ความเคารพ อดทน และมีวินัยทำให้คุณยายเป็นผู้มีคุณธรรมสูงสุด
(ม้วน 1/A)
พระสังสิทธิ์ : ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นที่พึ่ง ที่ระลึกอันสูงสุดของมนุษยชาติทั้งหลาย ขอกราบพระเถรานุเถระผู้มีพรรษากาลแก่กว่ากระผม สวัสดีเพื่อนสหธรรมิก เจริญพร สามเณร อุบาสก อุบาสิกา และมหาเศรษฐีผู้ใจบุญ ผู้เป็นหลานยายทุกๆ ท่าน (สาธุ)
วันนี้เป็นวันเสาร์ที่ ๓ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๔๔ วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่พวกเราทุกท่านที่มีจิตใจเคารพรักคุณยายได้มาบำเพ็ญกุศลกับยายอีกครั้งหนึ่ง สิ่งที่หลวงพี่จะได้แสดงธรรมให้เป็นข้อคิดสะกิดใจกับพวกเรา ในทุกๆ ครั้งที่ได้มีโอกาสได้กราบพระ จะได้กราบพระประธานที่โบสถ์ก็ดี หรือกราบพระประธานที่ไหนก็ตาม การกราบแต่ละครั้งนั้นมีความหมายอย่างยิ่ง
กราบครั้งที่ ๑ ระลึกถึงความเป็นผู้มีปัญญาธิคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
กราบครั้งที่ ๒ ระลึกถึงความเป็นผู้มีบริสุทธิคุณ
และกราบครั้งที่ ๓ ระลึกถึงความเป็นผู้มีกรุณาธิคุณ
หมายความว่ามนุษย์แต่ละท่าน ถ้าจะทำความดี บำเพ็ญบารมีให้สูงสุดแล้ว ที่สุดของการสร้างความดีบารมีนั้นก็คือคุณธรรม ๓ ข้อนี้แหละ คือมีปัญญา มีกรุณาและบริสุทธิ์ แต่ ๓ ข้อนี้ไม่ใช่มาอย่างง่ายๆ บุคคลท่านนั้นจำเป็นจะต้องมีการฝึกฝนตนเองเป็นขั้นเป็นตอน และคุณภาพที่จะรองรับความดี ๓ ประการนั้นก็คือบุคคลใดก็ตาม ถ้าจะมีปัญญาธิคุณ จะต้องมีความเคารพเป็นพื้นฐานทีเดียว ความเคารพนี่แหละจะเป็นที่มาของความรู้ เป็นที่มาของปัญญาทั้งทางโลกและทางธรรม
ความเป็นผู้มีวินัยนั่นเอง รักษากฎระเบียบ กฎหมายอะไรต่างๆ หรือแม้กระทั่งศีล ศีลาจารวัตรต่างๆ ศีล ๕ ศีล ๘ ศีล ๑๐ หรือ ๒๒๗ นั้น ถ้าทำอย่างที่สุดแล้วก็จะเป็นที่มาของความเป็นผู้บริสุทธิ์ และอีกเช่นกันจะต้องมีความอดทนเป็นอย่างยิ่ง จึงจะได้มาซึ่งความเป็นผู้มีกรุณาธิคุณ
๓ สิ่งนี้พวกเรา ถ้ามีโอกาสได้ท่อง มีโอกาสได้อ่าน หลวงพี่มั่นใจว่าพวกเราอาจจะไม่ซึ้ง แต่เพราะมีคุณยาย คุณยายของเรานี่ที่นอนทอดร่างอยู่ ณ เบื้องหน้าพวกท่าน มีหลวงพ่อ มีหมู่คณะ ทำให้ภาพการสร้างบารมี ซึ่งมีอยู่ในพระไตรปิฎก มีเกือบทุกพระสูตรทีเดียว เห็นได้ว่าไม่ยาก ไม่ยากเกินไป เราเหมือนกับเรามีครู มีต้นแบบอยู่ใกล้ๆ ตัว และโชคดียิ่งกว่านั้นอีก เรามีครูร่วมสมัย ไม่ใช่ครูในหนังสือ แต่เป็นครูที่เราได้กราบไหว้จริงๆ ได้ทำมาได้จริงๆ พวกเราเป็นผู้มีโชคดีจริงๆ ที่ได้เจอครูดีๆ
คุณยายของเรา ท่านได้สั่งสมคุณธรรม ๓ ข้อนี้มาตลอดชีวิตของคุณยาย และหลวงพี่ก็มั่นใจว่าท่านสั่งสมมาข้ามภพข้ามชาติ ตลอดชีวิตคุณยายนี่ถ้าจะสรุป จะแบ่งเป็น ๓ ช่วง ชีวิตของคุณยายช่วงแรก ช่วงกลาง และช่วงปลาย
ช่วงแรกก็คือคุณยายช่วงวัยเด็ก คุณยายของเราสร้างความดีต่างๆ ขยันขันแข็งต่างๆ จนได้รับฉายาหรือสมญานามในสมัยนั้น ถ้าอ่านประวัติจะทราบ สมัยนั้นเขาให้สมญานามคุณยายว่าแข้งเหล็ก หมายความว่าอย่างไร หมายความว่าในบรรดาเพื่อนๆ จะเป็นลูกชาวนา นาไหนแปลงไหนก็ตามนี่ที่ว่าขยันแล้ว ลองมาเจอคุณยาย สู้ไม่ได้ และคำๆ นี้คือเป็นคำที่เพื่อนๆ เพื่อนชายต่างๆ ยุคนั้น ประลองกะยายแล้วสู้ไม่ได้ ว่าจะมาออกนาเช้าที่สุด ออกเช้าที่สุดยังไงก็แพ้ยายอยู่ดี คุณยายมาเช้ากว่า ขยันกว่า นาของคุณยายนั้นวัชพืชไม่มีเลย ทุกอย่างผลผลิตสูง นี่คือความขยันของคุณยาย จึงได้สมญานามในยุคแรกว่าแข้งเหล็ก
ถ้าไม่มีความอดทน ถ้าคุณยายไม่มีเคารพ และคุณยายไม่มีวินัยล่ะก็ เอาว่าเด็ก ๑๒ ขวบ คงไม่ได้ฉายาอย่างนี้หรอก หลวงพี่มั่นใจ เด็ก ๑๒ ขวบนะจ๊ะ ถ้าเป็นนักเรียนก็แค่ป. ๔ ป. ๕ เด็กสมัยนี้อาจจะไม่เหมือนเมื่อก่อน แต่สมัยนั้นการเรียนของ…อะไร อยู่กับธรรมชาติต่างๆ แต่คุณยายสามารถจะทำได้ และฉายานี้ก็ได้รับในยุคเด็ก
ต่อมาเมื่อมีเรื่องสะเทือนใจคุณยาย คือเรื่องที่คุณพ่อทะเลาะกับคุณแม่ในยุคนั้น มักจะมีปากเสียงกัน มีคำๆ หนึ่งที่เรียกว่า ที่ทะเลาะกันจนทั้ง ๒ ฝ่ายก็ทะเลาะกัน แล้วก็จะมีคำว่า ที่คุณยายอยากจะไม่ให้พ่อแม่ทะเลาะกัน ก็เลยแช่งไว้ คำๆ นั้น ฝังใจคุณยายตอนวัย ๑๒ ขวบ แล้วคุณยายก็มีความตั้งใจว่าสักวันหนึ่งก่อนที่คุณยายจะเสีย จะจากไป จะขอขมาให้ได้ แต่ในที่สุดแล้วก็ไม่ทัน ตามที่เราศึกษาประวัติมาแล้ว ไม่ทัน ความที่อยากจะขอขมาคุณยายนี่ ที่คุณยายจะขอขมาคุณพ่อนี่อยู่ฝังใจคุณยายมาตลอด แล้วไม่ลืม อันนี้เป็นเครื่องวัดได้อย่างหนึ่งว่าคุณยายของเรานั้นเป็นผู้ที่มีความเคารพ เคารพต่อคุณพ่อคุณแม่จริงๆ เคารพแล้วก็เชื่อในคำให้พรหรือคำสาปแช่งของคุณพ่อคุณแม่ คุณยายเก็บคำนี้ไว้ตลอด
จนในที่สุดแล้วพออายุ ๑๘ ปี คุณยายได้ยินข่าวหลวงพ่อวัดปากน้ำสอนวิชชา สอนให้คนเข้าถึงพระธรรมกายได้ แล้วไปนรกสวรรค์ได้ ความปรารถนาเดิมก็พุ่งขึ้นมา ดีใจที่สุด จะได้ไปขอขมาแล้ว แต่ว่ายังไปไม่ได้ เพราะว่าฐานะที่บ้านยังไม่ลงตัว ก็ใช้ความอดทนนั่นแหละ ความอดทนที่คุณยายมี ก็พยายามทำงานต่างๆ ทำไร่ทำนาต่างๆ และในที่สุดแล้วคุณยายก็สามารถปลดหนี้ปลดสินอะไรต่างๆ มีฐานะที่มั่งคั่งขึ้นมาดีทีเดียวในยุคนั้น
อายุคุณยายก็ล่วงมาถึงใกล้ๆ เบญจเพศ ตอนนี้แหละคือช่วงที่ ๒ ของคุณยายจะเริ่มขึ้น คุณยายได้ตัดสินใจออกจากบ้าน ออกจากบ้าน และในที่สุดแล้วก็มา มีเป้าหมายว่าจะไปหาหลวงพ่อวัดปากน้ำให้ได้ จะไปให้ได้ ก็มองดูว่าจะทำยังไง ก็ใช้ปัญญา ก็รู้ว่ามีคุณนายเลี๊ยบที่เป็นเศรษฐีใหญ่พาหุรัด อุปัฏฐากหลวงพ่อวัดปากน้ำ วัดปากน้ำอยู่ ก็ยอมตนเป็นคนใช้เขา นี่แหละคือคุณยายจะต้องใช้ความอดทนเดียว จากคนที่อยู่สบายเป็นปกติ ชีวิตราบเรียบตลอดนี่ ลดตัวเป็นคนใช้ เพื่อจะได้เป็นสะพานไปถึงหลวงพ่อวัดปากน้ำ จุดนี้ก็ไม่ใช่ธรรมดา คุณยายทำได้สำเร็จ และชนะใจคุณนายเลี๊ยบด้วย
ในที่สุดแล้วก็สามารถได้พบคุณยายทองสุก และสามารถเข้าถึงพระธรรมกายไปช่วยคุณพ่อได้ ความตั้งใจที่อยู่ในใจ ๑๐ ปี ๑๐ กว่าปีก็บรรลุผล คือได้ไปขอขมาคุณพ่อได้ ไปช่วยคุณพ่อได้ การทำอย่างนี้ได้ ถ้าไม่ใช่มีคุณธรรมความเคารพ ทำไม่ได้ ความเคารพนี้ฝังแน่นอยู่ในวิสัยของยายจริงๆ ทำให้คุณยายสามารถทำสิ่งที่ตั้งใจ ซึ่งแม้นยาวนานก็ทำได้สำเร็จ ไปขอขมาแล้วก็ช่วยคุณพ่อได้ ซึ่งน้อยคนนักที่จะทำอย่างนี้ได้
ความตั้งใจคุณยาย เมื่อตั้งใจว่าจะไปหาหลวงพ่อวัดปากน้ำ ก็ต้องไปให้ได้ ก็ไปจนเจอ หลังจากได้เจอหลวงพ่อวัดปากน้ำ หลังจากที่หลวงพ่อบอกว่าเอ็งมันมาช้าไป และในที่สุดก็ได้เข้าไปสู่โรงงานทำวิชชา และได้ไปช่วยงานต่างๆ ในท่ามกลางความไม่เข้าใจต่างๆ ในคนยุคนั้น แต่ยายก็ผ่านได้ ทั้งเครื่องใช้ไม้สอย ทั้งมุ้งทั้งเตียง ทั้งอะไรต่างๆ แต่คุณยายของเราก็ผ่านได้หมดเลยด้วยความอดทน อดทนจริงๆ จึงจะผ่านบททดสอบเหล่านั้นได้
ในที่สุดแล้วยายก็ได้ทำวิชชา ได้เรียนรู้วิชชาที่หลวงพ่อวัดปากน้ำได้ค้นขึ้นมา และวิชชานี้แหละได้ช่วยทุกข์มนุษย์ และทุกข์ที่สุดก็คือยุคนั้นคือสงครามโลกครั้งที่ ๒ นั่นเอง คุณยายได้ช่วยเต็มที่ คุณยายนี่ของเรา ท่านมีความอดทนและมีวินัยอย่างยิ่ง ระเบียบต่างๆ ของวัดปากน้ำ ของหลวงพ่อวัดปากน้ำ คุณยายสอบผ่านหมดทุกอย่างเลย ไม่มีใครสามารถตำหนิคุณยายเราได้เลย ผ่านหมดทุกข้อทุกอย่าง หาข้อตำหนิไม่ได้ และคุณยายมีความอดทน
อีกประเด็นหนึ่งที่หลวงพี่มีโอกาสได้ศึกษาประวัติคุณยาย ประทับใจมาก ก็คือเรื่องของคุณยายอยู่กะ กะที่คุณยายอยู่ ที่กะละ ๖ ชั่วโมงนั้นนี่ ถ้าลองเป็นเรา ลองคิดดูนะ อยู่กะเที่ยงวันถึง ๖โมงเย็น และกะที่ ๒ คือเที่ยงคืนถึง ๖ โมงเช้า กะอย่างนี้เขาเรียกว่ากะปราบเซียน ถ้าพวกเราเป็นนักปฏิบัติธรรมเราคงจะเข้าใจ มันเป็นกะปราบเซียน เพราะเที่ยงนี่ กินข้าวเที่ยงเสร็จแล้ว ข้าวเพลเสร็จแล้วมันง่วง แต่คุณยายเป็นนักกะเสียด้วย กะนี้แหละ และเที่ยงคืนเป็นเวลาของการนอน คุณยายก็เป็นนักกะ กะนี้แหละ ถึงบอกว่าเป็นกะปราบเซียนจริงๆ และคุณยายไม่ได้เป็นนักกะแค่ไม่กี่เดือน แต่ว่าอยู่ตลอด ตลอดเลย ถ้าไม่ใช้ความอดทน ไม่ใช้ความอดกลั้น ไม่มีวินัยกับตัวเอง ทำไม่ได้หรอก ทำไม่ได้อย่างแน่นอนทีเดียว จนคุณยายได้สมญานามจากหลวงพ่อวัดปากน้ำว่าหนึ่งไม่มีสอง
ถ้าสังเกตว่าคุณยายจะไปไหนก็ตาม คุณยายของเราจะชนะใจคนทั้งหมดเลย ยุคเด็กก็คือชนะใจเพื่อนๆ ยุคกลางก็ชนะใจครูบาอาจารย์ หลวงพ่อวัดปากน้ำให้สมญานามหนึ่งไม่มีสอง พอมายุคปลายของท่าน หลังจากที่หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านมรณะแล้วนี่ หลังจากที่หลวงพ่อวัดปากน้ำก็ฝากให้ช่วยกันขยายงานวิชชาธรรมกาย หลวงพ่อวัดปากน้ำสั่งครั้งเดียว ๕ ปีก่อนมรณะ สั่งแค่ครั้งเดียว ไม่มีซ้ำสอง ไม่ต้องเขี่ยกันบ่อยๆ ไม่ต้องเตือนกันบ่อยๆ แต่คุณยายจำ เคารพในคำสั่ง และเอาคำสั่งนี้แหละมาปฏิบัติ ไม่ไปไหนอยู่วัดปากน้ำ อยู่สอนธรรมะจน จนพบหมู่คณะ ก็คือหมู่คณะหลวงพ่อและพวกเราในยุคนั้นๆ ยุคต้นๆ
เพราะความอดทนนั่นแหละทำให้คุณยายสามารถทำคำสั่งของหลวงพ่อวัดปากน้ำได้สำเร็จ และคำสั่งที่บอกว่าช่วยกันขยายวิชชาธรรมกายไปทั่วโลก ประโยคเดียวสั้นๆ แต่ทำทั้งชีวิต ไม่ใช่ทำแค่ปั๊ปเดียวแล้วก็จบ แล้วก็กลับบ้านนอน ไม่ใช่ ต้องทำทั้งชีวิตทีเดียว ทำยังไงให้วิชชาธรรมกายนี่ขยายไปทั่วโลกได้ ต้องมีทั้งศาสตร์และศิลป์ หลวงพ่อก็สิ้นบุญไปแล้ว หลวงพ่อวัดปากน้ำ คุณยายก็ไม่รู้หนังสือ ก. ข้อ ก็อ่านไม่ออก ก็ไม่ได้ไปอะไรมากมายข้างนอกเลย
แต่คุณยายมีสิ่งๆ หนึ่งซึ่งเป็นตัวผลักดันให้คุณธรรม ๓ ข้อคุณยายนี่บรรลุเป้าได้ สิ่งๆ นั้นก็คือคุณยายบอกไว้ชัดเจน คุณยายมีคำว่าจริงตัวเดียว คำว่าจริงตัวเดียวนี่แหละ ทำให้คุณยายสามารถแปลง แปลคำสั่งของครูบาอาจารย์ให้เป็นรูปธรรมและถึงเป้าหมายได้ คุณยายเคยบอกไว้ว่าคนเรานี่จะทำอะไรก็ตาม ขอให้ทำให้จริง ดูอย่างยาย ความรู้ก็ไม่มี ปริญญาก็ไม่ได้ ยายมีแต่จริงอย่างเดียว ยายยังสร้างวัดได้ นี่เป็นคำพูดของคุณยาย แล้วยายก็พิจารณาดูว่าที่เขาทำกันไม่ได้ ไม่สำเร็จ เพราะเขาทำไม่จริง เจออะไรนิดเจออะไรหน่อย ก็ไม่สู้แล้ว ทั้งๆ ที่เขาก็จบปริญญาสูงๆ กัน จบปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก
ส่วนยายความรู้ก็ไม่มี ก ข้อ ก็ไม่กระดิกหู ไม่จบอะไรสักอย่าง ยายมีแต่จริงตัวเดียว ทำได้ ทำสำเร็จ แล้วยายก็มองไปในอนาคตว่าคนเราถ้าชาตินี้ไม่จริง ชาติต่อไปก็ ชาติต่อไปก็ล้มเหลวเอาดีอะไรไม่ได้ ฉะนั้นเวลาจะทำอะไร ก็ขอให้ทำจริงตั้งแต่ชาตินี้ นี่คือประโยคอมตะวาจาของคุณยายจริงๆ เลย ท่านให้ไว้เมื่อวันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๒๖ เป็นสิ่งที่ยายใช้เป็นตัวผลักดัน ให้สิ่งที่คุณยายตั้งใจว่ารับคำสั่งจากหลวงพ่อวัดปากน้ำแล้วต้องทำให้ได้
พอยายมีคำว่าจริงก็ทำได้ การสอนธรรมะก็สอนได้ แล้วการสอนธรรมะ การขยายวิชชาธรรมกายไปทั่วโลกนั้นนี่ ถ้าจะไปทั่วโลกจริงๆ ต้องทำครบวงจร คุณยายของเราเก่ง แม้ไม่ได้เรียนหนังสือ ไม่ได้เรียนหลักการบริหารงานอะไรทั้งสิ้น แต่คุณยายทำไมมองออก ว่าจะทำงานใหญ่ต้องทำงานเป็นทีม ทำเดี่ยวไม่ได้
และคุณยายมีความตั้งใจว่าสักวันหนึ่ง คุณยายจะต้องสร้างวัดให้ได้ เพราะว่าคุณยายได้ข้อคิดจากคุณยายทองสุก มียุคหนึ่งคุณยายทองสุกได้ไปเผยแผ่วิชชาธรรมกายในซีกตะวันออก แล้วก็มาเล่าให้ฟังว่าไปสร้างวัดอะไรต่างๆ คุณยายก็เอาความตั้งใจนี่เก็บไว้ในใจ พอในที่สุดแล้วยายมีโอกาส ยายก็สร้างวัด เพราะเห็นว่าการสร้างวัดน่าจะเป็นที่มาของการรวบรวมหมู่คณะที่จะสร้างบารมีกันเป็นทีมได้
แต่คุณยายไม่ใช่อยู่ๆ ก็กระโดดมาสร้างวัดเลย ไม่ใช่ คุณยายทำงานอย่างมีแผนงาน ทั้งศาสตร์และศิลป์ทีเดียว การจะสร้างวัดนี่ จะสร้างวัตถุ คุณยายสร้างคนก่อน คุณยายมาสร้างทีมงานก่อน จะสร้างทีมงานได้ คุณยายก็มองว่าต้องมีต้นแบบก่อน ต้นแบบของคุณยายในยุคนั้นก็คือ ๒ ท่าน ถ้าฝ่ายชายก็คือหลวงพ่อธัมมะเป็นต้นแบบ ให้ทีมงานยุคนั้นดูเป็นต้นแบบ ถ้าฝ่ายหญิงก็ป้าเข่ง เข่งแข จิระชุติโรจน์ เป็นต้นแบบของฝ่ายหญิง เมื่อได้ต้นแบบซ้ายขวา ชายหญิงแล้วนี่ ก็ขยายทีมงานออกไปอย่างเป็นขั้นตอน และเป็นศิลปะ แล้วประคับประคองให้หมู่คณะยุคนั้นสามารถประพฤติพรหมจรรย์ได้ตลอด และแต่ละท่านก็ปวารณาประพฤติพรหมจรรย์ตลอด
ในที่สุดแล้วก็ได้ทีมงานที่พอที่จะลงมือสร้างวัดได้แล้ว คุณยายเตรียมงานอย่างนี้ประมาณ ๘ ปี หรือประมาณเกือบๆ ๑๐ ปี ถึงจะเริ่มขุดดินก้อนแรกสร้างวัดพระธรรมกายในปีพุทธศักราช ๒๕๑๓ ในวันมาฆบูชาในยุคโน้น และเริ่มสร้างวัดแล้วนี่ ทีมงานพร้อมแล้วก็เริ่มขยายงาน มีการอบรมธรรมทายาท แล้วก็มีการทยอยบวชต่างๆ ทั้งหมดนี้คุณยายทำมาด้วยการวางแผน และมีการสร้างทีมงานก่อน
การจะขยายวิชชาธรรมกายไปทั่วโลกนั้น ถ้าไม่มีทีมงานขยายไม่ได้ เมื่อคุณยายได้ขยายงาน ขยายวัดไปเรื่อยๆ ก็เป็นการ เหมือนกับเรียกทหารเข้ากองทัพนั่นแหละ กองทัพมีมากพอที่จะขยายไปทั่วประเทศก็ขยาย เมื่อทหารกองทัพใหญ่โต เสบียงมากขึ้น พอขยายไปต่างประเทศได้ ก็ขยายไป เป็นขั้นเป็นตอน แล้วตอนนี้ก็ไปหลายประเทศ หลายทวีปแล้ว
แม้นวิชชาธรรมกายยังไม่ไปคลุมทั่วประเทศในโลกใบนี้ แต่ดูแล้วมีแววไม่ยาก ถ้าด้านหลังของพวกเราผู้มีบุญทั้งหลายได้เสร็จคือมหาธรรมกายเจดีย์เสร็จบริบูรณ์ สภาธรรมกายสากลเสร็จบริบูรณ์ และมหาวิหารหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เสร็จบริบูรณ์เมื่อไหร่ ๓ สิ่งนี้เสร็จเมื่อไหร่ จะเป็นทั้งเสน่ห์ด้วย เป็นแม่เหล็กด้วย และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพุทธและชาวโลกไปในตัว และการขยายวิชชาธรรมกายจะง่าย ง่ายที่สุดเลย เพราะคุณยายและหลวงพ่อนั้นท่านรบในรับ หมายความว่าท่านขยายวิชชาธรรมกายไปนี่แบบตั้งรับ คือทำบ้านให้ดี ทำวัดให้ดี ทำคนให้ดี และชื่อเสียงขจรขจายไปนี่ คนจะแห่มานะจ๊ะ จุดนี้เป็นจุดที่เรียกว่าคุณยายเรานั้นมองการณ์ไกลทีเดียว
และไม่กี่ปีวัดพระธรรมกายสามารถขยายงานได้ระดับนี้ แค่ ๓๑ ๓๒ ปี สามารถทำได้ขนาดนี้ ได้กว้างขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่คุณยาย ไม่ใช่หลวงพ่อและหมู่คณะ รวมทั้งพวกเรา คงทำไม่ได้ และพวกเราก็มีความมั่นใจแล้วว่าการขยายวิชชาธรรมกายไปนี่ไม่ยาก ดูแล้วไม่ยากเลย
หลวงพี่ได้ยินอย่างนี้แล้วก็ดีใจ แล้ววันนี้ก็ดีใจยิ่งขึ้นที่ได้มีโอกาสได้มาแสดงธรรมแม้เพียงเวลาสั้นๆ หลวงพี่มีโอกาสได้มาบวชในปีพุทธศักราช ๒๕๒๙ ในช่วงเข้าพรรษา ด้วยความเมตตาของคุณยายและหลวงพ่อเปิดโอกาสให้บัณฑิตที่จบการศึกษาแล้ว ทำงานแล้ว ได้มาบวช มาใหม่ๆ ก็คงจะเหมือนหลายๆ ท่าน คือเป็นศูนย์เลย ไม่รู้เรื่องอะไรเลย แต่เพราะวัดของคุณยายที่สร้างมาสัปปายะ ๔ ทีเดียว ทำให้หล่อเลี้ยงจิตใจของพระธรรมทายาทรูปนั้นนี่ รวมทั้งหลวงพี่ด้วย สามารถอยู่ต่อได้ทุกวันนี้และตัดสินใจอยู่บวชตลอดชีวิตได้ทุกวันนี้ ถ้าไม่ใช่คุณยายสร้างวัดให้สัปปายะ ๔ ในยุคนั้น หลวงพี่คงไม่มีทุกวันนี้
มีหลายเรื่องที่ประทับใจ แต่มีเรื่องหนึ่งที่ประทับใจที่สุด ก็อยากจะฝาก เป็นการกล่าวสัมโมทนียคาถาให้กับท่านเจ้าภาพด้วย คุณยายนี่ทำสัปปายะ ๔ ให้เกิดขึ้นหลายเรื่อง แต่เรื่องที่ประทับใจที่สุดก็คือเรื่องของอาหารเป็นที่สบาย ในยุคปี ๒๕๒๙ นั้นอาหารการกินก็สมบูรณ์ทีเดียว แม้นไม่มากมายเหมือนปัจจุบันก็ หลวงพี่มองไปแล้วว่าวัดใช้ได้ บรรดาปลากระป๋อง บรรดาแลคตาซอยต่างๆ มากันใหญ่ บริบูรณ์ทีเดียว อาหารการกินเจ้าภาพมาถวายมีเป็นระยะๆ ทำไมหลวงพี่พูดถึงเรื่องอาหารทำให้พระยุคนั้นอยู่ได้ คนที่ไม่คุ้นวัด สิ่งที่จะดึงใจเขาได้นี่ อาหารนี่สำคัญ พวกเราคงจะรู้ดี ถ้ามาวัดแล้วหิว มาวัดแล้วอาหารไม่อร่อย หรือมาวัดแล้วไม่มีอาหารทานต่างๆ หลวงพี่ว่าพวกเราคงจะถอยไปเยอะเหมือนกัน พระที่บวชพรรษารุ่นหลวงพี่ ตอนนี้มีอยู่ประมาณ ๑๓ ๑๔ องค์ที่เหลืออยู่ อยู่ตามวัดสาขาบ้าง แล้วก็อยู่วัดพระธรรมกายบ้าง อาหารมีส่วน
แต่ส่วนที่ประทับใจที่สุดก็คือน้ำเต้าหู้ สูตรพระนิพพาน ไม่ทราบว่าท่านเจ้าภาพอยู่ด้วยหรือเปล่า ถ้าได้ยินเสียงนี้ก็ขออนุโมทนาบุญไปถึงด้วย โยมพี่ไพรัชที่ได้นำน้ำเต้าหู้ แม้นเป็นน้ำปานะในยุคนั้นมาถวายพระธรรมทายาทยุคนั้น แต่หารู้ไม่ น้ำเต้าหู้แต่ละหม้อนั่นแหละมันได้พาลูกหลานยายมาสร้างบารมีกับยายเยอะทีเดียว อย่างน้อยที่สุดก็ ๑๓ ๑๔ องค์นี่ที่อยู่ได้ แค่รุ่นเดียวนะจ๊ะ รุ่นอื่นอีกต่างหาก พวกเราลองไปนับกันดู
น้ำเต้าหู้ สู่พระนิพพานนี่ นี่คือที่มาของอาหารสัปปายะ ๔ ยุคนั้นนี่พระพี่เลี้ยงให้ดื่มน้ำเต้าหู้ แค่ ๒ รอบ ลุกจากแถวมารินน้ำเต้าหู้ ๒ รอบ หลวงพี่ก็ริน ๒ รอบ เสร็จแล้วก็บูชาพระเลิก แล้วกลับ ไปนอนในกุฏิ ใน ในกลด ๒ รอบคือ ๒ แก้ว พยาธิยังไม่ตื่นเลยนะจ๊ะ ก็อาสายุคนั้น อาสาเป็นบุญ เป็นบุญอาหารคอยล้างภาชนะแก้วน้ำต่างๆ เหยือกต่างๆ ตอนนั้นแหละทำให้หลวงพี่อยู่ได้ ความที่เป็นบุญปานะ ปานะเหลือหรือ หลวงพี่ (กระแอม) คนอื่นเขา ๒ แก้ว หลวงพี่เล่น ๑ เหยือก ก็ประกาศให้ทราบว่าปานะ น้ำเต้าหู้ ๑ เหยือกนั่นแหละ ทำให้อยู่ได้ทุกวันนี้นะจ๊ะ
ก็เป็นเกร็ดเล็กๆ น้อยๆ ที่นำมาฝากว่าสิ่งที่คุณยายทำนี่ ยายฉลาด เก่งทีเดียว ยายสามารถที่จะหล่อเลี้ยงลูกศิษย์ลูกหาต่างๆ ที่ทั้งธาตุธรรมแก่ๆ อินทรีย์แก่ๆ อินทรีย์ปานกลาง อินทรีย์อ่อนๆ ให้สามารถมาสร้างบารมีได้ และเมื่ออยู่ได้แล้วนี่ กาลเวลาก็เป็นเครื่องหล่อหลอมกิจวัตรกิจกรรมต่างๆ ก็เป็นเครื่องหล่อหลอมให้เหล่าธรรมทายาทต่างๆ ลูกศิษย์วัดต่างๆ ได้มาสร้างบารมีกันเต็มที่ และมาอยู่ได้ทุกวันนี้นะจ๊ะ
หลวงพี่ขออนุโมทนาบุญกับท่านเจ้าภาพทั้งหลาย ตั้งแต่ที่เคยสร้างบุญบารมีกันมานี่ เจ้าภาพทานบดีทั้งหลาย ปานะต่างๆ รวมทั้งโยมพี่ไพรัชด้วย และพวกเราด้วยที่ได้มีส่วนสนับสนุนให้งานอบรมต่างๆ อบรมคนดีต่างๆ ได้เกิดขึ้น ณ ต่อเนื่องกันมาตลอดจนมาถึงทุกวันนี้
และท้ายที่สุดนี้ก็ขอเรียนเชิญทุกท่านได้หลับตาเจริญภาวนาเอาบุญละเอียด ถวายแด่คุณยายโดยพร้อมเพรียงกันนะ ให้วางใจให้สบายนะจ๊ะ ใจให้แช่มชื่น ให้ใจสะอาด บริสุทธิ์ เราวางใจตรงนั้นแหละ ในกลางตัว วางใจอย่างนิ่งๆ แล้วประคองให้ดี หยุดในหยุด นิ่งในนิ่งลงไปอย่างสบายๆ กันทุกคนนะจ๊ะ (หมด 1/A)
สัพเพ…
หน้า PAGE 9
440203FW-AAT