ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

ทำอย่างที่พูด พูดอย่างที่ทำ

คุณยายอาจารย์ · เทศน์งานยาย

(เริ่มม้วน 1/A) พระวิชัย : ขอนอบน้อมแด่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ เป็นทั้งที่พึ่งและที่ระลึก และเป็นครูของมนุษย์และเทวาทั้งหลายด้วยเศียรเกล้า ขอกราบแทบเท้าพระมหาเถระ พระเถรานุเถระ นมัสการเพื่อนสหธรรมิกทุกๆ รูป บัดนี้กระผมขอโอกาสบรรยายพร เจริญพรทั้งสามเณร อุบาสก อุบาสิกา ผู้เป็นลูกหลวงพ่อและหลานคุณยายทุกๆ ท่านนะ (สาธุ) ท่านทั้งหลาย จงหยุดฟัง ทางนี้ก่อน อย่ารีบจร จากคุณยาย หันกายหนี ลูกหลานยาย ผู้ยิ่งด้วย บารมี เชิญนั่งที่ ฟังเชิดชู บูชายาย อันบุญทาน การกุศล ควรทำเถอะ เราตายเกิด ชาติไหนๆ ไม่หมองศรี รูปจะงาม รวยทรัพย์ ปัญญามี เป็นคนดี พร้อมได้ ทั้งกายใจ การเกิดแก่ เจ็บตาย ให้พินิจ ควรตรึกคิด ตรองไว้ ในทุกผู้ ทั้งเศรษฐี ยาจก ทาส ปราชญ์วิญญู ใครจะอยู่ พ้นตาย นั้นไม่มี เมื่อตายแล้ว ก็เวียนเกิด กำเนิดใหม่ ท่องเที่ยวไป ในสงสาร หมดทางหนี ตายแล้วเกิด เกิดแล้วตาย แต่ละที จะเกิดดี ตายดี อยู่ที่กรรม ถ้าทำดี มีบุญ คอยหนุนช่วย เอื้ออำนวย กุศลชุบ อุปถัมภ์ พ้นเปรตสัตว์ อสุรา กุศลนำ ช่วยจุนค้ำ สู่สวรรค์ ขั้นนิพพาน ถ้าทำชั่ว จะพาตัว ไปสู่ทุกข์ เข้าบันบุก ในนรก แดนสถาน ต้องทนทุกข์ เวทนา สุดประมาณ ขอเชิญท่าน หญิงชาย สร้างความดี อันศีลทาน ภาวนา อุตส่าห์สร้าง หมั่นปล่อยวาง สังขาร ในทุกที่ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ท่านจงชี้ หนทางนี้ ใครเดินอยู่ สู่นิพพาน จะช้าเร็ว อยู่ที่สร้าง การกุศล บำเพ็ญตน ภาวนา กรรมฐาน กิเลส ตัณหา อุปาทาน จิตฟุ้งซ่าน ใจเศร้าหมอง อย่าให้มี เอาศีลธรรม ถือประจำ ในชีวิต บำเพ็ญจิต ภาวนา ละหลีกหนี ตัวกิเลส โลภโกรธหลง อย่าให้มี ทั้งหมดนี้ ท่านชี้ไว้ ในพระธรรม การฟังธรรม นำพาใจ ให้ใสสุข ก่อเกิดหยุด หยุดในหยุด สุขสดใส กายพลันเกิด น้อมนำบุญ ให้คุณยาย น้อมถวาย บูชาครู สุขแห่งธรรม ***ปูชา จะ ปูชนียานัง เอตังมัง คละมุตะมัง การบูชาบุคคลที่ควรบูชานั้น เป็นมงคลอย่างยิ่ง บูชาใดก็ตามที่พึงบูชาท่านผู้ที่อบรมกันแล้ว แม้เพียงครู่เดียว การบูชาของท่านนั้นจะประเสริฐกว่าการที่บูชาโลกียมหาชนด้วยทรัพย์เดือนละพันตลอดร้อยปี การบูชาก็คือการที่พวกเรานี่ แสดงอาการนอบน้อม ยกย่องเชิดชู สรรเสริญด้วยความจริงใจ ต่อท่านผู้ที่มีพระคุณ หรือผู้ที่ควรแก่การบูชาด้วยความจริงใจ ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ที่ต่อหน้านั้นก็หมายถึงต่อหน้าท่าน เราก็แสดงอาการกิริยาออกในการนอบน้อม ปฏิบัติตามคุณธรรมที่มีอยู่ในตัวของท่าน น้อมนำคุณธรรมของท่านอันดีงามนั้นมาอยู่ในตัวเรา ที่ว่าลับหลังนั้นเมื่อไม่ได้อยู่ต่อหน้าท่านก็ตาม เราก็จะคอยตรึกระลึกนึกถึงคุณธรรมของท่าน แล้วก็เอาคุณความดีของท่าน อย่างเช่นของคุณยายมาใส่ไว้ในตัวของเรา การที่เราเอาใจของเราไปผูกพันธ์กับคุณธรรมของท่านที่ควรบูชานี้ ก็จะทำให้ใจของเรานั้นสูงขึ้นอยู่เสมอ จะไม่ตกต่ำไปในทางที่ไม่ดี บุคคลที่ควรบูชานั้นก็คือบุคคลที่มีคุณความดีในตัว ควรค่าแก่การยกย่อง ควรค่าแก่การนับถือ ควรค่าแก่การสรรเสริญเชิดชู อย่างเช่นคุณยายของเรา บุคคลที่เราจะบูชานี้มีหลายจำพวก หรือว่าหลายประเภทด้วยกัน เช่นองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ทรงเป็นผู้ประเสริฐสุดในโลก เป็นผู้ไกลจากกิเลส ตัวของพระองค์เอง กว่าบำเพ็ญเพียรบารมีได้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านต้องใช้ความอดทนในการสร้างบารมีมานานแสนนาน ในกัปนี้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรา ท่านทรงพระนามว่าพระโคดม พระสมณโคดม ตัวท่านเองต้องบำเพ็ญบารมีถึง ๔ อสงไขยกับแสนมหากัป เมื่อท่านบำเพ็ญบารมีแล้ว ท่านบรรลุธรรมแล้ว สิ่งที่ท่านมีก็คือพระกรุณาต่อสัตวโลกทั้งหลาย ถ้าเกิดท่านจะไปคนเดียว แต่การที่ว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้านี้ ท่านปรารถนาอยู่แล้วที่จะโปรดสัตว์โลก รื้อสัตว์ขนสัตว์ ให้ไปสู่พระนิพพาน ต่อมา ก็คือพระสงฆ์ พระสงฆ์คือบุคคลที่เราควรเคารพบูชา เพราะท่านปฏิบัติตามคำสั่งสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วท่านก็ประพฤติปฏิบัติตัวให้เกิดคุณธรรมในตัวของท่าน เมื่อเกิดแล้ว ท่านก็นำสิ่งที่ท่านได้เรียนรู้ได้ประพฤติปฏิบัตินั้นมาสั่งสอนญาติโยมทั้งหลาย ให้ได้เกิดความสุข ความเจริญ ให้ได้นำไปสู่ในหนทางที่ถูก ให้พ้นอบาย พระสงฆ์ที่เรารู้จักและคุ้นเคยและมักรู้จักกันดีเช่น พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ของเรา พระเดชพระคุณหลวงพ่อนั้นมีพระคุณมากล้นคณานับต่อมวลสรรสัตวโลกทั้งหลาย ตัวของพระเดชพระคุณหลวงพ่อเอง หลังจากที่ท่านได้บวช ท่านก็ค้นคว้าหาวิธีการที่จะเข้าถึงธรรม ธรรมกายนั้นได้สูญหายไปถึง ๒,๕๐๐ ปีแล้ว แต่ด้วยมโนปณิธานอันมุ่งมั่นของพระเดชพระคุณหลวงพ่อท่าน ท่านได้ยอมสละชีวิต เอาชีวิตเป็นเดิมพัน แล้วก็นำวิชชาธรรมกายนี้กลับคืนมา เมื่อท่านได้แล้ว ท่านก็มีพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ต่อสัตวโลก ท่านนำมาสอนพวกเราทั้งหลาย เมื่อสอนแล้ว ท่านยังคิดยิ่งกว่านั้น คือท่านต้องตั้งโรงงานทำวิชชา ที่จะค้นวิชชาละเอียด คือวิชชาธรรมกายเพื่อที่จะไปปราบมาร อีกท่านที่เรารักเคารพบูชามาก ก็คือพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยของพวกเราทุกๆ คน พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยนั้น ท่านงดงามทั้งภายในและภายนอก กิริยาศีลาจารวัตร เราเพียงแค่เห็น เราก็ปลื้มปีติ หลวงพ่อท่านนั้นบุญบารมียิ่งใหญ่มากมายนับอนันต์ แต่ทุกวันนี้พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านต้องมาเหนื่อย คอยช่วยเราทั้งนั้น เนื่องด้วยว่าบุญบารมีของพระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านมากมายนี่แหละ ท่านต้องการที่จะช่วยพวกเราทุกๆ คน เพราะว่าท่านมีมโนปณิธานอันยิ่งใหญ่ที่สุดคือจะรื้อสัตว์ขนสัตว์ เข้าสู่พระนิพพานให้หมด ใจของพระเดชพระคุณหลวงพ่อก็เลยจะพาพวกเราไปพร้อมๆ กัน งานบุญของวัดแต่ละอย่างนั้น พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านได้คิด ได้ตรึก ได้พินิจพิเคราะห์พิจารณา ไตร่ตรองเลือกสรรไว้ดีแล้ว ว่าสิ่งที่พวกเราทำนี้ จะเป็นบุญ เป็นกุศลอันยิ่งใหญ่ ที่จะให้พวกเรานั้นเกิดบุญเกิดบารมีอย่างยิ่ง เพื่อที่จะได้ให้ติดตามท่านไป และตัวของพวกเราเองนั้นก็จะได้สร้างบุญสร้างบารมีได้อย่างเต็มที่กับสมที่เกิดมาเพื่อสร้างบารมี และที่เกิดเป็นมนุษย์ เมื่อเรารู้ถึงว่าบุคคลใดที่ควรบูชา นอกจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระสงฆ์ บุคคลที่เราควรเคารพบูชาอีกก็คือพระมหากษัตริย์ บิดามารดา คุณครูอุปัชฌาย์อาจารย์ ผู้ที่ท่านมีพระคุณประพฤติดี มีศีลธรรม มีคุณธรรม ที่เราสามารถยกย่องและน้อมนำมาเป็นตัวอย่างได้ ตัวอย่างครูบาอาจารย์ที่เราเคารพรักกัน และเราแสดงออกอยู่สม่ำเสมอในทุกวันนี้ก็คือมหารัตนอุบาสิกา จันทร์ ขนนกยูง คุณยายอาจารย์ของเรา ตัวหลวงพี่เองนั้นเคยได้ยิน พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยท่านเล่าเกี่ยวกับเรื่องของคุณยายให้ฟัง ตัวหลวงพ่อธัมมชโยนั้นท่านเล่าว่าท่านพบคุณยายครั้งแรกนั้น ตอนนั้นนี่คุณยายท่านอายุได้ ๕๓ ปี ตัวของพระเดชพระคุณหลวงพ่อเองท่านอายุได้ ๑๙ ปี ในยามนั้นหลวงพ่อท่านเล่าว่าคุณยายท่านมีความทรงจำอันดีอยู่ ท่านยังเล่าเรื่องปฏิปทาการดำเนินชีวิตของคุณยายท่านเองให้พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านฟัง ซึ่งพวกเราก็ได้ทราบประวัติของคุณยายท่านดี จากบันทึกต่างๆ ที่มีไว้ แต่สิ่งที่พวกเราได้อ่านได้พบได้เห็นนั้น มันเป็นเพียงสิ่งเล็กน้อยที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านได้พบได้เห็น มีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านได้พบ ตัวของพระเดชพระคุณหลวงพ่อนั้น ท่านบอกว่ายามใดที่เรากล่าวถึงเรื่องของคุณยาย แม้จะเป็นเรื่องเก่าก็ตาม จะนำมาเล่าใหม่ก็ตาม แต่สิ่งนั้นจะทำให้เรานั้นจิตใจสูงขึ้น ถูกยกให้สูงขึ้น เป็นการขัดเกลาไป สิ่งที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านเห็นในตัวของคุณยายนั้น ท่านไม่เคยเห็นคุณยายท้อแท้ ท้อถอยเลย หรือกำลังใจตก มีแต่จะเพิ่มพูนสูงขึ้นอยู่เรื่อยๆ ซึ่งตรงข้ามกับสังขารของคุณยายที่มีแต่เสื่อมถอยลงไปเรื่อยๆ หลวงพ่อท่านไม่เคยได้ยินจากคุณยาย คำว่าไม่มี ไม่เป็น ไม่ได้ คำเหล่านี้อะไรทำนองนี้ ท่านไม่เคยได้ยิน ท่านได้ยินแต่คำว่าสำเร็จ คำว่ามี นี่คือสิ่งที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านพบเห็นมาตลอดระยะเวลาประมาณ ๓๐ กว่าปี พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านพูดว่าคุณยายเป็นคนที่พูดอย่างไรก็ทำอย่างนั้น ทำอย่างไรก็พูดอย่างนั้น ตอนที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านพบคุณยายใหม่ๆ หลวงพ่อท่านอาจจะมองคุณยายแตกต่างจากคนอื่นๆ ที่มองคุณยาย ถ้าเราเพียงดูภายนอกของคุณยาย ก็จะเหมือนกับผู้เฒ่าที่ผอมบาง ตัวสะพรั่งไปด้วยเส้นเอ็น แต่คุณยายนั้นแตกต่างจากบุคคลอื่นก็คือคุณยายมีดวงตาที่สดใส เด็ดเดี่ยว บริสุทธิ์ เหมือนกับจะเป็นสิ่งที่สะท้อน คุณธรรมในใจของคุณยายท่านออกมาให้เราได้รับรู้ และด้วยเหตุนี้เองที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านได้เห็น ท่านก็มีคำตอบให้ตัวของตัวท่านเองว่านี่แหละถึงแล้ว ถึงที่สุดที่เราแสวงหา บุคคลผู้นี้จะเป็นครู เป็นอาจารย์ของเรา จะเป็นผู้ชี้นำชีวิตของเราให้ถึงเป้าหมายปลายทางที่เราตั้งหมายไว้ พระเดชพระคุณหลวงพ่อนั้นท่านเกิดความรู้สึกว่าคุณยายนี่แหละต้องเป็นครูอาจารย์ของท่าน และนี่ก็คือที่สุด คนเช่นคุณยายหาได้ไม่ง่ายในโลกนี้ ตัวของหลวงพ่อท่านเลยได้มอบตัวของท่าน มอบให้เป็นศิษย์แก่คุณยาย ตอนนั้นท่านอายุได้ ๑๙ ปี คุณธรรมต่างๆ ที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านได้พบคุณยายได้พบคุณยายในวันแรกนั้น หลวงพ่อท่านก็ได้สังเกตเห็น สิ่งแรกที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อได้สังเกตเห็นก็เหมือนกับพวกเราลูกๆ หลานๆ ยายที่ได้เห็น นั่นก็คือความสะอาดสะอ้าน ความสะอาดของสิ่งแวดล้อม ความสะอาดของที่พัก ที่อยู่อาศัย ดูเป็นระบบระเบียบ ดูสวยงาม ทำด้วยวัสดุที่เรียบง่าย บางชิ้นบางอย่างก็เป็นสิ่งของที่เขาทิ้งไว้ในขยะ ในกองขยะ แต่คุณยายท่านก็สามารถนำกลับมา เช็ดถูทำความสะอาดอย่างดี ปรับปรุงจนใช้ใหม่ได้ หลวงพ่อท่านเป็นคนละเอียด จะเลือกอาจารย์ทั้งที ท่านค่อยๆ ดู ท่านดูตั้งแต่ความสะอาดของสิ่งแวดล้อม กุฏิที่พัก เสนาสนะ ที่อยู่อาศัย แล้วท่านก็เริ่มไปมองอาภรณ์เครื่องนุ่งห่มของคุณยายอาจารย์ อาภรณ์ของท่านที่นุ่งห่มนั้นสะอาด ปราศจากรอยยับย่น ไม่มีรอยเลอะเทอะ สกปรกนิดหนึ่งก็ไม่มี มีแต่ความสะอาด แล้วก็เรียบง่าย เรียบง่าย หลวงพ่อท่านก็ดูต่อไปถึงผิวพรรณวรรณะของคุณยาย คุณยายนี่ถึงตัวท่านนี่นะอยู่วัยนั้นนี่ ท่านจะมีอยู่ ๕๓ ปี ตัวสะพรั่งไปด้วยเส้นเอ็น แต่ผิวพรรณของท่านนี่ผ่องใส ดูมีน้ำมีนวล ดวงตาของคุณยายนั้นสดใส มองแล้วนี่เหมือนกับจะส่งกระแสแห่งความบริสุทธิ์ออกมาตลอดเวลา คำถามต่างๆ ที่มีอยู่ในใจของพระเดชพระคุณหลวงพ่อที่จะไปถามท่านนี่ ดูเหมือนว่าไม่ต้องตอบ แล้วก็ไม่ต้องถาม เหมือนกับได้คำตอบจากกระแสแห่งความบริสุทธิ์ที่ออกมาจากในตัว และอัปกิริยานิ่งๆ ของคุณยายนั่นเอง อาการอย่างนี้ อาการเหล่านี้เราทุกๆ คนนี่ หรือว่าหลายๆ ท่านอาจจะเคยได้พบได้เห็นด้วยตาของพวกเรากันเอง พระเดชพระคุณหลวงพ่อนั้นท่านได้สังเกตถึงเรื่องต่อมา นอกจากภายนอกแล้ว ท่านก็มองถึงอากัปกิริยาคือถ้อยคำ คำพูดของคุณยาย ถ้อยคำของคุณยายนั้น ตั้งแต่เจอกันวันแรก จนกระทั่งวันที่ท่านเล่าให้ฟัง ท่านบอกว่าถ้อยคำของคุณยายนั้นไม่เคยเปลี่ยน คุณยายท่านพูดนี่ ท่านจะพูดแต่เรื่องของธรรมะ และการสร้างบารมี คุณยายไม่เคยกล่าวในสิ่งที่ไม่ดีเลย ตัวหลวงพ่อเองไม่เคยถูกคุณยายดุ แล้วก็ไม่เคยได้รับคำชม ท่านบอกไว้อย่างนี้ว่าตัวท่านเองนี่ คำชมท่านก็ไม่เคยได้ยิน คำติท่านก็ไม่เคยได้ยิน แต่ท่านได้ยินแต่คำสั่งสอนของคุณยาย ถ้าทำอะไรไม่ถูก ทำอะไรไม่ควร คุณยายท่านก็จะสั่งสอน แต่ท่านไม่ตำหนิ คุณยายท่านก็จะพูดว่าอย่าทำอย่างนี้ มันจะเป็นบาปติดตัวไปในภพเบื้องหน้า จะเสียบุญเสียบารมี ถ้าทำอย่างนี้เป็นความดี จะเป็นบุญเป็นบารมีของเรา เราควรทำ เพราะฉะนั้นคำชมท่านก็ไม่ได้ยินจากคุณยายเลย แต่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านมักจะได้ยินจากคนอื่นๆ ที่คุณยายท่านพูดผ่านไปให้เขารับรู้ คุณยายท่านพูดนี่จะมีแต่คำสั่งสอนทั้งเรื่องหยาบและเรื่องละเอียด สิ่งที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อนี่ท่านได้ยินได้ฟังจากคุณยายทุกครั้ง จะทำให้พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านมีกำลังใจในการสร้างบารมี ท่านบอกว่าเวลาท่านเข้าใกล้คุณยาย ท่านจะเกิดความรู้สึกร่มเย็น จิตใจของท่านจะถูกขัดเกลาให้สะอาดอยู่เสมอ แม้คุณยายท่านไม่ได้ทำอะไรเลยนะ คุณยายท่านจะนั่งอยู่เฉยๆ ของท่านอย่างนั้นน่ะ พอเข้าใกล้แล้วนี่ ตัวของเราเองนี่จะต้องมีสติ สติมันจะเกิดขึ้นเองเป็นมหาสติ เพราะอะไร เพราะกลัวว่าคุณยายท่านจะร่วมรู้ความรู้สึกนึกคิดของเรา ซึ่งยังเป็นผู้ฝึกฝนอยู่ ซึ่งยังเป็นปุถุชนผู้ฝึกฝนตนอยู่นั่นเอง เมื่อขณะที่เราเข้าใกล้ และมีสติอยู่อย่างนั้น การที่เรามีสตินั้นก็ทำให้เกิดปัญญา สิ่งที่คุณยายสอนมา แนะนำตักเตือนอยู่ตลอดเวลานั้น ทั้งเรื่องหยาบและเรื่องละเอียด เราก็เลยได้สามารถรับรู้ไปเลย ถ้อยคำต่อมาที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านมองเห็นก็คือถ้อยคำของคุณยายที่พูดออกมานั้นสั้น กระชับ แล้วก็กระทัดรัด เรียกว่าเป็นที่สุดแห่งถ้อยคำ คำว่าที่สุดแห่งถ้อยคำนี้ ก็หมายถึงว่าเมื่อคุณยายท่านพูดออกมาแล้วนี่ เราจะไม่มีคำถามต่อเลย เราจะหายสงสัย ดูเหมือนว่าเปรียบเสมือนกับเราเดินออกจากที่มืดไปสู่ที่สว่างฉันนั้นเลย ทำให้เราเห็นแจ้งด้วยถ้อยคำสั้นๆ นั้นแหละ สั้น กระชับ กะทัดรัด เป็นถ้อยความที่ตรงไปตรงมา ไม่หวาน แต่ก็ตรง ซื่อ ตรงเป็นความจริงแท้ นี่คือถ้อยคำของคุณยาย แล้วท่านก็พูดข้ามชาติ เรื่องข้ามชาตินี่พระเดชพระคุณหลวงพ่อนี่ท่านได้พบได้เห็นอยู่บ่อยๆ เวลาคุณยายพูดนี่ ท่านจะพูดถึงเรื่องพูดข้ามชาติ พูดในปัจจุบันนี้ แล้วก็พูดไปถึงในอนาคตนั้น คุณยายเป็นบุคคลที่ไม่เคยนินทาใคร พระเดชพระคุณหลวงพ่อตัวท่านเองยืนยันว่าท่านไม่เคยได้ยินคำนินทาจากคุณยายเลย การนินทาเป็นธรรมดาของมนุษย์ปุถุชนทั้งหลายทั้งชายและหญิง โดยเฉพาะท่านผู้หญิง แต่คุณยาย พระเดชพระคุณหลวงพ่อ ท่านบอกว่าท่านไม่เคยได้ยินเลย เคยมีอยู่ครั้งหนึ่งมีคนมากล่าวร้ายคุณยาย มายืนพูดจา พูดจาที่หยาบคายต่อคุณยาย ซึ่งถ้อยคำนี่เป็นภาษาตลาด ไม่เหมาะที่จะพูดกับผู้ทรงศีล ผู้ที่มีความประพฤติปฏิบัติ และผู้มีศีลธรรมอันประเสริฐอย่างเช่นคุณยายอุบาสิกาจันทร์ของเรา ในขณะนั้นเขามายืนพูด มาว่า หลวงพ่อท่านอยู่ด้วย แล้วท่านก็นั่งแล้วท่านก็มอง ท่านมองดูแล้วท่านก็นึกในใจ ท่านว่า ท่านจะดูว่าคุณยายท่านจะทำอย่างไร จะตอบโต้กลับด้วยวิธีการเดียวกัน หรือท่านจะทำอย่างไร แต่สิ่งที่เกิดขึ้น ที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านเห็นก็คือเป็นสิ่งที่ทำให้หลวงพ่อนั้นน่ะได้รับความรู้เพิ่มขึ้น อัศจรรย์เลื่อมใส นี่คือคำพูดของหลวงพ่อที่ท่านพูด ท่านรู้สึกอัศจรรย์เลื่อมใส และไม่คิดว่าจะมีคนอย่างนี้อยู่ในโลก คนอย่างเช่นคุณยายนี้ ขณะที่คุณยายท่านได้ยินถ้อยคำที่มีคนมาบริภาษท่านนั้น คุณยายท่านก็นั่งนิ่งๆ แล้วท่านก็พูดออกไปประโยคหนึ่ง แล้วท่านก็ทำอย่างที่ท่านพูด ท่านพูดว่าเออ หน้าที่เธอ เธอด่าไป เธอด่าฉันไปเถอะ ฉันจะนั่งเข้าที่ฟัง แล้วคุณยายก็ทำแบบนั้น ไม่ช้าบุคคลที่มาบริภาษท่านก็กลับไปเอง นี่คือสิ่งที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านได้เห็น ได้ยิน ได้ฟังมาโดยตลอดด้วยตัวของท่านเอง หลวงพ่อท่านสังเกตถึงการใช้ของของคุณยาย ท่านบอกว่าแม้วัตถุสิ่งของต่างๆ ที่คนนำมาถวาย ถุงกระดาษที่ท่าน มีคนนำมาถวาย ใส่ผลไม้มา หรือว่าเป็นถุงที่ใส่ของสิ่งใดมาก็ตาม เมื่อคุณยายนำสิ่งของนั้นออกจากถุงแล้ว คุณยายก็จะเอากรรไกรนี่มาตัดกระดาษนั้นให้เป็นระเบียบ เป็นระบบ เป็นระเบียบเรียบร้อย คำว่าเป็นระบบระเบียบ หลวงพ่อท่านอธิบายว่าคือตัดแล้วนี่ กระดาษนี่เป็นรูปสี่เหลี่ยม มีมุมเป็นจตุรัสทั้ง ๔ มุม แล้วคุณยายท่านก็จะเรียงซ้อนกัน แล้วท่านก็จะเอากระโถนของท่านนี่วางทับกระดาษตรงนั้นเอาไว้ เมื่อถึงคราวจะใช้ คุณยายก็จะหยิบกระดาษชิ้นนี้วางไว้ในกระโถน ถึงคราวที่ท่านต้องทิ้งหรือว่าบ้วนสิ่งของออกมา เวลาท่านบ้วนปุ๊ป ท่านก็จะหยิบกระดาษนี้ห่อ แล้วท่านก็ทิ้งในถังขยะ ก็เลยทำให้กระโถนตรงนี้ทำความสะอาดได้ง่าย ไม่สกปรกมาก เรื่องอีกเรื่องหนึ่ง ที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านได้พบและอัศจรรย์ใจก็คือ คุณยายของเรานี่ ท่านนั่งตรงไหน ท่านก็นอนตรงนั้น ท่านนอนตรงไหน ท่านก็รับแขกตรงนั้น ที่นั่งธรรมะของคุณยายก็ตรงนั้น ที่นอนก็ตรงนั้น ที่รับแขกก็ตรงนั้น ที่เดียว ที่เดิม ไม่มีที่ใด สะอาด สะอ้าน เกลี้ยงเกลาและเป็นระเบียบ หยูกยาต่างๆ ที่หลวงพ่อท่านเห็นนั้นจะถูกเก็บเรียงไว้อยู่ในตู้ข้างฝาที่ทำเป็นตู้เล็กๆ ไม่มีฝาปิด ขวดยาต่างๆ นี่จะถูกจัดเรียงกันไว้ จัดเรียงตามลำดับเหมือนเป็นพี่เป็นน้องกัน ไม่มีการลัดหลั่นกันเลย จากเล็กไปใหญ่ จากสูงไปต่ำ เรียงกันไปอย่างนี้ ข้าวของของคุณยายนี่เป็นระเบียบ ย่อมสะท้อนถึงธรรมะภายในของคุณยาย คราวนี้มาดูวิธีการรับแขก หลวงพ่อท่านก็มองดูว่าคุณยายท่านจะรับแขกยังไง การรับแขกของคุณยายนั้น ส่วนใหญ่คนที่จะมากราบคุณยาย มักจะมาขอความช่วยเหลือคุณยาย เวลามากราบก็มาขอบุญบารมีคุณยายให้ช่วยเหลือ ทั้งคนที่มีชีวิตอยู่ และก็คนที่ลับโลกนี้ไปแล้ว คนที่มีชีวิตอยู่ ส่วนใหญ่ที่เขามาขอความช่วยเหลือก็คือเป็นเรื่องของทุกข์ โศก โรคภัยไข้เจ็บ ภยันตรายต่างๆ ที่มาขอให้คุณยายช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเรื่องปัญหาชีวิตในครอบครัว ในธุรกิจการงานต่างๆ ก็ตาม แม้กระทั่งเรื่องของผู้ที่ลับลาโลกนี้ไปแล้ว วิธีการรับแขกของท่าน คุณยายท่านก็จะนั่งนิ่งๆ แล้วก็ฟัง ฟังจนเขาเล่าจบ ฟังจนเล่าจบ แล้วคุณยายท่านก็จะบอกคนที่มาเล่า หรือว่ามาขอความช่วยเหลือนั้นน่ะให้นั่งธรรมะ ท่านพูดสั้นๆ ว่า คุณนั่งสมาธิภาวนา สัมมา อะระหัง ไปนะ เพียงเท่านี้เอง นี่คืออากัปกิริยาของคุณยายท่าน ที่ท่านรับแขกที่หลวงพ่อท่านสังเกตเห็น คุณยายนี่เป็นบุคคลที่ฝึกฝนอบรมตัวมาตลอด หลวงพ่อท่านกล่าวว่าเยี่ยม ท่านอบรมตัวท่านมาตลอดเวลาอย่างดีทีเดียว ท่านทำความเพียร ทำความละเอียดเข้าไปภายในเรื่อยๆ ในตัวของคุณยายเองนะเปรียบประดุจดั่งพระเจดีย์ พระเจดีย์ที่เป็นที่ประดิษฐานของพระรัตนตรัย มีทั้งความบริสุทธิ์ มีทั้งความสะอาด กายของท่านเป็นที่รองรับวิชชาธรรมกายอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นกายของท่านจึงเป็นที่รองรับของผู้รู้ทั้งหลายที่จะทำหน้าที่ที่จะไปให้ถึงที่สุดแห่งธรรม แล้วก็ที่จะทำหน้าที่ปราบมารอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น พวกเราที่มาในวันนี้ ท่านใดก็ตามที่เป็นบุคคลแล้วรู้ว่าบุญนั้นมีประโยชน์ มีคุณค่า พึงแสวงหาบุญ มีความปรารถนาในบุญ เพราะเรารู้ว่าบุญนั้นเป็นบ่อเกิดแห่งความสุข และความสำเร็จทั้งหลาย ก่อให้เกิดความสำเร็จตั้งแต่ปุถุชนธรรมดาจนกระทั่งถึงพระอริยเจ้า ให้เราพึงแสวงหาจากเนื้อนาบุญนี้เถอะ คือจากคุณยาย เนื้อนาบุญนั้นก็คือพระธรรมกายในตัวของคุณยาย องค์หนึ่งก็เป็นเนื้อนาบุญอันเลิศ ที่จะให้ผลต่อผู้ที่เคารพเลื่อมใสและศรัทธา บริจาคทรัพย์ด้วยศรัทธา ผู้ที่ทำบุญกับท่านอย่างเต็มเปี่ยมนั้น ใจจรดถึงคุณยาย ก็จะเหมือนกับการที่เราชาร์ดแบตเตอรี่อย่างนั้น จะเต็มเปี่ยมบุญบารมีเราจะเต็มเปี่ยม จะทำให้เรามีความสุขไปทุกภพทุกชาติ ถ้าใครอยากได้บุญ ที่ถูกจุดแห่งบุญในวาระนี้ พึงทำกับคุณยายเสียเถอะ นาขบุญที่ว่าเลิศ ที่ขยายเต็มโลก เต็มพื้นที่โลก ที่ว่าเราจะเอามาเรียงชิดติดต่อกันไปเรื่อยๆ เรื่อยไปเลย จนไม่มีขอบเขตนั้น นั่น (หมดม้วน 1/A) (เริ่มม้วน 1/B) บุคคลที่ควรแก่การบูชาดั่งเช่นคุณยายจันทร์ของเรา เรามองดูเบื้องหน้าของเรานี้ คุณยายท่านบัดนี้ท่านได้จากเรา แต่จากเพียงร่างกายเท่านั้น ใจท่านจะอยู่กับพวกเราทุกๆ คน ใครที่คิดถึงคุณยาย คุณยายก็จะอยู่ด้วย ท่านได้ทำหน้าที่ของท่านสมบูรณ์ สมกับเป็นยอดนักรบแห่งกองทัพธรรม ในวันที่ท่านกลับ ท่านกลับด้วยรอยยิ้ม รอยยิ้มอยู่บนใบหน้า แสดงบ่งบอกถึงชัยชนะที่ท่านได้รับเหนือพญามาร ท่านกลับด้วยบุญบารมีที่เต็มเปี่ยมที่ไม่น้อยหน้าใครๆ เลย กลับบ้านของท่านที่ชั้นดุสิต ถึงแม้คุณยายจะไม่อยู่ แต่หากเราตรึกระลึกนึกถึงท่าน เคารพรักบูชาคุณยาย ก็ขอให้ประพฤติปฏิบัติตาม เราอยากจะเป็นอย่างคุณยาย เราก็ต้องทำอย่างท่าน เรารักคุณยาย เราก็ต้องทำตามคำสอนของคุณยาย คุณยายจะอยู่เคียงคู่กับเราเสมอ ท่านรักพวกเราทุกๆ คน ท่านอยากให้เรานี่ ตรึกระลึกนึกถึงท่าน เป็นภาพแห่งการนั่งประพฤติปฏิบัติธรรมของคุณยาย ซึ่งเป็นอิริยาบถเดียวที่คุณยายรักมากที่สุดในชีวิต ท่านจะนั่งตรง หลังพิงอากาศ ขาดรู้ ใจหยุดนิ่ง ดิ่งเข้ากลาง ทางสุดธรรม แล้วก็วันนี้แหละ เราจะได้ทำหน้าที่ปฏิบัติบูชาแด่คุณยายอาจารย์ของเรา หลวงพี่ก็ขอเชิญชวนพวกเราทุกๆ คนได้นั่งสมาธิ ปฏิบัติธรรม บูชาธรรมแด่คุณยายกันนะ ขอให้พวกเราน่ะ ปรับตัวปรับกายให้สบายๆ ทุกๆ คนเลยนะ แล้วก็หลับตาสบายๆ ปล่อยตัวสบาย ผ่อนคลายร่างกายให้เบาๆ ทุกคน ทำความรู้สึกว่าเหมือนกับเรามานั่งพักผ่อน เรามานั่งหาความสุขหลังจากที่เราเหน็ดเหนื่อยจากการงานมาทั้งวัน เราจะนั่งหาความสุขอย่างสบายๆ ปล่อยตัวสบายๆ เมื่อทุกคนรู้สึกสบายแล้ว เราก็ทำความรู้สึกอยู่ที่ศูนย์กลางกาย แตะใจเบาๆ แตะเบาๆ นิ่งๆ อย่างเบา สบาย นิ่ง เบา สบาย ละเอียดอ่อน นิ่งๆ เบา สบาย ต่างคนต่างทำกันไปเองนะ สัพเพ… PAGE PAGE 11/ NUMPAGES 11 FILENAME \p L:\ต้นฉบับถอดเทปเทศน์งานคุณยาย\2544\มีนาคม\44-03-26 FW-AAT.doc