ยังหายใจได้ก็ด้วยบุญ
(ม้วน 1/A)
พระประทีป : ขอกราบนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นที่พึ่งอันประเสริฐสุดของสัตว์โลกทั้งหลายด้วยเศียรเกล้า กราบนมัสการพระเถรานุเถระทุกรูป สวัสดีเพื่อนสหธรรมิก เจริญพร สามเณร อุบาสก อุบาสิกา และเหล่ากัลยาณมิตร ลูกหลานคุณยายทุกท่าน (สาธุ)
ท่ามกลางกระแสโลกอันวุ่นวายในปัจจุบัน ผู้คนส่วนใหญ่มักเสาะแสวงหาสิ่งยึดเหนี่ยวที่สามารถเป็นที่พึ่งให้กับตนเองได้ หลายคนพากันเชื่อถือยึดติดกับสิ่งที่งมงายไร้สาระ โดยหลงคิดไปว่านั่นคือความสุข แต่ท้ายที่สุดก็ไม่สามารถหาคำตอบที่กระจ่างชัดได้ว่าความสุขที่แท้จริง ที่ตนเองแสวงหานั้นคืออะไร และอะไรคือเบื้องหลังของความสุขและความสำเร็จทั้งมวล
บุญนั่นเอง เป็นสิ่งที่อยู่เบื้องหลังของความสุข และความสำเร็จทั้งมวล แล้วถามว่าบุญคืออะไร บุญคำเดียวสั้นๆ แต่มีความหมายที่ลึกซึ้ง บุญหมายถึงเครื่องชำระล้างกาย วาจา ใจให้สะอาดบริสุทธิ์ พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยได้กล่าวถึงบุญว่าบุญเป็นชื่อของความสุข ในพระพุทธศาสนามีบุญกิริยาวัตถุ ๑๐ ประการ โดยย่อก็เรียกว่าบุญกิริยาวัตถุ ๓ คือการทำทาน การรักษาศีล และการเจริญภาวนา
การที่บุคคลถึงพร้อมด้วยโภคทรัพย์สมบัติ เพราะเขาสั่งสมการให้ทานมามาก การที่บุคคลถึงพร้อมด้วยรูปสมบัติ เพราะเขารักษาศีลมาอย่างดี การเป็นผู้ที่มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด เพราะเขาได้เจริญสมาธิภาวนามามาก บุญ เมื่อกระทำอย่างต่อเนื่อง ก็จะกลายเป็นบารมี
ดังเรื่องราวของพระโพธิสัตว์ของเรา เมื่อครั้งบำเพ็ญพรตเป็นฤาษีชื่อว่าสุเมธดาบส หลังจากท่านได้รับพุทธพยากรณ์จากพระทีปังกรสัมมาสัมพุทธเจ้าว่าท่านจะได้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์หนึ่งในอนาคตแล้ว ท่านสุเมธดาบสจึงนั่งสมาธิเข้าฌานสมาบัติ และได้ตรวจสอบดูว่าบารมีอย่างแรกที่เราจะต้องทำนั้นคืออะไร แล้วก็ได้พบว่าทานบารมีมีความสำคัญยิ่งใหญ่ที่จะต้องเริ่มสร้างเป็นอันดับแรก
เรามาดูกันว่านะ การสร้างมหาทานบารมีที่ต้องสร้างอันเป็นอันดับแรกนั้น มีความสำคัญอย่างไร ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจของความหมายของคำว่าทานกันก่อนว่าทานคืออะไร ทานในความหมายนั้นหมายถึงการให้ ได้แก่การเสียสละสิ่งของต่างๆ ของตน หรือการให้ความรู้ทางโลกและทางธรรม เพื่อประโยชน์แก่ผู้อื่น สิ่งของที่เราจะให้ทานนั้น แบ่งเป็น ๒ ประเภทคือ
๑. อามิสทาน คือการให้อามิสเป็นวัตถุสิ่งของที่เป็นปัจจัย ๔ หรือการให้ทานวัตถุ เช่นข้าว น้ำ ผ้า ยานพาหนะ ดอกไม้ ของหอม ที่พักอาศัยหรือประทีปโคมไฟ เป็นต้น
อย่างที่ ๒. คือการให้ธรรมทาน ก็คือการให้ธรรมะ คือการแนะนำสั่งสอนผู้อื่นในสิ่งที่ดี ในเรื่องของศิลปะวิทยา หรือสิ่งต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิต
สิ่งที่เป็นเหตุให้มีความสุข รวมแล้วเราก็เรียกว่าเรื่องบุญ และเรื่อง เรื่องบุญนี่เองทำให้เกิดความสุข สิ่งที่เป็นบุญนั้นเราก็สร้างกันไป แล้วก็ให้ละสิ่งที่เป็นอกุศล ให้ดำรงตนอยู่ในทางกุศล ซึ่งเราจะพาตนให้สะอาดบริสุทธิ์หมดจดจากกิเลสอาสวะทั้งปวง เมื่อเราได้กระทำความเข้าใจของคำว่าทานแล้ว ต่อไปนี้เราก็มารู้คำว่าทำไมถึงให้ทาน ที่ให้ทานนั้น ก็เพื่อว่าเป็นการเป็นแบ่งปัน เป็นการให้ความสุขนั่นเอง และการให้ทานของพระโพธิสัตว์ มีวัตถุประสงค์ก็เพื่อเป็นเสบียงในการสร้างบารมีข้ามภพข้ามชาติ และกำจัดความตระหนี่คือกิเลสออกจากใจ และยังเป็นไปเพื่อการบรรลุสัมมาสัมโพธิญาณ และเป็นบรมครูของเรา เป็นผู้นำเหล่าสรรสัตว์ทั้งหลาย
บุคคลเช่นนี้เองจึงต้องมีน้ำพระทัยที่ยิ่งใหญ่เหนือกว่าสามัญชนธรรมดาทั่วๆ ไป พร้อมที่จะเสียสละทุกสิ่งทุกอย่างตั้งแต่สิ่งของข้างนอกตัว จนกระทั่งแม้ชีวิตของตนเองก็ยอมพลีชีพได้ เพื่อแลกกับคุณงามความดี ดังนั้นระดับของการให้ทานนั้น มีอยู่ ๓ ระดับด้วยกัน
ในเบื้องต้นเราจะเรียกว่า ทานบารมี ก็คือการเสียสละสิ่งของต่างๆ
ระดับที่ ๒ เป็นระดับปานกลาง เราเรียกว่าทานอุปบารมี เป็นการให้ทาน จะต้องเสียเลือด เสียอวัยวะกันเลยทีเดียว
และลำดับสูงสุดก็คือทานปรมัตบารมี เป็นการทำทานที่ต้องแลกด้วยชีวิต
พระโพธิสัตว์ท่านก็ได้สร้างบารมีทั้ง ๓ อย่าง ก็คือได้สร้างทานบารมี ทานอุปบารมี และทานปรมัตบารมี เรามาฟังกันว่าพระโพธิสัตว์ในกาลก่อน ท่านทำทานกันอย่างไร จึงได้เรียกว่าทานปรมัตทานบารมี
ในอดีตกาลพระโพธิสัตว์บังเกิดในตระกูลเศรษฐี เมื่อบิดาของท่านได้สิ้นชีพแล้ว ท่านก็ได้เป็นเศรษฐีสืบต่อจากบิดา ท่านได้ให้สร้างโรงทาน ๖ แห่ง แล้วได้ให้มหาทาน อยู่มาวันหนึ่ง พระปัจเจกพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งได้ออกจากนิโรธสมาบัติ แล้วคิดว่าวันนี้เราจะไปบิณฑบาตยังเรือนของพระโพธิสัตว์ จึงได้เหาะมาทางอากาศ ขณะที่คนใช้นำอาหารเตรียมเข้าไปให้พระโพธิสัตว์นั้น พระปัจเจกพุทธเจ้าก็ได้ยืนอยู่ที่ประตูเรือน พระโพธิสัตว์พอเห็นดังนั้นก็ลุกจากอาสนะ แสดงอาการนอบน้อมแล้วได้กล่าวกับคนใช้ว่า ท่าน จงนำบาตรของพระผู้เป็นเจ้ามา
ทันใดนั้นเอง มารผู้มีบาปสั่นสะท้าน ลุกขึ้นแล้วคิดว่าพระปัจเจกพุทธเจ้านี้ไม่ได้อาหารมาตลอด ๗ วัน แล้วจากวันนี้ถ้าไม่ได้อาหารก็คงจะสิ้นชีพอย่างแน่นอน เราจะทำพระปัจเจกพุทธเจ้านี้ให้พินาศ แล้วจะทำอันตรายแก่ทานของเศรษฐี ดังนั้นมารจึงได้เนรมิตหลุมถ่านเพลิงประมาณ ๘๐ ศอก ในระหว่างทางไปหาพระปัจเจกพุทธเจ้า หลุมถ่านเพลิงนั้นเต็มไปด้วยถ่านเพลิงไม้ตะเคียน ไฟลุกโพลงมีแสงโชติช่วงปรากฏเหมือนอเวจีมหานรก ก็ครั้นเนรมิตหลุมถ่านเพลิงนั้น แล้วตนเองก็ได้ยืนอยู่ในอากาศ
บุรุษผู้มาเพื่อจะรับบาตรได้เห็นดังนั้น ก็บังเกิดความกลัว จึงได้กลับไป พระโพธิสัตว์ก็จึงได้ใช้คนใช้คนอื่นๆ มา แม้ใครๆ ก็ต่างหวาดกลัว ไม่กล้าลุยไฟไปรับบาตรจากพระปัจเจกพุทธเจ้า จึงได้รีบหนีกลับมาโดยเร็ว พระโพธิสัตว์เห็นดังนั้นจึงคิดว่าวันนี้วัสสวติมาร ผู้ประสงค์จะทำอันตรายแก่ทานของเรา แต่เราจะไม่ยอมหวั่นไหวแม้แก่มารผู้มีอานุภาพมาก ครั้นคิดแล้วตนเองจึงถือเอาถาดภัตตาหารออกไปจากเรือน ไปยืนอยู่ฝั่งของหลุมถ่านเพลิง แล้วแลดูอากาศ แล้วกล่าวว่าข้าแต่พระปัจเจกพุทธเจ้าผู้เจริญ ข้าพเจ้าแม้จะมีหัวลง ตกลงไปในหลุมถ่านเพลิงแม้นี้ ก็จักไม่หวนกลับหลัง ขอท่านจงรับโภชนะที่ข้าพเจ้าถวายอย่างเดียวเถอะ
พระปัจเจกพุทธเจ้าครั้นได้ฟังดังนั้น ครั้นได้ฟังคำของพระโพธิสัตว์กล่าวอย่างนี้แล้ว ท่านก็ยืนนิ่ง พระโพธิสัตว์มีความตั้งใจอย่างมั่นคง ได้ถือถาดภัตตาหาร และวิ่งไปทางเบื้องบนที่หลุมถ่านเพลิงนั้น ทันใดนั้นเอง ดอกบัวใหญ่ดอกหนึ่งได้บานเต็มที่ ได้เกิดขึ้นเป็นชั้นๆ จากพื้นหลุมถ่านเพลิงอันลึก ๘๐ ศอก และผุดขึ้นรองรับเท้าทั้ง ๒ ของพระโพธิสัตว์
ในครั้นนั้นเกสรก็มีขนาดเท่าทะนานใหญ่ ได้ผุดขึ้นตรงอยู่เหนือศีรษะของพระโพธิสัตว์แล้วได้ร่วงลงมา ได้กระทำร่างกายทั้งสิ้นให้เป็นเสมือนโปรยด้วยละอองทอง พระโพธิสัตว์ได้ยืนอยู่ที่ฝักดอกบัวนั้น แล้วได้น้อมโภชนะที่มีรสเลิศได้ถวายลงในบาตรของพระปัจเจกพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้าครั้นรับแล้วก็ทรงทำอนุโมทนา โยนบาตรขึ้นไปในอากาศ แล้วเหาะตรงไปยังปากหิมพานต์
ฝ่ายมารเห็นดังนั้น ก็เสียใจสุดกำลัง แล้วได้อันตรายธานหายไปจากที่นั้น ส่วนพระโพธิสัตว์ได้ยืนอยู่บนดอกบัว แล้วแสดงธรรมแก่มหาชน โดยพรรณนาถึงเรื่องทาน ศีล เมื่อพระโพธิสัตว์ได้แสดงธรรมเสร็จแล้ว หลังจากนั้นก็ได้ทำบุญทั้งหลายมีทานเป็นต้น จนตลอดชีวิต เมื่อละจากโลกแล้วได้ไปสู่เทวโลก
เรื่องนี้เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของพระโพธิสัตว์ที่ทำทานอย่างยิ่งยวด ชนิดที่ว่าเอาชีวิตเป็นเดิมพันกันทีเดียว จะเห็นว่าน้ำใจของพระโพธิสัตว์นั้นเมื่อตั้งใจจะทำความดีแล้ว จะไม่หวั่นไหว มีจิตใจมั่นคง ไม่เกรงกลัวต่อภัยใดๆ ทั้งสิ้น แม้ในที่สุดภัยนั้นเป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือมรณภัย แต่พระองค์ก็หวาดหวั่นเลย แต่กว่าที่พระโพธิสัตว์ของเราจะทำทานปรมัตบารมีได้นั้น พระองค์ก็ได้สั่งสมทานบารมีมาตามลำดับเป็นขั้นเป็นตอน จากง่ายหายาก โดยเริ่มจากสละสิ่งของภายนอกตัว จนกระทั่งได้เสียสละราชบัลลังก์เสด็จออกบวช แล้วได้เสียสละเลือดเนื้อและอวัยวะ ตลอดจนกระทั่งได้เสียสละชีวิตเป็นทาน
พวกเราเหล่านักสร้างบารมีลูกหลานของหลวงพ่อและคุณยาย ลูกหลวงพ่อ หลานคุณยายทุกท่านก็ต้องดำเนินตามอย่างพระโพธิสัตว์ในกาลก่อน โดยฝึกการให้ทานจากสิ่งที่ง่ายก่อน แล้วค่อยๆ เพิ่มขึ้น เป็นการให้ทานที่พัฒนาจิตใจของเราให้สูงขึ้น แล้วสั่งสมบารมีให้แก่รอบ จนเต็มเปี่ยมดั่งที่สุเมธดาบสได้ให้คติเตือนใจตนเองไว้ในครั้งนั้นว่า ทานบารมีข้อที่ ๑ นี้เป็นเส้นทางใหญ่
ผู้ที่แสวงหาคุณใหญ่ในกาลก่อน ได้ประพฤติตามคลองธรรมสืบกันมา จงสมาทานบารมีข้อที่ ๑ กระทำให้มั่นก่อน และท่านก็ได้ตั้งความตั้งใจอย่างมั่นคงว่าหม้อน้ำที่เต็มเปี่ยมใครผู้ใดผู้หนึ่งคว่ำปากลง น้ำย่อมไหลออกหมด น้ำย่อมไม่ขังอยู่ในหม้อนั้นแม้ฉันใด ท่านก็ฉันนั้นเหมือนกัน เห็นยาจกไม่ว่าจะต่ำทราม สูงส่ง และปานกลาง จงให้ทานให้หมด เหมือนหม้อน้ำที่เขาคว่ำปากลงไว้ฉะนั้น
และวันนี้ก็จะได้นำเรื่องราวที่เป็นเหตุการณ์ในปัจจุบันนี้เกิดขึ้นกับผู้นำบุญยอดนักสร้างบารมีท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องราวของการทุ่มเทการสร้างบารมีของนักสร้างบารมีของเรา ที่หลวงพี่จะได้มาเล่าในวันนี้ก็เป็นผู้นำท่านหนึ่งในจำนวนผู้นำบุญหลายๆ ท่าน ที่ได้ทุ่มเทในการสร้างบารมีด้วยการเป็นกัลยาณมิตรให้แก่ตนเองและชักชวนผู้อื่นมาสร้างทาน ศีล ภาวนา
ผู้นำบุญท่านนี้ท่านมีอาชีพขายยา ได้เปิดร้านขายยาอยู่ที่ตลาดไท ท่านมีตั้งใจมั่นว่าจะเป็นผู้ที่ชักชวนบุคคลทั้งหลายในบริเวณตลาดไท แล้วก็บริเวณข้างเคียงนี้ให้มาทำทาน รักษาศีลและเจริญภาวนา ด้วยความเมตตา ด้วยความกรุณา มีใจเยี่ยงพระบรมโพธิสัตว์ในกาลก่อน ท่านก็ได้ทำหน้าที่ออกชักชวนผู้คนให้รู้จักการให้ทาน รักษาศีลและเจริญภาวนา ขณะอยู่ที่บ้านได้ขายยาก็ทำหน้าที่ชักชวนคนอื่นให้ทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา โดยขณะที่ขายยาไป ก่อนที่จะถอนเงินนั้นก็ต้องได้เล่าธรรมะให้ฟังก่อน ก่อนที่จะถอนเงินให้
ก็มีอยู่วันหนึ่ง พอดีนะ มีคนๆ หนึ่งเดินผ่านมาหน้าบ้าน แล้วก็มาคุ้ยขยะที่หน้าบ้าน แล้วเก็บอาหารขึ้นมา คนๆ นี้เขาก็ได้นำอาหารนี้ที่พอจะรับประทานได้นี่ ไปประทังชีวิตเป็นมื้อๆ หนึ่ง เขาก็ทำอย่างนี้ ผู้นำบุญท่านนี้นี่ท่านรู้สึกว่าเห็นบุคคลท่านนี้แล้วรู้สึกมีความเมตตาดุจดังพระบรมโพธิสัตว์ในกาลก่อนที่มีความเมตตากรุณาต่อเหล่าสรรพสัตว์ทั้งหลาย ท่านเห็นดังนั้นท่านก็บอกว่าพึงจะช่วยเหลือให้เขานี่ได้พ้นจากทุกข์ ที่เขาเป็นเช่นนี้เพราะว่าเขาไม่ได้ทำทานมาในอดีตชาติ
ดังนั้นจึงได้เข้าไปพูดและก็จะได้บอกว่าท่าน คุณ คุณ ขออภัย ใช้คำว่าคุณดีกว่านะ คุณ มาทำทานเถอะ ที่คุณเป็นเช่นนี้เพราะว่าคุณนี่ไม่ได้ทำทานมาในกาลก่อน ทำบุญกันเถอะ ผู้ชาย ผู้หญิงทุกคน ถ้าเราบอกอย่างนี้นะ ถ้าเป็นเรา เราก็จะชื่นใจ เราก็จะดีใจ ไม่ว่าชายหรือหญิงก็จะดีใจ แต่บุคคลท่านนี้เนื่องจากชีวิตของท่านนี่แร้นแค้น แม้กระทั่งอาหารก็ต้องไปคุ้ยจากถังขยะมากินประทังชีวิตไปมื้อๆ หนึ่ง ก็เลยพูดออกมาเหมือนดั่งมหาทุกขตะในกาลก่อนว่า ท่าน ไอ้ผมนี่นะแม้ข้าวแต่ละมื้อนี่จะกินก็ยังไม่มีเลย ผมนี่ถึงขนาดที่ต้องไปคุ้ยขยะนี่ เอาอาหารนี่มากินประทังชีวิตในแต่ละมื้อ แต่ละมื้อ แล้วผมจะเอาเงินที่ไหนล่ะไปทำบุญ คุณ
เมื่อได้ฟังดังนั้น ผู้นำบุญท่านนี้ก็เลยบอกว่าเอ้า เดี๋ยวจะช่วยนะ ที่บ้านของฉันนี่ก็มีนะ เขาเรียกว่าลัง ที่เราเหลือจากการขายยาแล้วเก็บไว้ เอาลังนี่นะไปขายนะ แล้วเอาเงินนั่นมาทำบุญ ไม่ต้องมากหรอก เดือนหนึ่งสัก ๕ บาทก็พอ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตของคนๆ นี้ที่เขานี่ ได้ฟังอย่างนี้ก็เออ ชื่นใจ ก็เลยเอลังนี่ไปขาย พอขายมาแล้วตกเดือนหนึ่งมาก็มาทำบุญ ๕ บาทนะ ด้วยความชื่นใจทำบุญ ๕ บาทนะ พอทำไปหลายเดือนเข้า ผู้นำบุญท่านนี้ก็มีจิตเมตตากรุณาก็เลยชักชวนมาที่วัดพระธรรมกาย
พอเขาได้มาวัดพระธรรมกายแล้วเขารู้สึกว่าเออ ที่นี่เป็นแหล่งบุญแหล่งกุศล แหล่งแห่งนักสร้างบารมี ได้มารู้จักการทำทานนะ มารู้จักการรักษาศีล การเจริญภาวนา แต่ก่อนที่จะมานี่ซิ เนื่องจากว่าเขาไม่พร้อมเลย เขาเลยพูดบอกว่าคุณ ไอ้ผมนี่นะ ชุดของผมมันก็เลอะเทอะ จะมาวัด จะมาทำบุญได้ยังไง มันเลอะเทอะอย่างนี้ ผู้นำบุญท่านนี้ก็เลยบอกว่าอ้าว คุณ เอาชุดอะไรก็ได้นะ ที่เป็นชุดที่คุณถือว่าสะอาดที่สุดแล้วใส่ที่วัด
พอเขามาวัดนะ เขามาเห็นแล้วก็ได้ทำบุญทำทานนะทำมากเข้ามากเข้า และได้รู้จักอธิษฐาน โดยผู้นำบุญท่านนี้ก็สอนให้อธิษฐาน ให้สอนให้ทำทานนะ ให้รักษาศีล และเจริญภาวนา จนกระทั่งบุญนี่ส่งผล เขาอธิษฐานจิตต่อหน้าพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ต่อหน้าคุณยายนี่ ที่อยู่ต่อหน้าพวกเรานี่ ได้อธิษฐานจิตแล้วทำบุญอย่างต่อเนื่องนะ ผลปรากฏว่าบุญส่งผล ทำให้เขานี่มีชีวิตที่ดีขึ้น
แล้วกลับไปคราวนี้ บุญส่งผลทำให้เขานี่ได้รับข่าวดีอันเป็นมงคลที่สุดในชีวิตของเขาก็คือมีเจ้าของร้านๆ หนึ่งในตลาดไทบอกว่าฉันนี่จะจ้างคุณและครอบครัวนะ ให้มานี่ มาจัดในร้านของฉันนะ และฉันจะให้เงินเดือนคุณนะ เดือนละ ๖,๐๐๐ บาท โอ้โฮ ชายคนนี้ด้วยความแร้นแค้น ด้วยความที่ตนเองนี่ตลอดชีวิตนี่ เงินทองไม่มีเลยแม้จะกินข้าวแต่ละมื้อก็ต้องไปขุ้ยขยะมา แต่เงิน ๖,๐๐๐ บาทนี่นะ ต่อเดือนนี่ ถ้าเรานี่มอง ๖,๐๐๐ บาทนี่ก็เหมือนกับว่ามันเป็นเงินเพียงเล็กน้อย แต่สำหรับเขาแล้ว มันเหมือนกับเงินก้อนใหญ่ของเขาเลยทีเดียว เขารู้สึกปีติ โอ้โฮนี่ ทำบุญมานี่เกิดผลในปัจจุบันนี้เลย ก็เลยดีใจนะ โอ้โฮ นี่แหละคือบุญที่ทำในปัจจุบันชาตินี้และเห็นผล เพราะอะไร เพราะทำบุญถูกเนื้อนาอันเลิศ ก็คือพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย และคุณยายของเรา ผู้ซึ่งมีเป้าหมายสูงสุดที่จะไปให้ถึงที่สุดแห่งธรรม
ดังนั้นพวกเราลูกหลานของคุณยายนะ จงมาเอาบุญกับคุณยายเถอะนะ คุณยายที่อยู่ต่อหน้าของเรานี่เป็นเนื้อนาอันเลิศที่คอยลูกหลานนี่ให้มาตักตวงเอาบุญกับคุณยาย คุณยายอาจารย์ของเรานี่ ท่านก็ได้สร้างบุญบารมีนะตามที่ประวัติของท่านนะที่ได้มีกล่าวถึงไว้ในหนังสือเดินไปสู่ความสุขบ้าง และหนังสือคืนที่พระจันทร์หายไป ก็จะมาเล่าให้พวกเราฟังว่าคุณยายอาจารย์ของเราท่านได้สร้างบุญสร้างบารมี ตั้งแต่ท่านยังเป็นเด็กนะ มีคนขอทานมาที่บ้านของคุณยายนี่ เขามาขอข้าวเปลือก มาขอข้าวสาร มาขอข้าวเปลือก คุณยายก็ให้ข้าวเปลือก มาขอข้าวสาร คุณยายก็ให้ข้าวสาร
เมื่อครั้งที่คุณยายตัดสินใจออกจากบ้านเพื่อมาเรียนวิชชาธรรมกายที่วัดปากน้ำ คุณยายก็ได้เสียสละนะ ตัดใจนะ จากทรัพย์สมบัติที่เป็นมรดกนี่ ตัดใจเสียสละมอบให้แก่ญาติที่เป็นพี่น้องกัน มอบให้หมดเลย ไม่เหลือแม้แต่ชิ้นเดียวนะ ที่มาได้ติดตัวมาก็มีเพียงเงิน ๒ บาทที่แม่ให้ติดตัวเป็นค่าเดินทาง
และเมื่อครั้งที่คุณยายอาจารย์ของเราอยู่ในโรงงานทำวิชชา พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำก็ได้ให้คนได้เสี่ยงทายนะ โดยการนี่ ให้พัดขนนกยูงนะ ให้ผู้ที่ทำวิชชา อยู่ในโรงงานทำวิชชาที่เป็นแม่ชีนะ ให้จับสลากกัน คุณยายอาจารย์ของเรานี่ก็ได้จับสลากเป็นคนสุดท้าย แต่เพราะบุญของคุณยาย คุณยายนี่ก็จับได้พัดขนนกยูง เมื่อคุณยายได้พัดขนนกยูงมา คุณยายทองสุกก็ออกปากขอว่าจะเอาพัดนี่ไปถวายพระ คุณยายท่านก็ตัดใจนะ ท่านก็พูดว่าเอาไปเลยพี่สุก อึม การตัดใจของคุณยายนะ
เมื่อคุณยายมาอยู่ที่บ้านธรรมประสิทธิ์ คุณยายก็ทำให้บ้านธรรมประสิทธิ์นี่เป็นสถานที่สร้างบารมี โดยคุณยายนี่ได้นิมนต์พระภิกษุจำนวน ๕ รูปมารับสังฆทานนะ ใครที่มาที่นี่คุณยายก็จะเลี้ยงน้ำเลี้ยงอาหาร และยังสอนธรรมปฏิบัติให้อย่างเต็มที่ โดยไม่ได้เห็นแก่เหน็ดเหนื่อยแต่ประการใด เมื่อคุณยายได้ย้ายมาสร้างบารมีที่นี่ คุณยายก็ทำวัดของเรานี่นะ ให้เป็นที่ปฏิบัติธรรม เป็นที่สร้างบุญสร้างบารมี ก่อนมานี่ คุณยายก็ได้ถวายบ้านธรรมประสิทธิ์ให้เป็นสมบัติของวัดปากน้ำ
และเมื่อมาอยู่วัดพระธรรมกาย คุณยายก็ได้ตั้งโรงทานเพื่อเลี้ยงสาธุชน เลี้ยงทุกคนเลยนะ ตั้งแต่พระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา สาธุชนที่มาประพฤติปฏิบัติ คุณยายนี่ก็เลี้ยงได้หมดเลย และคุณยายได้อธิษฐานกำกับไว้ว่าข้าพเจ้าจะมีข้าทาสบริภารหญิงชายเท่าไหร่ก็ช่างหัวมันเถอะ ก็ขอให้มีสมบัติให้เขากินให้เขาใช้ไม่รู้จักหมดจักสิ้น จะเห็นได้ว่าแม้ผู้มาปฏิบัติธรรมเป็นจำนวนร้อยจำนวนพัน และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เป็นแสน หรือเป็นจำนวนเรือนล้านในอนาคต โรงทานของคุณยายก็สามารถเลี้ยงใครต่อใครได้ทั้งหมด
พอคุณยายได้สร้างวัดร้อยเก้าสิบหกไร่ได้สำเร็จ คุณยายก็ยังได้กลั่นวัดพระธรรมกายถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในอายตนนิพพาน เมื่อครั้งฉลองมหาธรรมกายเจดีย์ คุณยายได้เป็นประธานใหญ่ และคุณยายได้แลเห็นความสำเร็จของมหาธรรมกายเจดีย์ ที่ลูกหลานคุณยายนี่ได้ทุ่มเทชีวิตจิตใจร่วมกันสร้าง คุณยายก็มองด้วยความปลื้มปีติใจ น้ำใจเย็นของคุณยายได้ไหลเอ่อออกมา แสดงถึงความอดทน ความทุ่มเทตลอดชีวิตที่คุณยายได้สร้างบารมีมา
และก่อนที่คุณยายจะละสังขาร สมบัติที่ลูกหลานคุณยายนี่ได้ถวายมา คุณยายก็ได้ถวายเป็นต้นบุญในการสร้างลานธรรมรอบมหาธรรมกายเจดีย์ แล้วยิ้มสุดท้ายของคุณยายก็เป็นยิ้มสุดท้ายอย่างผู้มีชัยชนะ คือคุณยายสามารถนำสมบัติทุกชิ้นติดตัวไปในภพเบื้องหน้าด้วยการให้ทาน นี่แหละคือยอดครู ยอดต้นแบบของนักสร้างบารมีอย่างแท้จริง
หลวงพี่ก็ได้ จะได้ขอน้อมนำโอวาทของพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยที่ได้ให้ไว้เกี่ยวกับเรื่องของการสร้างบุญสร้างบารมีมาฝากพวกเราดังนี้ ท่านได้กล่าวไว้ว่าตราบใดที่เราหายใจอย่างต่อเนื่อง เราก็ต้องทำบุญอย่างต่อเนื่อง หมดบุญก็คือหมดลม เราต้องทำบุญเหมือนการหายใจ เราหายใจได้ก็เพราะบุญ ที่นอนไม่หายใจ ก็เพราะหมดบุญ หมดบุญก็หมดลม เราไม่มีสิทธิ์หายใจฟรี ถ้าหายใจฟรีแล้วไม่ทำบุญ ชาติต่อไปกว่าจะมาหายใจก็ยาวนานทีเดียว เราหายใจเพราะมีเชื้อบุญคอยปรนเปรออยู่ เหมือนไฟไม่ขาดเชื้อ ถ้าไม่มีบุญก็ไม่มีลม ไม่มีเสื้อ ไม่มีผ้า ไม่มีอาหาร ลำบากทุกอย่าง ทำไปเถอะบุญ ไม่มีจน มันมีมาเรื่อยๆ อย่างอัศจรรย์ ทำเอาไปดีกว่า ไม่ต้องให้ใครอุทิศส่วนกุศลให้ และจะกล่าวว่าวิมานของฉันสร้างเองกับมือ ภาคภูมิใจกว่า มันต้องวิมานนี้ ฉันได้มาเพราะ ๒ มือของฉันที่สร้างความดี
ดังนั้นลูกหลานของคุณยายทุกท่าน มาร่วมกันสร้างมหาทานบารมีด้วยการสร้างลานธรรมรอบมหาธรรมกายเจดีย์ ให้เสร็จก่อนที่จะมีพิธีสลายสรีระร่างของคุณยาย ซึ่งนับจากไปก็เหลือเวลาเพียง ๑๑ เดือนเท่านั้น ก็จะถึงวันสลายร่างของคุณยายอาจารย์ในวันมาฆบูชา ปีพุทธศักราช ๒๕๔๕
ต่อจากนี้ไป หลวงพี่ก็ขอเชิญชวนพวกเราทุกคนได้มาเอาบุญใหญ่กับคุณยาย ด้วยการปฏิบัติบูชา น้อมถวายแด่คุณยายอาจารย์โดยพร้อมเพรียงกัน ให้เราได้น้อมใจของเรามาตั้งไว้ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ได้นึกถึงคุณยายไว้ที่กลางท้องของเรา ให้ภาพคุณยายที่นั่งขัดสมาธิ กลั่นกาย วาจา ใจ กลั่นกายของคุณยายให้ใส ให้สว่างอยู่ที่กลางท้องของเรา นึกท่านให้ชัด ให้ใส ให้สว่าง
สัพเพ…
หน้า PAGE 10
FILENAME \p \\DOMAIN\DATAYAY\ต้นฉบับบทเทศน์\พระทั่วไป\Edit\44-05-10 FW-AAT.doc