อยากได้บุญกับคุณยายมากๆ
(ม้วน 1/A)
พระมหาบุญธรรม ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้มีพระคุณอันประเสริฐ กราบแทบเท้าพระเถรานุเถระผู้มีพรรษาอันยิ่งกว่ากระผม นมัสการสหธรรมิกทุกรูป เจริญพรสามเณร อุบาสก อุบาสิกา และลูก ๆ หลานๆ ยาย ทุก ๆ คน (สาธุ)
เดี๋ยวขอแก้ฉายานิดหนึ่ง เพราะว่าโฆษกบอกฉายาผิด จริง ๆ แล้วนี่อาตมาชื่อว่าพระบุญธรรม ปุญญธัมโม ไม่ใช่ปัญญธัมโม
อาตมาได้มีโอกาสได้พบคุณยายครั้งแรกในขณะนั้นประมาณปี ๒๕๒๘ เพิ่งเข้าวัดเป็นครั้งแรก ก็ไม่ค่อยรู้จักใครหรอก แต่ว่าพี่ๆ นี่เขาชวนมาก็เลยมา เข้ามาวัดครั้งแรกเห็น สิ่งที่เห็นครั้งแรกก็คือสภาหลังใหญ่ หลังคาจาก ซึ่งเห็นแล้วก็ติดอกติดใจเพราะว่าบ้านของอาตมานี่ก็มุงจากเหมือนกัน เห็นแล้วชอบใจ
ในช่วงเช้าก็ได้ร่วมกิจกรรม กิจกรรมในช่วงเช้านี่ประพฤติปฏิบัติธรรมที่สภาธรรมกาย พอช่วงบ่ายพี่ที่ชวนมาวัดนี่ เขาก็ชวนอาตมานี่นะไปกราบหลวงพ่อที่ศาลาดุสิต เมื่อกราบหลวงพ่อเสร็จ เขาก็ชวนไปกราบคุณยาย อาตมาไม่ทราบหรอกว่าคุณยายคือใคร เพิ่งเข้าวัดครั้งแรก นึกว่าเป็นคนแก่คนหนึ่งหรืออะไรก็ไม่ทราบได้ ก็ไปกราบท่าน แต่ว่าพอเข้าไปกราบท่านที่ครัวยามา ที่ครัวหน้า อาตมาสังเกตเห็นว่าบุคลิกหรือลักษณะของคุณยายแตกต่างจากคนอื่น คือแตกต่างจากคนแก่คนอื่น ในตอนนั้นคือคิดอย่างนี้ คือเพิ่งเข้าวัดแรกๆ ดูแล้วนี่นะ ผิวพรรณวรรณะของท่านนี่ถึงแม้ว่าจะคล้ำๆ เหมือนอาตมานั่นแหละ แต่ว่าดูผ่องใส ดูผ่องใส ก็ไม่รู้ว่าเป็นยังไงว่า เราดูอย่างนั้นนะ ดูว่าท่านผ่องใสเหลือเกิน น้ำเสียงที่ท่านพูดกับคนที่มากราบท่านนี่ เป็นน้ำเสียงสั้นๆ แล้วก็ใสๆ ฟังแล้วนี่ มันจับจิตจับใจ ดูอบอุ่น
อาตมาก็ได้เข้าวัดปฏิบัติธรรมนี่มาเรื่อยๆ แต่ว่าอย่างว่าแหละนะ กระแสของโลกมันแรง มันก็ทำให้อาตมาต้องไปลุ่มไปหลงในบางสิ่งบางอย่าง แต่ก็โชคดีอยู่อย่างหนึ่งคือพี่ที่อยู่วัดนี่ เขาก็ตาม โทรศัพท์ตามบ้าง เขียนจดหมายตามบ้าง เราก็ไม่มาสักที เขาก็เลยไปตามที่บ้าน นี่แหละเขาเรียกว่าได้คบกัลยาณมิตรนี่เป็นอย่างนี้
เมื่อมาวัด เขาก็ชวนอาตมาน่ะนะมากราบหลวงพ่ออีก เหมือนครั้งแรก อาตมาก็เข้าไปกราบคุณยาย พอกราบท่านเสร็จ พอเงยหน้าขึ้นมานะ ยายท่านก็ทัก ท่านทักว่าคุณ คุณ คุณอย่ามัวไปเมาเหล้าอยู่นะ อาตมาล่ะมึนเลย คุณ คุณ คุณอย่ามัวไปเมาเหล้าอยู่นะ แล้วเราก็เมาจริงๆ เสียด้วย ตั้งแต่มานี่นะ อาตมาก็ได้เข้าวัดมาเรื่อย ๆ ประพฤติปฏิบัติธรรมเรื่อย ๆ
มันก็หาวิธีการที่จะไม่พบปะเพื่อนฝูง จนกระทั่งวันหนึ่งนี่ได้ฟังพระธรรมเทศนาของพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระภาวนาวิริยคุณ ท่านบอกว่ามันมีวิธีหลีกเลี่ยงเพื่อน ถ้าเขาชวนเราไปกินเหล้า เราก็ไป ถ้ามันสั่งเหล้า เราสั่งโค้ก พอมันกินเหล้า เรากินกับ เรียกได้ว่าขุนขยับกับพินาศน่ะนะ พอมันเมาเหล้า เราก็กินพอดี หนักเข้าหนักเข้านี่ ปรากฏว่าเขาก็ไม่ชวนอาตมานะ ตอนนี้เขาเปลี่ยนเรียกชื่อ ชื่อใหม่ เขาไม่เรียกชื่อไอ้ธรรมแล้ว ไม่มีอีกแล้วคนชื่อไอ้ธรรม เขาเรียกว่ามหา เปลี่ยนเป็นมหา เป็นมหาตั้งแต่ยังไม่บวช ก็เรื่องเหล้าก็เลยงดได้โดยปริยาย ด้วยทักคำเดียวนี่
แต่ว่ามันก็มีอยู่อีกสิ่งหนึ่งที่มันยังค้างคาใจอยู่ใจ นั่นคือบุหรี่ ก็เลิกไม่ได้ บุหรี่นี่ มันเลิกยากเหมือนกันนะ เพราะว่ามันต้องใช้กำลังใจอย่างสูงส่ง เรียกว่าเอาชีวิตทั้งชีวิตเลยแหละ อมฮอลก็แล้ว อมยาอมก็แล้ว ปรากกฏว่าต้องสูบบุหรี่แล้วก็ยังต้องอมฮอลอีก ติดทั้งฮอล ติดทั้งบุหรี่เลยตอนนี้ เรียกว่าได้พ่วง ๒ อย่างเลย แต่ก็ยังโชคดี ก็ได้พี่ที่เป็นกัลยาณมิตรน่ะแหละ ตอนนั้นเป็นช่วงฤดูหนาว เขามีการประพฤติปฏิบัติธรรมบนดอยสุเทพ พี่เขาก็ชวน ไปปฏิบัติธรรมกัน ไปนะ พี่ออกค่า พี่ออกค่าใช้จ่ายเอง โธ่ ไปซิพี่ ของฟรีใครไม่ชอบ ตกลงทันทีเลย ก็ได้ขึ้นไปประพฤติปฏิบัติที่บนดอยสุเทพนี่
แต่บังเอิญในช่วงนั้นนี่ เป็นช่วงเวลาที่ตรงกับวันคล้ายวันเกิดของยาย วันคล้ายวันเกิดของยายนี่ มันไม่ใช่เป็นวันที่เท่านั้นเท่านี้ แต่ว่าของ ของยายของท่านเกิดเดือนยี่ ขึ้น ๑๐ ค่ำ ตรงพอดี ทีนี้อาตมาเคยได้อ่านเจอ หรือว่าเคยได้ฟังพี่ๆ เขาเล่า เขาบอกว่าถึงวันคล้ายวันเกิดของคุณยายครั้งใดนี่ ศิษยานุศิษย์ทั้งหลายนี่ก็จะตั้งจิตอธิษฐาน มอบของขวัญอันล้ำค่าให้กับคุณยาย เราเองอ่านเจอก็รู้สึกประทับใจ บางท่านก็ตั้งจิตอธิษฐานจิตที่จะประพฤติพรหมจรรย์ อย่างเรานึกในใจว่าถ้าเราจะตั้งจิตอธิษฐานพรหมจรรย์บ้างนี่ สงสัยจะยังไม่ไหว เรามันยังหนุ่มอยู่ ขอเอาไว้ก่อน ก็ตั้งจิตอธิษฐานของดสูบบุหรี่ เลิกสูบบุหรี่อย่างเด็ดขาด ฮอลเฮินไม่เอาแล้ว เดี๋ยวติดอีก
สุดท้ายนี่นะ แปลก มันมีกำลังใจ มันมีกำลังใจ ไม่รู้มันมาจากไหน พอตั้งจิตอธิษฐานแล้ว ตั้งแต่วันนั้นมานี่ สิบกว่าปีนี่ อาตมาไม่เคยแตะเลย ไม่เคยต้องพึ่งสิ่งใดเลย นี่แค่เพียงพบปะคุณยายครั้งแรกของอาตมา ได้พบคุณยายแล้วนี่ ปรากฏว่าสิ่งที่ไม่ดีไม่ดีนี่ ไม่ดีทั้ง ๒ อย่างเช่นสุรานะ หรือว่าบุหรี่นี่สามารถเลิกได้ ด้วยกำลังใจ ด้วยการที่พบกับคุณยาย
ต่อมาอาตมานึกอยากจะบวช จริงๆ แล้วนี่ที่บ้านเขาก็ผลักไสไล่ส่งให้ไปบวชตั้งหลายครั้งแล้วล่ะ แต่ไม่ยอมบวช ไม่รู้ว่าคิดยังไง ไม่บวช ที่บ้านอาตมานี่เป็นชนบท อยู่ลพบุรี เขาบอกว่าถ้าบวชนะ จะจ้างหนังฉายให้ จะจ้างลิเก หรือเอ็งจะเอาชาโดว์ ดิ้นกันให้มันไปเลย เอาไหม ไม่เอา อาตมาไม่บวช ยังไม่บวช เขาก็รออาตมาตกลงว่าจะบวช แต่ว่าก็สัญญาเอาไว้ว่าถ้าเอ็งไม่บวช เอ็งห้ามเบียด ได้ เราบอกได้
จนกระทั่งมาที่วัดนี่ รู้สึกประทับใจในหลายๆ สิ่ง หลายๆ อย่าง ได้พบคุณยาย ได้พบหลวงพ่อ ได้พบครูบาอาจารย์ ได้พบกัลยาณมิตรนี่ ในภาคฤดูร้อนนั้นหลวงพี่ก็เลยตัดสินใจบวชประมาณปี ๒๕๓๑ ธรรมทายาทรุ่น ๑๖ เมื่อบวชแล้วนะ ตั้งใจว่า จะบวชแค่สักหมดระยะการ อบรมประมาณ ๒ เดือน แล้วก็จะลาสิกขา ตอนนั้นยังทำงานอยู่ ตั้งใจจะลาสิกขาไปทำงานต่อ ปรากฏว่า มันมีความรู้สึกเสียดาย พอจะลาสิกขาครั้งใด มันก็เสียดาย ที่เสียดายนี่มีอยู่ ๒ อย่างคือ เสียดายในความเป็นพระ เสียดายผ้าเหลืองนี่ รู้สึกมันอบอุ่น มันเสียดายยังไง มันบอกไม่ถูก ลึกๆ มันเสียดาย เห็นคนอื่นบางทีเพื่อนๆ ที่เขาลาสิกขาไปนะ อาตมานี่แอบไปน้ำตาเล็ด คือไปเสียดายแทนเขา แอบน้ำตาไหลอยู่ข้างๆ ห้องน้ำ
แล้วก็อีกอันหนึ่งที่เสียดายมาก บวชทั้งทีนี่นะ อาตมานี่มีอุปัชฌาย์เป็นถึงรองสมเด็จ นึกในใจ นึกอย่างเรานี่นะ นึกตามประสาของคนหนุ่มๆ ถ้าสึกออกไปนี่เราจะมีอุปัชฌาย์เป็นสมเด็จอีกไหมนี่ ใครจะมาบวชให้เรา นึกเสียดาย ก็เลยอยู่มาเรื่อยๆ อยู่ในจนกระทั่งบัดนี้ อยู่เรื่อยๆ มากระทั่ง ๑๓ พรรษานี่
ตอนนั้นเมื่ออบรมธรรมทายาทเสร็จแล้ว หลังจากได้เป็นพระพี่เลี้ยงธรรมทายาท ก็ได้มีโอกาสมาช่วยงานที่สำนักหลวงพี่หมู สำนักโภชนาการ อาหารอิ่มอร่อยน่ะแหละ มาช่วยหลวงพี่ท่านดูแลเรื่องอาหารบ้าง เรื่องอุปกรณ์ต่างๆ ของโภชนาการบ้าง ทำไม่เป็นหรอก อาตมามันประเภทเออ ใจถึงแต่มือไม่ค่อยทำ ให้ทำก็ทำ ทำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ก็ทำไปเรื่อย ตอนที่อยู่โภชนาการ มีโอกาสได้พบคุณยายอยู่บ่อย เพราะว่าคุณยายนี่ท่านจะตรวจวัดอยู่ทุกวัน
อาตมายังจำภาพของท่านได้ ท่านจะมีราชรถอยู่คันหนึ่ง เบาะนี่สีแดงนะ สวยเลยแหละ อาตมาเคยเอาทำสี เวลาท่านขึ้นปั๊ปนี่ พอ จะเป็นหลวงพี่ประดิษฐ์ หรือหลวงพี่อุดม หรือว่าจะโยมพี่อารีพันธุ์ก็แล้วแต่ ทำหน้าที่เป็นพนักงานขับรถล่ะก็ เอาล่ะ จะมีสมุนวิ่ง คือไก่ ไก่มันจะวิ่งตามเป็นพรวนเลยนะ วิ่งตามคุณยาย เพราะคุณยายท่านจะโปรยข้าวเปลือกนี่ ข้าวสารให้ไก่กิน ไก่มันจะวิ่งแข่งกันเหมือนกับนักแข่งวิ่งร้อยเมตร ดูแล้วนี่ เออเป็นภาพที่ประทับใจ
และท่านก็จะมาตรวจครัวบ่อยๆ ท่านก็จะสั่ง ท่านดูแลครัวนะ ช่วยท่านหมู อย่าให้ใครมาทำเลอะๆ เทอะๆ ถ้าใครทำเลอะๆ เทอะๆ ท่านจัดการเลยนะ เราก็ครับยาย เป็นอยู่อย่างนี้ เจอท่านทุกวัน บางทีท่านก็ออกมาเดินเล่น ท่านก็จะเล่าเรื่องบ้านนอก ที่บ้านนอกของท่าน ท้องทุ่งของท่าน ดวงตะวันที่บ้านท่าน ดูท่านสดชื่น เราก็ แต่ว่ามีอยู่ช่วงหนึ่งในตอนนั้นเป็นการเตรียมงานบุญใหญ่ บอกตรงๆ ว่าช่วงนั้นจำวัดดึก บางครั้งก็เกือบสว่าง จำวัดดึก พักผ่อนไม่เพียงพอ ก็เลยทำให้ตื่นสาย เตรียมงานบุญใหญ่ในช่วงนั้น เมื่อตื่นสาย ตื่นสายทุกวันทุกวัน ชักติดเป็นนิสัย ไม่เตรียมงานก็ตื่นสาย พระก็ตื่นสายเหมือนกัน คือทำงานหนัก เจอคุณยายท่านก็จะ ไม่ทราบหรอก ท่านเล่าเรื่อง ท่านเล่าเรื่องเทวดาให้ฟัง ท่านบอกคุณ คุณ นี่คนเรานี่นะ ทำบุญเยอะๆ แล้วนี่จะมีเทวดาเขามาคอยรักษา ทุกคนนี่ที่มีบุญนี่ ลูกหลานยายนี่นะ มีเทวดารักษานะนี่ ตอนเช้าๆ นี่ถ้าไม่ตื่นลุกขึ้นมาปฏิบัติธรรม เทวดาเขาจะต้องไปเฝ้าพระอินทร์ในตอนเช้า เขาก็จะถุยน้ำลายใส่หน้า เขาจะถุยน้ำลายใส่หน้า อาตมาก็ไม่ได้คิดอะไรหรอก นึกยายเล่าอะไรล่ะ อุปมาอุปไมยให้ฟัง นึกว่าคุยกันธรรมดา
เจอกันอีกวัน ท่าน เทวดานี่นะ เขาปกปักษ์รักษาคนที่มีบุญ ตอนเช้าๆ น่ะ เขาจะไปเฝ้าพระอินทร์ คนที่เขาดูแลรักษาไม่ตื่นเสียที เขาจะถุย น้ำลายใส่หน้าอีกแล้ว เอ ๒ วันแล้ว ท่านก็เจอ ๒-๓ วันก็จะเป็นอย่างนี้ อาตมาก็นึก เอ๊ะสงสัยแจ๊ตพอตเราแน่ๆ แต่ท่านก็ยังบอกนะ ตื่นมาทำอะไรก่อนก็ได้ แล้วถ้าง่วงนักก็นอนต่อ อาตมาก็คิดแบบอาตมา ไม่เป็นไร ถ้าเรานอนดึก ถ้าคิดว่าตื่นสาย เราก็คลุมโปง แน่ ดูนะ เราก็คลุมโปง อย่างน้อยนี่ เทวดาก็ถุยน้ำลายโดนคลุมโปงเราแหละ ก็คงจะเปียกน้อยหน่อย แต่ว่ากว่าจะรู้นะว่าท่านเตือนเรานี่ สงสัยน้ำลายเทวดาหมดไปหลายปีป หมดไปหลายปีป ก็อยู่มาอย่างนี้
มีอยู่ครั้งหนึ่ง ตอนช่วงนั้นพรรษาก็เริ่ม ๔ พรรษา ๕ พรรษา ก็ออกไปซื้อของข้างนอกบ้าง ไปติดต่องานอะไรบ้าง วันนั้นคุณยายท่านก็มาตรวจครัวตามปกติ มากับโยมพี่อารีพันธ์ ท่านก็คุย ท่าน ท่าน สมัยอยู่ที่วัดปากน้ำนี่ ที่บ้านธรรมประสิทธิ์ อยู่ที่นั่นน่ะนะ ตอนที่ยายอยู่ที่นั่น มีคนมาปฏิบัติธรรมที่บ้านธรรมประสิทธิ์ ยายก็จัดการหมด หญิงซ้าย ชายขวา เพราะว่ากลัว กลัวสายตาของหญิงของชายนี่ ท่านบอก ถ้าสายตามันเจอกันแล้วนะ มันจะช็อต กัน ท่านบอกอย่างนี้ อย่างกะไฟแรงสูงเลยนะ ท่านว่าอย่างนี้นะ สายตามันเจอกันแล้วนี่ มันจะช็อต กัน
อีกวันหนึ่ง ท่านก็มาอย่างนี้ ท่าน ท่าน นี่นะ สายตาประสบสายตาแล้วมันก็จะช็อต กัน เอะ ท่านเล่าอยู่หลายวันแฮะ เล่าอยู่หลายวัน อาตมาก็ไม่สำนึกหรอกนะ บอกตรงๆ ว่าก็มีเหมือนกัน จนกระทั่งมีอยู่วันหนึ่งท่านจะรำคาญ ท่านก็จะเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง รำคาญเรา ไม่รู้สักที ท่านก็บอก นี่นะ เดี๋ยวสายตามันจะช็อต กัน ท่านก็เหมือนกัน ระวังมันจะช็อต กันนะ อาตมายืนตัวแข็ง เหงื่อแตกข้างหูเลย โธ่ เราหรือนี่
ตั้งแต่นั้นมานะ ทำได้ดีที่สุดก็คือถ้ายายเราก็จะถอยห่างๆ ปกติอยู่บ้านนี่ ปกติอยู่ที่บ้าน ถ้าโยมแม่แกงให้ทาน แหม โยมแม่นี่รู้ใจจัง พี่สาวซื้อของมาฝาก อื้อฮือ พี่สาวนี่รู้ใจจัง แต่มาวัดนี่ ยายรู้ใจ ไม่ไหว ก็ได้อยู่ใกล้ท่าน ได้พบปะกับท่าน รู้สึกถึงความอบอุ่น อบอุ่นอย่างประหลาด บอกไม่ถูก
จนกระทั่งอาตมาได้มาดูแลงานโยธา งานโยธาคืองานก่อสร้าง ไม่ได้ดูครัวแล้ว มาดูงานโยธา ก็ได้ร่วมบุญกับยายเยอะๆ หลายอย่าง อาตมาอยากได้บุญกับยายมาก แนวคิดของอาตมานี่นะ คิดอย่างนี้ คุณยายท่านประพฤติปฏิบัติธรรมตั้งแต่เข้าวัดปากน้ำ ประมาณตอนนั้นรู้สึกจะอายุ ๒๙ ท่านนั่ง หลวงพี่ เออ อาตมาคิดของอาตมาเองนะว่าถ้าเกิดท่านเข้าธรรมะทุกวันนี่นะ วันละ ๑๘ กาย ๑๘ กาย โอ้โฮ เดือนหนึ่งกี่กายนี่ นึกๆ นึกอย่างอาตมานี่ โอ้โฮ เราทำบุญกับท่านนี่ะ มันน่าจะได้บุญเยอะ ทำบุญกับท่านได้บุญเยอะจริงๆ
ในช่วงนั้นได้รับบุญพิเศษ จริงๆ แล้วนี่ ก็บอกตรงๆ ว่าตอนนั้นมีความรู้สึกถึงความหดเหี่ยวหัวใจ มันมีความรู้สึกว่าอยากจะไปใช้ชีวิตข้างนอก ก็เราตั้งใจบวชแค่ ๒ เดือนเอง โธ่ อยู่มาตั้งหลายปี ก็ควรจะไปได้แล้ว แต่ว่าเหมือนบุญบันดาล ได้มาช่วยหลวงพี่หมูนี่นะ สร้างรูปหล่อหลวงพ่อวัดปากน้ำทองคำ ไอ้ใจที่หดๆ เหี่ยวๆ แห้งๆ นี่ พอได้รับบุญอันนี้ แล้วก็ทำ ไปช่วยท่านทำนี่ มันมีความรู้สึกว่าเรานี่ได้บุญมาก ไอ้บุญที่มันเหือดมันแห่ง เหมือนน้ำที่มันหมดไปจากโอ่ง พอเติมไปแล้วมันก็จะเต็ม ปรากฏว่าไอ้บุญที่มันเหือดมันแห้งไปนี่ มันค่อยๆ เต็มๆ เต็มเปี่ยม จนกระทั่งมันล้นออกมา สัมผัสได้ บุญนี่สัมผัสได้นะ อาตมาขอยืนยัน ทุกคนนี่ ลูกหลานยายที่ทำบุญกับยาย บุญนี่สัมผัสได้ มีความรู้สึก ความอัศจรรย์หลายอย่าง ทำแล้วนี่มีความรู้สึก
ถามว่าเหนื่อยไหม เหนื่อย แต่ว่าอาตมาคิดว่าความเหนื่อยนี่เป็นอาการของกาย ความเหนื่อยนี่เป็นของสากล ใครในโลกนี้ไม่มีใครเลยที่ไม่เคยเหนื่อย แม้แต่ทานอาหารนะยังเหนื่อยเลย บางคนนอนเสียเหนื่อยเลย อย่างนี้ ความเหนื่อยเป็นของสากล ความเหนื่อยเป็นอาการทางกาย แต่ใจเรานี่ไม่เคยหน่าย ทำอย่างเดียว อดตาหลับ ขับตานอน ตลุยทำ ทำรูปหล่อหลวงพ่อวัดปากน้ำองค์ทองคำนี่ ภูมิใจมาก เป็นสิ่งที่อาตมาเคยทำ จริงๆ แล้วก็ไม่เคยทำ มีคนเขาถามว่าเคยทำมาหรือเปล่า อาตมาก็บอก ไม่เคย อยู่บ้านนี่นะ พูดเล่นกับเขา อยู่บ้านผมเลี้ยงควาย ผมไม่เคยทำ แต่ว่าแปลก เมื่อมาทำแล้วก็ทำได้ มีกำลังใจทำ แล้วก็ดีเสียด้วย ด้วยกำลังใจที่เต็มเปี่ยม รูปหล่อคุณยายก็ได้ร่วมทำ ได้ร่วมบุญกับคุณยาย
จนกระทั่งมาถึงงานก่อสร้างเจดีย์นี่ มหาธรรมกายเจดีย์ หลวงพ่อท่านก็ปรารภว่าท่านอยากจะสร้างมหาธรรมกายเจดีย์ให้สำเร็จทันคุณยายได้เห็น คุณยายท่านก็มาบอกบุญนะ หลวงพี่ยังจำได้ ชักสับสน อาตมาก็ยังจำได้ ยังไม่หายประหม่าเลยนี่ (หัวเราะ) ยายบอกว่ายายแก่แล้ว จะอยู่กับพวกเราไม่นาน ใครจะเอาบุญกับยายก็ทำเสียนะ ยายอยากสร้างธรรมกายเจดีย์ให้เสร็จทันยาย แต่ยายไม่มีแรงแล้ว ใครรักยายช่วยยายสร้างด้วยนะ ฉะนั้นใครรักยายนะ ต้องช่วยกันสร้าง
อาตมาก็ได้รับบุญอีกเหมือนกัน ได้หล่อพระประจำตัว ช่วยกับทีมงานกัน ได้สร้างพระธรรมกายประจำตัว ๓ แสนกว่าองค์ อยู่บนมหาธรรมกายเจดีย์นี่ ฝีมืออาตมาเหมือนกันนะนั่น ดูแล้วนี่นะ ดูครั้งไร ปีติใจ สร้างมหาธรรมกายเจดีย์ แม้กระทั่งบางอย่าง บางอย่างนะ บางครั้งมีเหมือนกัน งานบางอย่างที่ต้องเสี่ยงชีวิตอย่างเช่นไฟต้นกัปที่รื้อไปแล้ว ลูกหลานยายเคยเห็นที่อยู่ตรงท้ายสภาตรงนี้นะ ไฟต้นกัปสีเขียวๆ เป็นดอกบัว นั่นน่ะบึ่มมาแล้ว
ตอนนั้นอาตมาทดสอบจุดไฟ ทำยังไงไฟจะสวย เปลวไฟถึงจะสวย ทำยังไงไฟถึงจะไม่มีควัน ปรากฏลูกน้องมือดี เทน้ำมันหก หกไปเสียเยอะเลยแหละ อาตมาก็ไปจุด จุดครั้งแรกมันก็ไม่เป็นไร ดีแล้ว เปลวไฟยังไม่สวย ก็แต่งไส้เสียหน่อย พอจุดครั้งที่ ๒ นะ พอหันข้างเท่านั้นน่ะ มันบึ่มเลย อาตมาขึ้นไปอยู่บนนั่งร้านจุดน่ะ ไม่รู้ว่าลงมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่รู้มันลงมาตั้งแต่เมื่อไหร่ พอลงมาปั๊ป คลำอวัยวะก่อน มีส่วนไหนขาดไปบ้างหรือเปล่านี่ มันชาๆ มันรู้สึก อึ่ม โอ้ ยังอยู่ มีเลือดออกเหมือนกัน แต่ว่าอย่างว่าแหละนะ พอดีพกพระมหาสิริราชธาตุ ไม่อยากคุย เลยรอดมาได้ด้วยอำนาจของบุญ บุญของยาย บุญของหลวงพ่อ
สิ่งที่หลวงพี่ เออ ที่อาตมานี่กล่าวถึง อันที่จริงนะ ก็บอกก่อนเลยว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต ครั้งแรกของการสร้างชาติเลยก็ว่าได้ที่ขึ้นมาแสดงธรรมในครั้งนี้ มันไม่ถนัด อาตมาถนัดแต่การทำงาน การแสดงธรรมเทศนาไม่ค่อยถนัด แต่ก็คิดว่าคงพอดำน้ำไปได้
เมื่อคุณยายท่านละโลกไปแล้วนี่ ตอนนั้นนะ ฉุกละหุกมาก อาตมาก็เตรียมงานช่วยอยู่เหมือนกัน ทำหลายสิ่งหลายอย่าง พูดตรงๆ เลยว่าไม่ได้นอนเลย ๔ คืน ทำทุกอย่าง ทีมงานใช้ทำอะไรก็ทำ อยากได้บุญกับท่าน ได้ฟังพระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านบอกว่าทำบุญที่ยาย ได้ที่เรา อาตมาเลยทำใหญ่เลย ทำที่ยาย ได้ที่เรา ทำที่ยาย ได้ที่เรา ฉะนั้นลูกหลานยายนะ ทำที่ยายได้ที่เรา แล้วท่านก็บอกอีก ที่ท่านจะกล่าวอยู่เรื่อยๆ เราหนีความตายไปไม่พ้นฉันใด เราก็หนีความรวยไปไม่พ้นฉันนั้น นี่อาตมาจำได้ ฉะนั้นนี่นะ เราหนีความรวยไปไม่พ้นฉันใด ก็รีบๆ มาทำบุญกับยาย ลานธรรมยังรออยู่
เมื่อคุณยายท่านละโลกไปแล้วนี่ สิ่งที่อาตมาได้ทำให้ท่านเห็นๆ ถ้าลูกหลานยาย หันซ้ายหันขวาหรือว่าหันขึ้นไปข้างบนที่เป็นตะเกียงของหอม เป็นตะเกียงสแตนเลส ใจถึงแต่มือไม่ค่อยถึงแหละ หลวงพ่อให้ทำ ก็รีบทำ ทำถามว่าเสร็จเมื่อไหร่ ท่านสั่งเย็น ตอนเช้าท่านก็ทำว่าเสร็จเมื่อไหร่ เสร็จไหมวันนี้ เสร็จครับ ก็บอกท่านเสร็จครับ เสร็จหรือเปล่าหนอนี่ แล้วท่านก็ถามว่าจะเสร็จกี่โมง ก็ตอบท่านไม่ได้เหมือนกัน ก็บอกเอาอย่างนี้แล้วกันครับหลวงพ่อ พรุ่งนี้หลวงพ่อมาดู ก็ทั้งคืนน่ะนะ ทำจนเสร็จ ทำเสร็จก็ยังเสียวๆ อยู่เหมือนกัน ได้รับบุญตรงส่วนนี้รู้สึกถึงความภูมิใจ แล้วก็ปีติใจมาก
คุณยายนี่ อาตมาซาบซึ้งท่านอยู่อย่างหนึ่งคือท่านรักการประพฤติปฏิบัติธรรมเป็นชีวิตจิตใจ แม้แต่วาระสุดท้ายของท่านนี่ อาตมาเคยเจอท่านตอนที่ท่านไม่ค่อยมีเรี่ยวแรงแล้วนี่ ท่านบอกว่านั่งไม่ไหวก็ไม่เป็นไร นอนไป นอนทำไป เรายังมีเรี่ยวแรงดีอยู่ ต้องทำเหมือนยาย ต้องทำเหมือนคุณยาย รักการประพฤติปฏิบัติธรรม ต้องรีบเข้าถึงธรรมะภายในเร็วๆ ให้ได้ ฉะนั้นนะ เดี๋ยวเราตั้งใจปฏิบัติธรรมกัน เพื่อเป็นการบูชาคุณของคุณยาย
เราก็รวมใจของเรานิ่งๆ วางใจของเรานิ่งๆ ไว้ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ตามที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านเคยสั่งสอนอบรมพวกเรา นึกถึงดวงกลม (หมด 1/A)
(เริ่มม้วน 1/B)
ทำความปีติเบิกบานให้เกิดขึ้น ให้เสมือนหนึ่งว่าเรากำลังประพฤติปฏิบัติธรรม โดยมีคุณยายของเรามาประพฤติปฏิบัติธรรมด้วย มาคอยคุมบุญให้กับเรา แล้วเราก็นึกถึงบุญที่เราได้ทำอย่างดีแล้ว ตั้งแต่บุญอันเกิดจากการให้ทาน บุญอันเกิดจากการรักษาศีล บุญอันเกิดจากการเจริญภาวนาของเรา ที่เราได้สั่งสมอบรมมาดีแล้ว นึกถึงบุญครั้งใด ใจของเราก็เอิบอาบ เอิบอิ่มไปด้วยบุญ บุญก็หลั่งไหลมาที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ของเรา
สัพเพ…. (จบ)
หน้า PAGE 8
431117FW-AAT