ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

ทุกขั้นตอน ทำอย่างยาย ได้ที่เรา

คุณยายอาจารย์ · เทศน์งานยาย

ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐสุด กราบคารวะพระเถรานุเถระที่เคารพ สวัสดีเพื่อนสหธรรมิกทุกรูป เจริญพร สามเณร อุบาสก อุบาสิกา และลูกหลานคุณยายผู้มีใจใสทุก ๆ คน (สาธุ) ท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ในยามมืดมนอนธการ เริ่มทอแสงสว่างอ่อน ๆ จากปลายขอบฟ้าด้านตะวันออก เป็นสิ่งบอกให้รู้ว่าชีวิตของวันใหม่กำลังจะเริ่มต้นและเคลื่อนไหว เปลือกตาที่ปิดสนิทตลอดทั้งคืน ลืมตาขึ้น มองดูความสว่างของโลกอีกครั้งหนึ่ง แสงสว่างของวันใหม่แจ่มชัดขึ้นเป็นลำดับๆ หากแต่ชีวิตหนึ่งเคลื่อนไหวอย่างขยันขันแข็งมาก่อนอรุณจะรุ่งด้วยซ้ำไป เด็กหญิงชาวนาผู้ขยันขันแข็ง จูงควายออกไปทำนาตั้งแต่ตี ๔ ทุกวัน เด็กหญิงผู้มีดวงใจเข้มแข็งเด็ดเดี่ยว ไม่เคยหวั่นไหวต่อสิ่งใด เด็กหญิงผู้มองดูตะวัน และมีความคิดว่าสักวันจะต้องไปให้ถึงดวงตะวันนั้นให้ได้ เด็กหญิงผู้มีกำลังใจไม่มีที่สิ้นสุด ดุจกับความกว้างใหญ่ของอนันตจักรวาล เด็กหญิงผู้เจริญวัยขึ้นเพื่อมาเป็นคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ศิษย์เอกหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย ประวัติชีวิตของท่านบริสุทธิ์ งดงาม ควรค่าต่อการนำมาเป็นแบบอย่าง และเทิดทูนไว้ในฐานะมหาปูชนียาจารย์ของโลกอย่างแท้จริง ในคืนวันนี้เป็นคืนวันพฤหัสบดีที่ ๑๕ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๔๔ เป็นคืนที่ ๑๗๙ ในการสวดพระอภิธรรมบำเพ็ญกุศลแด่คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง หลวงพี่ก็มีความปลื้มปีติใจเป็นอย่างมาก ที่ได้มาเล่าคุณธรรมของคุณยาย และมาในฐานะหลานพระน้อย ๆ ของคุณยายคนหนึ่งที่มีความเคารพรักและเลื่อมใสในคุณยายอย่างมาก หลวงพี่มีบุญดี มีความโชคดีเป็นอย่างยิ่ง ที่แม้ว่าอายุจะยังไม่มากนักก็ตาม แต่ว่าก็ได้พบกับคุณยายสมัยท่านยังมีชีวิตอยู่ถึง ๒ ครั้ง และแต่ละครั้งก็มีความประทับใจในตัวท่านเป็นอย่างมาก จึงขอโอกาสนำมาเล่าให้กับลูกหลานยายทุก ๆ ท่านได้ฟังกัน ความประทับใจครั้งแรกในการพบคุณยายอย่างใกล้ชิดเลย เมื่อพุทธศักราช ๒๕๓๗ สมัยนั้นยังเป็นนักเรียนมัธยมปลาย ได้มีโอกาสทราบข่าวการหล่อทองคำ รูปหล่อหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกายหนักถึง ๑ ตัน ก็มีความคิดว่าเราจะต้องไม่พลาดบุญใหญ่นี้ จะต้องชักชวนผู้มาร่วมทำบุญถวายทองคำให้ได้ และแล้วความฝันก็เป็นจริงขึ้นมา ได้นำทองคำแท่งหนัก ๒ บาท มาถวายกับคุณยาย ในวันนั้นที่ได้ถวายกับคุณยายเป็นวันอาทิตย์ต้นเดือน ช่วงบ่าย ณ ศาลาดุสิต พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยได้ลงรับปัจจัยและทองคำจากสาธุชน มีสาธุชนมาถวายทองคำกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อเยอะแยะมากมายเลย ถ้าจำไม่ผิดหลวงพี่ได้คิวเป็นคนที่ ๔๐๐ กว่า รอนานมาก แต่ว่าด้วยบุญที่สั่งสมมา อีกสักครู่มีกลุ่มบุคคลคณะหนึ่ง ก็ได้มาบอกต่อ ๆ กันว่าคุณยายอาจารย์ได้มาลงรับปัจจัยและทองคำด้วยที่ครัวยามา ข้าง ๆ ศาลาดุสิต ซึ่งผู้ที่ทราบข่าวนี้ก็ไม่ค่อยจะได้รับทราบข่าวมากมายนัก หลวงพี่ก็ได้มีโอกาสติดตามท่านผู้ใหญ่ที่ไปด้วยกันในวันนั้น เข้าไปถวายทองคำกับคุณยาย โดยที่นำทองคำใส่ไว้ในพาน ประดับดอกไม้อย่างดีเลย แล้วก็เดินเข่าต่อแถวเรียงกัน เมื่อคนด้านหน้าของหลวงพี่ได้ถวายทองคำกับคุณยายเสร็จเรียบร้อยแล้ว หลวงพี่ก็ได้เดินเข่าไปถวายเป็นคนต่อมา ตรงนี้เองที่ได้รับทราบข่าวมาบ้างแล้วว่าคุณยายเป็นผู้ที่มีธรรมะละเอียดมาก สามารถรู้วาระจิต รู้ใจของคนได้ เพราะฉะนั้นในการถวายครั้งนั้นก็เลยไม่กล้ามองคุณยาย ได้แต่ก้มหน้าแล้วก็ยื่นมือไปถวายกับท่าน แต่ว่าด้วยความเมตตาของคุณยาย ท่านก็รับพานทองคำ แล้วก็พูดกับหลวงพี่เบา ๆ ประโยคหนึ่ง แต่ว่าด้วยความที่ไม่ทันได้ตั้งใจฟัง ก็เลยไม่รู้ว่าท่านพูดอย่างไรบ้างกับเรา ก็ความที่สงสัยอยากจะรู้ จึงได้ขยับตัวแล้วก็เอนกายไปหาคุณยายเล็กน้อย เพื่อที่จะสอบถามท่านว่าคุณยายท่านพูดอะไรกับเรา แต่ทันใดนั้นเอง คุณยายท่านก็ได้ยื่นมือของท่านนี่มาลูบแก้มข้างขวาของหลวงพี่ ไม่นึกเลยว่าจะได้รับความเมตตาจากคุณยายขนาดนั้น หลวงพี่ก็ตกใจ แต่ว่าก็ปลื้มใจในทันทีทันใดนั้นเอง คุณยายก็พูดมาอีกเบา ๆ ประโยคหนึ่งเหมือนกัน ด้วยความที่ตกใจและดีใจ ปลื้มใจก็เลยไม่ได้ฟังอีกว่าคุณยายท่านพูดอะไรกับเราอีกเหมือนกัน แต่ก็ไม่กล้าที่จะถามท่านอีกเป็นครั้งที่ ๓ ก็ได้ถอยหลังมาแล้วกราบคุณยาย ๓ ครั้ง แต่ว่าในวันนั้นเองได้ตั้งใจไว้แล้วว่าสักวันหนึ่ง หลังจากที่ตัวเองเรียนจบปริญญาตรีเมื่อไหร่ก็จะมาบวชที่วัดพระธรรมกายให้จงได้ และเมื่อหันไปมองรอบ ๆ ข้าง ก็รู้สึกว่าเป็นที่อิจฉานิด ๆ ของท่านผู้ใหญ่ที่มาด้วยกันในวันนั้น เพราะว่าเป็นเด็กคนเดียวที่มาในกลุ่มวันนั้น นี่เป็นความประทับใจของหลวงพี่ในเรื่องแรกที่ได้ใกล้ชิดจากคุณยาย ในครั้งที่ ๒ ตอนนั้นบวชแล้วอยู่พรรษาที่ ๑ ได้อบรมพระพรรษา ๑ ปกติในการอบรมพระพรรษา ๑ ในช่วงเช้าก็จะบุญกันจัดเป็นกลุ่ม ๆ ไปบิณฑบาตที่ด้านหน้าของวัด แล้วก็กลับมาที่ธุดงค์พระ ซึ่งการเดินไปเดินมาแต่ละครั้งก็ต้องผ่านกุฏิของคุณยาย ซึ่งอยู่ด้านหน้าโรงเรียนพระปริยัติธรรม หลวงพี่เดินผ่านศาลากุฏิคุณยายเมื่อไหร่แล้ว ก็ต้องนึกถึงคุณยายทุก ๆ ครั้งเลย เดินมองไปจนลับตา และนึกเลื่อมใสเคารพรักในตัวท่านทุก ๆ ครั้ง และวันนั้นเอง ได้เป็นบุญของหลวงพี่และหมู่คณะอีก ๑๐ กว่ารูป ก็ได้ไปบิณฑบาต แล้วก็กลับมาถ่ายบาตรที่เต็นท์ ๙ เป็นบาตรเปล่า แล้วก็เดินกลับมา ช่วงเดินกลับมาที่ธุดงค์พระนั่นเอง ก็มองเห็นแต่ไกลแล้วว่าโยมพี่อารีพันธ์ได้จูงคุณยายซึ่งนั่งรถเข็นออกมา เราก็คิดในใจแล้วว่าวันนี้คุณยายต้องตักบาตรเราแน่ ๆ เลย และด้วยความที่ไม่ได้นัดหมายกัน พระภิกษุทุก ๆ รูป ก็ได้ต่างเร่งฝีเท้ากัน เพื่อไม่ทำให้คุณยายรอนาน เมื่อไปถึงใกล้ ๆ สักระยะหนึ่ง โยมพี่อารีพันธ์ก็ได้นิมนต์ให้มารับบาตรจากคุณยาย ซึ่งออกมาทางประตูด้านข้างของกุฏิ แล้วก็มีโต๊ะวางไทยธรรมไว้ข้าง ๆ คุณยาย พอเดินมาถึงพระพี่เลี้ยงท่านก็ ให้จัดเป็นแถวเรียงหน้ากระดาน เมื่อพร้อมกันทุก ๆ องค์แล้ว ท่านก็ได้เดินนำไปรับบาตรจากคุณยายทีละองค์ ทีละองค์ ทีละองค์ จนกระทั่งถึงหลวงพี่ ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่กล้าที่จะมองคุณยายอย่างเต็มตาเหมือนเดิม แต่ก็ได้แต่สำรวม แล้วก็จรดใจจี๋เลย จรดใจมองดูที่บาตรตัวเองเลย แต่ก็พออยู่ในระดับสายตาที่พอจะมองเห็นคุณยายได้ คุณยายได้หยิบถุงขนมเป็นทรงรูปสี่เหลี่ยมทรงสูงขึ้นมาถุงหนึ่ง แล้ววางไว้ในบาตรของหลวงพี่ ซึ่งการใส่บาตรของคุณยาย ทำให้หลวงพี่ทึ่งและอัศจรรย์ใจมาก เพราะว่าตั้งแต่รับบาตรมา ยังไม่เคยเห็นบุคคลใดเลยที่ได้ใส่บาตรอย่างประณีต อย่างพอเหมาะพอเจาะ อย่างมีจังหวะ อย่างนุ่มนวล แล้วเบาอย่างนั้นเลย ปกติแล้ว ท่านสาธุชนทั้งหลายก็ตั้งใจที่จะใส่บาตรกันอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าบางคนก็ปล่อยเครื่องไทยธรรมลงก่อน ทำให้กระทบบาตร หลวงพี่ก็ รับรู้ถึงน้ำหนักที่มีอยู่ บางคนก็วางไม่รู้ระดับความลึกของบาตร ก็วางเครื่องไทยธรรมลงในบาตร ก็ทำให้กระทบก้นบาตร ซึ่งจะทำให้รู้สึกถึงน้ำหนักของเครื่องไทยธรรมนั้นอยู่ดี หลวงพี่มองดูแต่ในบาตร ก็มองเห็นเลยว่าคุณยายนั่งอยู่บนรถเข็น ท่านก็หยิบเครื่องไทยธรรมมาวางไว้ตรงกึ่งกลางบาตรพอดีเลย เปะเลย และช่วงที่คุณยายได้ ปล่อยมือออกจากถุงขนม เป็นเหมือนกับว่าก้นถุงขนมสัมผัสกับก้นบาตรพอดี แล้วคุณยายก็ปล่อยพอดีเลย เหมือนกับขนนกที่ลอยลงมาในท้องน้ำอย่างนั้นแหละ เบาอย่างนั้นเลย หลวงพี่ไม่รู้สึกถึงน้ำหนักของถุงไทยธรรม ที่คุณยายได้วางไว้ในบาตรอย่างนั้นเลย แต่ก็รู้สึกทึ่งมาก เพราะเป็นการใส่บาตรที่นุ่มนวลและประณีตจริง ๆ นี่เป็นความประทับใจมาก หลังจากที่แต่ละองค์ ได้รับบาตรจากคุณยายครบทุกองค์แล้ว ก็ได้เดินมาเรียงแถวหน้ากระดาน แล้วก็ให้พรกับคุณยาย ตอนนี้เองก็ได้สังเกตที่ชุดของคุณยาย ซึ่งเป็นชุดขาวสะอาดประณีตมาก เราคงจะเคยได้ยินมาก่อนแล้วว่าเสื้อผ้าของคุณยายสะอาด ขาว สะอาดจริง ๆ หลวงพี่ก็ขอยืนยันว่าขาวสะอาดจริง ๆ เลย ตั้งแต่เกิดมาเลยนะ ไม่เคยเห็นว่าเสื้อผ้าจะขาวได้ขนาดนั้น แล้วรู้สึกว่าเหมือนกับมีรัศมีเรื่อ ๆ ออกมาจากผ้านั้นด้วย ในการที่ทำให้ ผ้าของยายขาวสะอาดได้ขนาดนั้นนี่ มันก็ต้องมีที่มา ในวิธีการซักผ้าของคุณยายก็ไม่เหมือนใคร บังเอิญหลวงพี่มีบุญได้รับฟังจากโยมพี่ท่านหนึ่ง ท่านได้มาถ่ายทอดให้ฟังเรื่องการซักผ้าของคุณยาย วันนั้นโยมพี่ท่านนี้ได้เคยรับบุญที่โรงครัวมาก่อน แล้ววันนั้นได้ไปกวาดลานวัดใกล้ ๆ ครัวยามา ซึ่งตอนนั้นก็อยู่ใกล้ ๆ กุฏิคุณยายเช่นเดียวกัน คุณยายกำลังซักผ้าอยู่พอดีในตอนเช้า โยมพี่ท่านนี้ก็กวาดลานวัดไป กวาดลานวัดไป คุณยายมองเห็นเสื้อผ้าที่ยับ ๆ ไปนิดหนึ่งของโยมพี่ท่านนี้ ก็เลยเรียกมาสอนวิธีการซักผ้าเรื่อยไปเลย จนถึงการตากผ้าว่าเป็นยังไงบ้าง คุณยายก็สอนให้ดู ทำให้ดูเลยว่า ขั้นตอนแรกก็คือเอาผ้าส่วนที่สกปรกลงไปแช่ในน้ำ แล้วก็ลูบ เอาส่วนที่สกปรกนั้นออก พอลูบให้ทั่วถึง ให้เจือจางบ้าง เรียบร้อยแล้ว ก็เทน้ำที่ล้างผ้านั้นทิ้ง แล้วก็นำผ้าลงมาซักในน้ำดีต่อไป ถ้าตรงส่วนไหนที่ผ้า สกปรกมาก ๆ จะเน้นส่วนที่สกปรก คุณยายก็จะช้อนเอาเสื้อผ้า ขึ้นมาแล้วก็เทผงซักฟอกลงไปนิดหนึ่ง แล้วก็ซักผ้า วิธีการซักผ้าตรงนี้ หลาย ๆ คนคงคิดว่าก็คงขยี้ผ้า แต่ไม่ใช่เลย คุณยายก็ใช้วิธีการเดิม ก็ลูบผ้า ลูบตรงส่วนที่สกปรกนั้นออก ต้องลูบจนกระทั่งที่สกปรกมันสะอาด สะอาดจริง ๆ เลย ตรงนี้เอง หลวงพี่ฟังแล้วอึ้ง แล้วก็ทึ่งมาก ในการซักผ้าของคุณยาย ซึ่งคงคิดว่ายากจะหาใครในโลกมีวิธีการซักผ้าได้อย่างคุณยายมากเลย คุณยายบอกว่าถ้าขยี้ผ้า ผ้ามันจะยับ เดี๋ยวใจเรามันก็จะยับ มันนึกธรรมะไม่ออก ท่านว่าอย่างนี้นะ ถ้าขยี้ผ้า ผ้ามันยับ เดี๋ยวใจเรามันจะยับ มานึกธรรมะไม่ออก นี่คุณยายของเรา จากนั้นท่านก็สอนต่อไป เมื่อนำผ้ามาล้างแล้ว ท่านไม่บิดผ้า ท่านใช้วิธีการรูดผ้าลงมา แล้วก็ใช้มือบีบ บีบน้ำออก บิดน้ำออก จากนั้นก็สะบัด ๆ เอาไปตากในที่กึ่งลมกึ่งแดด พอสายหน่อยก็เก็บได้แล้ว ตรงตอนตากนี่ถ้าเจอเสื้อผ้าที่ตรงส่วนไหนของเสื้อผ้ายับ คุณยายก็จะดึงให้ตึง ๆ อย่างนี้ไม่ต้องใช้เตารีดเลย ดึงให้ตึง ๆ เลย คุณยายท่านบอก พอโยมพี่ท่านนี้เห็นคุณยายสอนวิธีการเสร็จสรรพอย่างนี้ ก็บอกเลยว่า คุณยายหนูทำอย่างนี้ไม่ได้หรอก คุณยายก็บอกว่าก็ต้องพยายามทำ เอ็งทำไม่ได้อยู่ดีแหละ ถ้าไม่ทำ ถ้าทำอย่างนี้จะถนอมผ้าด้วย ทำแบบไม่ต้องรีบ ทำให้ใจเย็น ๆ ทุกคนมีแต่รีบทั้งนั้นเลย แล้วก็ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ ต้องทำให้บ่อย ๆ นี้เป็นวิธีการฝึกฝนอบรมตนเองของคุณยายทีเดียว ที่ทุก ๆ อย่างที่คุณยายทำเอื้อต่อการปฏิบัติธรรมทั้งนั้นเลย แล้ววิธีการฝึกฝนอบรมตนเองของท่าน จะศึกษาตำรับตำราที่ไหนไม่ได้เลย เพราะว่าทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแล้วออกมาจากใจที่ใส สะอาดบริสุทธิ์ของคุณยาย ออกมาจากแหล่งแห่งความบริสุทธิ์ ความรู้ภายในทั้งนั้นเลย เพราะฉะนั้นการที่มีโอกาสได้พบกับคุณยาย คุยกับท่าน สนทนากับท่าน แม้เพียงสักครั้งหนึ่งก็นับว่า มีบุญลาภอันมหาศาลเลยทีเดียว เหมือนกับสุภาษิตจีน บทหนึ่งที่ได้กล่าวไว้ว่าคุยกับท่านผู้รู้เพียงหนึ่งครา ประเสริฐกว่าเล่าเรียนตามตำราตั้ง ๑๐ ปี นี่เป็นวิธีการฝึกฝนอบรมตนเองของคุณยาย จะหาจากตำรับตำราที่ไหนไม่มีเลย เพราะฉะนั้นทุก ๆ สิ่งทุก ๆ อย่างที่คุณยายถ่ายทอดออกมาเป็นคุณธรรมของท่าน ล้วนแล้วแต่เป็นคุณธรรมที่เลิศ คุณธรรมที่ประเสริฐอย่างยิ่ง และเป็นที่รวมแห่งความศรัทธา เป็นที่ตั้งและเป็นที่รวมแห่งความศรัทธาอย่างแท้จริง ความศรัทธาในพระพุทธศาสนา พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ได้ตรัสไว้ว่าคนในโลกนี้ส่วนใหญ่ทั้งหมดเลย มีความศรัทธาที่แตกต่างกัน แต่ศรัทธามีอยู่ ๔ ประเภท ก็คือในเรื่องของรูปร่าง ในเรื่องของเสียง ในเรื่องของความปอน ๆ สมถะ เรื่องของธรรมะ ในความมีเหตุผลต่าง ๆ คุณยายท่านมีทุกสิ่งทุกอย่างมีความศรัทธาในตัวเองทุกอย่างเลย ในเรื่องของรูปร่าง ผู้ที่ศรัทธาประเภทนี้ ก็จะชอบเสื้อผ้าสวมใส่ก็สะอาดสะอ้าน กิริยามารยาทที่เรียบร้อย แล้วบุคลิกท่าทางที่ดี ซึ่งคุณยายเราเองก็มีสิ่งเหล่านี้เต็มที่เลย ในเรื่องของน้ำเสียงล่ะในเรื่องของน้ำเสียง คุณยายท่านมีเสียงที่ออกมาจากแหล่งแห่งความบริสุทธิ์ภายในเลย ใครได้ยินก็ต้องหยุดฟัง แล้วก็น้อมนำให้หยุดใจด้วย มีแต่ความจริงใจ แล้วก็เป็นเสียงที่ดึงดูดใจเป็นอย่างยิ่ง ทุก ๆ ท่านในที่นี้หลายคนก็คงจะเคยได้ฟังเสียงคุณยายมาแล้วบ้างทุก ๆ คน ต่างคนต่างก็ต้องหยุดฟังกันทั้งนั้นเลย แล้วเป็นไปเพื่อการน้อมนำให้ใจหยุดด้วย ในเรื่องของความศรัทธา ในเรื่องของความสมถะ คุณยายท่านก็มีชีวิตอยู่ที่เรียบง่าย มีความสมถะ มีความสันโดษเป็นอย่างยิ่งเลย อย่างที่พวกเราคงจะได้รู้จักประวัติชีวิตเรื่องราวของคุณยายมาไว้อย่างดีทุก ๆ คนเลย ในเรื่องของธรรมะยิ่งไม่ต้องพูดถึงใหญ่ เพราะว่ายากที่จะหาใครจะรักธรรมะแล้วก็มีธรรมะเท่าเทียมเสมอเหมือนอย่างคุณยาย หาได้ยากจริง ๆ บุคคลใดที่ต้องการธรรมะ มาหาคุณยาย ก็ไม่พบกับความผิดหวังเลย เพราะฉะนั้น ใครในโลกก็ตามมาพบคุณยาย มาถึงคุณยายแล้วก็จะต้องศรัทธาในคุณยายทุก ๆ คนเลย ทั้งยอมรับ นับถือแล้วก็ปฏิบัติตามด้วยความมั่นใจ ปฏิบัติตามโอวาทของคุณยายด้วยความมั่นใจว่าไม่ผิด ศรัทธาก็เป็นความสว่างในใจ หลังจากที่เราทุกคนมีความศรัทธาในครูบาอาจารย์ ในคุณยายอาจารย์แล้ว ก็จะต้องเพิ่มความศรัทธาให้เป็นความสว่างไสว ที่ไม่มีวันดับ เป็นไฟนิรันดร์เลย ยิ่งศรัทธามาก ก็ยิ่งจะมีกำลังใจในการทำความดีมากยิ่ง ๆ ขึ้นไป แล้วก็ศรัทธาเรา ก็ต้องประกอบด้วยปัญญา ทำให้เป็นศรัทธาที่มั่นคง และเป็นศรัทธาที่แท้จริง ไม่ใช่ศรัทธาที่ไร้ปัญญา ประกอบด้วยความงมงายอย่างนั้น เพราะฉะนั้นเราก็ต้องมาใช้ปัญญาในการพิจารณาไตร่ตรองว่าคุณยายมีความดี มีคุณธรรมอย่างไรกันบ้าง แล้วก็ใช้ปัญญาในระดับต้นเลยว่าในการอ่านหนังสือธรรมะ ในการอ่านโอวาทของคุณยาย ในการฟังธรรมะจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อก็ดี หรือว่าจากพระอาจารย์ทั้งหลายก็ดี ที่ท่านได้มาถ่ายทอดคุณธรรมของยายว่า ท่านมีคุณธรรมความดีอย่างไรบ้าง ตรงนี้เราก็ได้ปัญญาในระดับต้น ในเรื่องของปัญญาในระดับกลาง เมื่อเราได้รับฟังข้อมูลต่าง ๆ แล้ว ได้รับการอ่านหนังสือธรรมะแล้ว ก็นำมาคิดพิจารณาไตร่ตรองดูว่าคุณยายท่าน มีคุณความดีอย่างไรบ้าง ก็จะพบกันตรงเลยว่าสิ่งที่คุณยายได้พูดเอาไว้ ตรงตามนั้นทุก ๆ อย่างเลย ในปัญญาระดับสูงก็คือภาวนามยปัญญา ที่พวกเราจะต้องหมั่นปฏิบัติธรรม เข้าถึงความสว่างภายในให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป เมื่อบุคคลใดที่มีความสว่างไสว มีศรัทธาที่ประกอบด้วยปัญญา ก็จะทำให้มีกำลังใจในการทำความดียิ่ง ๆ ขึ้นไปเลย ไม่ถูกนิวรณ์ ๕ เข้าครอบงำ ทำให้เสียกำลังใจไป อย่างเช่นว่าการติดในเรื่องของกาม ความอยากต่าง ๆ อยากได้ อยากมี อยากเป็น หรือความโกรธเคือง อาฆาตพยาบาท ความฟุ้งซ่านรำคาญใจ ความหดหู่ ซึมเซา ความเกียจคร้าน ไม่อยากจะทำความดีเลย หรือว่าความลังเลสงสัยในธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สิ่งเหล่านี้แล้ว ถ้าเรามีศรัทธา เราก็จะไม่มีวันที่จะตกต่ำอย่างนั้นได้ จะทำให้ใจมีกำลังอาจหาญร่าเริงในการทำความดียิ่ง ๆ ขึ้นไป ความสว่างภายในยิ่งมีมากเท่าไหร่ กิเลสภายในก็หลุดล่อนออกมากเท่านั้น ใจเราก็สะอาดมากเท่านั้น มีกำลัง แล้วก็มีพลังมาก ไม่ถูกกิเลสอาสวะมาห่อหุ้ม เอิบอาบซึมซาบ ทำให้เสียกำลังใจในการทำความดีไป เพราะฉะนั้นก็กล่าวได้ว่าใครที่เข้าถึงวิชชาธรรมกายที่ลึกซึ้งมากยิ่ง ๆ ขึ้นไปเท่าไหร่ ก็จะยิ่งซึ้งถึงพระคุณของคุณยายมากยิ่ง ๆ ขึ้นเท่านั้น ว่าท่านได้มอบธรรมะ มรดกธรรมอันล้ำค่าสืบทอดวิชชาธรรมกาย อันเป็นที่พึ่งของสรรพสัตว์ทั้งหลาย มาจนถึงยุคปัจจุบันได้ ให้พวกเราได้เรียนรู้และปฏิบัติ เพื่อให้หลุดพ้นจากหนทางแห่งความทุกข์ทั้งหลายทั้งปวง ฉะนั้นให้พวกเราได้ตระหนักในพระคุณของคุณยายให้ดีเลยทุก ๆ คน พระคุณของยายยังแผ่ขยายไปถึงลูกศิษย์ทั่วโลกเลย หลวงพี่ได้มีโอกาสไปรับบุญที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมไทเป ที่ประเทศไต้หวันเมื่อกลางปีที่ผ่านมาจนถึงต้นปีนี้ เมื่อได้ทราบข่าวคุณยาย และซึ้งในพระคุณของคุณยาย ทั้งพระ อุบาสก อุบาสิกาที่ศูนย์ปฏิบัติธรรม ก็ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจ อดหลับอดนอนเลย จัดเตรียมสถานที่ ตั้งใจเตรียมงานเพื่อคุณยาย จัดแท่นบูชา เตรียมสถานที่ตกแต่งอะไรต่าง ๆ แล้วก็ได้ถ่ายทอดเรื่องราวธรรมะของคุณยายอาจารย์ให้กับสาธุชนที่ได้มาที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมทั้งคนไทยและคนจีน ผู้ที่มาพบมาเห็นคุณยาย แม้เป็นเพียงแค่รูปถ่าย หรือได้ฟังชีวิตเรื่องราว ธรรมะของคุณยาย ต่างก็ศรัทธาในคุณยายทั้งนั้นเลย ทั้ง ๆ ที่ไม่รู้จักคุณยายมาก่อนด้วยซ้ำไป บางท่านพบอานุภาพคุณยายมากมายเลย บางคนขออะไรคุณยายก็ได้หมด ขอปัจจัยทำบุญก็ได้ปัจจัยทำบุญ ของานก็ได้งาน ขอจักรยานก็ได้จักรยานสมใจ ปั่นมาช่วยงานศูนย์ปฏิบัติธรรมไทเปเป็นอย่างดีเลย คุณยายท่านเมตตากับลูกศิษย์ลูกหานี่ทั่วโลกเลยทีเดียว ท่านเปรียบเสมือนกับแสงสว่างที่จะมาส่องทางให้กับสรรพสัตว์ทั้งหลาย ประดุจแสงสว่างกลางท้องฟ้ายามราตรี จะมีแสงใดเทียมเท่ากับแสงจันทร์ กลุ่มดาวสุกสว่าง ไม่เปรียบจันทร์กระจ่างดวงเดียว ฉะนั้น ทุกคนตระหนักถึงพระคุณของคุณยายดีแล้ว ทราบมโนปณิธานของคุณยายแล้ว รู้วิชชาอันเป็นสุดยอดของวิชชาแล้ว ทำไมเราจะไม่ตอบแทนพระคุณของคุณยายให้เต็มที่ล่ะ ทั้งนี้ทั้งนั้นหลวงพี่ว่าไม่ใช่เพื่อใคร แต่ว่าเพื่อตัวของเราเองทุก ๆ คน งานที่เกี่ยวเนื่องกับการเผยแผ่วิชชาธรรมกายไปทั่วโลกที่ยังคั่งค้างอยู่ในใจพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ตอนนี้ก็มีมหาธรรมกายเจดีย์ มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี และในวันที่ใกล้จะถึงนี้ ก็เป็นเรื่องของการตามคน ตามผู้มีบุญให้มาอบรมธรรมทายาททั้งชายและหญิง และในงานวันที่ ๒๒ เมษายน ที่ใกล้จะถึงนี้ ซึ่งเป็นงานการตอบปัญหาพระแท้ ให้เราเตรียมตัวกอบโกยบุญกุศลให้เต็มที่ สมกับที่เป็นลูกหลานของคุณยายก็ต้องทำให้ได้อย่างคุณยาย ให้เหมือนคุณยาย โดยการที่เตรียมตัว เตรียมใจ แล้วก็เตรียมปัจจัย อย่างที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยท่านได้ให้โอวาทเอาไว้ สุดท้ายนี้หลวงพี่ก็มีโอกาสได้แต่งกลอนขึ้นมาบทหนึ่ง จะได้นำมาถ่ายทอดให้พวกเราได้ฟัง หากนับดาว ที่พราวพร่าง กลางท้องฟ้า ผู้มีญาณ แก่กล้า อาจนับได้ แต่จะนับ พระคุณ ของคุณยาย หามีใคร อธิบาย จบถ้วนความ เมื่อลูกไม้ ย่อมหล่น ไม่ไกลต้น เราเป็นคน ต้องวางตน ตามคำสอน ยายทำไง เราทำตาม ไม่แง่งอน ทุกขั้นตอน ทำอย่างยาย ได้ที่เรา ความโชคดี เรามี เป็นที่หนึ่ง เพราะยายดึง ยายตามมา พาสร้างสรรค์ เพราะยายชี้ ยายแนะ และป้องกัน เราจึงได้ มีคืนวัน สร้างบุญญา สุดท้ายนี้ ก็ขอเรียนเชิญทุก ๆ ท่านได้ปฏิบัติธรรมถวายแด่คุณยายอาจารย์ของพวกเรา ให้ตั้งใจปรับร่างกายของเราให้ดี แล้วก็ปรับใจของเราให้มีความแช่มชื่น เบิกบาน อยู่ในบุญกุศลตลอดมา มีคุณยายที่ชัด ใส สว่าง ณ กลางกาย นึกถึงคุณยายกันไปสักครู่หนึ่งนะ (สัพเพฯ) *********************************** จบ ***********************************