ถ้อยคำเพชร ถ้อยคำพลอย
(ม้วน 1/A)
พระวิเชสสโก : ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุดของเราทั้งหลาย กราบนมัสการพระมหาเถระที่มีพรรษากาลมากกว่ากระผมทุกรูป สวัสดีเพื่อนสหธรรมิกผู้ประพฤติพรหมจรรย์ทุกท่าน เจริญพรสามเณร อุบาสก อุบาสิกา สาธุชนลูกหลานยายทุกท่านนะ (สาธุ)
ก่อนที่จะได้บรรยายถึงคุณธรรมความดีของคุณยายนั้น คงขอแจ้งข่าวสักนิดหนึ่งว่าเมื่อ ๒ วันที่แล้วเป็นวันสอบบาลีประโยค ๖ ประโยค ๗ และวันนี้เป็นวันเริ่มต้นสอบของประโยค ๘ และประโยค ๙ ถ้าสมัยที่คุณยายยังมีชีวิตอยู่นั้น พระมหาที่เข้าสอบจะได้รับกำลังใจจากคุณยาย คุณยายคุมบุญให้ เป็นกำลังใจให้วัดเราสอบได้มาก ปีนี้ก็เหมือนกัน คิดว่าขณะนี้ท่านคงขอบารมีคุณยายอยู่ แล้วก็พวกเราก็สามารถอธิษฐานจิตช่วยท่านให้สอบได้ด้วยกันนะฮะ (สาธุ)
หลวงพี่ได้มาร่วมงานคุณยายแล้วก็ได้ร่วมงานส่วนหนึ่งคือได้ต้อนรับพระมหาเถระที่มาสวดพระอภิธรรม คืออยู่ด้านหลังซาแลนเขียวนี้ ได้สัมผัสบรรยากาศแล้วก็อยากให้พวกเรา เล่าให้พวกเราฟังสักนิดหนึ่งว่าพระมหาเถระแต่ละรูปที่มาวัดเรานั้น พอมาถึงหลายท่านก็อึ้ง เพราะว่าไม่นึกว่าวัดจะใหญ่ขนาดนี้ แล้ววัดจะมีความเป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงามขนาดนี้ มองการก่อสร้าง มองเพดาน มองอะไรก็ถามว่าคืออะไร ถามด้วยความชื่นใจ ก็พระเถระที่ท่านรับผิดชอบหน้าที่นี้ก็ตอบถวายความรู้ท่านไป
แล้วพอท่านมาร่วมงานเสร็จ หมายความว่าขึ้นมาสวดพระอภิธรรมเสร็จเรียบร้อย ท่านลงไปนี่ ท่านปีติใจเพิ่มขึ้นนะ ปีติใจเพิ่มขึ้น ท่านบอกว่าดีมาก ทำได้ดีมาก จัดงานได้ดีมาก ให้รักษาความดีนี้ต่อไป ใครจะว่ายังไงอย่าไปสนใจ ภาพของสาธุชน ภาพของคนที่วัดพระธรรมกายนั้นเป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงาม มีตั้งมากมายเป็นพันเป็นหมื่น แต่เงียบสงบ ทำอะไรก็พร้อมเพรียงกัน กราบพร้อมเพรียงกัน กล่าวคำอาราธนาต่างๆ ก็พร้อมเพรียงกัน ถวายของยังพร้อมเพรียงกันเลย บอกหาที่ไหนไม่ได้แล้ว ภาพอย่างนี้ นี่แหละพุทธศาสนาน่าจะมีภาพอย่างนี้ เพราะว่าพุทธศาสนานั้นเป็นศาสนาที่มีความดีอยู่มาก ต้องมีภาพที่ดีงามอย่างนี้ออกมา ฉะนั้นจงรักษาความดีอันนี้เอาไว้ คิดว่าจะมีแห่งเดียวในโลกกระมัง
นี่ท่านชมนะ นี่ส่วนหนึ่ง อีกหลายส่วนคงจะนำมาเล่าไม่หมด แต่เล่าให้ฟัง พวกเราฟังส่วนหนึ่ง ท่านมาแล้วท่านปีติใจ หลายท่านเกิดทัศนคติใหม่ ชื่นชมกับเรา ชื่นชมกับเรา ทั้งนี้เพราะว่าได้มาร่วมบุญกับคุณยายเรา
พวกเราก็เหมือนกัน หลวงพี่ว่าหลายๆ คนคงชื่นชมกับเรานะว่าพวกเราทั้งหลายในที่นี้ล้วนเป็นผู้ที่มีหัวใจของผู้ให้อยู่มาก ถ้าพูดถึงน้ำใจของสาธุชนต่างๆ แล้ว ต้องยกให้น้ำใจของสาธุชนวัดพระธรรมกาย มีหัวใจของผู้ให้อย่างเต็มเปี่ยม ให้ตั้งแต่สิ่งเล็กๆ น้อยๆ จนกระทั่งถึงการให้ที่ยิ่งใหญ่ หลวงพี่ว่าสิ่งที่พวกเรามาให้กันนี้ จะเป็นความดีติดตัวพวกเราไป รวมถึงที่เรามาแสดงความกตัญญูกตเวทีกับคุณยายอย่างไม่ขาดสาย หลายท่านมาทุกวัน หลายท่านมาเป็นเดือน แล้วก็มาหลายเดือน ถามว่ามีภารกิจไหม มี แต่ด้วยความรักเคารพคุณยาย บางท่านนึกถึงภาพคุณยายบ้าง บางท่านนึกถึงคำสอนของคุณยายบ้าง นึกแล้วก็เกิดปีติใจ มีกำลังใจมาร่วมงาน มาเอาบุญกับท่าน
เราคิดจะให้ แต่เราได้บุญไป และที่ได้มากของคนในวัดเราก็คือได้ความผ่องใสกลับไป หลวงพี่ว่าพวกเราลองสังเกตกันดูว่าพวกเรามางานยายบ่อยๆ แล้วนี่ เราจะมีความผ่องใสเพิ่มมากขึ้น ผ่องใสเพิ่มมากขึ้น ถามว่าเพราะอะไร เพราะว่ายายของเรานั้นตลอดชีวิตของคุณยายเราท่านสั่งสมความบริสุทธิ์ไว้มาก สั่งสมมากจนกระทั่งปรากฏออกมาทางสีหน้าของคุณยาย ทางแววตาของท่าน ทางการกระทำและคำพูดของคุณยายก็มีให้เราพบเห็นว่าคุณยายมีสิ่งใสๆ ให้เราเสมอ
หลวงพี่จะขอยกตัวอย่างเรื่องคำพูดของยายก็แล้วกัน คำพูดของยายนั้นสั้น ตรง แล้วก็ถึงใจ คำพูดของท่านเป็นไปเพื่อความมักน้อย สันโดษ แล้วก็ให้ความสุขแก่ทุกๆ คน ให้บุญให้ธรรมะเป็นที่พึ่ง ที่ว่าถึงใจเพราะว่าสังเกตได้จากคนในก็ชอบฟังคุณยายพูด ฟังแล้วก็ชื่นใจ เก็บไปเป็นเครื่องระลึกนึกถึงเตือนให้ทำความดี
ที่สำคัญคือชาวต่างประเทศ ชาวต่างประเทศที่ว่าคือมีภิกษุณีจากไต้หวันบ้าง จากจีนแผ่นดินใหญ่บ้าง มาอาศัยร่มเงาของพระธรรมกายนี้ปฏิบัติธรรม แล้วก็มีโอกาสได้กราบคุณยาย ได้มาขอพรคุณยาย เขาปีติใจมาก ถามว่าฟังคุณยายรู้เรื่องไหม รู้บ้าง ไม่รู้บ้าง รู้นิดๆ หน่อยๆ แต่เขาชื่นใจฮะ เขาดีใจ หลวงพี่มีโอกาสไปถามเขากลับว่าทำไมถึงชอบฟังยายพูด เขาก็บอกว่าที่ชอบฟังยายพูดเพราะว่าคุณยายพูดแล้วทำให้เขารู้สึกมีความสุข เขาไม่สามารถเข้าใจคำพูดยายได้ทั้งหมดหรอก แต่เขาดูจากสีหน้าท่าทางของคุณยายนั้นได้แผ่เมตตา ได้ปรารถนาดีต่อเขา ฉะนั้นคำพูดใสๆ แม้จะสั้นแต่ก็ถึงใจได้
ส่วนการกระทำของคุณยายนั้นเป็นแบบแผน เป็นแบบอย่างของนักสร้างบารมี ทุกวันนี้เราได้หลายอย่างจากการกระทำของยาย เป็นกำลังใจให้เราทำความดีกันต่อ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสะอาดหรือเรื่องอื่นๆ ก็ตาม คุณยายมีให้เห็นอยู่เสมอ ตรงนี้เองที่นึกถึงพุทธพจน์ที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสเอาไว้ ตรัสไว้ในธรรมบทภาคที่ ๑ ท่านตรัสไว้ว่า
มโนปุพฺพงฺคมา ธมมา มโนเสฏฺฐา มโนมยา
มนสา เจ ปสนฺเนน ภาสติ วา กโรติ วา
ตโต นํ สุขมนเวติ ฉายา ว อนุปายินี
แปลว่าทุกสิ่งทุกอย่างนั้นมีใจเป็นหัวใจ มีใจเป็นใหญ่ สำเร็จมาจากใจ ถ้าใจเราดี ใจเราผ่องใสแล้ว จะพูดจะทำก็พลอยดีไปด้วย เพราะการพูดหรือทำดีนั้น ความสุขย่อมติดตามตนเหมือนเงาตามตัวฉะนั้น
ยายจึงเป็นนักสร้างบารมีที่มีความสุข เพราะใจยายใส มีคำพูดมีการกระทำที่ใส รับรองสมดังพุทธพจน์ที่หลวงพี่ยกให้พวกเราได้ฟังมา ตรงตามทุกประการ นอกจากสิ่งที่ยายมีการพูด มีการกระทำที่ใสๆ แล้ว สิ่งรอบตัวยายใส สะอาด
วันนี้ เมื่อก่อนเคยยกตัวอย่างเรื่องห้องน้ำไปแล้ว สถานที่ไปแล้ว วันนี้นึกถึงภาพหนึ่งอยากเล่าให้พวกเราฟังคือโต๊ะหมู่ของคุณยายเรา ถ้าใครเคยดูภาพเก่าๆ คือภาพบ้านธรรมประสิทธิ์ จะเห็นยายนั่งอยู่หน้าโต๊ะหมู่ นั่งสมาธิอยู่หน้าโต๊ะหมู่ จะมีพระที่บนโต๊ะหมู่อยู่หลายองค์ มีสีขาวบ้าง สีทองบ้าง เป็นแก้วบ้าง โต๊ะหมู่คุณยายนี่สะอาดมาก พระท่านก็สะอาด ที่ใสก็ใสเลย หลวงพ่อธัมมะเล่าให้ฟัง นี่ส่วนเห็นเองฮะ ส่วนที่เล่าให้ฟังคือหลวงพ่อท่านเล่าให้ฟัง เพราะว่าหลวงพ่อเจอคุณยายก่อน หลวงพ่อเล่าให้ฟังว่าสมัยที่เขาเอาพระมาถวายยายนั้นยังไม่ใสขนาดนี้ แต่แปลกของไม่ใสอยู่กับคุณยาย ผู้มีใจใส ของนั้นก็พลอยใสไปด้วย ฉะนั้นพระบนโต๊ะหมู่ยายใสฮะ ใสมาก ใครเห็นก็จะรู้ว่าเออ พระยายใส คนไปนั่งธรรมะก็พลอยใจใสไปด้วย
มีพระองค์หนึ่งที่หลวงพ่อของเราใช้สอนสมาธิ ชื่อ เขียนชื่อไว้ที่ฐานพระว่าโลกนาโถ พระโลกนาโถ เป็นเกตุดอกบัวตูมนะ เป็นรูปหล่อเกตุดอกบัวตูม แก้วหล่อเกตุดอกบัวตูมนี่ เห็นทุกครั้งก็รู้สึกว่าดีใจทุกครั้งที่ได้พระองค์นี้เป็นนิมิตในการทำสมาธิ ใครไปบ้านธรรมประสิทธิ์ก็จะใช้พระนี่เป็นเครื่องทำสมาธิ เป็นนิมิตในการทำสมาธิ นานไปนานไป ปรากฏพระที่ทำสมาธินี่ใสฮะ ใสมาก เพราะอะไร เพราะว่าตอนที่เขาถวายพระโลกนาโถนี่ ถวาย ๒ องค์ คราวย้ายบ้านเมื่อพระ ๒ องค์เอามาย้ายพร้อมๆ กัน จะเห็นชัดว่าพระที่มาถวายตอนแรกๆ นั้นใสพอๆ กัน แต่พอพระองค์หนึ่งเป็นนิมิตในการทำสมาธิ ผ่านการเป็นนิมิตมานาน หลายคนเอามาไว้ที่ศูนย์กลางกายบ่อยเข้า พระองค์นั้นก็เลยใสมากกว่าปกติ ใสเป็น ใสเป็นประกายขึ้นมาเลย
หลวงพ่อท่านก็เล่าให้ฟังว่าที่เป็นเช่นนี้เพราะว่าอะไรก็ตาม ตกอยู่ที่ศูนย์กลางกาย ใจของเรานั้นจะมีอานุภาพทำให้ใสได้ ยิ่งใจของคุณยายที่มีธรรมะอยู่แล้ว ยิ่งทำให้ใสได้เร็วขึ้น แล้วท่านให้กำลังใจพวกเรานะว่าแม้พวกเราเหมือนกัน ถ้าเกิดตั้งใจจริง มีดวงแก้วหรือมีองค์พระนำท่านมาเป็นนิมิตบ่อยๆ นึกถึงท่านที่ศูนย์กลางกายบ่อยๆ ในที่สุดแล้ว พระหรือดวงแก้วของเราก็จะใสเช่นเดียวกัน หลวงพ่อก็ยกตัวอย่างของท่านว่าท่านก็เคยหาแก้วขุ่นมานั่งสมาธิจนกระทั่งใส
พวกเราฟังท่านนะ ฟังท่านแล้วดีใจฮะ ดีใจเพราะเห็นความใสนั้น ทำให้เกิดความสุข นัดกันเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ว่าเราน่าจะทำ ทำตามบ้าง ได้บ้างไม่ได้บ้างก็ขอให้ทำดูฮะ ว่าแล้วก็ชวนกันฮะ นั่งธรรมะที่บ้านธรรมประสิทธิ์เสร็จเรียบร้อยแล้วก็ชวนกัน ไปหาบูชาพระที่เสาชิงช้า ไปบูชาพระแก้วองค์เล็กๆ จะหามีเกตุดอกบัวตูม หาไม่มี มีแต่เกตุเปลวเพลิง จะหาใสๆ ก็ไม่ค่อยมี มีแต่เป็นแก้วที่ไม่ค่อยใสนัก แต่ก็นึกในใจว่าอ้าวไม่เป็นไร ไม่ใสก็ไม่เป็นไร เพราะมีสิทธิที่จะนำมากลั่นด้วยความจริงใจของเราได้
ว่าแล้วก็บูชามาคนละองค์ แล้วก็ตั้งใจกันว่าพรรษานี้ ๓ เดือนเราจะมานั่งกลั่นใจของเราบ้าง เอาพระนี่แหละกลั่นใจของเรานึกถึงเป็นนิมิต กลั่นใจเราให้ใสบ้าง ๓ เดือนแล้วมาดูกันว่าพระใครจะใสขึ้นมาบ้าง สนุกดีฮะ ตอนนี้สนุกดี เอามาถึงก็คราวนี้ขยันขึ้นเลยนะ ที่ไม่เคยขยันก็ขยันขึ้น ต้องขยันนั่งธรรมะทุกเช้า ทุกเย็น และที่มีเวลาว่าง เพราะอะไร เพราะกลัวว่าออกพรรษาเดี๋ยวพระเราไม่ใส เขาจะรู้ว่าเราขี้เกียจนั่งธรรมะ ฉะนั้นเพื่อประกาศความขยันก็ต้องรีบทำ ขยันนั่งฮะ นั่งเสร็จแล้วก็มาดูพระใสหรือยังนะนี่ นั่งเสร็จแล้วก็มาดูพระใสหรือยัง ถ้ายังไม่ใส เราก็นึกอธิษฐานให้ท่านใส ใสไม่ทันใจก็อาราธนาท่านไปสรงน้ำ เอาน้ำมาสรงนะ พอท่านถูกน้ำ ปกติของแก้วใช่ไหมฮะ พอถูกน้ำก็จะใสขึ้น แต่พอแห้งก็เหมือนเดิมอีก เราก็ทั้งขัด ทั้งสรงน้ำ ทั้งนั่งสมาธิ ทั้งกำลังภายใน กำลังภายนอกเลยฮะ ช่วยเหลือกัน
เข้าทำนองกับกลอนที่ว่าเมื่อเข้าป่าเสกคาถา กันช้างไล่ เสกคาถาแล้วนะ แล้วก็ขึ้นต้นไม้อีกด้วยช่วยคาถา หมายความว่าถึงคาถาดี เสกกันช้างได้ แต่ก็ขึ้นต้นไม้เพื่อความปลอดภัยฮะ ขึ้นต้นไม้อีกด้วยช่วยคาถา อันนี้ก็เหมือนกัน เราเด็กๆ ก็ทำทำนองเดียวกันว่านอกจากเราจะกลั่นใจด้วยธรรมะที่คุณยาย หลวงพ่อสอนแล้ว แล้วก็สรงน้ำท่านด้วยนะ สรงน้ำ ขัดด้วย นึกถึงกลั่นใจไปด้วย
ผลปรากฏออกมาว่าเมื่อออกพรรษาแล้วพระใสขึ้น พระใสขึ้น แต่ที่แน่ยิ่งกว่าความใสของพระคือใจเราทุกคนใสตามไปด้วย ออกพรรษานั้นเรานึกถึงองค์พระได้ง่าย นิมิตองค์พระชัดเจน ใจเราเป็นบุญเป็นกุศล แล้วเรามีความสุข สุขจนกระทั่งเรารู้ว่าที่เห็นคุณยาย หลวงพ่อท่านรักธรรมะมากๆ นั่งธรรมะเยอะๆ แล้วชอบนั่งธรรมะ อ้อ มันมีความสุขอย่างนี้เอง ท่านจึงรักนั่งธรรมะมาก นั่งธรรมะเยอะ
เรื่องของใจนั้นเป็นเรื่องที่พระพุทธองค์ให้ความสำคัญมากที่สุด มีเรื่องเล่าในพระไตรปิฎกอยู่เรื่องหนึ่ง เล่าเรื่องของอานุภาพใจว่าสมัยพุทธกาลนี่ มีพระอรหันตสาวกอยู่รูปหนึ่งชื่อกรินทวฉะ ท่านมีปกติเที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร คือรุ่งเช้าก็บิณฑบาตไปตามบ้านเรื่อยๆ วันหนึ่งท่านบิณฑบาตไปนะ ไปถึงบ้านโยมอุปัฏฐาก ท่านก็ไปเจอลูกสาวตัวน้อยๆ ของโยมกำลังร้องไห้ ท่านก็ถามว่าถามโยมนะว่าเด็ก เจ้าน้อยนั่นมันร้องไห้ทำไมหรือ โยมก็กราบเรียนท่านบอกว่ามาร้องไห้อยากมีเครื่องประดับไปดูงานมหรสพ ไปเล่นมหรสพกับเพื่อนๆ เขา แล้วดิฉัน ผู้เป็นแม่นี่นะก็บอกว่า ดิฉันก็บอกเขาบอกว่าเราเป็นคนจน จะหาเครื่องประดับได้จากที่ไหน ไม่มีหรอก เท่านั้นเจ้าหนูมันก็ร้องไห้
พระเถระได้ยินก็นึกเมตตาแล้วก็สงสาร ก็บอกว่าไม่เป็นไร เอาหญ้ามา เอาหญ้ามากำหนึ่ง มาเสร็จแล้วท่านก็ขมวดเป็นวงถัก ขดเป็นวงง่ายๆ แล้วก็บอกว่าเอาหญ้านี่นะไปใส่บนหัวของเด็กนั้นเสีย ไปประดับบนหัวของเด็กนั้นเสีย พอไปใส่วางปุ๊บ ด้วยอานุภาพของใจพระเถระ สามารถบันดาลให้หญ้าขดนั้นเป็นมาลัยทองคำที่สวยงามมากอยู่บนศีรษะเด็ก เด็กลืมตามาอีกทีหายร้องไห้เลย ดีใจ โอ้โฮได้ของสวย ดีใจ วิ่งไปเล่นสนุกสนาน อานุภาพใจทำให้ขดหญ้าเป็นทองคำได้
เล่นไปเล่นมาพวกผู้ใหญ่ไม่เคยเห็นก็มารุมดูว่าโอ้โฮ ทำไมมาลัยทองคำอย่างนี้ คนจนๆ มีด้วยหรือ มาดูกันใหญ่เลยฮะ ดูไปดูมาแทนที่จะชื่นชมอย่างเดียว ไม่ฮะ ไปฟ้องพระราชาบอกว่าสงสัยคนจนบ้านนี้ต้องขโมยมาจึงมีทองคำ ฟ้องอย่างนี้เลยนะ พระราชาสมัยนั้นก็คือพระพิมพิสารส่งตำรวจหลวงไปด้วย ตรวจดูเห็นแล้วดอกไม้ทองคำนี่โอ้โฮ คนจนมีไม่ได้ ไม่มีโอกาสเป็นเจ้าของแน่ สรุปเรียบร้อยว่าคงขโมยมาแน่ จับเลยฮะ จับไปขัง
พอจับไปขังแล้ว รุ่งขึ้นพระเถระไปบิณฑบาตเหมือนเดิมฮะ พอมาถึงบ้านนี้ อ้าวบ้านนี้ถูกปิดประตูอีก ถามว่าโยมไปไหน ถามข้างบ้าน บ้านนี้เขาไปไหน เขาก็บอกว่าถูกจับไปเรียบร้อยแล้ว ทำไมถึงถูกจับ บอกว่าขโมยมาลัยทองคำมา เลยถูกจับ พระเถระก็รีบไปยังพระราชวัง ไปหาพระราชา ถามว่ามหาบพิตร มหาบพิตรสั่งจองจำโยมอุปัฏฐากไปหรือ พระราชาก็บอกว่าใช่ ก็ถามว่าทำไม ทำไมถึงสั่งจองจำ ท่านก็บอกว่าก็คนจนๆ จะมีดอกไม้ทองคำได้ที่ไหน จะหาทองคำได้อย่างไร
พระเถระก็อยากจะอธิบายนะ แต่อ้าว ไม่ต้องอธิบายแหละ ก็เลยชี้ปราสาทว่า มหาบพิตรจงดูปราสาทหลังโน้น ก็ชี้ให้ดูหลังโน้น เป็นปราสาทไม้ธรรมดา จงดูปราสาทลหลังโน้น เป็นปราสาทไม้ อีกครู่หนึ่งบอก เดี๋ยวมหาบพิตรดูใหม่อีกทีหนึ่ง ด้วยอานุภาพของใจใสของพระเถระ ก็บันดาลให้ปราสาททั้งหลังที่เป็นไม้กลายเป็นทองคำไปทั้งหลัง แล้วพระเถระก็ถามพระราชาว่ามหาบพิตร มหาบพิตรเอาทองคำมากมายเต็มปราสาทนี่มาจากไหน พระราชาเงียบเลยฮะ รู้แล้วเข้าใจเลยว่า อึม ใจใสนี่มีอานุภาพมาก แป๊ปเดียว เป็นทองคำได้ทั้งหลัง ไม้ยังเป็นทองคำได้ จะประสาอะไรกับหญ้าเป็นทองคำเล็กๆ จะเป็นไม่ได้ ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลง สั่งปล่อยเลย สั่งปล่อยเด็กเลย
นี่อานุภาพของใจคนเรา ถ้าใจใสๆ แล้วสามารถมีอานุภาพเปลี่ยนแปลงสสารต่างๆ ให้เป็นไปได้ดังใจปรารถนา หรือเราเรียกว่าสำเร็จมาจากใจได้ นี่เป็นตัวอย่างที่ยืนยันว่าความใจใสของคุณยายนั้นไม่ใช่เพิ่งมีอานุภาพในตอนนี้ ความใจใสนั้นเป็นสากล แล้วก็มีอานุภาพเป็นสากลที่จะสามารถบันดาลให้เกิดความดี บันดาลให้เกิดความสุขได้ ฉะนั้นเราทั้งหลายที่มาเป็นลูกหลานยาย มาพบคุณยายนั้นจงภาคภูมิใจเถอะว่าเรามาเจอยายผู้มีใจใส คุณยายของเรานั้นนอกจากปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัด รักธรรมะอย่างจริงจังแล้ว ก็ยังสอนให้เราทั้งหลายรักธรรมะเหมือนอย่างท่าน สอนด้วยการที่ท่านปฏิบัติให้เราดู
เวลาที่พวกเราได้เจอคุณยายที่บ้านธรรมประสิทธิ์ก็ดี เจอคุณยายที่วัดก็ดี เราจะเห็นคุณยายอิ่มเอิบ เบิกบานผ่องใส มีความสุข เป็นสิ่งที่เหมือนยายบอกให้รู้ว่าธรรมะช่วยยายได้ทั้งหมด ช่วยยายได้ทุกอย่าง สิ่งที่คนเขาทุกข์เขายาก เพราะเขาไม่ได้ไม่มี แต่เมื่อมีธรรมะแล้ว ธรรมะสามารถเติมสิ่งที่ขาดให้เต็มบริบูรณ์ได้ ฉะนั้นลูกศิษย์ยายสมัยนั้นไม่ต้องการอะไรอื่นเลย ต้องการอย่างเดียวจากคุณยายคือขอมีธรรมะอย่างคุณยาย ขอให้มีธรรมกายเหมือนคุณยายเท่านั้นก็มีความสุข
คุณยายแม้ตัวท่านเองจะเป็นผู้หญิง แม้ตัวท่านเองจะไม่ได้เล่าเรื่องหนังสือ แต่คุณยายก็เป็นนักปฏิบัติที่รู้เห็นธรรมะด้วยการประพฤติปฏิบัติ รู้เห็นจนกระทั่งคุณยายสามารถบอกให้เรารู้ว่าวิชชาที่คุณยายได้คุณยายมีนั้น ดีกว่าวิชาที่เราทั้งหลายจบปริญญาเสียอีก คุณยายมีวิชชา มีความรู้ หรือบางท่านจะบอกว่าคุณยายทรงอภิญญาก็ตาม แต่นั่นคือสิ่งที่คุณยายได้จากการปฏิบัติ แล้วก็มีคุณค่าเป็นที่พึ่งของเราทั้งหลายได้
หลวงพี่เชื่อว่าจะหาคนประกาศพระศาสนาเหมือนอย่างคุณยายด้วยการปฏิบัตินี้ หาได้ไม่ง่ายนัก เราเคยอ่านพระไตรปิฎก มีความรู้ในพระศาสนาอยู่เยอะมาก สมัยนี้จะมีใครกล้ายืนยันว่าวิชชา ๓ น่ะมีจริงบ้าง อภิญญา ๖ มีจริงบ้าง พูดก็ไม่เต็มปากเต็มคำ แต่คุณยายเราซิบอกเลยว่ามี แล้วบางอย่างยายก็ทำได้ ยายยืนยันเสมอว่านรกมี สวรรค์มี บาปมี ชาติหน้ามี บอกชัดเจน บอกอย่างนี้เป็นอย่างไร หลวงพี่สัมผัสด้วยใจของหลวงพี่เองว่าทำให้เรารักบุญ กลัวบาป แล้วขยันสร้างความดี จะประพฤติปฏิบัติธรรมในพระศาสนา เล่าเรียนมาเท่าไหร่แล้ว นึกถึงคุณยายแล้ว ยืนยันให้เรามีความมั่นคง มีศรัทธาที่ตั้งมั่นในพระศาสนาว่าสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอนจริง ยายยืนยันว่าจริงด้วยการปฏิบัติของท่าน
ฉะนั้นจึงไม่แปลกนะว่ายายเราจึงได้รับการยกย่องว่าเป็นศิษย์เอกของหลวงพ่อวัดปากน้ำ เพราะท่านเป็นพยานยืนยันการเข้าถึงธรรมกายของหลวงพ่อวัดปากน้ำ ยายเป็นผู้ที่เป็นพยานยืนยันในคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หลวงพี่เชื่อว่าถ้าเกิดว่าพระพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่ ก็จะชื่นชมคุณยายของเราอย่างยิ่ง ว่าคุณยายของเราเป็นยอดนักสร้างบารมี แล้วเราทั้งหลายที่เป็นลูกศิษย์คุณยาย ก็น่าภาคภูมิใจที่ได้มาร่วมบุญ มาเอาบุญกับยาย ผู้ซึ่งเป็นศิษย์เอก เป็นยอดศิษย์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ฉะนั้นวันนี้ขอฝากพวกเราไว้ว่ากลับถึงบ้านแล้ว ขอให้กลับไปดูโต๊ะหมู่ของเราทุกๆ คน เราจะบูชาธรรมคุณยายด้วยการไปจัดการโต๊ะหมู่ของเราให้ใส สะอาด ดูพระของเราที่มีอยู่นั้นให้สะอาดหมดจด เราจะมีพระแก้วก็ดี มีดวงแก้วก็ดี เราน่าจะปฏิบัติบูชาคุณยายด้วยการนำมากลั่นที่ศูนย์กลางกาย หลวงพี่เชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะทำให้เราเข้าใจคุณยายมากขึ้น แล้วก็สามารถติดตามคุณยายในการสร้างบารมีตลอดไป ฉะนั้นวันนี้เพื่อเป็นการปฏิบัติบูชาคุณยาย ขอเชิญพวกเราทุกท่านนั่งธรรมะบูชาธรรมคุณยายอีกครั้งหนึ่งนะ เชิญ
เราได้มาสร้างบุญทั้งวัน จนกระทั่งถึงบัดเดี๋ยวนี้ เราได้มาร่วมบุญกับคุณยาย ได้รับการเติมบุญ เติมบารมีจากครูบาอาจารย์ผู้เป็นปูชนียาจารย์ของเรา ถึงเวลานี้เราจะน้อมระลึกนึกถึงพระคุณยายด้วยการปฏิบัติ โดยน้อมใจของเรามาตั้งไว้ที่กลางกายอย่างสบายๆ ที่กลางกายของเรานั้น เป็นที่สถิตของสิ่งที่ดีงามทั้งหลาย เป็นที่ตั้งของบุญ ของความดี อย่างที่เราเอาใจมาตั้งไว้ที่กลางกายอย่างสบายๆ เราจะเกิดความผ่อนคลาย ใจเราจะใส ใจเราจะสะอาด ใจเราจะบริสุทธิ์
ยิ่งเราได้นึกถึงคุณยายผู้มีพระคุณแก่ชีวิต แก่จิตวิญญาณของเรา นึกถึงท่านที่กลางกาย เราก็จะได้รับสิ่งที่เป็นสิริมงคลเพิ่มขึ้น เพราะคุณยายนั้นใจของท่านอยู่กับธรรมะ รักธรรมะ มีธรรมะเป็นที่พึ่ง ใจท่านมีพุทธรัตนะ มีพระธรรมกายสว่างไสวอยู่ที่กลางกายเสมอ เรานึกถึงที่กลางกายอย่างนี้ นึกไป ภาวนาไป นึกไป ภาวนาไป นึกแล้วภาวนา ให้ใจเราใส ใจเราสะอาด แล้วใจเราจะบริสุทธิ์ยิ่งๆ ขึ้น ตั้งใจกันภาวนาสักครู่หนึ่งนะ
พอใจเราสบาย ใจเราใส ใจเราสว่างดี เราก็นึกถึงบุญ นึกถึงความดีที่เราได้มาทำตลอดทั้งวัน บุญที่เกิดขึ้นจากการที่ได้ฟังสวดพระอภิธรรมก็ดี บุญที่ได้จากการฟังธรรมก็ดี บุญที่เกิดจากการถวายจตุปัจจัยไทยธรรมก็ดี บุญเล็กบุญน้อยรวมไว้ที่กลางกาย ให้ดวงบุญเราใส สว่าง เรานึกบูชา บูชาคุณยายอาจารย์ของเราด้วยบุญกุศลที่เกิดขึ้นกับเราในวันนี้ นึกบูชาความดีของคุณยายอาจารย์เรา พร้อมทั้งขอบุญบารมีคุณยายของเรานั้นมาปกปักษ์รักษาให้ลูกหลานคุณยายทุกๆ ท่านได้เจริญรอยตามคุณยาย คือมีคุณธรรม คือความใจใส รักธรรมะ รักการปฏิบัติธรรม ให้มีกำลังใจที่สูงส่ง ให้ชีวิตการสร้างบารมีราบรื่น ให้เข้าถึงธรรมะ เข้าถึงพระธรรมกาย นึกไปที่กลางกายนะ ใครจะอธิษฐานอะไร หรือนึกอธิษฐานอะไรเพิ่มเติม ก็นึกกันตามปรารถนากันนะ
สัพเพ…
หน้า PAGE 9
440128EW-VST