ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

ตัวอย่างนักสั่งสมบุญ

คุณยายอาจารย์ · เทศน์งานยาย

(ม้วน 1/A) พระเสกสรร : ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้มีพระคุณอันประเสริฐ กราบนมัสการพระมหาเถระ พระเถรานุเถระที่เคารพ เจริญพร สามเณร อุบาสก อุบาสิกา และสาธุชนผู้ฝักใฝ่ในบุญทุกท่าน (สาธุ) วันนี้เป็นวันจันทร์ที่ ๒๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๔๔ ซึ่งเป็นวันที่พวกเราได้ผ่านวันบุญใหญ่มา คือเมื่อวานนี้ซึ่งเป็นวันคุ้มครองโลก เป็นวันคล้ายวันเกิดของพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยของเรา อาตมาภาพก็ขออนุโมทนาบุญกับสาธุชนทุกท่านนะ (สาธุ) วันนี้อาตมาภาพจะมาแสดงธรรมให้พวกเราได้ฟังในเรื่องของตัวอย่างนักสั่งสมบุญ ตัวอย่างนักสั่งสมบุญนั้นตั้งแต่อดีตมาจนถึงคุณยายอุบาสิกาจันทร์ของเรา ปุญฺญญฺเจ ปุริโส กยิรา กยิราเถนํ ปุนปฺปนํ ตมฺหิ ฉนฺทํ กยิราถ สุโข ปุญฺญสฺส อุจฺจโย ถ้าหากบุคคลจะทำบุญไซร้ ก็พึงทำบุญนั้นบ่อยๆ พึงทำความพอใจในบุญนั้น เพราะว่าการสั่งสมบุญนำสุขมาให้ เรื่องบุญนั้นในทางพระพุทธศาสนาของเรา มีอยู่ด้วยกัน ๓ ทาง คือทางพุทธศาสนานั้นมีแหล่งที่มาแห่งบุญโดยย่อๆ อยู่ ๓ ทางด้วยกันคือ ทางที่ ๑ คือการทำทาน ทานังที่แปลว่าการให้ การทำทานเป็นการให้อันประเสริฐ อย่างที่ ๒ เรียกว่าศีล ศีลก็คือการสำรวมกาย วาจา ประการที่ ๓ ทางที่ ๓ ก็คือการเจริญสมาธิภาวนา คือการทำใจหยุดใจนิ่งนั่นเอง พวกเราทุกท่านอาจจะเคยได้ฟังการบรรยายธรรมของพระอาจารย์องค์อื่นๆ มาเกี่ยวกับคุณธรรมของยายในด้านแง่มุมต่างๆ แต่ในวันนี้อาตมาภาพจะมาบรรยายในเรื่องของคุณธรรมของคุณยายที่เป็นตัวอย่างของนักสั่งสมบุญ โดยนำอดีตของนักสั่งสมบุญในยุคก่อนมาเล่าเปรียบเทียบให้ฟัง เราเริ่มแรกมาดูเกี่ยวกับเรื่องพราหมณ์ที่เจอพระที่ท่านเดินมาบิณฑบาต มีอยู่พราหมณ์คนหนึ่งท่านเห็นพระ เห็นพระเดินบิณฑบาต เดินมาทางตามทุ่งนาทุ่งหญ้า เห็นจีวรของท่านเปียก ชายได้เปียกน้ำค้างปลายยอดหญ้า ก็เลยคิดว่าจะเอาจอบไปถาก ถากหญ้า ให้ที่มันโล่ง เราสังเกตว่าพราหมณ์ผู้นี้นี่เป็นผู้ที่มีปัญญา คนมีปัญญาถึงได้สั่งสมบุญได้ เราสังเกตนะว่าเรามีปัญญาเป็นลำดับๆ ไปอย่างไร พราหมณ์ผู้นี้เอาจอบไปถากหญ้า ถากให้เตียน พอเตียนแล้วพระ วันต่อมาก็สังเกต สังเกตต่อ เห็นพระท่านเดินบิณฑบาต จีวรก็ไม่เปียกน้ำค้างที่ปลายยอดหญ้าแล้ว แต่พอดีว่าถากเสียจนเลี่ยนเกินไป เตียนเลี่ยนโล่งเกินไป ก็เลยพอเจอแดดล่ะก็มี มีฝุ่น มีฝุ่นก็ จีวรก็เปรอะฝุ่นอีก เปรอะฝุ่นอีก ทีนี้ท่านก็มีปัญญาอีกว่าจีวรจะเปรอะฝุ่น ก็เลยเอาทรายมาเกลี่ยให้ เอาทรายมาเกลี่ย ทรายมาเกลี่ยต่อไปก็ วันรุ่งขึ้นก็มาสังเกตอีกว่าพอเกลี่ยทรายเสร็จแล้ว เออ พราหมณ์ก็เห็นว่าพระท่านเดินมา เดินมา ก็ถูกแสงแดด ก็เลยทำเป็นศาลาให้นะ เป็นศาลา เป็นศาลาที่ให้พระท่านได้หลบร่ม เพราะแดดมันร้อน แล้วเราจะสังเกตเป็นลำดับๆ ไป การสร้างบุญบารมีของยายเราก็เช่นกัน สังเกตว่าเมื่อก่อนนี้ก็เป็นทุ่งนาฟ้าโล่ง ก็สร้างเป็นวัดขึ้นมา จากทุนทรัพย์เพียงแค่ ๓,๒๐๐ บาท ยายก็ยังมีใจมุ่งมั่นที่จะสร้างวัดขึ้นมาให้สำเร็จ สังเกตไหมว่าเมื่อก่อนที่เราจะนั่งสะดวกสบายกันอย่างนี้ เราได้ ต้องไปช่วยกันวิดน้ำ ขึงซาแลนกัน ที่มุงที่บังก็ไม่มี เมื่อก่อน ต้องไปซาแลนมาขึงกัน ภาพเหตุการณ์นั้นยังติดตาตรึงใจอาตมาอยู่เลย อาตมาก็อยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย บางท่านเห็นมาร่วมงานบุญ เอาพลาสติกรอง ก็ บางที่ก็เฉอะๆ แฉะๆ ก็นั่งกันไป แต่ว่าพวกเรานั้นมีปัญญา คุณยายท่านมองเห็นการณ์ไกล มีปัญญาก็เลยสร้างสภาธรรมกายสากลขึ้นมา ลองเปรียบเทียบเห็นไหม นี่คือความมีปัญญาถึงได้สั่งสมบุญ มีในอดีตเขาทำมา ปัจจุบันก็คุณยายเราเป็นผู้ที่มองเห็นการณ์ไกล มาเรื่องที่ ๒ มาเรื่องของอนาถบิณฑิกเศรษฐี อนาถบิณฑิกเศรษฐีนี่ เป็นนักสั่งสมบุญ เป็นนักสั่งสมบุญยังไง เราลองดูตรงประเด็นที่ว่าท่านเป็นนักสั่งสมบุญอย่างไร อนาถบิณฑิกเศรษฐีเป็นอุบาสกที่ใครเห็นว่าท่านมาวัดแล้วนี่ จะไม่มีอะไรติดไม้ติดมือมานี่ไม่มี จะต้องมีอะไรติดไม้ติดมือมาทุกวัน มาทำบุญทุกวัน คือง่ายๆ ก็คือว่าสั่งสมบุญทุกวัน ตักบาตร ทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนาทุกวัน อนาถบิณฑิกเศรษฐีไม่มีความท้อ แม้จะทรัพย์ร่อยหรอไปก็ตาม ก็ยังสั่งสมบุญอยู่ทุกวันทุกวัน จนกระทั่งเทวดาประจำบ้านกลัวทรัพย์ของอนาถบิณฑิกเศรษฐีจะหมด ก็เลยมาเตือนว่าอย่าทำเลยนะ บุญอย่าไปทำเลย ทำแล้วทรัพย์ก็ร่อยหรอไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ อนาถบิณฑิกเศรษฐีไล่ตะเพิดไปเลยนี่ ไล่ตะเพิดไปเลย ถือว่าเป็นเทวดามิจฉาทิฏฐิ อนาถบิณฑิกเศรษฐีก็เลยไล่ไปเลย ไล่ไป เพราะฉะนั้นแม้จะเทวดา ถ้าไม่สั่งสมบุญก็สู้มนุษย์ธรรมดาเดินดินไม่ได้ที่สั่งสมบุญ พวกเราทุกๆ ท่านเป็นนักสั่งสมเช่นกับยาย ยายของเราก็เป็นนักสั่งสมบุญมาตลอด บุญเล็กบุญน้อยยายเก็บหมดเลยนะ ยายเก็บบุญหมดทุกอย่าง ยายสั่งสมบุญหมดทุกอย่าง ตั้งแต่สร้างวัด พอสร้างวัดแล้วก็ตั้งใจฝึกฝนอบรม จนได้มาเป็นวัดพระธรรมกายของเรา การสั่งสมบุญของยายนี่ ยายปรารถนาที่จะเป็นประธานกฐิน บุญอื่นๆ ยายก็ทำมาหลายๆ บุญแล้ว ยายอยากเป็นประธานกฐินบ้าง ยายก็ไปขอหลวงพ่อ ขอหลวงพ่อธัมมะ ตั้งแต่ยายได้อนุญาตจากหลวงพ่อธัมมะให้เป็นประธานกฐิน ยายก็สั่งสมบุญ เป็นประธานบุญใหญ่ๆ ของพวกหมู่คณะพวกเรา เป็นผู้นำบุญของพวกเรามาทุกครั้งทุกครั้งเลย สังเกตการสั่งสมบุญของยาย เป็นการสั่งสมบุญที่ยิ่งใหญ่ นำพาหมู่คณะของพวกเรานี่เพื่อจะไปถึงที่สุดแห่งธรรมกัน มาตัวอย่างที่ ๒ อันนี้จะให้มาดูเรื่องของนางปติปูชิกา นางปติปูชิกานี่เป็น เป็นเทวี เป็นนางฟ้าอยู่บนสรวงสวรรค์ นางปติปูชิกานี่เป็นบริวารของเทพบุตรชื่อมาลาพาลี ก็อยู่เก็บดอกไม้อยู่บนสรวงสวรรค์ มีวันหนึ่งเกิดจุติ จุติก็แปลว่าเคลื่อน เคลื่อนจากเทวโลกมาสู่มนุษยโลก จุติจากที่เก็บดอกไม้อยู่เคลื่อนมาเกิดเป็นมนุษย์เดินดิน เมื่อมาเป็นมนุษย์แล้ว มาเป็นลูกสาวของตระกูลหนึ่ง ก็ด้วยความที่ตัวเองสั่งสมบุญมามาก ได้เป็นถึงเทพธิดานางฟ้า ก็เลยมีบุญเก่าในตัว เตือนให้ระลึกชาติได้ ว่าเมื่อก่อนนี้ตัวเองได้กลายเป็น บริวารของท้าวมาลาพาลี ก็เลยคิดปรารถนาที่อยากจะมาเป็นบริวารของมาลาพาลีเทพบุตรอีก จึงได้สั่งสมบุญมาตลอดตั้งแต่เล็กๆ ทีเดียว ตั้งแต่เกิดมาจนความได้ทีเดียว ตั้งใจทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนาไม่ขาดเลย ตั้งใจทุกๆ วันเลย จนอายุย่างเข้าวัยสาวได้แต่งงานมีครอบครัว ก็อยู่กินกับสามีไป แต่ก็ไม่ละทิ้งการสั่งสมบุญ ไม่ว่าจะเป็นการทำทาน การรักษาศีล หรือการเจริญภาวนา สั่งสมบุญทุกๆ วัน แล้วอธิษฐาน การอธิษฐานของปติปูชิกานี่เป็นเหตุให้นางปติปูชิกานี้ได้ชื่อว่านางปติปูชิกา คืออธิษฐานว่าขอให้ได้ไปเกิดกับสามี ชาวโลกเขาไม่เข้าใจ คนทั่วไปเขาไม่เข้าใจว่าเอ๊ะ สามีของนางปติปูชิกาก็ยังมีชีวิตอยู่ ทำไมถึงได้อธิษฐานไปเกิดร่วมกับสามี ก็ไม่เข้าใจ แต่จริงๆ แล้วความหมายของนางปติปูชิกาก็คือว่าอธิษฐานให้ไปเกิดกับมาลาพาลีเทพบุตรนั่นเอง ก็เลยสั่งสมบุญมาตลอด สั่งสมบุญทุกวัน ทุกวัน ทุกวัน จนได้ไปเกิด จนหมดอายุขัย ก็ไปเกิดตรงที่เขาเก็บดอกไม้กัน พอดี ๑ วันของเมืองสวรรค์เท่ากับร้อยปีของเมืองมนุษย์ มาเกิด มามีครอบครัว มีลูก มีลูกถึง ๕ คน จนกระทั่งหมดอายุขัยไปแล้ว พอที่เขาเก็บดอกไม้กันอยู่ยังไม่เสร็จเลยนะ ยังไม่เสร็จเลย ก็มาทักว่ามาลาพาลีเทพบุตรก็ทักนางปติปูชิกาว่าไปไหนมา นางปติปูชิกาก็บอกว่าไปจุติมา ไปจุติมา ก็เล่าให้มาลาพาลีฟังว่า โอ้ ชาวโลกนี่ทำไมเขาช่างประมาทเลินเล่อในชีวิตกันจังเลย เขานึกว่าอายุ ๑๐๐ ปีของเขานี่ ยาวนาน เท่ากับอายุเป็นอสงไขยปีทีเดียว จึงได้ประมาทเลินเล่อกัน ไม่ค่อยได้สั่งสมบุญกัน มาลาพาลีเทพบุตรก็บอกว่านั่นแหละ ชาวโลกเขาประมาทกันอย่างนั้นแหละ ถูกแล้วล่ะ เรื่องนี้ก็เป็นตัวอย่าง ตัวอย่างหนึ่งของยายเรานี่ ไม่เคยประมาทในการสั่งสมบุญเลย ตั้งแต่เกิดมายายก็สั่งสมบุญมาตลอด ยายยังเคยพูดเลยว่ายายยังบุญน้อยอยู่ ยายจึงต้องรีบขวนขวายสั่งสมบุญ ขนาดยายยังพูดอย่างนี้ แล้วเรานะ พวกเราทุกๆ ท่าน สาธุชนทุกๆ ท่าน เราทำบุญไปมากมายขนาดไหน เราไปเทียบกับบุญที่ยายทำแล้วนี่ ยายสั่งสมบุญมามากกว่าเราไม่รู้กี่เท่าทีเดียว เพราะงั้นพวกเราอย่าประมาทในการสั่งสมบุญ ต้องหมั่นสั่งสมบุญทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการทำทาน การรักษาศีล หรือการเจริญภาวนา เพราะว่าทางมาแห่งบุญในพระพุทธศาสนานั้นมีอยู่ ๓ ทางเท่านั้น โดยสังเขป โดยย่อ มีอยู่ ๓ ทาง การทำทาน การรักษาศีล และการเจริญภาวนา อันนี้คือเป็นตัวอย่างอีกตัวอย่างหนึ่งที่ให้เห็นว่าคนในสมัยก่อนเขาสั่งสมบุญกันอย่างจริงจัง คุณยายเราก็ไม่ใช่ว่าจะน้อยหน้า คุณยายเรานี่สั่งสมบุญมาตั้งแต่เล็กๆ ทีเดียว ตั้งแต่น้อยๆ ตั้งแต่เริ่มสร้าง สร้างวัด ๓,๒๐๐ บาท จนมาทำเป็นประธานกฐิน ปลดหนี้ปลดสินของวัดพระธรรมกาย แล้วก็ได้เป็นประธานบุญใหญ่มาตลอด ได้เป็นผู้นำให้พวกเราได้สร้างสมบุญกัน การสั่งสมบุญนำสุขมาให้อย่างนี้ มาอีกตัวอย่างหนึ่งก็คือตัวอย่างของอุบาสกท่านหนึ่ง ท่านเรียกว่าธัมมิกอุบาสก ธัมมิกอุบาสกนี่สั่งสมบุญมาตลอดเช่นกัน สั่งสมบุญมาขนาดที่ว่าทำทุกวัน ทำบุญทุกวัน สร้างบารมี สร้างบุญบารมีทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการทำทาน การรักษาศีล หรือการเจริญภาวนา ทำทุกวันนี่ จนกระทั่งก่อนที่จะสิ้นอายุขัยไป ก็มีการเชิญนิมนต์พระมา นิมนต์พระมาสวด พอดีเทวดาต่างๆ ชั้นต่างๆ ก็มาเชิญให้ไปอยู่ในสวรรค์ต่างๆ ก็เลยบอกว่ายังๆ หยุดก่อน หยุดก่อน เดี๋ยวจะฟังพระสวด พระท่านสวดอยู่ มาเจริญพุทธ เจริญพุทธมนต์อยู่ ก็เลยหยุด นึกว่าเอ๊ะ ทำไมวันนี้ธัมมิกอุบาสกทำไมแปลกๆ ถึงให้พระหยุดสวด ก็เลยคิดว่าเอ๊ะท่าน พ่อของเรานี่ ลูกๆ ก็คิดว่าเอ๊ะพ่อของเราเพี้ยนๆ ไปหรือเปล่าใช่ไหม พ่อก็บอกว่าพ่อไม่ได้พูดกับพระ พ่อพูดกับพวกเหล่าเทวดาเขามาเชิญพ่อไป ไปอยู่ตามสวรรค์ต่างๆ ด้วยบุญรองรับเลย เพราะว่าเขาทำบุญมามาก ธัมมิกะอุบาสกนี่ทำบุญมามาก มากมายทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการทำทาน การรักษาศีล การเจริญภาวนา ที่ย้ำถึงการทำทาน การรักษาศีล การเจริญภาวนานี้ เพราะว่าเป็นทางมาแห่งบุญในทางพระพุทธศาสนา เรียกว่าบุญกิริยาวัตถุ มีอยู่ ๓ ทาง เราจับหลักอย่างนี้ได้นี่ เราเป็นชาวพุทธ เราจะสั่งสมบุญได้มาก ธัมมิกอุบาสกก็สั่งห้าม พอสั่งห้ามเสร็จ พระท่านก็กลับกัน กลับ พระกลับไป พอได้ เทวดากลับไปเรียบร้อยก็มาถามลูกๆ ว่าอ้าว ทำไมพระท่านไปไหนกันล่ะ พระท่านทำไมไม่สวดกันล่ะ ก็บอกว่าอ้าว ก็พ่อไล่ไปเมื่อกี้นี้ไม่ใช่หรือ บอกให้หยุด หยุด ก็เลย สรุปแล้วว่าธัมมิกอุบาสกก็เลยคิดว่าตัวเองพูดกับเทวดา แต่คณะสงฆ์เข้าใจว่าพูดกับตนนะ จึงเสียใจนะ แล้วก็บอกว่า ธัมมิกอุบาสกนี่ เราจะไปเห็นเป็นตัวอย่าง ตัวอย่างที่สำคัญทีเดียวนะ ธัมมิกอุบาสกเป็นตัวอย่างที่สำคัญของผู้ที่สั่งสมบุญมามาก คนที่สั่งสมบุญมามากนี่ สามารถที่จะเลือกเกิดได้ เมื่อเกิด จะไปเกิดสวรรค์ชั้นไหน มีราชรถมาเกยนะ มีวิมานมาให้ ให้เลือกนะว่าจะไปอยู่ชั้นไหน ลูกๆ ก็ไม่เชื่อกัน พวกลูกๆ ไม่เชื่อ ไม่เชื่อทำไง พ่อก็เลยบอกว่าไปหาพวงมาลัยนะ หาพวงมาลัยมา พวงมาลัยมา จะมาคล้องที่ ก็เลยถามลูกๆ ว่าเออ จะสวรรค์ชั้นไหนจะดี ก็เลยเลือกชั้นดุสิตนะ พอจะเห็นตัวอย่างของยายเรา ยายเราทำบุญมามาก สั่งสมบุญมามาก มีสวรรค์มารองรับ เป็นสมณะเทพบุตรไปนะ พอละร่างไปแล้วก็ไปเป็นสมณะเทพบุตร เพราะว่าความที่ยายสั่งสมบุญมามาก พวกเราทุกๆ ท่าน สิ่งที่เป็นมรดกตกทอดมาถึงพวกเรา ซึ่งจะต้องสืบสานต่อจากยาย ก็คือลานธรรม มหาธรรมกายเจดีย์ของเรา ซึ่งยายปรารถนาที่จะให้ลานธรรมนี้เต็มให้ไวที่สุด เพราะว่างานหยาบที่พวกเราจะต้องร่วมแรงร่วมใจกันนี้ เป็นสิ่งที่จะช่วยให้พวกเราได้แบ่งเบาภาระหน้าที่ของหลวงพ่อ ได้มีเวลาที่จะประพฤติปฏิบัติธรรมให้ยิ่งๆ ขึ้นไป เมื่อหลวงพ่อไปประพฤติปฏิบัติธรรม ได้ทำวิชชาละเอียดมากเท่าไหร่ ผลที่บังเกิดขึ้น สะท้อนกลับมาถึงพวกเรา ก็จะทำให้พวกเราได้ผลบุญนั้นอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย เพราะงั้นในวันนี้ซึ่งเป็นโอกาสดีที่พวกเราทุกๆ ท่าน ได้มาสั่งสมบุญกันด้วยการทำทาน การรักษาศีล และการเจริญภาวนา ได้มาฟังสวดพระอภิธรรมงานบุญยาย ซึ่งเป็นโอกาสดีที่เราจะได้สั่งสมบุญอันนี้ให้เต็มเม็ดเต็มหน่วย ให้เราตระหนักว่างานบุญใหญ่นี้ เป็นงานที่ท้าทายพวกเรา รอคอยพวกเราอยู่ รอคอยพวกเราทุกๆ ท่านที่จะทำให้ลานธรรมของมหาธรรมกายเจดีย์นี้เต็มให้เร็วที่สุด เท่าที่จะทำได้ ก่อนที่อาตมาภาพจะให้พวกเราได้เจริญสมาธิภาวนากันสักพักหนึ่ง เพื่อให้ระลึกถึงพระคุณของยาย ให้เราตั้งใจนั่งสมาธิเจริญภาวนากันนะ สัพเพ… หน้า PAGE 7 440423FW-AAT