ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

คุณธรรมของคุณยายดูได้จากศิษย์

คุณยายอาจารย์ · เทศน์งานยาย

ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กราบแทบเท้าพระเถรานุเถระทุก ๆ รูป กราบสวัสดีเพื่อนสหธรรมิกทุกรูป เจริญพรสามเณร อุบาสก อุบาสิกา และลูกหลานยายผู้มีบุญทุกท่าน วันนี้คงจะครบวันที่ ๘๐ ที่คุณยายท่านละสังขาร มีกรณีเดียวที่ไม่ใช่ ๘๐ วันคืออาตมาจำผิด แต่คิดว่าคงจำไม่ผิดนะ วันนี้คง ๘๐ วันพอดี จำได้ว่าพระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านเปรียบคุณยายมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ เหมือนเป็นดั่งภูเขาทองที่มีรัศมีสีทองสว่างไสวเรืองรอง เมื่อนกบินผ่าน ขนและปีกของนกก็จะได้รับรัศมีสีทองไปด้วย ข้อนี้อาตมาคิดว่าเป็นความจริง เพราะว่าตัวอาตมาเองไม่เคยได้ใกล้ชิดคุณยายมาก แต่ได้พบได้เห็นท่านในระยะหลัง ๆ แต่คุณธรรมของคุณยายที่อาตมาจะได้นำมาเล่าให้ฟังในวันนี้ จะเป็นภาพสะท้อนได้พบเห็นจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย ซึ่งเป็นการสะท้อนภาพกลับไปยังครูบาอาจารย์ ว่าท่านได้ถ่ายทอดสิ่งใดให้กับพระเดชพระคุณหลวงพ่อบ้าง คุณธรรมของคุณยายนั้นมีมาก มีมากเกินกว่าที่จะบรรยายให้จบภายในเวลาที่ขึ้นแสดงธรรมนี้ได้ แต่ยังไงก็ตาม เวลาพอมีนี้ คุณธรรมที่พอบรรยายเล็กน้อยนั้นน่ะ อาตมาคิดว่าคงเป็นเครื่องดำเนินชีวิตของทุก ๆ ท่านได้นำไปใช้ให้เป็นประโยชน์ได้ เท่าที่อาตมาได้พบจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อนั้นน่ะ ถ้าถามว่าคุณยายสอนอะไรบ้าง หรือหลวงพ่อสอนอะไรบ้างนี่ เป็นสิ่งที่ตอบได้ยาก เพราะว่าบางอย่างท่านไม่ได้สอนด้วยคำพูด แต่ว่าได้พบเห็นได้เรียนรู้ทั้งจากคำพูดและจากสิ่งที่ได้ใกล้ชิดได้พบเห็น ยกตัวอย่างเช่นพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ท่านเคยเล่าว่าคุณยายเป็นคนประหยัด เป็นคนรู้คุณค่าของของ ของทรัพยากร และเป็นคนมีระเบียบ ที่ท่านเล่าว่าคุณยายนำกระดาษถุงเก่า ๆ หรือหนังสือพิมพ์เก่ามาตัด ตัดให้ได้มุมพอดีกัน แล้วก็นำวางเรียงซ้อนพอดี ถึงเวลาบ้วนน้ำลายลงในกระโถนหรือทิ้งของสกปรกลงในกระโถน ท่านก็จะนำกระดาษนี่ไปรอง พอบ้วนน้ำลายแล้วก็จะนำกระดาษปิดทับลงไปอีกชั้นหนึ่ง ทำอย่างนี้เรื่อย ๆ ผู้ที่นำขยะไปทิ้งก็จะไม่เกิดความรังเกียจ ตรงนี้อาตมาไม่ทันได้เห็น แต่ว่าสังเกตจากที่หลวงพ่อท่านเป็น คล้าย ๆ กัน สะท้อนได้ดีทีเดียว เวลาหลวงพ่อท่านใช้กระดาษทิชชู่ ยกตัวอย่างเวลาท่านฉันภัตตาหารเสร็จ ท่านจะเช็ดจาน อาตมายังเคยเห็น ท่านนำกระดาษทิชชู่มาเช็ดช้อนเช็ดจาน แล้วก็พับเอาไว้อย่างเรียบร้อยทีเดียว ดูแล้วไม่น่ารังเกียจเลย ภัตตาหารที่ท่านฉันเสร็จ ท่านก็เอาช้อนกลางเกลี่ยตะล่อมเป็นกลม ๆ ลูกศิษย์ลูกหาที่นำไปรับประทานต่อ ก็ไม่เกิดความแหนงใจ ไม่รังเกียจ ดูเหมือนอาหารนั้นเรียบร้อยเหมือนตอนยกมาประเคนท่านทีเดียว กระดาษที่ท่านใช้แล้วนี่ก็พับอย่างสวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อยตลอดเลย อาตมาสังเกตแม้เวลาที่ท่านเผลอ ๆ นะ เผลอ ๆ หมายความว่าคุยงานไปแล้วก็พับกระดาษไปด้วยนี่ คือท่านไม่หลงนะ อย่างกรณีบางครั้งถ้าใครเคยขึ้นรถเมล์หรือถือกระดาษทิชชู่ไว้ในมือ จะเผลอม้วน บางทีม้วนเล่น บางทีก็พับเล่น แต่พระเดชพระคุณหลวงพ่อนี่ท่านคุยงานไปก็จริง ใจจรดจ่ออยู่กับธรรมะภายใน ปากท่านก็คุยงาน แต่ว่ากระดาษที่ท่านพับนี่ ท่านก็ยังคงพับอย่างเรียบร้อยทุกครั้ง แล้วก็วางไว้อย่างสวยงาม นี่เป็นต้น เป็นภาพสะท้อน ทำให้นึกถึงภาพคุณยายได้ว่า อ๋อ ที่หลวงพ่อท่านเล่าว่าคุณยายท่านมีความเป็นระเบียบ สะอาด เป็นอย่างนี้กระมัง เป็นภาพสะท้อนไปอย่างนี้นะ พูดถึงกระดาษทิชชู่นี่ก็มีเรื่องอยู่ครั้งหนึ่ง เป็นข้อคิดที่ดีทีเดียว มีเพื่อนสหธรรมิกของอาตมา นี่ท่านชอบเก็บกระดาษที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านใช้นะ เดี๋ยวนี้คงไม่เก็บแล้วล่ะ มีอยู่ครั้งหนึ่งท่านเก็บ พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านใช้ หลังจากฉันน้ำเสร็จ ท่านก็ซับริมฝีปากนี่ เช็ดน้ำแล้วก็พับกระดาษเอาไว้อยู่ในจานรองแก้ว เพื่อนสหธรรมิกก็ไปเก็บ เก็บไว้เป็นที่ระลึก ท่านก็เล่าให้ฟัง หรือท่านฉันหมากฝรั่งแล้วก็คายเอาไว้ในกระดาษทิชชู่แล้วก็พับเหมือนกัน สหธรรมิกรูปนี้ท่านก็เก็บ พอเวลาว่าง ๆ ไปนั่งคุยธรรมะกัน ท่านก็เล่าให้ฟังแบบนี้ ผมมีชานหมากหลวงพ่อด้วยนะ อาตมาก็ เอ๊ะ หลวงพ่อธัมมะไม่ฉันหมากนี่ บอกหมากฝรั่ง อ๋อ เออดีแฮะ ก็นึกในใจองค์นี้นี่ท่านดีจังเลย เคารพครูบาอาจารย์นะ มีของที่ครูบาอาจารย์ใช้แล้ว ก็เก็บไว้เป็นที่ระลึกถึงครูบาอาจารย์ แต่ท่านมีจุดหมายอย่างนั้นนะ มีจุดหมายเพื่อระลึกถึงครูบาอาจารย์ ทีนี้มีอยู่วันหนึ่งอาตมาก็เห็นหลวงพ่อท่านฉันหมากฝรั่ง พอท่านจะทิ้งก็เอื้อมไปรองเหมือนเดิมน่ะ พับใส่กระดาษอย่างดีเลย อาตมาก็เอื้อมมือไปรอง เก็บใส่กระเป๋าอังสะ หลวงพี่มหาฉัตรตัญชโย ท่านอยู่ใกล้ ๆ ท่านก็เหลือบมาเห็น เห็นครั้งแรกคงไม่เป็นไร คงจะหลายครั้ง ท่านก็ถาม เอาไปทำอะไรน่ะ ก็บอกว่าจะเอาไปฝากสหธรรมิกองค์นี้ เป็นอย่างนี้อย่างนี้ หลวงพี่ฉัตรท่านก็ยิ้ม แล้วก็บอกเหรอ โน่นแน่ ท่านก็ชี้ไปที่ถังบ่อเกรอะนะ ถังส้วม บอกไปเปิดตักเอาในนั้นเลยเยอะแยะเลย ผ่านศูนย์กลางกายด้วยนะนั่นน่ะ ทำให้ได้คิดขึ้นมาเลย ทำให้ได้คิดเลยว่า อ้อ เราจะมาศึกษาธรรมะ ศึกษาวิชชา หลวงพ่อท่านก็ให้ของที่ควรเก็บอยู่แล้วนี่ พระล็อกเกตเยอะแยะ อย่างนี้คงไม่จำเป็นต้องเก็บแล้ว ก็ได้คิดว่าคุณยายน่ะ ท่านไม่ติดอะไรเลย สมัยหนึ่งหลวงพ่อท่านเล่าว่าคุณยายออกจากบ้านมา เพื่อมาศึกษาวิชชาธรรมกายกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ท่านยอมสละทุกสิ่งเลย ทรัพย์สมบัติที่ได้มา มีเงินทอง ที่นา ท่านยกให้หมด ยกให้กับพี่น้อง ไม่ติดเลย แล้วก็ไม่อาลัยอาวรณ์ด้วย หลวงพ่อท่านบอกอุปมาเหมือนนกที่บินออกจากคอน ไม่อาลัยเหลียวกลับไปมองอย่างนั้นแหละ บินออกแล้วก็บินไปเลย ท่านมุ่งศึกษาวิชชาธรรมกาย เพื่อตอนแรกท่านอยากจะไปพบคุณพ่อท่านที่เราทราบกัน แต่ในใจลึก ๆ ของคุณยาย ท่านคงจะไม่ทราบนะ คือท่านมีบุญอย่างนี้มาอยู่แล้ว มีบุญที่จะต้องมาเป็นผู้สืบทอดวิชชาธรรมกายนะ พูดถึงตอนนี้หลาย ๆ ท่านคงอยากเป็นเหมือนยาย ที่คุณยายมีบุญมากทีเดียว ได้อยู่ตั้งแต่สมัยหลวงพ่อวัดปากน้ำยังมีชีวิตนะ แล้วไม่ได้อยู่เฉย ๆ ด้วย ได้ทำวิชชากับหลวงพ่อวัดปากน้ำ ยังไม่เท่านั้น ยังได้เป็นผู้สืบทอดวิชชามาถึงหลวงพ่อธัมมชโย ถึงหมู่คณะพวกเรานี่ มีใครอยากเป็นอย่างยายบ้างไหม อยู่ทันทั้ง ๒ องค์อย่างนี้ หลวงพี่ขออนุโมทนาด้วยนะ คุณยายท่านมีบุญมากจริง ๆ ท่านได้อยู่กับหลวงพ่อวัดปากน้ำด้วย อยู่กับหลวงพ่อธัมมชโยด้วย แล้วอยู่แบบใกล้ชิดด้วยนะ ได้เป็นผู้ศึกษาธรรม เป็นผู้ถ่ายทอดธรรม พูดถึงตรงนี้ผู้ถ่ายทอดธรรมะนี่สำคัญทีเดียว ในขณะที่หลวงพ่อวัดปากน้ำมรณภาพไปแล้ว สิ้นแล้ว ความหวังสุดท้ายในขณะนั้น ถ้าจะพูดว่าอยู่กับคุณยายเพียงท่านเดียวก็พูดได้นะ ความหวังที่จะมาถึงหลวงพ่อธัมมะนี่ จำคำหนึ่งที่หลวงพ่อท่านเล่าได้ว่าตอนนั้นไปพบคุณยาย คุณยายท่านบอกกับหลวงพ่อว่า คุณคือคนที่หลวงพ่อวัดปากน้ำให้ยายไปตามมาเกิด สมัยสงครามโลกนะ และท่านก็เป็นผู้ที่อยู่รอหลวงพ่อธัมมะนี่แหละ คุณยาย เป็นเหมือนข้อต่อข้อเดียวที่เหลืออยู่ระหว่างหลวงพ่อวัดปากน้ำกับหลวงพ่อธัมมชโย ถ้าหากไม่มีท่านแล้วนี่ เราลองนึกดูนะ คงไม่มีสถานที่นี้นะ แน่แท้เลย คงไม่มีแน่ ๆ ฝากความหวังไว้กับคุณยายโดยตรงเลย นี่เรื่องของความรักในคำสั่งครูบาอาจารย์ ข้อนี้สะท้อนให้เห็นได้ดีว่าคุณยายไม่ได้ทิ้งธรรมะไปไหน แล้วก็ไม่ได้ทิ้งวัดปากน้ำไปเลย ท่านอยู่ที่นั่น สอนธรรมะ อยู่จนเจอหลวงพ่อธัมมชโย ทราบมาว่าในสมัยหลวงพ่อวัดปากน้ำมรณภาพแล้ว หลาย ๆ ท่านก็แยกย้ายกันออกไปนะ ที่เป็นพระ บ้างก็ลาสิกขามากมายทีเดียวที่กระจัดกระจายออกไป แต่ยังเหลือคุณยายนี่ด้วยความรับผิดชอบต่อคำของครูบาอาจารย์ คำของหลวงพ่อวัดปากน้ำที่ฝากเอาไว้ให้ช่วยกันสืบถ่ายทอดวิชชาธรรมกายไปทั่วโลก นั่นคือคุณยายมีความเคารพต่อครูบาอาจารย์อย่างยิ่งเลย และท่านก็รักธรรมะยิ่งชีวิตทีเดียว เหมือนพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมะเลย ท่านรักธรรมะยิ่งชีวิต จากการที่อาตมาได้เคยเห็นท่าน ท่านรักธรรมะมากเลย แม้แต่เวลาป่วย หลวงพ่อธัมมะนะ เวลาท่านป่วยไม่สบาย ถ้าเป็นเรา เราคงเลิกนั่งนะ อ้าว เราป่วย แต่เป็นหลวงพ่อธัมมะท่านบอกว่ายังไงท่านก็ต้องระลึกถึงความเป็นพระ แล้วท่านพยายามจะ เออ ลุกขึ้นหยิบจีวรมาครอง ถึงแม้ลุกไม่ค่อยไหว ท่านเล่าให้ฟังว่าถ้าจะไป ก็ขอไปในชุดพระนี่ ไหน ๆ ก็ไม่สบาย ก็นอนทำสมาธิ นอนทำธรรมะ บางครั้งนั่งไม่ไหว ท่านก็นอนทำจริง ๆ นอนทำสมาธิ นี่คือความรักธรรมะยิ่งชีวิตของท่าน รักยิ่งชีวิตจริง ๆ นะ คุณยายท่านก็เป็นอย่างนี้ สะท้อนภาพได้ดีเลย เพราะว่าภาพของลูกศิษย์คือหลวงพ่อธัมมชโย ก็สะท้อนไปสู่ภาพครูบาอาจารย์ที่คุณยายมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ และหลวงพี่เชื่อว่าภาพของคุณยายนี่จะสะท้อนไปถึงหลวงพ่อวัดปากน้ำด้วย ถึงแม้เราเกิดไม่ทันหลวงพ่อวัดปากน้ำ แต่เราพอจะดูได้เป็นลำดับไปอย่างนี้ คุณธรรมที่มาถึงหลวงพ่อธัมมชโย คุณยายท่านก็เป็นผู้ถ่ายทอดมา อบรม มีความอดทน มีวินัย มีความเคารพอย่างไร คุณยายท่านก็มีอย่างนั้นแหละ ในเรื่องรักการนั่งธรรมะ หลวงพ่อธัมมะท่านเล่าให้ฟังว่าคุณยายเคยพูดอยู่ครั้งหนึ่งเรื่องการนั่ง ท่านพูดเชิงขำ ๆ แต่ก็คงขำไม่ออกว่า คนเราควรจะหลับเวลานอนเท่านั้น คำนี้ คนเราควรจะหลับเวลานอนเท่านั้น เข้าใจไหมฮะ เท่าที่เห็นคือนั่งหลับนะ หลับนั่งโยกเยก โยกเยก แต่หลวงพ่อท่านก็มีอารมณ์ขันนะ ท่านก็ไม่ว่าอะไร ท่านบอกหลับบ้างฟุ้งบ้างช่างมัน ให้มันไป ตู่นั่งไป แล้วบุญบารมีก็จะเพิ่มขึ้นนะ ความจริงการหลับเป็นเรื่องธรรมดา คนที่ปฏิบัติธรรมจะทราบดี ทั้งฟุ้งทั้งหลับคู่กันเลยกับการปฏิบัติธรรม ยิ่งถ้าปฏิบัติธรรมใหม่ ๆ มักจะหลับ แม้แต่สามเณรนี่ก็มีนั่งหลับ สามเณรก็นั่งหลับ นั่งในห้องปฏิบัติธรรมหลับ พระอาจารย์ท่านเห็น องค์หน้า ๆ นั่งหลับ ท่านก็ชี้ไปที่องค์หลังบอกช่วยสะกิดองค์หน้าที สะกิดหน่อยนั่งหลับ พอองค์หลังสะกิดองค์หน้าปั๊บ องค์หน้าสะดุ้งตื่นขึ้น บูชาพระเลย อะระหัง สัมมา สัมพุทโธ ภควา นี่คือการนั่งหลับนี่ มีเรื่องขำ ๆ เกิดขึ้นอย่างนี้เยอะแยะ หลวงพ่อท่านก็มองอย่างอารมณ์ดี ท่านใจเย็น นั่นคือความอดทน อดทนพร่ำสอนนั่นเอง ดูเหมือนท่านไม่เอาใจใส่ ดูเหมือนท่านอารมณ์ดี แต่ความจริงท่านเอาใจใส่ ท่านพร่ำสอนท่านอดทน ท่านอดทนให้พวกเราเข้าถึงธรรม อดทนพร่ำสอน ค่อย ๆ ป้อนทีละนิด มีคำพูดที่ท่านบอกว่าใหม่ ๆ ต้องป้อนด้วยโจ๊ก ด้วยข้าวต้ม พอนาน ๆ เข้า แล้วก็ข้าวเหนียวได้นะ ที่มาใหม่ ๆ ก็ค่อย ๆ ทะนุถนอมไป อย่างเรื่องวินัยนี่ วินัย ความมีวินัยนี่นะ พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านบอกว่าพระที่บวชเข้ามา สามเณรที่บวชเข้ามานี่ ก็ต้องมาอยู่ภายใต้พระธรรมวินัย ๒๒๗ ข้อ เหมือนกัน หลวงพ่อท่านเปรียบว่ามันคล้าย ๆ นักโทษนะ อยู่ในรั้วเหมือนกัน นักโทษก็มีรั้ว พระก็มีรั้ววัด อยู่ในยูนิฟอร์มเหมือนกัน ยูนิฟอร์มของนักโทษก็มีชุดของเขา พระเณรก็มียูนิฟอร์ม เป็นชุดที่เราสมัครใจใส่ แต่นักโทษไม่สมัครใจ โดนบังคับใส่ ของเราเป็นชุดที่มีเกียรติ เป็นชุดที่มนุษย์และเทวดากราบไหว้ พระเณรฉัน ๒ มื้อ นักโทษทานตั้ง ๓ มื้อแน่ ท่านเปรียบอย่างนี้นะ ของเรามีกฎระเบียบ นักโทษก็มี กฎระเบียบของเรานี่กันเอาไว้เพื่อไม่ให้เราออกไปพลัดพรากตกไปสู่อบายภูมิ แต่ของนักโทษนั้นกฎระเบียบของเขามีเอาไว้กัก ไม่ให้พวกนี้ออกมาทำความชั่วมันต่างกันตรงนี้ แล้วท่านก็บอกว่าของเราเหมือนคุกแห่งอิสรภาพ คือตัวนั่งอยู่กับที่ แต่ใจอิสรภาพ ไม่มีขอบเขต อยู่ในธรรมกาย อยู่ในธรรมะ ไม่มีขอบเขตจำกัดเลย เป็นอิสระอย่างนี้ แต่นักโทษนะ ถูกจำกัดทั้งกายทั้งใจ ไม่มีเสรีภาพเลย ท่านก็อุปมาอย่างนี้นะ คุณยายน่ะท่านเป็นผู้ที่สร้างพระให้เป็นพระ เห็นไหม วัดของเรามีพระที่มีความเป็นพระอย่างสมบูรณ์ อยู่ในธรรมวินัยอย่างเรียบร้อย เพราะความอดทนของคุณยาย ตั้งใจหล่อหลอมมาตั้งแต่สร้างวัดเลย อย่างที่ได้พบเห็น ทั้งคุณยาย ทั้งหมู่คณะ พระเถรานุเถระ และหมู่คณะในเบื้องต้นที่ร่วมกันสร้างวัดมา มีความอดทนทีเดียว เพราะว่าคุณยายท่านฝึกมาดี หล่อหลอมมา ถ่ายทอดมา จาก ๑ ถึงปัจจุบัน จากคุณยาย ผู้ที่เป็นหนึ่งไม่มีสองนี่นะ ถึงปัจจุบันนี่ท่านต้องการฝึกให้เราทุกคนทำได้อย่างท่าน เป็นหนึ่งไม่มีสองเหมือนกันนะ คุณยายท่านเป็นหนึ่งไม่มีสอง หลวงพี่เข้าใจว่าน่าจะหมายถึงเป็นเลิศเลย หนึ่งเดียวคนนี้เลย เป็นเลิศเลย คุณยายของเรา คุณธรรมของท่านเราก็ทราบดี แต่ว่ามีกี่คนที่คิดทำได้อย่างท่าน สมัยที่ท่านเรียนธรรมะกับหลวงพ่อวัดปากน้ำ เราจะได้ยินเสมอว่าท่านกลัวโดนดุว่าไอ้ขี้ไต้ หลวงพ่อวัดปากน้ำจะใช้กับผู้ที่ต้องคอยกระตุ้นเตือน หลวงพี่ว่ายังดีนะ ไอ้ขี้ไต้ ดีกว่าไอ้ขี้เถ้าตั้งเยอะ ขี้ไต้ยังจุดติด ไอ้ขี้เถ้านี่เขี่ยแล้วก็ไม่ติด จุดก็ไม่ติด เพราะฉะนั้นนี่แค่คำว่าไอ้ขี้ไต้ ยายยังกลัวเลย ทั้งที่คุณธรรมท่านเพียบพร้อมอย่างนั้น แต่คำด่าเล็ก ๆ อย่างนี้นะ คุณยายยังกลัว ไม่ให้เกิดขึ้นกับท่านแม้แต่ครั้งเดียว นอกจากไม่ได้รับคำดุแล้ว ยังได้คำชมด้วย คำชมว่าเป็นหนึ่งไม่มีสอง คำนี้ยืนยัน ยืนยันจากหลวงพ่อวัดปากน้ำด้วย เป็นคำที่แน่แท้ทีเดียว เราโชคดีมากนะฮะ ถึงเราไม่เกิดในสมัยหลวงพ่อวัดปากน้ำ เกิดไม่ทันท่าน แต่เรามองตัวเองให้ดีนะ เราโชคดีเพียงไร เกิดทันคุณยาย เกิดทันหลวงพ่อธัมมะ ตรงนี้แหละเป็นบุญอันยิ่งใหญ่ที่เป็นผู้โชคดี ที่เป็นบุญอย่างมากทีเดียว ถึงแม้ท่านละสังขารแล้วนี่ เราก็ยังเป็นผู้โชคดีที่ยังสามารถมาร่วมบุญกับท่านได้ ยังมีโอกาสเหลืออยู่ นี่ก็คือความเป็นผู้โชคดีอีกชั้นหนึ่งของเรา สำหรับหลาย ๆ ท่านมาทันได้พบเห็นก็โชคดี ผู้ที่ไม่ทันได้มารู้เรื่องราว แล้วก็ยังได้ร่วมบุญ ก็ถือว่าเป็นผู้มีบุญมาก เหมือนได้อยู่ในสมัยนักรบผู้กล้า นักรบที่ตกค้างอยู่เพียงท่านเดียวนี่ นี่เรายังโชคดีนะ ยังได้ทันร่วมบำเพ็ญกุศลกับท่าน และตัวของอาตมาเอง ตัวหลวงพี่เองก็โชคดีที่ได้มาเป็นผู้แสดงธรรมในงานของคุณยายวันนี้ นี่ยังปีติไม่หายเลยนะ ตอนนี้ยังรู้สึกตื่นเต้น แสดงธรรมไปก็ตื่นเต้นไป อาตมาเชื่อว่าที่นี่คงเป็นที่ที่โชคดีมากเลย ที่เป็นงานสวดเจริญอภิธรรม สวดอภิธรรมของคุณยาย ผู้ฟังก็คือคุณยายด้วย และคุณยายก็ยังคุมบุญให้กับทั้งญาติโยม ทั้งผู้แสดงธรรมอีก โชคดีไหมนี่ โชคดีมากเลย นั่งฟังธรรมนี่ไม่ได้ฟังเฉย ๆ นะ ได้บุญด้วย หลวงพ่อท่านบอกว่าอภิธรรมคือธรรมอันยิ่งใหญ่ อภิแปลว่ายิ่งใหญ่ ธรรมที่ครอบคลุมธรรมทั้งหมดทั้งมวลเลย อภิธรรมจึงเป็นธรรมที่ยิ่งใหญ่ แต่เราก็ได้ฟังไปแล้ว แล้วก็ได้ฟังคุณธรรมของคุณยายดังที่กล่าวมานี้ มีเรื่องอีกเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องที่อาตมาได้เคยไปพบด้วยตัวเองนะ ตอนบวชเข้ามาใหม่ ๆ ได้นำของไปถวายคุณยาย ไปบูชาธรรมท่าน ท่านให้พร ท่านบอกว่า ท่านอย่าสึกนะ อาตมาก็ครับ คำ ๆ นี้ท่านไม่ได้กล่าวมาเฉพาะสมัยนี้ ที่ทราบเพราะว่ามีอยู่ครั้งหนึ่งอาตมาไปรู้จักกับเจ้าอาวาสวัดภาษี วันนี้ก็ขออนุญาตท่านนำเรื่องนี้มาเล่าให้ฟัง ท่านก็อนุญาต เจ้าอาวาสวัดภาษี เรียกท่านว่าหลวงลุง ท่านก็เล่าให้ฟังว่าไม่เคยมาเลยวัดพระธรรมกายนี่ ไม่รู้จัก มารู้จักตอนวัดมีข่าว แล้วก็ไม่เคยพบตัวของหลวงพ่อธัมมะ เคยได้ยินแต่ในข่าวเหมือนกัน แต่ท่านบอกท่านรู้จักคุณยาย ฟังแล้วงงไหม เอ๊ะ แล้วไม่รู้จักหลวงพ่อ ทำไมรู้จักคุณยาย ท่านก็เล่าให้ฟังบอก ตอนท่านหนุ่ม ๆ นี่ ท่านอยู่เชียงใหม่ ท่านนามสกุล ณ เชียงใหม่ คุณแม่ท่านรู้จักกับคุณยายทองสุข สำแดงปั้น แล้วก็นำท่านมาฝากที่วัดปากน้ำ ให้ได้บวชอยู่วัดปากน้ำ ท่านก็มาบวชอยู่ที่วัดปากน้ำ ท่านเล่าให้ฟังว่ามาเจอคุณยายทองสุขกับคุณยายของเรา คุณยายท่านเป็นคนที่ดูแลความเรียบร้อยด้วยในสมัยนั้น ดูแลความเรียบร้อย มาถึงวัดปากน้ำ ท่านมีข้าวของมาเยอะแยะ ๒-๓ กระเป๋า คุณยายท่านบอกว่าคุณไม่ต้องเอาเข้าไปเยอะแยะหรอก เอาเข้าไปที่จำเป็น ท่านก็เลยจำได้ว่าแม่ชีนั้นห้ามท่านเอาของเข้าไป ต่อมาอยู่มานาน ๆ เข้า ท่านบวช บวชอยู่ที่วัดปากน้ำ ทันสมัยหลวงพ่อวัดปากน้ำตอนปลาย ๆ ด้วย ท่านเล่าให้ฟังถึงตอนที่หลวงพ่อวัดปากน้ำทำพระผง ท่านก็เป็นคนเอาพระผง ใส่กระด้งไปตาก แถมยังพูดขำ ๆ ว่าถ้ารู้ว่าเป็นอย่างนี้นะ ตอนนั้นเก็บไว้สัก ๑๐ องค์ก็ดี แต่ท่านไม่รู้นะ ก็เป็นคนเอาไปใส่กระด้งไปช่วยตาก ตากให้แห้ง ทำพระผง มีอยู่วันหนึ่ง ท่านบอกว่าท่านฉันอยู่ที่วงฉัน คุณยายท่านมาประเคนภัตตาหาร ท่านก็เลยบอกคุณยายไปว่าอยากฉันข้าวเหนียวนี่ ช่วยหาข้าวเหนียวให้หน่อยซิ อีกไม่กี่วัน คุณยายท่านก็มาถวายข้าวเหนียว พอประเคนข้าวเหนียวเสร็จ คุณยายท่านก็สั่งความไว้ว่า ท่านบวชไปเรื่อย ๆ นะ อย่าสึกนะ นี่มีมาตั้งแต่สมัยโน้นแล้วคำนี้ อย่าสึกนะ คุณยายท่านอยากเห็นพระ ยิ่งคนบวชเข้ามา ท่านก็อยากจะรักษาไว้นาน ๆ เพราะท่านทราบดีว่าพระนี่อยู่ในกรอบของความปลอดภัยในวัฏสงสาร ออกไปข้างนอกแล้ว โอกาสปฏิบัติธรรมก็น้อย เสี่ยงที่จะไปสู่อบายภูมิ แล้วโอกาสที่จะได้สร้างความดีนี่ พระมีมากทีเดียว เพราะฉะนั้นท่านถึงได้บอกเอาไว้ ใครเป็นพระ ท่านก็จะบอกทุกรูปเลย แม้แต่กับพระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโว อาตมาก็เคยได้ยินคุณยายบอกอย่างนี้เหมือนกัน หลวงพ่อท่านก็รับนะ คุณยายท่านเป็นอย่างนี้มาสม่ำเสมอทีเดียว เป็นผู้ธำรงพระศาสนา ความสำคัญของคุณยายเรา เป็นผู้ธำรงพระพุทธศาสนา ธำรงวิชชาธรรมกายเอาไว้ ถึงแม้จะละสังขารแล้ว แต่ว่าสิ่งนี้ก็ยังถ่ายทอดมาจาก ๑ ตอนนี้มีนับหมื่นนับแสน และเชื่อว่าเป็นหลักล้านแล้ว ที่ได้มาศึกษามาเรียนเพื่อที่จะเข้าถึงพระธรรมกาย นับเป็นความสำเร็จของคุณยาย คุณยายท่านลงมาสร้างบารมี ท่านทำเกิน เกินเป้าของท่านแล้ว มาสร้างบารมีกับหมู่คณะหลวงพ่อวัดปากน้ำ และยังได้ถ่ายทอดธรรมะให้กับหลวงพ่อธัมมะ อาตมาเชื่อว่าเกินที่ท่านตั้งเอาไว้ นี่ความสำเร็จของท่านถึงขนาดนี้ทีเดียว นี่ก็น่าอนุโมทนาบุญกับคุณยายอย่างยิ่งเลยนะ สำหรับวันนี้นี่ คุณธรรมและเรื่องราวของคุณยายก็คงขอจบลงเพียงเท่านี้ อยากฟังต่อกันไหม อยากให้มาทุกวันนะ จะมีพระอาจารย์มาแสดงธรรมที่นี่ทุกวันเลยนะ มากันเยอะ ๆ ชวนมากันเยอะ ๆ มาฟังสวดอภิธรรม มาฟังธรรม ฟังเรื่องราวของคุณยาย บางท่านมาประจำอยู่แล้ว หลวงพี่ก็ขออนุโมทนาบุญด้วยนะ ก็ขอจบการแสดงธรรมไว้เพียงเท่านี้ เดี๋ยวเรานั่งธรรมะให้ระลึกถึงบุญและน้อมบุญนี่ถวายเป็นการบูชาธรรมแด่คุณยายของเราสักครู่หนึ่งนะ นั่งหลับตากันสักแป๊บหนึ่ง ให้ทุกท่านทำกาย ทำใจให้เบา ๆ ตรึกระลึกถึงบุญที่เราทำมาทั้งสิ้น จะเป็นบุญที่ระลึกได้ หรือระลึกมิได้ก็ดี ตรึกระลึกถึงบุญให้เป็นดวงใส สว่าง ติดอยู่ที่ศูนย์กลางกาย จะเป็นบุญที่เราได้รักษาศีล สวดมนต์ นั่งสมาธิ บุญจากการที่เรามาฟังสวดพระอภิธรรมงานของคุณยาย บุญจากการสร้างองค์พระ ทำโป้ง หรือบุญกฐินยายก็แล้วแต่ บุญอะไรก็ตาม ระลึกถึงบุญนั้น ทำใจให้เบิกบานในขณะนึกถึงบุญ ให้ใจของเราผ่องใส ชุ่มเย็นอยู่ในบุญ แล้วเราก็นึกถึงคุณยาย นึกภาพท่านในศูนย์กลางกายของเรา นึกถึงคุณยาย นึกด้วยความรักความเคารพ แล้วเราก็นึกน้อมถวายบุญของเรา เป็นการบูชาธรรม น้อมถวายที่ศูนย์กลางกายของคุณยาย นึกเป็นดวงบุญสว่างไสว ติดอยู่ที่กลางกายของท่าน ถึงแม้ท่านจะมีบุญมากอยู่แล้ว แต่เรานึกน้อมถวายบุญเป็นการบูชาธรรม เป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อท่าน แล้วเราก็นึกอธิษฐานจิต ขอให้งานพระศาสนา งานเผยแผ่วิชชาธรรมกายไปทั่วโลก ทำได้อย่างสะดวกสบาย ให้โครงงานของพระเดชพระคุณหลวงพ่อทุกอย่าง สำเร็จโดยง่ายเป็นอัศจรรย์ ให้หมู่ญาติของเรา ให้ชาวโลกได้มีโอกาสประพฤติปฏิบัติธรรม เข้าถึงพระธรรมกายโดยง่าย เราก็ช่วยกันอธิษฐาน *********************************** จบ ***********************************