ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

คำทำนายฝันของคุณยายอาจารย์ กับความจริง ณ ปัจจุบัน

คุณยายอาจารย์ · เทศน์งานยาย

กราบแทบเท้าพระมหาเถระผู้มีพรรษากาลแก่กว่ากระผม กระผมกราบขอโอกาสแสดงธรรมในโอกาสนี้ กราบคารวะเพื่อนสหธรรมิกทุกรูป เจริญพรสามเณร อุบาสก อุบาสิกา และกัลยาณมิตรลูกหลานคุณยายทุกท่าน ในประวัติศาสตร์ชาติไทยอันยาวนาน การที่จะมีการแสดงธรรมบูชาใครคนใดคนหนึ่งอย่างต่อเนื่องยาวนานขนาดนี้ หาไม่ได้ง่าย อาตมาลองนับคร่าว ๆ จากวันแรกที่มีการแสดงธรรมบูชาคุณ คุณยายอาจารย์ จนกระทั่งถึงวันมาฆบูชา รวมประมาณ ๑๕๐ วัน เป็นการแสดงธรรมที่ผู้ฟังก็ไม่ยอมถอย ผู้แสดงธรรมก็ไม่ถอย ชนะทั้งคู่ คือได้บุญด้วยกันทั้งคู่ ผู้ที่แสดงธรรม ถ้าใครได้เคยทำหน้าที่นี้หรือเคยเป็นวิทยากรที่ใดก็ตาม ก็จะทราบว่าถ้าผู้ฟังเป็นกลุ่มเดิม ใครที่แสดงธรรมทีหลังก็จะได้บุญมากกว่าปกติ เพราะต้องหาเรื่องที่ผู้แสดงธรรมก่อนหน้านี้ไม่ได้กล่าวถึง พระอาจารย์ที่มาแสดงธรรมในระยะหลังต่อเนื่องกันไปเรื่อย ๆ จึงได้บุญอย่างอุกฤษฏ์เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ วันนี้อาตมาขอโอกาสนำเรื่องคุณยายทำนายฝันมาเล่าให้ฟัง ในอรรถกถาจารย์ได้กล่าวถึงสาเหตุของความฝันไว้ ๔ ประการ คือ ๑. ธาตุวิปริต ๒. จิตนิวรณ์ ๓. เทพสังหรณ์ และ ข้อที่ ๔. กรรมบอกเหตุ ธาตุวิปริต ธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ ในร่างกายเกิดวิปริตแปรปรวน เด็ก ๆ จะเป็นบ่อย ถ้าดื่มน้ำมาก ๆ ตอนก่อนนอน พอหลับก็จะฝันว่าปวด แล้วก็ลุกไปเข้าห้องน้ำ ปิดประตูลงกลอนเรียบร้อย นั่งแล้วที่นอนก็เปียก ธาตุวิปริต ธาตุน้ำในร่างกายมีมากเกินปกติ อันที่ ๒. จิตนิวรณ์ ในเวลาที่กำลังสอบสอบเอ็นทรานส์บ้าง สอบประจำปีบ้าง ถ้ายิ่งดูหนังสือไม่ทัน ก็มักจะมีความห่วงความกังวลมาก ท่านใดที่เป็นนักสอบไม่ใช่นักเรียน นิยมหาค่ำกินเช้าก็จะเข้าใจดี บางทีฝันเป็นตุเป็นตะ ไปห้องสอบไม่ทันบ้าง โดนอาจารย์ไล่ออกจากห้องสอบบ้าง อันนี้จิตนิวรณ์ ประการที่ ๓. เทพสังหรณ์ เทวดามาบอก ก็มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับพระบรมโพธิสัตว์ ตอนที่จุติจากสวรรค์ชั้นดุสิตเข้าพระครรภ์ของพระพุทธมารดา พระพุทธมารดาทรงอธิษฐานอุโบสถ แล้วก็บรรทมเหนือพระสิริไสยาสน์ ก้าวลงสู่ความหลับ ได้ทรงพระสุบินว่า ท้าวมหาราชทั้ง ๔ ผู้เป็นใหญ่ในสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา ได้ยกพระนางพร้อมกับพระสิริไสยาสน์ ไปที่ป่าหิมพานต์ วางลงบนพื้นมโนศิลา มีพื้นที่ ๖๐ โยชน์ ภายใต้ต้นสาละใหญ่มีขนาด ๗ โยชน์ ในลำดับนั้นพระเทวีของท้าวมหาราชทั้ง ๔ นำพระพุทธมารดาไปยังสระอโนดาต ให้สรงสนานเพื่อชำระล้างมลทินของมนุษย์ เสร็จแล้วให้ทรงนุ่งห่มผ้าทิพย์ ลูบไล้ด้วยของหอม ประดับด้วยดอกไม้ ในที่ไม่ไกลจากที่นั้นมีภูเขาเงินลูกหนึ่ง ภายในมีวิมานทอง พวกพระเทวีของท้าวมหาราชได้พาพระพุทธมารดาเข้าไปในวิมานทองนั้น หันพระเศียรทางทิศตะวันออก แล้วก็ให้บรรทม ในพระสุบินนั้น พระโพธิสัตว์เป็นช้างตัวประเสริฐสีขาว ท่องเที่ยวไปในภูเขาทอง เสร็จลงจากภูเขาทองในที่ไม่ไกล เข้าไปที่ภูเขาเงิน แล้วก็เข้าไปในวิมานทอง เอางวงสีเงินจับดอกปทุมสีขาว เปล่งเสียงโกญจนาท กระทำประทักษิณ ที่พระไสยาสน์ของพระพุทธมารดา ๓ ครั้ง แล้วก็เสมือนผ่านที่พระปักเบื้องขวา คือสีข้างเบื้องขวา เข้าสู่พระครรภ์ เป็นการจุติของพระบรมโพธิสัตว์ ซึ่งเป็นพระสุบินของพระพุทธมารดา ถ้าพวกเราได้ไปร่วมงานของโยมแม่จุรี สุทธิผล ก็จะได้ยินได้ฟังเรื่องที่พิธีกรได้เล่าให้ฟัง ในครั้งที่คุณแม่ตั้งครรภ์พระเดชพระคุณหลวงพ่อ ท่านเล่าให้ฟังว่า ได้ฝันเห็นหลวงพ่อเพชร ซึ่งเป็นพระพุทธรูปองค์สำคัญ เป็นที่เคารพบูชาของเมืองพิจิตร พระพุทธรูปองค์นี้ได้นำเด็กที่มีลักษณะสวยงามมามอบให้ พร้อมกับกล่าวว่าเด็กคนนี้เป็นลูกแก้วมาเกิด ให้เลี้ยงดูให้ดี จะเป็นที่พึ่งต่อไปภายหน้า ต่อมาคุณแม่ฝันอีกว่าได้พระพุทธรูปมาองค์หนึ่ง มีพุทธลักษณะสวยงาม จึงได้ขัดถูทำความสะอาดให้เงามากยิ่งขึ้น พอถูไปถูมาก็เกิดประกายเป็นรัศมี เปล่งสว่างไสวไปทั่วทั้งเมือง เป็นบทความได้คัดลอกมาจากหนังสือ ๒๐ ปีของวัดพระธรรมกาย เหตุประการสุดท้ายของความฝันคือกรรมบอกเหตุ มีทั้งกรรมดีและกรรมไม่ดี กรรมบอกเหตุส่วนที่เป็นกุศล คือบุญบารมีที่สั่งสมมาในอดีต ถึงคราวมาส่งผล มาบอกเหตุเป็นนิมิตให้ทราบ หรือถ้าเป็นกรรมไม่ดีที่ทำไว้ในอดีต ถึงคราวมาส่งผล กรรมไม่ดีมาบอกเหตุเป็นนิมิตให้ทราบ เรื่องกรรมบอกเหตุนี้ ขอหยิบยกเอาความฝันของพระบรมโพธิสัตว์ในคืนก่อนวันตรัสรู้ ในอรรถกคากล่าวไว้ว่า ในคืนวันเพ็ญขึ้น ๑๔ ค่ำเดือน ๖ ท่านได้ตรัสเล่าเรื่องนี้ให้ภิกษุทั้งหลายฟังหลังจากที่ท่านตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ความฝันของท่านในคืนวันนั้นมี ๕ ประการ ประการที่ ๑ แผ่นดินใหญ่นี้เป็นที่นอนใหญ่ ขุนเขาหิมวันเป็นเขนย เขนยในที่นี้คือหมอนหนุน มือซ้ายหย่อนลงไปในมหาสมุทร ด้านทิศตะวันออก มือขวาหย่อนไปในมหาสมุทรด้านทิศตะวันตก ส่วนพระบาททั้ง ๒ ของพระองค์ หย่อนลงไปในมหาสมุทรด้านทิศใต้ นี่เป็นมหาสุบินข้อที่ ๑. มหาสุบินก็คือความฝันอันยิ่งใหญ่ อีกประการ ๑ หญ้าคาได้ขึ้นจากนาภี นาภีแปลว่าสะดือ หญ้าคานี้สูงจรดท้องฟ้าตั้งอยู่ นี่เป็นมหาสุบินข้อที่ ๒. อีกประการที่ ๑ หมู่หนอนสีขาว ศีรษะดำได้ไต่ขึ้นมาจากเท้าของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ปกปิดตลอดถึงชานุมณฑล ชานุแปลว่าหัวเข่า นี่เป็นมหาสุบินข้อที่ ๓. อีกประการ ๑ นก ๔ เหล่า มีสีต่างกัน บินมาจากทิศทั้ง ๔ แล้วตกลงแทบเท้าของพระตถาคต แล้วกลับกลายเป็นสีขาวทุกตัว นี่เป็นมหาสุบินข้อที่ ๔. อีกประการ ๑ ตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธะ ก่อนแต่ตรัสรู้ ยังไม่ได้ตรัสรู้เป็นพระโพธิสัตว์อยู่ ได้เดินไปมาบนภูเขาคูถ ลูกใหญ่ แต่ไม่แปดเปื้อนคูถ นี่เป็นมหาสุบินข้อที่ ๕. เมื่อพระองค์ตรัสเล่าถึงมหาสุบินทั้ง ๕ ข้อแล้ว ท่านก็พยากรณ์ว่ามหาสุบิน หรือความฝันแต่ละข้อนั้นหมายถึงอะไร ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ข้อที่แผ่นดินใหญ่นี้ เป็นที่นอนใหญ่ของตถาคต อรหันตสัมมาสัมพุทธะ ก่อนแต่ตรัสรู้ ยังไม่ตรัสรู้ ยังเป็นพระโพธิสัตว์อยู่ ขุนเขาหิมวันเป็นเขนย มือซ้ายหย่อนลงในมหาสมุทรด้านทิศบูรพา มือขวาหย่อนลงในมหาสมุทรด้านทิศปราจีน เท้าทั้ง ๒ หย่อนลงในมหาสมุทรด้านทิศทักษิณ นี้เป็นมหาสุบินข้อที่ ๑. ปรากฏเพื่อเป็นนิมิตให้ทราบว่าตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธะได้ตรัสรู้สัมมาสัมโพธิญาณที่ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า ข้อที่หญ้าคาได้ขึ้นจากนาภีของตถาคต อรหันตสัมมาสัมพุทธะ ก่อนแต่ตรัสรู้ ยังไม่ได้ตรัสรู้ ยังเป็นพระโพธิสัตว์อยู่ จรดท้องฟ้าตั้งอยู่ นี่เป็นมหาสุบินข้อที่ ๒. ปรากฏเพื่อเป็นนิมิตให้ทราบว่าตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธะ ได้ตรัสรู้อริยมรรคมีองค์ ๘ แล้ว ประกาศด้วยดีตลอดถึงเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ข้อที่ ๓. ข้อที่หมู่หนอนสีขาว ศีรษะดำได้ไต่ขึ้นจากเท้าของพระตถาคตก่อนแต่ตรัสรู้ ยังไม่ได้ตรัสรู้เป็นพระโพธิสัตว์อยู่ ปกปิดตลอดทั้งชานุมณฑล นี่เป็นมหาสุบินนิมิตข้อที่ ๓. ปรากฏเพื่อเป็นนิมิตให้ทราบว่า คฤหัสถ์ผู้นุ่งห่มผ้าขาวจำนวนมาก ได้ถึงตถาคตเป็นสรณะตลอดชีวิต ข้อที่ ๔ ข้อที่นก ๔ เหล่ามีสีต่าง ๆ กัน บินมาจากทิศทั้ง ๔ ตกลงแทบเท้าของตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธะ ก่อนจะตรัสรู้ ยังไม่ได้ตรัสรู้ ยังเป็นพระโพธิสัตว์อยู่ แล้วก็กลับกลายเป็นสีขาวทุกตัว นี้เป็นมหาสุบินข้อที่ ๔. ปรากฏเพื่อเป็นนิมิตให้ทราบว่าวรรณะทั้ง ๔ คือกษัตริย์ พราหมณ์ แพทย์ ศูทร ถ้าในปัจจุบันคนทุกชั้นทุกอาชีพทั้งชนชั้นสูง ชนชั้นกลาง ชนทั่วไป จะออกบวชในธรรมวินัยที่ตถาคตประกาศแล้ว แล้วทำให้แจ้งซึ่งวิมุตติ อันยอดเยี่ยม ส่วนข้อสุดท้าย ข้อที่ตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธะ ก่อนแต่ตรัสรู้ ยังไม่ได้ตรัสรู้ ยังเป็นพระโพธิสัตว์อยู่ เดินไปมาบนภูเขาคูถลูกใหญ่ แต่ไม่แปดเปื้อนด้วยคูถนี้ เป็นมหาสุบินนิมิตข้อที่ ๕. ปรากฏเพื่อเป็นนิมิตให้ทราบว่าตถาคตได้จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัชบริขารแล้ว ไม่ลุ่มหลง ไม่หมกมุ่น ไม่พัวพัน มีปกติเห็นโทษ มีปัญญาเปลื้องตนออก แล้วจึงบริโภค นี่ก็เป็นความฝันของพระโพธิสัตว์ ซึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้นำเอาเรื่องนี้มาตรัสเล่าให้ภิกษุฟัง ในเช้าวันรุ่งขึ้นเป็นวันที่นางสุชาดา ได้นำข้าวมธุปายาสมาถวายพระองค์ พระองค์ฉันข้าวมธุปายาสเสร็จแล้ว นำถาดทองคำนั้นไปที่ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ก่อนจะลอยถาด ทรงอธิษฐานว่า ถ้าเราจักได้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในคืนวันนี้ ถาดนี้จงลอยทวนกระแสน้ำขึ้นไป เสร็จแล้วพระองค์ก็ลอยถาด ถาดนั้นลอยทวนกระแสน้ำขึ้นไป ประมาณ ๘๐ ศอกถึงกลางแม่น้ำก็จมลง ในพระคัมภีร์กล่าวว่าถาดนี้ไปซ้อนกับถาดอีก ๓ ถาดของพระพุทธเจ้าที่ตรัสรู้ไปก่อนล่วงหน้าในกัปนี้ ในภพของพญานาค เป็นถาดที่ ๔ นี่เป็นสิ่งที่พระบรมพระโพธิสัตว์ทรงอธิษฐานก่อนที่จะไปบำเพ็ญเพียรที่ใต้ควงไม้ศรีมหาโพธิ์ คราวนี้จะขอนำเรื่องที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้ง ๒ ได้ฝันเอาไว้ เป็นความฝันตั้งแต่สมัยอยู่บ้านธรรมประสิทธิ์ ยังไม่ได้บวชเลย ท่านฝันเสร็จแล้วก็เล่าให้คุณยายอาจารย์ฟัง คุณยายอาจารย์ก็ทำนายฝัน มีบันทึกเอาไว้ในหนังสือเล่าเรื่องยาย พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโวได้เล่าเอาไว้ว่า หลังจากฝึกสมาธิกับคุณยายอาจารย์มาได้ประมาณ ๑ ปี ตรงกับปี พ.ศ. ๒๕๑๑ อาตมาก็ฝันว่านั่งเรือไป ๔-๕ คน เรือลำนี้แปลก ไม่มีเครื่องยนต์ หลวงพ่อธัมมชโยตอนนั้นยังไม่บวช ทำหน้าที่ถือท้ายเรือ อาตมายืนอยู่หัวเรือ คอยชี้ให้แวะรับคนที่หนีน้ำท่วม ไปติดอยู่ตามเกาะแก่งต่าง ๆ ห้อยโหนอยู่ตามต้นไม้ก็มี อาตมาชี้ไปตรงไหน นายท้ายก็แวะรับให้ทั้งหมด พอคนเต็มเรือก็พาไปส่งขึ้นฝั่งที่หนึ่ง ได้นำความฝันนี้ไปเล่าให้คุณยายฟัง คุณยายบอกว่านั่นเป็นหน้าที่ของคุณ คุณอธิษฐานร่วมกับคุณไชยบูลย์มาว่า จะช่วยกันรื้อสัตว์ขนสัตว์ตามแบบของนักบำเพ็ญบารมีทั้งหลายในอดีต พรรคพวกที่ตกน้ำหายไปคือคนที่บารมียังอ่อนอยู่ เขามาช่วยงานได้ระยะหนึ่งก็เปลี่ยนใจ ยายช่วยอะไรไม่ได้ ต่อมาถึงปลายปี พ.ศ. ๒๕๑๒ ได้ที่ดินสร้างวัดจากการบริจาคของคุณหญิงประหยัด แพทย์พงศาวิสุทธาธิบดี จำนวนร้อยเก้าสิบหกไร่ ที่จังหวัดปทุมธานี แต่ยังไม่ได้ลงมือสร้าง อาตมาก็ฝันแปลก ๆ อีก ฝันว่ามีขบวนแห่ ๓ ขบวนใหญ่ พอขบวนแห่นั้นเข้ามาใกล้ เห็นคุณยายอาจารย์นำขบวนที่ ๑ คุณยายส่งนกยูงแก้วให้อาตมา ๑ ตัว ใหญ่ขนาดเท่านกยูงจริง ๆ สวยงามมาก เหมือนแกะสลักจากเพชร เป็นนกยูงเป็น ๆ ในฝันรู้ว่าเป็นกายสิทธิ์ ดีใจมาก ตอนนั้นยังไม่ได้บวช เลยก้มกราบคุณยาย ๓ ครั้ง ขบวนที่ ๒ เป็นขบวนของหลวงพ่อวัดปากน้ำ หลวงพ่อส่งราชสีห์แก้วให้ ๑ ตัว เป็นกายสิทธิ์เหมือนกัน พอกราบท่านแล้ว ท่านก็เลยไป ขบวนที่ ๓ เป็นขบวนของหลวงพ่อธัมมชโย ท่านส่งครุฑแก้วกายสิทธิ์ให้ ในฝันนั้นอาตมาดีใจมาก แม้ตื่นแล้วก็ยังดีใจไม่หาย เพราะรู้สึกเหมือนรับมากับมือจริง ๆ และเหตุการณ์เพิ่งผ่านไปหยก ๆ พอไปเล่าให้คุณยายฟัง ท่านก็หัวเราะชอบใจ ท่านอธิบายอย่างอารมณ์ดีว่านกยูงหมายถึงว่าจะเป็นที่รักที่พอใจ ราชสีห์หมายถึงความมีอำนาจ ไปถึงไหนจะเป็นที่เกรงใจถึงนั้น ครุฑหมายถึงการเผยแผ่พระพุทธศาสนา จะขจรขจายไปทั่วโลก คุณยายกล่าวยืนยันว่างานสร้างวัดจะสำเร็จ ไม่ว่าอุปสรรคจะเป็นอย่างไร ก็จะชนะหมด คราวนี้เป็นฝันของพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย สมัยบ้านธรรมประสิทธิ์ ที่วัดปากน้ำภาษีเจริญ ตอนที่ยังไม่ได้บวช ท่านฝันแล้วได้เล่าให้คุณยายอาจารย์ฟัง คุณยายก็ทำนายฝันเอาไว้ ท่านฝันว่าไปอยู่นอกโลก เห็นโลกทั้งโลกลุกท่วมไปด้วยไฟ ท่านก็ลงมาดับไฟ โดยเอาสายน้ำดับเพลิงค่อย ๆ ฉีดทีละน้อยทีละน้อย แรก ๆ ก็เป็นจุดดับเพียงเล็ก ๆ แต่ท่านก็ค่อย ๆ ฉีดไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งไฟทั้งโลกดับหมด โลกเต็มด้วยความชุ่มเย็น ท่านเอาความฝันนี้มาเล่าให้คุณยายอาจารย์ฟัง คุณยายทำนายฝันว่าอีกหน่อยท่านจะได้บวช บวชแล้วจะนำธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปเผยแผ่ให้ชาวโลกที่ถูกปกคลุมด้วยความรุ่มร้อนคือกิเลส ให้ได้ประพฤติปฏิบัติธรรม แล้วมีความสุขจนกระทั่งทั่วโลก ต่อมาท่านก็ฝันอีก ท่านฝันว่าได้ไปยืนที่ริมแม่น้ำ เห็นปลาสีขาวตัวใหญ่อยู่ในแม่น้ำ พอยื่นมือออกไป ปลานั้นก็ลอยขึ้นมาอยู่บนมือ ท่านนำกลับมาถึงบ้านก็หยุดอยู่หน้าบ้าน เพราะปลาตัวใหญ่กว่าประตู แต่ปรากฏว่าปลาขาวตัวใหญ่ ยอมหดตัวเล็กลงเหลือนิดเดียว ท่านเลยเอาเข้าไปในบ้านได้ ท่านเอาความฝันนี้ไปเล่าให้คุณยายอาจารย์ฟัง คุณยายอาจารย์ทำนายว่าอีกหน่อยท่านจะได้บวช จะมีบุคคลที่มีบุญบารมีแก่ ๆ มาช่วยท่านสร้างบารมี ถ้าแม้ว่าผู้ที่มาร่วมสร้างบารมีจะมีความเก่งกาจสามารถ มีมานะถือตัวเท่าไหร่ แต่จะยอมตัว ให้ความรัก ให้ความเคารพ เชื่อฟัง อยู่ในโอวาทของท่าน ต่อมาท่านก็ฝันอีก ท่านฝันว่าเห็นถนนสายหนึ่งทอดยาวไปสุดสายตา ที่ปลายทางมีแสงสว่างอยู่บนถนนนั้นก็เต็มไปด้วยเศษแก้วขวากหนามเต็มไปหมด จากนั้นก็เห็นหลวงพ่อวัดปากน้ำ ท่านกวักมือเรียกให้เดินตามท่านไปบนถนนเส้นนั้น ท่านตัดสินใจเดินตามท่านไป แปลก เศษแก้วที่คมและขวากหนามที่แหลม วางอยู่บนถนน กลับไม่บาดเท้าเลย พอเดินไปจนสุดทาง พบชายฝั่งมหาสมุทร ท่านก็เดินลงไป ในมหาสมุทร ก็แปลกอีก ปรากฏว่าเดินบนน้ำได้ ไม่จม เดินไปเรื่อย ๆ จนถึงกลางมหาสมุทร มีเสาแท่งใหญ่โผล่ขึ้นมาจากพื้นมหาสมุทร เมื่อโผล่ขึ้นมาแล้วมีพวกกุ้ง หอย ปู ปลา มากมาย ว่ายมาเกาะที่แท่งเสาใหญ่นั้น แล้วกลับกลายเป็นคนมีรูปร่างหน้าตาสวยงาม ท่านเอาความฝันไปเล่าให้คุณยายฟัง คุณยายอาจารย์ท่านก็ทำนายฝันว่าอีกหน่อยท่านจะได้บวช บวชแล้วจะนำธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปสั่งสอนให้ชาวโลก ชาวโลกจะประพฤติปฏิบัติตามจนสามารถพาตนพ้นจากกองทุกข์ในวัฏสงสารไปได้ ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เป็นภาคความฝัน ต่อไปเป็นภาคความจริง ฝันนี้ผ่านมา ๓๐ กว่าปี ตั้งแต่อยู่ครั้งที่บ้านธรรมประสิทธิ์ วัดปากน้ำภาษีเจริญ คุณยายอาจารย์ได้ทำนายเอาไว้ เนื่องจากเป็นกรรมบอกเหตุ เป็นบุญเก่าในอดีตมาบอกเหตุ คราวนี้เป็นภาพความจริงของการสร้างวัด ๓๐ กว่าปีที่ผ่านมา มีพระอาจารย์หลาย ๆ รูปได้เล่าเรื่องวิวัฒนาการของวัดเอาไว้ในหลายลักษณะ วันนี้อาตมาขอโอกาสเล่าวิวัฒนาการของวัด โดยเอาเรื่องสถานที่มาเป็นหลักในการแบ่งช่วงแบ่งตอนของการสร้างวัด ช่วงที่ ๑ ช่วงที่อยู่บ้านธรรมประสิทธิ์ ตั้งแต่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านไปพบคุณยายอาจารย์ ประมาณปี พ.ศ. ๒๕๐๗ ถึงปี พ.ศ. ๒๕๑๒ ภารกิจหลักในช่วงนั้นเป็นช่วงที่คุณยายอาจารย์รวบรวมทีม รวมหมู่คณะ จัดหาที่ จัดหาทุน เตรียมวางแผนบุกเบิกสร้างวัด นี้เป็นช่วงแรก ท่านใดเป็นผู้มีบุญมาทันยุคแรก ยกมือ โอ้ อนุโมทนาบุญด้วย ที่บ้านธรรมประสิทธิ์นั้นจุคนได้เรือนร้อย ช่วงที่ ๒ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๓ ถึง ปี พ.ศ. ๒๕๒๗ ช่วงนี้พัฒนาพื้นที่ร้อยเก้าสิบหกไร่ในวัด บุกเบิกพลิกผืนนามาเป็นวัดพระธรรมกาย นี่เป็นภารกิจหลัก อีกอย่างหนึ่งก็คือตามทีมงาน โดยทีมงานกลุ่มแรกจะมุ่งเน้นไปที่นิสิตนักศึกษาในสถาบันการศึกษา กลุ่มนี้ยังแข็งแรง ได้กลุ่มนี้มาฝึกเป็นครูสอนภาวนาชุดแรก ๆ พร้อมกับพัฒนาทีมงานชุดแรกให้ทำหน้าที่กัลยาณมิตร หลวงพี่อารักษ์เรียกว่า ทีมทะลวงฟัน ช่วงที่ใช้พื้นที่อยู่ในวัดนั้น มีศาลาจาตุมหาราชิกาเป็นที่ปฏิบัติธรรม จุคนได้ประมาณ ๖๐๐ คน เวลามามาก ๆ ก็นั่งรอบ ๆ ศาลา ใช้พื้นที่อยู่ในวัดตั้งแต่พัฒนาบุกเบิกแล้วก็สอนสมาธิปฏิบัติธรรม ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๓ จนกระทั่งถึงปี พ.ศ. ๒๕๒๗ รวมเวลาประมาณ ๑๕ ปี นี่เป็นช่วงที่ ๒ ใครมาทันเอาบุญช่วงนี้บ้าง ยกมือ อนุโมทนาด้วยนะ ช่วงที่ ๓ มีสภาธรรมกายสากลหลังคาจาก เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ภารกิจช่วงนี้คือการขยายพื้นที่มาที่ร้อยสามสิบไร่ พัฒนาพื้นที่ เริ่มรวบรวม ขยายพื้นที่ไปที่ ๒,๐๐๐ ไร่ ช่วงนี้สถานที่ใหญ่ขึ้น จึงมีการเพิ่มปริมาณสมาชิก รับพระภิกษุธรรมทายาท บวชแล้วอนุญาตให้อยู่ต่อ สำหรับผู้ที่จบการศึกษาแล้ว ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๘ เริ่มรับอุบาสิกาเข้ามาช่วยงานพระพุทธศาสนา เนื่องจากขยายพื้นที่ไปถึง ๒,๐๐๐ ไร่ มีภารกิจอีกมากมายที่ต้องช่วยกันดูแลพื้นที่ มีการพัฒนากลุ่มกัลยาณมิตร เกิดศูนย์กัลยาณมิตร มีการพัฒนาระบบการบริหารงาน โดยเอาเทคโนโลยีการจัดการขององค์กรภายนอกมาประยุกต์ใช้ เพื่อให้สามารถรองรับการขยายงาน กระจายอำนาจและการตัดสินใจไปสู่หมู่คณะมากขึ้น จากนั้นเริ่มส่งพระภิกษุไปศึกษาต่อ พร้อมกับสร้างถาวรวัตถุหลัก ๆ ในพื้นที่ ๒,๐๐๐ ไร่ เราเริ่มต้นตั้งแต่มาฆบูชา ปี พ.ศ. ๒๕๓๗ พิธีหล่อรูปเหมือนหลวงปู่วัดปากน้ำทองคำ เดือนกันยายน พ.ศ. ๒๕๓๘ ตอกเสาเข็มต้นแรก สร้างมหาธรรมกายเจดีย์ ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๑๐ เดือนกันยายน พ.ศ. ๒๕๓๙ พิธีตอกเสาเข็มสร้างสภาธรรมกายสากล ถัดมาอีก ๑ เดือน ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ พิธีตอกเสาเข็มต้นแรกมหาวิหารพระมงคลเทพมุนี ภารกิจในช่วงที่ ๓ ประมาณปี พ.ศ. ๒๕๒๘ ถึง พ.ศ. ๒๕๓๙ รวม ๑๒ ปี มีศูนย์กลางที่สภาธรรมกายสากลหลังคาจาก มีพื้นที่ประมาณ ๑๐ ไร่ จุคนได้ประมาณ ๑๕,๐๐๐ คน แล้วยังมีพื้นที่เต็นท์โดยรอบอีก ช่วงที่ ๔ ตั้งแต่ปีประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๐ เป็นต้นมาถึงปัจจุบัน ได้พัฒนาการก่อสร้างถาวรวัตถุมาตามลำดับ มีการพัฒนากลุ่มกัลยาณมิตร ส่งพระภิกษุและเจ้าหน้าที่ออกไปศึกษาต่อ และก่อตั้งศูนย์สาขาทั่วโลกเกือบทุกทวีป พัฒนาสถาบันการศึกษาในระดับอุดมศึกษา มีการพัฒนาการศึกษาในระดับมัธยม ในรูปแบบของโรงเรียนปริยัติสายสามัญ เพื่อมีเส้นทาง ให้มีบุคลากรเข้ามาในวัดอย่างทวีคูณ ทันการขยายงานของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ในช่วงนี้มีสภาธรรมกายสากล มีพื้นที่ประมาณร้อยห้าสิบไร่ มี ๒ ชั้น จุคนเต็มที่ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ คน นี่เป็นภาพความจริง หลังจากที่ได้ฟังที่คุณยายท่านได้พยากรณ์เอาไว้ ช่วงต่อไปที่เรากำลังร่วมกันทุ่มเทอยู่ คือการสร้างลานธรรมและมหารัตนวิหารคด พื้นที่โดยรอบมหาธรรมกายเจดีย์มีพื้นที่ประมาณ ๑ ตารางกิโลเมตร ๖๒๕ ไร่ เพื่อรองรับการขยายการปฏิบัติธรรมให้เข้าถึงพระธรรมกายไปสู่ชาวโลก เมื่ออาตมาบวชใหม่ ๆ ได้ฟังปณิธานของพระเดชพระคุณหลวงพ่อก็ปีติยินดี ศรัทธาแล้วก็เชื่อมั่น แต่ภาพมันไม่ชัด ลองคิดคำนวณเล่น ๆ ดูว่ามีประเทศทั่วโลกเท่าไหร่ แต่ละประเทศจะต้องใช้บุคลากรเท่าไหร่ ก็คูณดู จะต้องใช้เวลาในการฝึกบุคลากรทางด้านภาษา เรียนรู้วัฒนธรรมของแต่ละประเทศกี่ปี จึงส่งออกไป แล้วก็เลิกคิด ค้างเอาไว้อย่างนั้น แต่ก็เชื่อในปณิธานที่ท่านได้กล่าวเอาไว้ ที่จะเผยแผ่การปฏิบัติธรรมให้เข้าถึงพระธรรมกายไปทั่วโลก แต่หลังจากที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านมีดำริที่จะสร้างมหาธรรมกายเจดีย์ มีชาวต่างชาติเข้ามามากขึ้น ก็ต้องคิดใหม่ เพราะที่คิดจะส่งออกไปมันไม่ใช่ เพราะถ้าคน ๑ ล้านคนมาปฏิบัติธรรมร่วมกันที่ลานธรรมและมหารัตนวิหารคดรอบมหาธรรมกายเจดีย์ กับเทคโนโลยีการสื่อสารที่ทันสมัย ภาพ ๑ ล้านคนจะไปกระทบใจของผู้พบเห็นทั่วโลก ต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ คราวนี้ชาวโลกจะไหลเข้ามา เพราะภาพนี้ไปกระทบใจเขา ไหลเข้ามาแสวงหาการปฏิบัติธรรม ลานธรรมกำลังดำเนินการก่อสร้างอยู่ เรามาทบทวนความฝันของคุณยาย คุณยายทำนายฝันพระเดชพระคุณหลวงพ่อเอาไว้ว่าอีกหน่อยท่านจะได้บวช นำธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปเผยแผ่ให้ชาวโลกที่ถูกปกคลุมด้วยความรุ่มร้อนคือกิเลส ให้ได้ประพฤติปฏิบัติธรรม แล้วมีความสุขจนกระทั่งทั่วโลก คำทำนายนี้ ๓๐ กว่าปีผ่านมา จนถึงวันนี้คือความจริงที่เราเห็น เราสัมผัสได้ อยากจะบอกกับพวกเราว่า อดทนอีกนิดหนึ่งท่านผู้มีบุญทั้งหลาย ชาตินี้อดทนไม่เกินร้อยปีแน่ ความฝันของพระเดชพระคุณหลวงพ่อที่คุณยายอาจารย์ท่านทำนายเอาไว้ กลายมาเป็นขวัญและกำลังใจของพวกเราทั้งหลาย ตามบทเพลงสายขวัญว่า สายใย สายขวัญ สายธรรมผูกพัน พลิกฝัน พลันจริง ขวัญเอย ขวัญยาย ร้อยกรอง ผองใจ ขวัญอำไพ พราวพรู ฝันยาย งามหรู ฝันของการต่อสู้ มาสู่ขวัญ วันนี้ ขอเรียนเชิญทุกท่านได้หลับตารวมใจ ระลึกนึกถึงมหาปูชนียาจารย์ คุณยายอันเป็นที่รักของเรา ผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ ผู้เป็นศูนย์รวมใจ สร้างขวัญและกำลังใจให้แก่เราทั้งหลาย *********************************** จบ ***********************************