ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

เรื่องเดียวเท่านั้นที่คุณยายกลัว

คุณยายอาจารย์ · เทศน์งานยาย

มิร้างรา รักพ่อมั่น มิราญรอน จากก้าวแรก ที่ผันแปร ชีวิต หามีใคร ลิขิต ทางใฝ่ฝัน ว่ารักพ่อ ไม่ย่อท้อ ทุกคืนวัน ขอตามฝัน ปณิธาน อันนานไกล ครั้นหวนมอง วันวาน ที่ผันผ่าน ปณิธาน มุ่งหยุด จนสุดสาย ถึงวันนี้ นาทีนี้ มิเสื่อมคลาย ตราบชีพวาย สานฝันพ่อ ให้เป็นจริง แม้พ่อกล้า ของข้า อยู่หนไหน ถึงหนทาง ไกลใกล้ ไม่เคยหวั่น จะขอตาม ทุกย่างก้าว รอยเท้านั้น หากรู้ว่า พ่อฉัน อยู่ที่ใด จะเป็นเปลว เทียนกล้า กลางพายุ พร้อมจะคุ ประกายไฟ ไม่เคยหวั่น จะส่องแสง ล้างล่า ปวงอาธรรม์ ตราบถึงวัน ที่จุด สุดแห่งธรรม ที่กล่าวนำขึ้นมาเช่นนี้ เพราะเหตุที่ว่าทุกครั้งที่นึกถึงความเมตตาของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ทำให้นึกสะท้อนถึงพระคุณอันยิ่งใหญ่ของคุณยายอาจารย์ ผู้เป็นบุคคลที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้งสอง ให้ความเคารพรักอย่างสูงยิ่ง และถ้าจะกล่าวว่าคุณยายอาจารย์เป็นทั้งหมดของวัดพระธรรมกาย หรืออีกนัยหนึ่งว่า ความสำเร็จที่เกิดขึ้นทั้งหมดของวัดพระธรรมกาย มีคุณยายอาจารย์เป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนั้น เพราะไม่ว่าความเป็นระเบียบเรียบร้อย กฎระเบียบวินัยต่าง ๆ คุณยายอาจารย์ท่านเป็นผู้เริ่มต้นวางไว้ ตั้งแต่เมื่อครั้งมาสร้างวัด แล้วก็ใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ จนกระทั่งเป็นวัดพระธรรมกายอยู่ในปัจจุบันนี้ คุณยายอาจารย์ท่านไม่ใช่เพียงแค่สอน แต่ท่านลงมือทำ และแนะนำขั้นตอนทุกอย่างให้กับทุกคนด้วยความเมตตา เพราะเหตุนี้คุณยายอาจารย์จึงเป็นต้นแบบในการทำความดี เป็นต้นแบบของยอดนักสร้างบารมี ด้วยความเป็นสุดยอด เป็นต้นแบบของคุณยายนี่เอง เราจึงได้มีพระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้งสองมาเป็นต้นแบบ มาเป็นผู้นำในการสร้างบารมีของพวกเรา จึงก่อให้เกิดสถานที่ปฏิบัติธรรม ที่จะพูดได้ว่าเป็นศูนย์กลางธรรมกายที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่ไม่ว่าจะใหญ่โตเพียงใดแท้ที่จริงแล้ว จุดเริ่มต้นก็มาจากคุณยายอาจารย์ของเรานี่เอง แล้วเชื่อว่าคงจะไม่มีใครปฏิเสธได้ เพราะสิ่งที่คุณยายอาจารย์ได้ทำทิ้งไว้บนพื้นแผ่นดินนี้ จะต้องถูกอนุชนรุ่นหลังกล่าวขานถึงคุณงามความดีของท่านไปอีกนับร้อย นับพัน ว่าบุคคลที่ชื่อคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง เป็นผู้ที่นำความเจริญรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนากลับคืนสู่ชาวโลกอีกครั้งหนึ่ง พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านได้เมตตา กล่าวถึงคุณธรรมของคุณยายอยู่ข้อหนึ่งว่าบุคคลที่ฝึกฝนตัวเองมาอย่างดีเยี่ยม ท่านคิดกับครูบาอาจารย์ของท่านอย่างไร ท่านปฏิบัติกับครูบาอาจารย์ของท่านอย่างไร พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านเมตตา ให้โอวาทไว้ว่าเมื่อครั้งที่ท่านมากราบยาย ยอมมอบกายถวายชีวิตมาเป็นศิษย์ของคุณยาย ได้ยินคำพูดหนึ่งจากคุณยายว่าตลอดชีวิตของยาย ตั้งแต่ออกจากบ้านมาปฏิบัติธรรมอยู่กับหลวงพ่อวัดปากน้ำ ยายกลัวอยู่เรื่องเดียวคือการไปคิดล่วงเกินครูบาอาจารย์ พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านก็ถามคุณยาย ก็เห็นยายนี่มีความเคารพในหลวงพ่อวัดปากน้ำอย่างมากนี่ ยังกลัวด้วยหรือที่จะไปคิดไม่ดีกับครูบาอาจารย์ คุณยายท่านตอบชัด ท่านบอกกลัว เพราะว่า ๑. ตัวของเราเองก็ยังมีกิเลส หลวงพ่อวัดปากน้ำแม้ท่านจะเป็นครูบาอาจารย์ของเรา ท่านตั้งใจฝึกฝนตนเองอย่างดียิ่งในตอนนั้น ท่านก็ยังมีกิเลส เราเองซึ่งเป็นศิษย์ของท่านก็ยังมีกิเลสอีกมาก โอกาสที่จะไปเห็นข้อผิดพลาดของท่านมันก็มี ถ้าเราไปเข้าใจท่านผิด หรือไปจับผิดท่าน มันก็จะเป็นตำหนิในใจ ถึงวันหลังท่านคิดถูก พูดถูก แต่ว่าเจ้าตำหนิในใจนี่ยังอยู่ เราก็จะเข้าใจท่านผิดต่อไปอีก แล้วความเข้าใจผิดของเรานี่แหละ ถึงในยามที่ครูบาอาจารย์ของเราว่ากล่าวตักเตือนด้วยความหวังดี เจ้าตำหนิในใจนี่แหละ จะขึ้นมาบังใจของเรา เพราะฉะนั้นตลอดเวลาที่คุณยายอยู่กับหลวงพ่อวัดปากน้ำ คุณยายจะหมั่นเคารพ กราบไหว้ สรรเสริญ นึกถึงพระคุณของหลวงพ่อวัดปากน้ำ แม้ว่าจะไปเห็นข้อผิดพลาดของท่าน นึกถึงแต่ว่าพระคุณของท่านนี่เหมือนฟ้าท่วมดิน เห็นข้อผิดพลาดของครูบาอาจารย์ เห็นเหมือนรอยมือที่กรีดลงไปบนผิวน้ำ ไม่ติดใจ ยกนิ้วขึ้นมา รอยนั้นก็หายไป แต่ถ้าเกิดว่าเราไม่สำนึกในพระคุณของท่าน ไม่หมั่นกราบไหว้ สรรเสริญ นึกถึงคุณความดีของครูบาอาจารย์ บังเอิญว่าไปเห็นข้อผิดพลาดของท่านเข้าจริง ๆ เจ้าตำหนิในใจนี่แหละจะขึ้นมาคอยกันเรา เราเห็นข้อผิดพลาดของท่านนี่ เห็นเหมือนรอยมีดที่กรีดลงไปบนแผ่นหิน จะลบก็ลบไม่ออก เป็นตำหนิติดอยู่ในใจอย่างนั้นแหละ ถึงในยามที่ท่านว่ากล่าวตักเตือนเราด้วยความหวังดี เจ้าตำหนิในใจนี้จะขึ้นมาบังใจของเรา ทำให้เราพลาดโอกาสที่จะได้รับคุณธรรมความดีจากครูบาอาจารย์ คุณยายท่านระมัดระวังตัวของท่านอย่างนี้ นี่ขนาดว่าฝึกฝนตัวเองมาอย่างดีเยี่ยม ท่านก็มีวิธีคิด มีวิธีปฏิบัติกับครูบาอาจารย์ของท่านอย่างนี้ มีคำพูดหนึ่งที่เคยได้ยินจากปู่ย่าตายาย ท่านใช้คำว่าดูหนังดูละคร ให้ย้อนกลับมาดูตัวเอง แต่สิ่งที่กล่าวมานี่เป็นคุณธรรมอันยิ่งใหญ่ของคุณยาย เราฟังแล้วต้องรีบคิดทีเดียวว่าแล้วเราล่ะ เราคิดกับครูบาอาจารย์ของเราอย่างไร เราปฏิบัติกับครูบาอาจารย์ของเราอย่างไร เพราะที่แน่ ๆ ก็ยังมีกิเลสด้วยกัน โอกาสที่จะเห็นข้อผิดพลาดของท่าน ถ้าเกิดว่าเราหมั่นนึกถึงคุณความดีของครูบาอาจารย์ หมั่นทำความเคารพ กราบไหว้ สรรเสริญครูบาอาจารย์บ่อย ๆ แม้เราจะเห็นข้อผิดพลาดของท่านบ้าง ก็เหมือนกับรอยนิ้วที่กรีดลงไปบนผิวน้ำ เพราะพระคุณของท่านเหมือนฟ้าท่วมดิน ยกนิ้วขึ้นมาก็ไม่ติดใจอะไร แต่ถ้าเราไม่หมั่นนึกถึงล่ะ แน่นอนข้อผิดพลาดของท่านต้องมีอยู่ เพราะท่านก็ยังไม่ได้หมดกิเลสอะไร แทนที่จะได้รับคุณธรรมความดีจากครูบาอาจารย์ เราตำหนิในใจเปรียบเหมือนกับรอยมีดที่กรีดลงไปบนแผ่นดิน จะขึ้นมาบังใจของเราทันที และเมื่อนั้นเราจะพลาดโอกาสที่จะได้รับการถ่ายทอดคุณธรรมความดีจากครูบาอาจารย์ของเรา โดยส่วนตัวหลวงพี่อยากจะกล่าวว่า ตลอดชีวิตของหลวงพี่ มีสิ่งที่ดี ๆ เกิดขึ้นในชีวิตอยู่หลายอย่าง แต่สิ่งหนึ่งที่ถือว่าทรงคุณค่าที่สุดในชีวิตของหลวงพี่คือการตัดสินใจเข้ามาบวชอยู่ที่วัดพระธรรมกาย และได้มีโอกาสมาพบพระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้งสอง ท่านเมตตาอบรมพร่ำสอนให้โอกาสเราได้ฝึกฝนตัวเอง ถึงวันนี้ก็มั่นใจว่าเส้นทางที่กำลังเดินตามแบบอย่างครูบาอาจารย์ เราจะสามารถนำพาโยมพ่อโยมแม่ให้ได้เข้าสู่ประตูสวรรค์ และมีนิพพานในที่สุดได้ แล้วกล้าพูดได้เลยว่าถ้าโยมพ่อโยมแม่ได้ยินหรือรับทราบว่าสิ่งที่ท่านกล้าที่จะเสียสละเลือดเนื้อและชีวิต ออกมาเป็นตัวแทนในการสืบทอดพระพุทธศาสนา เป็นสุดยอดของการเสียสละทีเดียว ต่อให้ใครจะเอาเงินทองมากมายแค่ไหนมาเทียบ กับการที่ท่านยอมเสียสละเลือดเนื้อและชีวิตนี้ออกมา ก็เทียบกันไม่ได้ มีบทความบทหนึ่งที่อ่านครั้งใดก็รู้สึกซาบซึ้ง ว่าผู้เขียนคงจะถอดใจเขียนกันเลยทีเดียว อ่านแล้วซาบซึ้ง รู้สึกมั่นใจว่าเส้นทางที่เราเองยอมสละเพศฆราวาส ออกมาเดินตามแบบอย่างของครูบาอาจารย์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เชื่อมั่นว่าจะสามารถกลับไปรับผู้ที่เรารักดั่งดวงใจ ให้ได้ไปอยู่ที่ที่ถือว่าเป็นความสุขนิรันดร์เลยทีเดียว บทความบทนี้มีใจความว่า หากลูกยังต้องเวียนว่ายอยู่ในวัฏสงสาร อยู่ข้างเคียงพ่อและแม่ จวบจนสิ้นชีวี ดุจจมลงสู่ก้นมหานทีไปพร้อมกัน ชาวโลกย่อมสรรเสริญอยู่ แต่ลูกจากพ่อและแม่มาในครั้งนี้ ปรารถนาที่จะสั่งสมบารมี ด้วยซึ้งแล้วว่าพระมหากรุณาธิการของพระบรมศาสดา ก่อประโยชน์ให้กับลูกและหมู่สัตว์เพียงใด ก็ดูประหนึ่งลูกจะจากไปหาความสุขเพียงผู้เดียว แม้ชาวโลกจะติฉินนินทาสักปานใด ลูกก็ปรารถนาจะให้พ่อและแม่ได้รับรู้ว่าการจากมาครั้งนี้ ลูกมีจิตแน่วแน่ที่จะแสวงหานาวา เพื่อกลับมารับผู้ที่ลูกรักดั่งดวงใจ เพื่อให้ได้ไปอยู่ ณ ที่ที่เดียวกัน ที่ไม่มีมหานทีใด ๆ ให้เราต้องเวียนว่ายอีก ถึงวันนี้ ได้หมั่นนำคุณธรรมของคุณยายอาจารย์มาทบทวน ถึงบุคคลที่มีพระคุณต่อเรา นึกทบทวนบ่อย ๆ ยังอยากจะหาโอกาสที่จะแสดงความกตัญญูกับท่าน เหมือนดังที่ท่านทั้งหลายได้เดินทางมาร่วมงานฟังสวดพระอภิธรรม ได้มีโอกาสมาทำความเคารพกราบไหว้ หมั่นนึกถึงทบทวนคุณความดีของคุณยายอาจารย์บ่อย ๆ และอีกไม่กี่วันข้างหน้าจะมีความอัศจรรย์ของโลกเกิดขึ้น ที่ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นได้ง่าย กับการที่จะมีพระภิกษุสามเณร ที่ถือว่าเป็นผู้สืบทอดอายุของพระพุทธศาสนา มาเป็นเนื้อนาบุญให้เรา สิ่งที่คุณยายอาจารย์ปรารถนาไว้ว่าอยากจะเผยแผ่วิชชาธรรมกายไปทั่วโลก ก็คงไม่ไกลเกินจริง นับว่าเป็นโอกาสของพวกเรา ที่จะได้สร้างมหาทานบารมีกับพระภิกษุสามเณรเป็นแสน ๆ รูป ถ้า ๑ วัน เราทำบุญกับพระ ๙ รูป เราต้องใช้เวลาถึง ๓๐ ปี กว่าจะมีพระภิกษุเป็นแสนรูปให้กับเรา ถ้าเราตักบาตรพระทุกวันไม่ขาดเลย เราต้องใช้เวลา ๒๐๐ กว่าปี กว่าจะได้เนื้อนาบุญถึงแสนรูปให้กับเรา แต่ในวันนั้นจะมีพระภิกษุสามเณรมาเป็นแสน ๆ ให้โอกาสเราได้มีโอกาสสร้างสุดยอดแห่งมหาทานบารมี เราได้มีโอกาสไปชักชวนบุคคลที่เรารัก ให้เขามาเห็นภาพอันยอดเยี่ยมที่ถือว่าเป็นทัสสนานุตตริยะ เราได้มีโอกาสถวายทานให้กับพระภิกษุเป็นแสน ๆ รูป ก็ถือว่าเราได้สร้างสุดยอดมหาทานบารมีให้กับเรา และถ้าเกิดพระพุทธศาสนาเผยแผ่ออกไปกว้างไกลเพียงใด เราก็เป็นผู้ที่เป็นกำลังสำคัญในการที่จะเผยแผ่พระพุทธศาสนานั้น หน้าที่อันยิ่งใหญ่เหมาะสมกับผู้ที่มีกำลังใจอันสูงส่งอย่างท่านทั้งหลาย ใครจะสู้ ถ้าท่านไม่ต่อสู้ ใครจะรู้ ถ้าท่านไม่ศึกษา ใครจะช่วย ถ้าท่านไม่เมตตา ใครจะกล้า ถ้าท่านไม่ลงมือ ถ้าท่านสู้ พวกเขาจะสู้ด้วย ถ้าท่านช่วย พวกเขาจะนับถือ ถ้าท่านรัก พวกเขาจะร่ำลือ ถ้าท่านสู้ พวกเขาจะปลอดภัย ท่านเกิดมา เพื่อกอบกู้พระศาสนา ท่านเกิดมา เพื่อปัญญาสว่างไสว ท่านเกิดมา เพื่อบูชาพระรัตนตรัย ท่านเกิดมา เพื่อช่วยให้ชาติไทยเจริญ สู้ สู้ สู้ ให้โลกรู้ สู้ไม่ถอย สู้ สู้ สู้ ใครเหงาหงอย คอยสรรเสริญ สู้ สู้ สู้ ต่ออุปสรรคที่มาเผชิญ สู้ สู้ สู้ แม้ใครเมิน เราลูกหลาน หลานของยาย ยังคงสู้เอง ก็ท้ายที่สุดนี้ ขอเรียนเชิญทุกท่านนั่งหลับตา ทำสมาธิภาวนากันสักครู่หนึ่งนะ เราก็รวมใจของเราหยุด รวมใจของเราให้นิ่ง ลงไปในกลาง ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ของเรา อย่างเบาสบายนะ ให้เราตรึกระลึกนึกถึงบุญที่เกิดขึ้นจากการที่เราได้เดินทางมาร่วมงานฟังสวดพระอภิธรรม เราได้มีโอกาสมาแสดงความเคารพ มากราบไหว้ กล่าวสรรเสริญคุณความดีของคุณยายอาจารย์ของเรา ได้ทำตามแบบอย่างคุณธรรมอันยิ่งใหญ่ของคุณยาย ให้เรานึกถึงบุญที่เกิดขึ้นของเรา ลงไปในศูนย์กลางกายของเรา *********************************** จบ ***********************************