทำกับบุคคลผู้เลิศ บุคคลผู้มีบุญบารมีอย่างที่คุณอาจารย์นั้นหาได้ยากเป็นอย่างยิ่ง พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านได้กล่าวเอาไว้ว่าหาคนอย่างยาย หาไม่ได้แล้วในโลกนี้ ถ้าจะหาต้องไปหาที่สวรรค์ชั้นดุสิต ทำไมพระเดชพระคุณหลวงพ่อจึงได้กล่าวอย่างนี้ ถ้าเราลองนึกถึงดูนะ เราจะหาคนสักคนหนึ่ง ผู้ที่ทำทานมาตลอดชีวิต ก็หาได้ยาก หาคนที่ทำทานมาตลอดชีวิตได้แล้ว จะหาคนที่รักษาศีลให้บริสุทธิ์ผุดผ่องตลอดชีวิต ก็หายากเข้าไปอีก หาคนที่รักษาศีลได้แล้ว จะหาคนที่ได้ประพฤติปฏิบัติธรรม จนเห็นพระธรรมกาย ยิ่งหายากเข้าไปอีก หาคนที่ได้เข้าถึงธรรมกาย เห็นพระธรรมกาย แต่คนที่เข้าถึงวิชชาธรรมกายยิ่งยาก ไม่รู้จะใช้คำไหนที่จะอุปมาให้สมกับความยากในการหาเหล่านี้ ฉะนั้น เราท่านทั้งหลายจึงถือว่าเป็นผู้ที่มีบุญ ได้มาเอาบุญกับคุณยายอาจารย์ ตลอดชีวิตของท่านอายุ ๒๙ ปี เข้ามาแล้วก็เรียนประพฤติปฏิบัติธรรม หลังจากนั้นก็เข้าวัดปากน้ำ ก็เข้าสู่โรงงานทำวิชชา ตลอดระยะเวลามาเรื่อยจนกระทั่งอายุ ๙๐ ปี ถ้ารวมนับไปแล้ว ๖๐ กว่าปี หาบุคคลผู้ที่มีความสะอาด บริสุทธิ์อย่างนี้หาได้ยากมากๆ แต่ความยากเหล่านั้นบังเกิดขึ้นแล้วในยุคของพวกเราผู้มีบุญทั้งหลาย ดังนั้น ขอให้เราท่านทั้งหลาย จงนึกถึงความปลาบปลื้มปีติใจยินดีที่เราได้มาเอาบุญกับบุคคลผู้เป็นเนื้อนาบุญ ไม่ใช่น้ำนาบุญนะ เป็นเนื้อนาบุญ ฉะนั้นบุญที่เกิดขึ้นกับเรา จึงเป็นบุญที่อสงไขยอัปมานัง คุณยายได้ช่วยเหลือเรา ได้ให้บุญเราตั้งแต่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ละสังขารไปแล้ว ยายก็ยังได้ช่วยเราต่อ สิ่งที่น่าเหลือเชื่อไปมากกว่านั้นก็คือว่าแม้ยายยังละสังขารไปแล้ว ยังช่วยแก้ กอบกู้ และสร้างความเข้าใจอันดีงามของวัดพระธรรมกาย ให้เกิดขึ้นต่อพระเถรานุเถระทั่วสังฆมณฑล ทำไมอาตมาภาพจึงกล้ายืนยันพูดอย่างนี้ เราท่านทั้งหลาย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาวัดเราเจอกระแสวิกฤตหลายๆ อย่าง แต่เชื่อไหม คุณยายได้ช่วยแก้ ได้ช่วยต้านความเข้าใจอันดีให้เกิดขึ้นต่อพระเถรานุเถระ มีเรื่องอยู่เรื่องหนึ่ง วันนี้ได้เอาเรื่องความเกิดขึ้นต่อสังฆมณฑล มาเล่าให้กับพวกเราได้ฟังว่าคุณยายนั้นท่านได้ช่วยเหลือเราแม้กระทั่งละสังขารไปแล้ว มีพระเถระ มหาเถระรูปหนึ่งอยู่ทางภาคตะวันออก เป็นพระราชาคณะระดับชั้นราช แต่เป็นระดับเจ้าคณะจังหวัดนะ วันนั้นกระแสของวัดนี่แรงมาก วันหนึ่งการรับแขกของท่านนี่ ท่านจะมีการรับแขก แล้วก็แก้ปกป้อง บอกเรื่องวัดพระธรรมกายล้วนๆ วันนั้นก็มีศรัทธาญาติโยมของพวกบางส่วนนี่ก็เลยไปกราบท่าน แล้วเขาก็คุยเรื่องวัดพระธรรมกายต่างๆ เป็นอย่างนั้นอย่างนี้บ้าง ตามที่กระแสข่าวที่ตนเองทราบมา แต่เชื่อไหม ท่านก็เลยถามโยมขึ้นมาคำหนึ่งว่า โยม เคยไปหรือยัง โยมก็บอกว่ายังเจ้าค่ะ วันนี้ว่างไหมล่ะ ทำไมหรือเจ้าคะ ถ้าว่างหลวงพ่อจะพาไปชมวัดพระธรรมกาย ท่านพามาเลยนะ พานั่งรถตู้เอามาเลย มาเสร็จปั๊บท่านก็พาไปดูที่พระอุโบสถ เสร็จจากพระอุโบสถเสร็จแล้วก็พา โยมสนใจตรงนี้พาไปดูทุกที่ หลวงพ่อวัดปากน้ำทองคำก็ไป หลังจากนั้นก็มาที่สภาธรรมกายสากลหลังนี้ เสร็จจากนั้นก็ไปกราบพระที่เจดีย์ หลังจากนั้นก็ไปที่โรงเรียน เสร็จที่โรงเรียนก็ไปยืนอยู่ที่กุฏิของคุณยาย พร้อมกับชี้ไปที่ว่ากุฏินั้นคือกุฏิของคุณยาย เล่าประวัติคุณยายตั้งแต่ต้น ประวัติบางตอนเจ้าหน้าที่โรงเรียนยังไม่รู้เลย แต่หลวงพ่อเจ้าคณะจังหวัดรูปนี้ เล่ามาจนหมด เจ้าหน้าที่โรงเรียนทึ่ง ญาติโยมที่ฟังเริ่มเข้าใจ แต่ที่น่าปิติใจมากกว่านี้ก็คือว่าพระเดชพระคุณหลวงพ่อจังหวัดรูปนี้นี่ท่านเข้าใจวัดเรา ฟังแล้วน่าปลาบปลื้มนะ ระดับเจ้าคณะจังหวัดทำหน้าที่เป็นเจ้าของวัดนำชมวัดเอง และกล่าวอธิบายขยายความเรื่องประวัติยายไม่ตกบกพร่องแม้แต่นิดเดียว ฟังแล้วน่าดีใจ แต่การที่ท่านประทับอกประทับใจมาได้ปัจจุบันนี้ เพราะว่าท่านมาร่วมงาน ท่านมาร่วมงาน งานอะไร งานของคุณยาย งานของคุณยายเรา ฉะนั้น ณ เวลาตรงนี้เราพูดได้เต็มปากเต็มคำว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เราสามารถกราบอาราธนาพระเถรานุเถระที่ร่วมสวดพระอภิธรรมยายมาแล้วทั่วทุกจังหวัด มาแล้วทั่วประเทศ เป็นที่น่าดีใจ พระเถรานุเถระมา ท่านเกิดความปลาบปลื้มปีติใจยินดี ต้องขออภัยนะ มีอยู่บางจังหวัดนี่ บอกตรงๆ เลยไม่เห็นด้วย เกิดความต่อต้านคัดค้านอย่างรุนแรง มีจังหวัดหนึ่งทางภาคตะวันออกเช่นเดียวกัน มีอยุ่อำเภอหนึ่ง ทั่วทั้งอำเภอไม่มีใครกล้ามา มีอยู่รูปเดียว เจ้าคณะตำบลท่านมาตั้งแต่สมัยเป็นพระครู ต่อมาท่านก็ได้รับเลื่อนเป็นเจ้าคณะอำเภอ มีทั้งอำเภอมีรูปเดียวคือเป็นเจ้าคณะอำเภอ นอกนั้นไม่มีใครมาเลย เราก็พยายามที่จะนิมนต์นะ ทั้งเจ้าอาวาส เจ้าคณะตำบล พยายามจะนิมนต์มาร่วมงานยายให้ได้ ไปนิมนต์แค่ท่านเห็นเรามา ขออภัยเถอะนะ มาจากไหน ธรรมกายใช่ไหม ที่นี่ไม่ต้อนรับธรรมกาย เรายังกราบไม่เสร็จเลยนะ ต้องรีบออกมาเลย ก็คิดยังไงว่าเอ๊ะ ถ้าสมมติว่าเราไปตรงไม่ได้ เราก็น่าจะอ้อม ก็เลยกราบถวายรายงานหลวงพ่อที่ท่านเคยมาว่าหลวงพ่อ ทำยังไงทั้งอำเภอจะไปได้บ้าง ท่านก็ช่วยเหลือนะ ไปคุย ไปนิมนต์เจ้าคณะตำบล เจ้าอาวาส วันนั้นนิมนต์มาได้จริงๆ ๑ รถตู้ เจ้าคณะอำเภอรูปนี้ท่านก็พยายามสังเกตแต่ละรูปนี่เป็นอย่างไร แต่ละรูปนี่เป็นอย่างไร และพยายามดูตั้งแต่เริ่มต้น เพราะว่าเราเกิดความ เวลาเราพาท่านมานี่ เราจะต้อนรับท่านอย่างดี น้องสามเณรดูแลท่านอย่างดี แม้กระทั่งการถอดรองเท้าอะไรทุกอย่าง เราดูแลเสร็จสรรพเรียบร้อยให้ดีที่สุด ท่านก็พยายามสังเกตเราทุกขั้นตอน ทุกวิธีการ แล้วท่านก็ดูท่าทีเออ รูปนี้เริ่มจะอ่อนลงแล้ว ทีนี้ ในขณะที่ท่านนั่งรถกลับ เจ้าคณะตำบลอีกรูปหนึ่งก็พูดขึ้นว่า โอ๊ย ผมนี่หลงเข้าใจผิดเขาเสียนาน พอไปดูเข้าจริงๆ นี่ ไม่เหมือนอย่างที่เขาว่าเลยนะ แล้วท่านก็มาพูดกับรูปที่ต่อต้านอย่างรุนแรงน่ะแหละ ท่านก็บอกว่าเป็นยังไงบ้างล่ะท่านพระครู มีถ้อยคำหนึ่งในพระไตรปิฎกเคยกล่าวไว้ว่า บุคคลใดก็ตามที่พักร่มไม้ต้นใดแล้ว หักรานกิ่งไม้นั้น บุคคลนั้น บุคคล เมื่อบุคคลนั้นหักรานกิ่งไม้นั้น บุคคลนั้นชื่อว่าประทุษร้ายมิตร บุคคลใดพักร่มไ หักกรานกิ่งไม้ใด บุคคลนั้นชื่อว่าประทุษร้ายมิตร พูดง่ายๆ ก็คือว่า หลวงพ่อพระคุณ ไปเห็นวัดพระธรรมกายแล้วนี่ ท่านมีความรู้สึกอย่างไร ยังจะว่าเขาอีกหรือเปล่า รูปนั้นก็พูดขึ้นมาทันทีเลยนะบอกว่า โอ๊ย ท่านทำไม ผมเองก็ไม่ได้เป็นคนโหดร้าย อย่าเปรียบเทียบผมรุนแรงขนาดนั้น แต่ผมไปดูแล้วนี่ แต่ก่อนนี่เราไม่เคยไปดูเขา แต่พอไปเห็นแล้วก็เหมือนอย่างว่าแหละนะ สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นไม่มือคลำ แต่สิบมือคลำนี่ยังไม่สู้ลงมือปฏิบัติ ผมไปเห็นแล้วผมเกิดประทับใจ ท่านพูดมาอย่างนี้เลยนะ ท่านบอกว่าโยมแม่ชีคนนี้ไม่ธรรมดา พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยเองก็ไม่ธรรมดา ท่านทำได้ถึงขนาดนี้ หมายความว่าบารมีท่านเยอะ ต่อไปในอนาคนท่านจะต้องเป็น ท่านพูดอย่างนี้เลยนะ พูดเยอะมาก บรรยายแล้วก็กล่าวคุณของพระเดชพระคุณหลวงพ่อมากมายเลย จนกระทั่งถ้อยคำบางถ้อยคำหลวงพ่อเจ้าคณะอำเภอต้องปรามนะ ต้องบอกว่าท่าน พูดอะไรให้ระมัดระวัง เดี๋ยวคนอื่นเขาได้ยิน คือท่านยกพระเดชพระคุณหลวงพ่อตลอดเลย ดูนะ จากที่ไม่เข้าใจ จากที่เคยคัดค้าน จากที่เคยต่อต้านอย่างรุนแรง พลิกสถานภาพใจของท่าน จากร้ายกลายเป็นดีตรงนี้ได้เพราะอะไร บอกได้คำเดียวว่าเพราะคุณยายอาจารย์ของเรา ฉะนั้นจึงบอกให้พวกเราท่านทั้งหลายว่า คุณยายนะเป็นผู้ที่ช่วยเหลือเรามาตลอดเลย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เราจะเห็นว่าพระเถรานุเถระแต่ละรูปมานี่ มีหลวงพ่อเจ้าคณะอำเภออยู่รูปหนึ่งเอากะเราดีมากๆ มาร่วมงานครั้งแรกประทับใจพระเดชพระคุณหลวงพ่อมาก ประทับใจ ที่ประทับใจมากๆ คือประทับใจในโครงการ งานของหลวงพ่อ เราไปกราบท่าน เราบอกว่ามหา กลับไปนี่บอกพระเดชพระคุณหลวงพ่อเลยนะ ผมนี่นะ ถ้าสมมติว่าช่วยเหลือวัดพระธรรมกาย ผมช่วยเหลือมาโดยตลอด เชียร์วัดพระธรรมกายมาโดยตลอด ผมไปเห็นแล้วประทับใจทุกครั้ง ผมได้ข้อคิดมาทุกครั้ง ถ้าวัดพระธรรมกายล่ม อยู่ทางภาคอีสานนะ ถ้าวัดพระธรรมกายเมื่อไหร่ ผมจะลาออกจากเจ้าคณะอำเภอไปอยู่ประเทศลาว ท่านอยู่ติดๆ กับฝั่งโขง ท่านบอกว่าถ้าล่มเมื่อไหร่นี่ ผมจะลาจากเจ้าคณะอำเภอเลย ลาออกจากเจ้าคณะอำเภอไปอยู่ประเทศลาว ท่านบอกว่าอย่างนี้เลย ท่านเอากะเราอย่างเต็มที่เลย หลวงพ่อเจ้าคณะอำเภอรูปหนึ่ง และมีอยู่รูปหนึ่งทางภาคอีสานเหมือนกันนะ เป็นพระราชาคณะระดับชั้นเทพ เป็นเจ้าคณะจังหวัด เดิมทีนี่ท่านก็เอากับวัดเรามาโดยตลอดนั่นแหละ ถ้าเรานิมนต์ท่านเมื่อไหร่นี่นะ มหา ท่านถามจำนวนเลย เอาเท่าไหร่ ๔๐ รูปครับ ได้ เจ้าคณะจังหวัดทำหน้าที่นิมนต์เอง มีเจ้าอาวาส เจ้าคณะตำบลรูปไหนปฏิเสธล่ะ เจ้าคณะจังหวัดทำหน้าที่นิมนต์เอง ใครบ้างที่กล้าจะปฏิเสธ ถ้าปฏิเสธก็หมายความว่าต้องอะไรกันบ้างแล้ว ฉะนั้น พอท่านมา ท่านไม่ได้มาเครื่อง ท่านไม่ได้มารถตู้ แต่ท่านพา เป็นประธาน นำพา นำรถทัวร์มาเลย เป็นประธานนั่งรถทัวร์พามาเลย ก่อนที่จะนั่ง พอในระหว่างที่นั่งเดินทางมา ท่านจะปฐมนิเทศ มาวัดเราทำอย่างไร อะไร บอกก่อนเสร็จสรรพเรียบร้อย เป็นเจ้าคณะจังหวัดทำหน้าที่ผู้นำ นำรถ ทำหน้าที่อะไรทุกอย่างเลย ท่านบอกเสร็จสรรพเรียบร้อย ก็เลยถามหลวงพ่อตรงๆ ว่าหลวงพ่อไม่กลัวหรือ ตอนนั้นกระแสของวัดเราแรงมาก ระดับพระราชาคณะนี่มาต้องคิดแล้วคิดอีกนะ แต่ท่านก็มา บอกหลวงพ่อไม่กลัว หลวงพ่อแก่แล้ว มหา หลวงพ่อไม่กลัว ใครไปไหนอย่างไรนี่ เวลาหลวงพ่อไปที่ไหนนี่ ใครๆ ก็หาว่าหลวงพ่อเป็นพรรคพวกเดียวกันกับธรรมกาย อ้าว ทำไมหลวงพ่อเขาว่าอย่างนั้น เพราะว่าหลวงพ่อไปทีไร หลวงพ่อถือย่ามธรรมกายไปโดยตลอดเลย เขาก็หาว่าหลวงพ่อเป็นพรรคพวกเดียวกัน ไปต่างประเทศหลวงพ่อยังถือย่ามนี้เลยนะ หลวงพ่อถือย่าม หลวงพ่อไม่กลัว ขออภัยด้วยนะ ท่านบอก ท่านพูดเป็นภาษาอีสานว่า ถือย่ามนี้แล้วมันหม่าน ถ้าเป็นภาษากลางของบ้านเราก็คือว่าถือย่ามนี้แล้วมันเฮง มันรวย ว่าอย่างนั้นเถอะ ท่านไปไหนก็ถือย่ามธรรมกายตลอดเลย ใครๆ เขาก็กลัวอย่างนั้น กลัวอย่างนี้ แต่หลวงพ่อไปวัดพระธรรมกายโดยตลอด ปีนี้หลวงพ่อได้รับเลื่อนเป็นพระราชาชั้นเทพ เหตุผลที่หลวงพ่อได้เลื่อนส่วนหนึ่งเพราะว่าหลวงพ่อนี่สนับสนุน ยกย่อง ช่วยเหลือ พระพุทธศาสนามาโดยตลอด ไปวัดพระธรรมกาย หลวงพ่อได้เพราะตรงนี้ หลวงพี่ก็เลยนึกถึงคำของพระมหาเถระรูปหนึ่งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร วันนั้นมีโอกาสได้ไปกราบนมัสการท่าน ก็ถามท่าน หลวงพ่อ หลวงพ่อไปวัดพระธรรมกายหลวงพ่อไม่กลัวอะไรหรือ จะกลัวล่ะมหา ลูก หลวงพ่อไปช่วยเหลือคนทำความดี จะไปกลัวอะไร ใครจะเป็นอย่างไร มันก็เป็นไปตามนั้น บางคนอยากเป็นแทบเป็นแทบตาย ไม่ได้เป็น บางคนไม่อยากจะเป็นกลับได้เป็น ท่านพูดอย่างนี้เลยนะ บางคนอยากจะเป็นแทบเป็นแทบตาย โอ้โฮ วิ่งอุตลุด ไม่ได้เป็น บางคนไม่อยากเป็น อยู่เฉยๆ ได้เป็น ฟ้ามันผ่า ยังไง๊ยังไงเสีย มันก็ต้องผ่าอยู่แล้วแหละลูก แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ขอให้ธรรมกายเราจงเจริญก็แล้วกันนะ โอ้ หลวงพี่พูดแล้ว หลวงพี่ปลื้มนะฮะ ฟังแล้วปลื้ม ไม่ใช่ว่าเราชอบคำชม แต่ว่าโอ้โฮ ตลอดระยะเวลา ๑ ปีเต็มนี่ เราไปกราบพระเถระรูปไหน มักจะได้ยินคำถามว่าวัดพระธรรมกายเป็นอย่างไร ทำไมจึงเป็นอย่างนี้ ทำไมไม่ทำอย่างนี้ แต่ว่านานๆ จะมีโอกาสได้ฟังอย่างนี้ เต็มปลื้มนะฮะ ดีอกดีใจ พระเถระหลายๆ รูปเวลาท่านเจอเรานี่ แรกๆ ไปกราบท่าน ท่านก็ สมัยที่เราเกิดเรื่องมากๆ นี่ จะถามว่าวัดพระธรรมกายเป็นอย่างไร ทำไมต้องเป็นอย่างนี้ ต้องเสียเวลาตอบ นานเข้า นิมนต์มาสวดพระอภิธรรมบ่อยเข้า บ่อยเข้า ท่านก็เริ่มถาม พลิกจากสถานการณ์ที่คำถามว่าถามว่าเป็นอย่างไร ก็จะถามว่าทำอย่างไร วัดพระธรรมกายจึงจะชนะ นานเข้า นานเข้า ไปกราบท่านอีกทีหนึ่ง ท่านไม่ต้องถามเลย คำถามแบบนี้ ท่านจะถามถึงว่ายายจะเอาไว้นานไหม และจะพระราชทานเพลิงหรือเปล่า เจอคำถามอย่างนี้ ถามขึ้นมาเลย ท่านจะถามเสมือนพี่เสมือนน้อง เหมือนเราเมตตาท่าน เหมือนท่านเมตตาเรามากๆ เพราะงั้นท่านมีอะไร ท่านก็จะแนะนำมา เกิดพลิก ในใจของท่านจะพลิกออกมา ฉะนั้นพระเถรานุเถระหลายๆ รูปจะเป็นอย่างนี้ พระเถระหลายๆ รูปท่านมาแล้ว แต่ละรูปเกิดความประทับอกประทับใจ หลายรูปมีหลวงพ่ออยู่รูปหนึ่งทางภาคตะวันออก ได้เป็นพระครู แต่ตำแหน่งไม่ได้ เพราะว่าเนื่องจากว่า ขออภัยเถอะนะ หลวงพ่อเจ้าคณะอำเภอไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะว่ายังไงล่ะ มาแต่วัดพระธรรมกาย งานอะไรก็มาแต่วัดพระธรรมกาย ไม่ดูกระแส ไม่ดูอะไรเล๊ย ท่านก็งงเหมือนกัน เอ๊ะ ทำไมไปช่วยเหลือคนทำความดีทำไมต้องห้าม ทีนี้มีถึงวาระที่การที่จะแต่งตั้งตำแหน่ง ท่านก็ไม่ได้เป็น เรื่องไปถึงเจ้าคณะภาค เจ้าคณะภาคสั่งการเลย มอบตราตั้งให้เลยเป็นรองเจ้าคณะอำเภอ ทีนี้แหละ ท่านก็เลยโทรบอกผู้นำบุญของพวกเราว่าการไปรับมอบ เจ้าตราตั้ง รองเจ้าคณะอำเภอครั้งนี้ ให้ผู้นำบุญวัดพระธรรมกายใส่ชุดขาว ก็คือเปิดตัวผู้นำบุญวัดพระธรรมกายเต็มที่ แม้กระทั่งขึ้นขบวนแห่ ขบวนรถอะไรใช้ชุดขาวทั้งนั้น นี่เห็นไหมจ๊ะ คือทำคุณงามความดีเกิดขึ้นแล้ว ภาพมันเกิดขึ้น มีหลวงพ่ออยู่รูปหนึ่ง อยู่ภาคตะวันตก โอ้ องค์นี้ก็เช่นเดียวกัน มหา ผมเป็นเจ้าอาวาสอยู่วัดนี้ ๒๐–๓๐ ปี ไม่เคยมีผู้หลักผู้ใหญ่มาหาผมเลย วันนั้นผมจะพาน้องสามเณร พาลูกๆ เณรนี่ พาพระพาเณรมาร่วมงานที่วัดพระธรรมกาย ระดับอธิบดีมาถวายภัตตาหารเพลที่วัด ทำไมต้องเจาะจงมาถวายวันนี้ด้วย ท่านก็บอกว่าทำไมนะ ต้องมาเจาะจงมาถวายวันนี้ด้วย ท่านก็เลยงง แต่คิดไปคิดมา อ๋อ เป็นวิธีการอย่างหนึ่งหรือเปล่า แต่ท่านก็ไม่กลัวนะ ผมเองไปนอกสถานที่ที่ไหน ผมชื่นชอบบารมีของหลวงพ่อ หลายๆ วัด หลายๆ ที่นี่ก็ บางคนเขาจะได้เงินสนับสนุนต่างสำนักเรียนบ้าง ๕,๐๐๐ บ้าง หมื่นหนึ่งบ้าง แต่ปีนี้ผมได้เยอะกว่าวัดอื่น ได้ ๕ แสนกว่าบาท เหตุผลที่ผมได้ พูดได้เต็มปากเต็มคำว่าผมได้เพราะผมช่วยเหลือสนับสนุนการสร้างความดี ช่วยเหลือเพราะบารมีของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ เพราะบารมีของยาย ท่านพูดอย่างนี้เลยนะ เราฟังแล้วเราเกิดความปลาบปลื้มยินดี เหตุผลที่ยินดีก็เพราะว่าท่านนี่นะ มีความเชื่อมั่นในหนทางการสร้างบารมีว่าทำดีต้องได้ดี มีหลวงพ่อจังหวัดรูปหนึ่งทางภาคใต้ มาทีไร เอารถท่านมานี่ รถนี่เต็มเลย เต็มด้วยอะไรครับ เต็มด้วยผลหมากรากไม้ของแห้ง มาจากทางใต้ เอาของมาด้วย มาร่วมงานวัดเรา ไม่ว่างาน ๒๒ เมษา งานฉลองเปรียญธรรม ๙ ประโยค งานสวดอภิธรรม มาทีไรนี่ ของมาเต็มรถเลย มาร่วมบุญด้วย มีพระเถรานุเถระมาจากประเทศมาเลเซีย น๊านนานเราจะมีโอกาสได้กราบอาราธนานิมนต์มา วันนั้นเราก็ต้อนรับท่านอย่างดีเลย ทำอะไรทุกอย่าง ต้อนรับท่าน แม้กระทั่งวันเครื่องบิน ทางสนามบินวันนั้นเกิด accident บอกว่าเออ เนื่องจากว่ามีการข่าวคราวก็ต้องตรวจพาสปอตกัน เราก็ต้อนรับท่านกันอย่างดี วิ่งกันอย่างดี แต่เชื่อไหมจากการที่เราทำตรงนี้ท่านเกิดความประทับใจ บางครั้งเราก็ถวายจตุปัจจัยการเดินทางท่านส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งนี่เราก็ถวายจากการสวดพระอภิธรรมท่าน ถวายจตุปัจจัยท่านตรงนี้ หลังจากที่ท่านรับถวายเสร็จปั๊บนี่ ท่านเรียกเลย มหามานี่ ผมจะร่วมบุญในการสวดพระอภิธรรมร่วมบุญกับคุณยายหมดเลย ทุกรูปท่านมา นี่ท่านจะเป็นอย่างนี้เลย ท่านเกิดความประทับอกประทับใจ มาจากประเทศมาเลเซียนะ การเดินทางไกลนะ แต่ท่านก็ทุ่มเทเกิดความประทับว่าอยากจะเอาบุญกับยาย ก็เลยจตุปัจจัยที่ถวายมา ถวายมา ท่านก็บอกว่าให้เอาไปร่วมบุญกะยายในครั้งนี้ด้วย มันเกิดภาพ ภาพที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ไม่ใช่เกิดขึ้นธรรมดา เกิดขึ้นจากการที่ท่านมาแล้ว ท่านมาเห็นพวกเรา มีอยู่จังหวัดหนึ่งเรานิมนต์มา หลวงพ่อจังหวัดเป็นประธาน บางรูปนี่ in จริงๆ นะ หลวงพ่อจังหวัดบางรูปนี่คือเข้าใจเรา in เรา เหมือนกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างต้องเป็นแบบฉบับวัดพระธรรมกาย มีการประชุมสงฆ์ที จะต้องเอาแบบอย่างวัดพระธรรมกายทุกอย่าง โอ้โฮ ไปกราบหลวงพ่อเจ้าอาวาสบางรูปท่านบอกว่าโอ้โฮ มหา ไม่รู้เป็นอะไรช่วงนี้ หลวงพ่อทำอะไรทุกอย่างก็ต้องวัดพระธรรมกาย วัดพระธรรมกายทั้งหมดเลย เอ๊ะ ไม่รู้ว่าเราจะทำให้หลวงพ่อลำบากใจหรือเปล่านี่ คิดไปคิดมา คิดอย่างนั้นจริงๆ แต่หลวงพ่อจังหวัดรูปนี้ก็ในตอนนั้นเองนี่ เราก็พาท่านมา มาก่อน เราจะพาท่านชมวัด ท่านอยากจะดูตรงไหน อยากข้องใจตรงไหน เราจะอธิบายท่านให้เสร็จเรียบร้อย พอมาถึงก่อนที่ท่านจะขึ้นอาสน์สงฆ์ เราก็กราบนิมนต์ท่าน นี่พวกเรารู้ไหม ภาพแต่ละภาพ เหตุการณ์แต่ละเหตุการณ์ท่านดูหมดเลย ดูหมดเลยนะ มีอยู่ครั้งหนึ่งนิมนต์หลวงพ่อรองเจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัดมา รองเจ้าคณะจังหวัดมา บอกเลยก็ได้จังหวัดพิจิตรนิมนต์ท่านมาเลย นิมนต์ท่านเสร็จปั๊บนี่ ท่านมาก่อนเวลา มาเดินดู มาอะไร เสร็จปั๊บนี่ เดินดูเสร็จแล้ว ท่านจะต้องไปนั่งที่เก้าอี้รับรอง บอกว่าวันนี้หลวงพ่อไม่ไปนั่งที่เก้าอี้รับรองหรอก เพราะว่าหลวงพ่อมาทีไร หลวงพ่อไม่เคยเห็นตอนที่ญาติโยมเราเข้ามาในพื้นที่ เพราะตอนนั้นเองนี่ พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านก็ต้องมาทักทายศรัทธาญาติโยมใช่ไหม เราก็ โอ้ ระดับรองภาค ท่านบอกอย่างนี้ก็ไม่กล้าปฏิเสธท่าน ท่านขึ้นนั่งบนอาสน์ก่อนเลย ขึ้นนั่งก่อนเลยทั้งๆ ที่ยังไม่ถึงเวลา นั่งทำไม ท่านอยากจะดู ดูใคร ดูพวกเราเวลาเข้ามานั่งในพื้นที่ ทำไมจึงนั่งกันเป็นระเบียบเรียบร้อย มีคนจูงมือไปนั่งหรือ หรือมีคนทำยังไง โอ้โฮ ท่านเกิดความประทับอกประทับใจ นี่ท่านดูทุกเวลา ดูทุกขั้นตอนเลยนะ ทีนี่ มาถึงตอนนั้นเอง ก็พระเถรานุเถระส่วนนั้นก็มา มาถึงขั้นตอนในการถวายจตุปัจจัยไทยธรรม ญาติโยมที่เป็นตัวแทนของคุณยายก็เข้าไปถวาย ถ้าจำไม่ผิด จะมีโยมพี่สุพัตรา จารุกิจสุนทร อยู่เบอร์ ๑๙ ก็เข้าไปถวายเช่นเดียวกัน พอถวายเสร็จปั๊บนี่ พระเถรานุเถระก็ให้พร ถูกต้องไหม ก็ให้พร ให้มีสุขภาพพลานามัยแข็งแรง แต่พระที่อยู่ตรงหน้าโยมพี่เขา อุทานขึ้นมาอย่างดังเลย อย่างดังเลยนะ ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเห็นอย่างนี้เลยวะ พระที่อยู่ พระเพื่อนที่อยู่ข้างๆ ก็สะดุ้งโหยง พระที่อยู่ข้างหลังวัดเรา พระวัดไทยที่อยู่ข้างหลังก็ยิ้ม โยมพี่สุพัตราก็งงเอ๊ะ ทำไมท่านให้พรแปลกจังเลยวันนี้ แต่คิดไป โอ้โฮ ท่านประทับใจ ท่านประทับใจถึงอุทานขึ้นอย่างดัง เป็นคำอุทานที่ไม่ได้ตั้งใจเอาไว้ ไม่ได้ตั้งใจเอาไว้เหมือนกับว่าอุทานในตอนนั้นเอง เป็นคำอุทานที่ออกมาด้วยความประทับอกประทับใจ เราฟังแล้วเกิดความปลาบปลื้มนะ แต่ความปลาบปลื้มในครั้งนี้เกิดขึ้นได้เพราะใคร เพราะคุณยาย เพราะคุณยายเรานะ ถึงบอกว่าเออ เราท่านทั้งหลายนี่ สิ่งที่เราทำมาทั้งหมดนี่ หลวงพี่ต้องบอกพวกเราตรงๆ ว่าภาพของคณะสงฆ์ เกิดการรวมสงฆ์ทีละนิด ทีละนิด ขึ้นมาเรื่อยๆ ด้วยยายเป็นต้นบุญต้นแบบให้กับพวกเรา พระเถระหลายๆ รูปท่านมา โอ้โฮ ท่านเกิดความประทับอกประทับใจ เป็นพระราชาคณะธรรมยุกต์ ไม่เคยมาวัดเราเลย เรานิมนต์มาครั้งแรก หลวงพี่ไปกราบขอขอบพระคุณท่าน ดึงไปเข้าไปในห้องเล็กท่านเลย เราก็ตกใจเลยว่านึกว่าท่านจะชี้อะไรเป็นพิเศษ ท่านก็บอกว่าผมดีใจ ผมมีความรู้สึกว่าจะเกิดการรวมสงฆ์ขึ้นแล้ว เพราะใคร เอาวัดพระธรรมกายเป็นตัวกลางนี่แหละ เชื่อ ท่านพูดมาอย่างนี้เลยฮะ เราก็เกิดความประทับใจ โอ้โฮ นี่ยายนะ คุณยายได้ช่วยเหลือเรามาตลอด เวลามีน้อยจัง เรื่องเกิดขึ้นมากทั่วสังฆมณฑล เกิดขึ้นได้ทุกจังหวัด แต่ว่าหลวงพี่เอาเฉพาะเรื่องที่ เท่าที่เวลามาให้ แต่ ณ เวลาตรงนี้คือว่าขอให้เรารับรู้ว่าพระเถรานุเถระหลายๆ รูปนี่พลิก พลิกใจท่านจากไม่เห็นด้วย เอ้า ยกตัวอย่างทางภาคเหนืออีกภาคเหนือก็แล้วกัน เป็นเจ้าคณะจังหวัด ก็คือว่ารูปนี้นี่ต่อต้านวัดเรามากๆ เวลาพระเราไปนี่ ท่านพูดที่ไหน ปาฐากถาธรรมที่ไหน ขออภัยเถอะ วัดพระธรรมกายล้วนๆ ไม่ดี ไม่ดีเลยนะ เวลาพระเราไป โอ้ หลวงพ่อรูปนี้พูดอีกแล้ว เวลานั่งนี่ ขออภัยเถอะจ้า ต้องไปนั่งอยู่ท้ายโน่น แล้วฟังไม่เกิน ๑๐ นาทีต้องลุก เราก็พยายามจะนิมนต์ท่านมานะ แต่ก็รู้ว่าองค์นี้เกรงใจก็องค์นี้ ก็เลยไปกราบอาราธนาว่าหลวงพ่อ หลวงพ่อช่วยนิมนต์รูปนี้ให้หน่อย ท่านก็ไปคุยกัน ก็นิมนต์มาได้วันนั้น ก็มาได้เสร็จ ตอนท่านจะกลับ เราก็ วันนั้นท่านมีการประชุมสงฆ์ เออ อบรมพระที่อยู่ปาริวาสประมาณ ๕๐๐ รูป เกือบพันรูป พระวัดเราก็ไปพอดีตอนนั้น ขออภัยเถอะ เวลานั่งนี่ก็นั่งไม่เต็มเก้าอี้นะ นั่งปลายๆ เพราะมีความรู้สึกว่าถ้าท่านว่านี่ ก็ต้องลุกทันทีเลย นั่งปลายๆ เก้าอี้ไว้ก่อน เสร็จแล้ว ท่านเริ่มต้นว่าผมนี่นะหลงเข้าใจผิดวัดพระธรรมกายมาโดยตลอด พูดเรื่องวัดพระธรรมกายล้วนๆ เลย ๑ ชั่วโมงเสร็จ วัดพระธรรมกายเลิศ พอผมไปเห็นแล้วเลิศทุกอย่าง เรื่องการศึกษาก็เลิศ ศรัทธามาทำบุญเผยแผ่พุทธศาสนาก็เลิศ ทุกอย่างดีหมดเลย ผมไปแล้ว ผมหลงเข้าใจผิดมาโดยตลอด วันนี้ผมอบรมจะพูดเรื่องวัดพระธรรมกายล้วนๆ แหม พระวัดเรา เวลานั่งนี่นะ แต่ก่อนนั่งปลายๆ นะ นั่งเต็มเลย (หัวเราะ) พอเสร็จแล้วไปกราบขอบคุณท่าน ก็ไปกราบท่าน ท่านก็บอกว่าเอ้า ท่านก็ตกใจนิดๆ น่อ แต่ก่อนหน้านี้ว่าวัดเราตลอด มาตอนนี้ชม ก็เลยเอ้า มหามานานหรือยัง นี่แหละครั้นเราจะบอกว่ามานานแล้วครับ ก็บอกว่าเพิ่งมาครับพ่อ (หัวเราะ) ท่านก็อึ่ม พูดมาคำหนึ่งเราประทับใจมาก มีอะไรจะให้หลวงพ่อช่วย บอก ถ้อยคำจากพระมหาเถระเปล่งมาอย่างนี้นะ เราเกิดความประทับใจนะ ฉะนั้นเวลาเราไปนิมนต์ท่านมา ไม่ต้องพูดเลย เรียนแค่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่าน เจ้าคณะจังหวัดท่านสั่งการหมดเลย ภาพเกิดขึ้นอย่างนี้เพราะใคร ก็เพราะคุณยาย ฉะนั้นให้เกิดความปลาบปลื้มปีติใจว่ายายนั้นได้ช่วยเหลือเรานะ ช่วยเหลือเรา ช่วยเรามาโดยตลอด ช่วยเรามาตั้งแต่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ละสังขารไปแล้ว ท่านยังช่วยเราอีก แต่ขออภัยเถอะนะ ณ เวลาตรงนี้ ยายอยู่กับเราไม่นานแล้วนะ บุญนี้ถูกจำกัดด้วยเวลาแล้ว ทำไมจึงพูดอย่างนี้ เพราะเหลือเวลาเพียงแค่ ๔ เดือนในข้างหน้า ๔ เดือนเท่านั้นเอง ยาย หลวงพ่อก็จะสลายร่างยายแล้ว ดังนั้นจาก ๔ เดือนแต่นี้ไปนี่ เราจะต้องช่วงชิง ก่อนที่จะถูกชิงช่วง รอไม่ได้แล้ว อุปสรรคใดๆ ไม่สำคัญเท่ากับการหมดโอกาสแห่งการสร้างบุญบารมีให้กับตนเอง อุปสรรคใดๆ ไม่ยิ่งใหญ่เท่ากับเราหมดโอกาสแห่งการสร้างบารมีให้กับตนเอง คุณยายอยู่กับเราไม่นานแล้วนะ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะให้โอกาสบุญให้กับตนเองมากน้อยเพียงใด อุปมาเสมือนหนึ่งว่าภูเขาทอง ภูเขาเพชร ได้ลอยมาสู่ต่อหน้าเรา แล้วถูกจำกัดด้วยเวลา ขึ้นอยู่กับว่าใครจะเอากระบุงเอาตะกร้า เอาภาชนะใดมาขนเอาเงิน เอาเพชร เอาทองตรงนั้นไปมากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับว่าใครจะเอาบุญตรงนั้น แต่พระเดชพระคุณหลวงพ่อเราล่ะ ท่านไม่พลาดโอกาสนี้ ท่านบอกว่าหลวงพ่อจะเอาบุญนี้ให้ดีที่สุด ให้เลิศที่สุด ให้มากที่สุดให้สมกับ ให้สมเกียรติของคุณยาย ให้สมกับบารมียาย เพราะอะไร เพราะว่ายายปั้นหลวงพ่อมา หลวงพ่อก็ปั้นพวกเราต่อ และเราจะได้มีส่วนแห่งบุญ ได้แสดงความกตัญญูกตเวทีต่อปูชนียาจารย์ ดังนั้นเราจะเห็นพระเดชพระคุณหลวงพ่อเราทำอะไรทุกอย่างนี่เพื่อยายเลิศ ประเสริฐที่สุด ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นมหาวิหารที่คุณยายท่านสร้างเพื่อบูชาพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ท่านก็ทำอย่างดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรือนทองของคุณยายท่านก็ทำอย่างดีที่สุด หรือว่าที่บรรจุ ที่ใส่รัตนอัฐิธาตุของยายก็ดีที่สุด มยุระนาวากาศก็ดีที่สุด เลิศที่สุด คุณยาย คือพระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านทำอย่างนี้ ทำเพื่อเอาบุญกับยาย ท่านบอกว่าหลวงพ่อจะทำให้ดีที่สุด หลวงพ่อจะได้ไม่ตำหนิตัวเองในภายหลัง หลวงพ่อจะไม่ได้ ไม่ตำหนิตัวเองในภายหลัง ดังนั้นพระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านเลยบอกว่าลูก งั้นลูกจะต้องคิดว่าเอาบุญกับยายตรงนี้ เราจะเอาอะไร แม้กระทั่งชุดของพระมหาเองที่ไปเออ กราบอาราธนาพระเถรานุเถระท่านก็บอกเลยว่า ลูก ถ้าลูกที่จะสอบ สอบเปรียญธรรมนี่ ลูกสอบได้ตลอดชีวิต แต่การที่จะเอาบุญกับยาย ลูกมีโอกาสเอาบุญกับยายได้อีกครั้งเดียวเท่านั้น ฉะนั้นบุญอะไรที่เราคิด ที่จะกอบโกยกับยายเราต้องคิดให้เต็มที่ ถ้าเราทำตรงนี้ เราทำเพื่อสุดชีวิต อย่างที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมะเราทำ หลวงพ่อท่านทำสุดชีวิตเพื่อบูชาบุคคลที่เป็นที่สุดบูชาของท่าน คือปูชนียาจารย์ เราเป็นลูกหลาน เป็นลูกของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ เราก็ต้องทำสุดชีวิต สุดบูชา ให้สมกับที่เราเกิดมาในยุคของบุคคลที่เป็นหนึ่งไม่มีสอง ยุคของบุคคลที่เป็นสองไม่มีสาม เมื่อเราทำได้อย่างนี้ เราจะเกิดความปลาบปลื้มปีติใจยินดี เราอย่าทำตัวเป็นบุคคลที่ไม่รู้ค่าในสิ่งที่ตนเองรัก (เริ่มม้วน 1/B) เมื่อไหร่เราสูญเสียสิ่งที่รัก เราจึงรู้สึกเสียดาย อย่าทำตัวเป็นบุคคลที่ไม่รู้ค่าในสิ่งทีตัวเองรัก เมื่อไหร่เราสูญเสียสิ่งที่รัก จึงรู้สึกเสียดาย ตอนนี้เรารักยาย และยายก็ยังอยู่กับเรา เมื่อไหร่ก็ตาม ยายจากเราไป เราอย่าได้มีความรู้สึกว่าเรา (หมดม้วน 1/A) นั้นยังรักคุณยายน้อยเกินไป แต่ถ้าเราทำอย่างดีที่สุด เราก็ต้องทำทั้งอามิสบูชาและปฏิบัติบูชาควบคู่ไปด้วย ถ้าเราทำได้อย่างนี้ เราจะเกิดความปลาบปลื้มปีติใจยินดี แม้ว่ากาลเวลาจะนานสักเพียงไหนก็ตาม แต่หลวงพี่เชื่อว่าไม่สามารถที่จะลบเลือนคุณความดีของคุณยายเราออกจากชาวโลกได้ ประหนึ่งพระจันทร์ในคืนวันเพ็ญในท่ามกลางแห่งท้องฟ้า แม้จะมีเมฆมาปิดบังได้ก็เป็นช่วงกาลเวลา นานสักเพียงไหนก็ตาม ยาวนานสักเพียงไหนก็ตาม แต่ชาวโลกทั้งหลายก็ยังรู้จักพระจันทร์ตลอดไป ดังนั้น สุดท้ายนี้ขอให้พวกเราทุกๆ ท่านตั้งใจตรึกระลึกนึกถึงคุณความดีที่เราได้มีโอกาสได้มาเอาบุญกับยาย ตั้งใจให้เราคิดเสมือนหนึ่งว่าบุญอันใดที่เราได้กระทำ ที่ยายได้เมตตาถวายบุญนี้แก่เรา ขอบุญอันนั้นน้อมถวายบุญนี้แด่คุณยายอาจารย์ของเรา และบุญกุศลที่เราได้กระทำในครั้งนี้ เอาบุญมาตั้งแต่ต้นไม่ว่าจะเป็นการฟังสวดพระอภิธรรม ไม่ว่าจะเป็นการฟังแสดงพระธรรมเทศนาว่าด้วยคุณของคุณยาย เพราะบุญกุศลที่เราได้ทำนี้ ให้เรามีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรง ให้สุขทั้งกาย สุขทั้งใจ ให้ครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข ด้วยบุญกุศลที่เรามาเอาบุญกับคุณยาย ขอให้เราทำมาค้าขึ้น ทำธุรกิจการงานใดๆ ก็ขอให้สำเร็จเป็นอัศจรรย์ ให้ได้ร่วมสร้างบารมีกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อและหมู่คณะไปตลอดรอดฝั่ง ธรรมอันใดที่หลวงพ่อวัดปากน้ำ ที่คุณยายท่านได้บรรลุ ขอให้เราได้รู้ได้เห็นธรรมนั้นด้วย ให้เราได้บรรลุวิชชา ๓ วิชชา ๘ อภิญญา ๖ ปฏิสัมภิทาญาณ ๔ จรณะ ๑๕ ประการ บรรลุวิชชาธรรมกายที่ละเอียดลึกซึ้งยิ่งๆ ขึ้นไป แล้วก็นึกถึงบุญคุณความดีที่เราได้กระทำในวันนี้ น้อมถวายแด่คุณยาย และก็อธิษฐานจิตกันตามใจชอบเลยนะ PAGE FILENAME \p \\DOMAIN\DATAYAY\ต้นฉบับถอดเทปเทศน์งานคุณยาย\2544\ตุลาคม\44-10-01 FW-AAT.doc PAGE 13/ NUMPAGES 13