วัดพระธรรมกาย ผลงานชั้นเยี่ยมของคุณยายอาจารย์
(ม้วน 1/A)
พระสุทธิชัย กราบพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงพระคุณอันยิ่งใหญ่ นมัสการพระเถรานุเถระทุกรูป นมัสการเพื่อนสหธรรมิกทุกรูป เจริญพรสามเณร อุบาสก อุบาสิกา กัลยาณมิตรผู้นำบุญลูกหลานยายทุกท่าน (สาธุ)
ก่อนอื่นต้องขออนุโมทนาบุญกับกัลยาณมิตรทุกท่านที่ได้มาร่วมบุญบูชาธรรมคุณยายเมื่อวานนี้นะ (สาธุ)
สำหรับตัวหลวงพี่เองจะได้มาเล่าเกี่ยวกับเรื่องคุณธรรมของคุณยายมหาอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ซึ่งหลวงพี่เองนั้นเข้าวัดมาปี พ.ศ. และเข้ามาอยู่วัดเป็นอุบาสกปี ๒๙ นะ พุทธศักราช ๒๕๒๙ จนกระทั่งปัจจุบันนี้ก็ประมาณ ๑๕ ปี ในช่วงแรกเป็นอุบาสกอยู่ ๘ ปีแล้วก็มาบวช มาตอนนี้ก็ ๗ พรรษา
ส่วนใหญ่แล้วก็จะไม่ค่อยได้มีโอกาสได้สนทนากับคุณยายมากนัก ส่วนใหญ่ดูท่านนะ จะดูท่านเป็นแบบอย่างเสียมากกว่า เพราะว่าโดยเมื่อก่อนนั้นปี ๒๙ มาอยู่วัด ก็ไม่ได้พักอยู่ในวัดร่วมกับพี่ๆ อุบาสก ไปพักอยู่ที่ศูนย์ฝึกอบรมธรรมทายาทนะ ซึ่งในอดีตนั้นก็คงอยู่แถวประมาณบริเวณสถานพยาบาลปัจจุบันนี้ แล้วก็เกี่ยวกับเรื่องหน้าที่การงานก็ ก็ไม่ค่อยได้มีโอกาสเข้าไปใกล้เท่าไหร่ เมื่อก่อนนั้นก็ทำหน้าที่ดูแลอบรมธรรมทายาทเป็นพี่เลี้ยง แล้วก็ทำหน้าที่เกี่ยวกับเรื่องการจราจรนะในงานบุญต่างๆ
แต่ก็ยังโชคดีนะที่ก็ยังมีโอกาสเข้าไปฟังท่าน ก็มีอยู่ครั้งหนึ่ง ครั้งนั้นเป็นครั้งที่หลวงพี่เอง พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมะเพิ่งให้เป็นหัวหน้าจราจรใหม่ๆ สดๆ เลย ดูแลการจัดงานเกี่ยวกับเรื่องจัดรถจัดราในงานบุญใหญ่ มาฆบูชา วันนั้นพี่อารีพันธุ์ก็ตามหลวงพี่ไป บอก ตอนนั้นยังไม่บวชนะฮะ บอก สุง ให้ไปช่วยอุปัฏฐากยายหน่อยซิ ตอนนั้นก็ค่ำแล้ว กำลังเตรียมงานกันอยู่ ก็รีบไปอุปัฏฐากยาย ไปอุปัฏฐากยายเสร็จ ก็ด้วยความเมตตาของพี่อารีพันธุ์ตอนนั้น ปกติหลวงพี่เองก็จะไม่ค่อยพูดอะไรมากอยู่แล้ว พี่อารีพันธุ์ก็บอกคุณยายว่า ยาย ยาย น้องคนนี้นะเขาดูการจราจร เขาดูคนเยอะทีเดียวแหละ พรุ่งนี้วันงาน ยายให้พรหน่อยซิ ต้องขอบคุณโยมพี่อารีพันธุ์ที่ให้คุณยายได้ให้พรหลวงพี่
ยายก็บอกว่าคุณ คุณ ใครมาช่วยคุณนี่นะ ขอให้เขาช่วยคุณให้หมดเลยนะ หลวงพี่ก็สาธุ คำพูดของยายนี่ศักดิ์สิทธิ์มาก เราต้องดูแลกำลังเป็นร้อยนะฮะในการจัดงานนี่ ปรากฏว่างานครั้งแรกของหลวงพี่ทุกอย่างนี่มัน Smooth มันเรียบร้อยดีไปหมดเลย แล้วคำให้พรของคุณยายนั้นนี่ก็ยังศักดิ์สิทธิ์จนถึงปัจจุบันนี้นะ หลวงพี่ก็นึกปลื้มใจตลอดที่ได้มีโอกาสที่ยายได้ให้พรหลวงพี่ อันนี้ก็เป็นความประทับใจอย่างหนึ่ง ซึ่งหลวงพี่คิดว่าการที่เกิดมาชาติหนึ่ง คุณยายให้พรอย่างนี้นี่ก็ถือว่า มีบุญมากแล้ว
เพราะงั้นใครที่ยายเคยให้พรไปนี่ ให้จำระลึกไว้ทบทวนบ่อยๆ พรนั้นจะได้ศักดิ์สิทธิ์นะฮะ ศักดิ์สิทธิ์ เป็นบุญเป็นบารมีของเราที่คุณยายท่านให้เราไว้ เพราะคำพูดของคุณยายนี่ที่ได้กล่าวไว้นี่ หลวงพี่คิดว่าเป็นคำพูดที่เป็นผังสำเร็จนะ เป็นผังสำเร็จทีเดียว
และก็ได้มีโอกาสได้เจอกะยายนะ ได้ คุณยายได้คุยกันอีกครั้งหนึ่ง คือในช่วงที่ได้อุปัฏฐากหลวงพ่อธัมมชโย ประมาณปลายปี ๓๓ ๓๔ ๓๕ ๓๖ ๓๗ นี่ หลวงพี่เองก็ได้มีโอกาสเข้าไปอุปัฏฐากหลวงพ่อธัมมชโย ในช่วงปี ปลายปี ๓๓ หลวงพี่ไปนี่ หลวงพี่จำได้ว่าจนกระทั่งปี ๓๗ เป็นช่วงที่หลวงพ่อ พระเดชพระคุณหลวงพ่อส่วนใหญ่จะอยู่ต่างจังหวัดนะฮะ จะอยู่ดอยสุเทพบ้าง ภูเรือบ้าง ภูกระดึงบ้างนะ หรือบางทีก็ไปที่ หาสถานที่สำหรับให้พวกเราปฏิบัติธรรมนะ ส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยได้อยู่วัด หลวงพี่เองก็ติดตามออกไป ก็ไม่ค่อยได้กลับวัดเท่าไหร่
แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งนะ ก็ได้กลับมาที่วัด ด้วยโอวาทของหลวงพ่อ พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโวท่านบอกว่าถ้าเราจะเอาดีนะ จะฝึกตัวเองนี่ ต้องหัดเข้าหาครูบาอาจารย์นะ ต้องหาครูบาอาจารย์ ครูบาอาจารย์ท่านจะได้ดูว่าเราจะมีอะไรที่ควรจะชี้แนะ ท่านก็ชี้แนะเราได้ ก็ตอนเช้านี่ ที่จะมาวัดในตอนเช้าก่อนที่จะไปกับ อุปัฏฐากหลวงพ่อธัมมชโย ทุกเช้าที่อยู่วัดนี่ ก็จะไปกราบคุณยายก่อนนะ กราบคุณยายที่ตรงข้ามกุฏิในวัด ห้องเลขา คุณยายจะฉันอาหารที่นั่น จะไปกราบคุณยาย ปกติทั่วๆ ไปก็กราบคุณยายเสร็จก็ไปทำหน้าที่ คุณยายก็ไม่ได้พูดอะไรเท่าไหร่ เพราะตอนนั้นยายก็อายุมากแล้ว ๘๐ กว่าแล้ว
มีอยู่วันหนึ่งคุณยายก็เมตตา ก็พูดกับหลวงพี่ว่า ตอนยังไม่บวชนะ ยายบอกว่าคุณๆ ระวังยักขินีนะ เราก็ ไม่ได้ คือไม่ได้คิดอะไรมากฮะ ฟังไว้ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ก็ไปอุปัฏฐากหลวงพ่อตามปกติ
ครั้นมาอีกวันหนึ่งไปกราบคุณยาย คุณยายก็พูดอีก คุณ คุณ ระวังยักขินีนะ หลวงพี่ก็ เอ๊ะยายพูดครั้งที่ ๒ ไม่ธรรมดาเสียแล้ว ก็ต้องไปพิจารณาตัวเองว่าเอ๊ะเราไปทำอะไร ยายถึงพูดอย่างนี้ ก็มานั่งพิจารณาตัวเอง ไตร่ตรองดูว่าเอ๊ะ เราจะต้องปรับปรุงอะไรหรือเปล่า ยายถึงทักอย่างนี้ ก็ไตร่ตรองดูอ้อ เรานี่ออกต่างจังหวัดบ่อย บางทีก็ ตาไม่อยู่สุข ยังมองเห็นคนโน้นสวยคนนี้สวยอยู่นะฮะ (หัวเราะ) เรื่องธรรมดา (หัวเราะ) ก็ยังเห็นคนสวยอยู่ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมากกว่านั้นนะฮะ เออสวยดีนะ สวยดี นะ ก็ดีนะฮะที่คุณยายนี่เมตตา ท่านเห็นอะไรท่านก็ คือท่านคงไม่ได้เห็น แต่เห็นข้างในนะฮะ ท่านก็เมตตาชี้แนะ เราก็ไปปรับปรุง เออ อะไรไม่ควรไปดูก็อย่าไปดูนะฮะ พอเราปรับใจตรงนี้แล้ว วันหลังไปกราบยายครั้งที่ ๓ ยายก็ไม่ได้พูดอะไรอีกแล้ว ก็ถือว่าสอบผ่านนะฮะ สอบผ่าน ก็ดีใจนะฮะ แล้วก็ไปกราบยายอยู่สม่ำเสมอทุกครั้งที่ไปอุปัฏฐากหลวงพ่อ
คุณยายก็จะเล่าเรื่องอื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่ที่พวกเราก็ได้ฟัง หลวงพี่อื่นๆ เล่าให้ฟังแล้ว อย่างคุณยายจะเล่าอยู่เรื่องหนึ่งไปช่วยพ่อในนรกนะฮะ เล่าเกี่ยวกับเรื่องบอกว่า คุณ คุณ ยายนี่ทันคนนะ ถ้ายายไม่ทันคนนี่ ยายเอาหลวงพ่อทั้งสองนี่มาบวชเมื่อไหร่หรอก ยายหลับตายายก็รู้แล้ว ก็จะเล่าเรื่องเกี่ยวกับพวกนี้ให้ฟัง ก็ส่วนใหญ่ไม่เคยถาม แต่อาศัยความเมตตาจากคุณยายเล่าให้ฟัง ก็เป็นเล็กๆ น้อยๆ ที่หลวงพี่ได้ประสบมา
แต่ถึงแม้จะไม่มีโอกาสได้สนทนาอะไรกับท่านมากนัก แต่หลวงพี่คิดว่าการที่เราได้เห็นคุณยายในอิริยาบถต่างๆ ในแต่ละวันนี่ ก็ถือมีบุญมากนะ ถือมีบุญมาก ภาพที่เราคุ้น ภาพที่เราคุ้นเกี่ยวกับคุณยายนี่ที่ค่อนข้างเห็นเป็นปกติก็คือว่าภาพที่คุณยายยืนสวัสดีนะ ยิ้มทักทายแขก ไม่ว่าแขกคนนั้นนี่จะอายุมากอายุน้อย คุณยายจะมีปกติเป็นอย่างนี้ เป็นภาพที่เราเห็นปกติ แม้กระทั่งลูกศิษย์นะ ลูกศิษย์ที่เป็นอุบาสกก็ดี หรือว่าเป็นพระภิกษุก็ดี ท่านก็ประนมมือ คุยนะคุย คือลักษณะอย่างนี้นี่ เรามีความรู้สึกว่าท่านให้เกียรติมากเลยนะฮะ ให้เกียรติ ให้ความรัก ความอบอุ่น ความเมตตา ความเอาใจใส่ แล้วก็ถามว่าคุณทานข้าวหรือยัง ท่านจะทำแบบนี้ อันนี้เป็นภาพที่หลายๆ ท่านที่มาทันคุณยายตอนแข็งแรงอยู่ ก็คงจะนึกได้
อีกภาพหนึ่งก็คือภาพที่คุณยายนี่นั่งสามล้อ นั่งสามล้อสีแดง นั่งสามล้อสีแดง หลวงพี่เคยอ่านหนังสือเขาบอกว่าหลวงพี่ฐิตะท่านออกแบบให้ หลวงพี่เพิ่งรู้นะฮะ หลวงพี่ฐิตะออกแบบรถสามล้อสีแดงให้คุณยาย คุณยายก็นั่งสามล้อตรวจวัดทุกวัน คือตั้งแต่หน้าวัดไปยันท้ายวัด แล้วก็ทุกวันก็จะเดินไปดูที่ครัวนะ ว่าครัวเป็นยังไงบ้าง เรียบร้อยไหวนะ อันนี้ก็อีกภาพหนึ่งที่เราจะเห็นจนคุ้น
อีกภาพหนึ่งที่เห็นจนคุ้นก็คือภาพที่คุณยายนี่ คอยตามจ้ำจี้จ้ำไช พร่ำสอนเคี่ยวเข็ญอุบาสก คนที่ตั้งใจจะเป็นอุบาสกในวัดนะฮะ ท่านพยายามเคี่ยวเข็ญทั้งที่อยู่ หรือที่พักที่นอนนะฮะ จะเคี่ยวเข็ญว่าเป็นยังไงนะ ไปชี้แนะไปสั่งสอนไปแนะนำ จนกระทั่งทานข้าวก็แนะนำสั่งสอนนะ ท่านจะตามจ้ำจี้จำไชพร่ำสอนเคี่ยวเข็ญตลอดเลยนะ เป็น เป็นสิ่งที่เราเห็นเป็นปกติสำหรับคุณยาย
อีกภาพหนึ่งก็คือภาพที่คุณยายปฏิบัติธรรม เราเห็นชัดเจนก็ตอนที่คุณยายมานั่งธรรมะ คุมธรรมะให้กับพวกเราทุกวันอาทิตย์ต้นเดือนเมื่อก่อนนี้ เป็นภาพที่พวกเราคงจะติดตาตรึงใจพวกเราทุกคนอยู่แล้ว
หลวงพี่มาพิจารณาดูว่า ภาพทั้งหลายเหล่านี้นี่ หลวงพี่จะมานั่งดูว่า คุณยายนี่ทำสม่ำเสมอนะฮะ ทุกวันนะฮะ ในเรื่องที่ ตรวจวัดก็ดี ไปดูแลครัวก็ดี อบรมลูกศิษย์ก็ดี ปฏิบัติธรรม ทุกอย่างนี่ยายทำเกือบทุกวันนะ จนเป็นเรื่องปกติ หลวงพี่มานั่งดูว่าอ้อ นี่คือวิธีการสั่งสอนของคุณยาย ดูๆ แล้วคุณยายนี่ท่านเก็บหมดเลยนะฮะ เก็บเรื่องสัปปายะ ๔ ทั้งหมดเลย ท่านดูแลครบถ้วน ในการที่เราจะมีสถานที่ หรือจะปฏิบัติธรรมให้ธรรมะ ปฏิบัติธรรมให้เราสะดวกนี่ ก็ต้องมีสัปปายะ ๔ คือ อาหารเป็นที่สบาย สถานที่เป็นสบาย อาหารเป็นที่สบาย บุคคลเป็นที่สบาย และสุดท้ายคือว่าธรรมะเป็นที่สบาย
ดูซิ สถานที่เป็นที่สบาย เห็นคุณยายตรวจวัด ตรงไหนเลอะๆ เทอะๆ รก ท่านก็จะไปเคลียร์หมด จนกระทั่งที่นั่นสบาย เป็นระเบียบ อุปกรณ์ข้าวของโต๊ะตั่งทั้งหลาย ท่านก็ดูแล สอนลูกศิษย์ให้ทำความสะอาด แม้กระทั่งผ้าขี้ริ้วนี่ ผ้าเช็ดโต๊ะเช็ดพื้นท่านมีความละเอียดละอออย่างมาก พื้นก็ใช้ผ้าแบบหนึ่ง คือมีเนื้อหยาบหน่อย โต๊ะตั่งก็ใช้ผ้าอีกแบบหนึ่งคือเนื้อละเอียดขึ้นมา โต๊ะที่เคลือบด้วยชาแลตก็ละเอียดขึ้นมาอีก นี่ความละเอียดละออของคุณยายในการดูแลความสะอาด ผ้าขี้ริ้วของคุณยายนั้นนี่สะอาดมาก หลวงพี่ตอนที่อุปัฏฐากหลวงพ่อธัมมชโย ก็ได้มีโอกาสไปเรียนรู้วิธีการดูแลจีวรของหลวงพ่อ จากหลวงพี่อุดม เมื่อก่อนท่านยังไม่บวช ไปหาหลวงพี่อุดมนี่ หลังกุฏิคุณยายก็จะตากผ้าขี้ริ้วไว้ แต่ผ้าขี้ริ้วนะฮะของคุณยายนี่ สะอาดมากเลย สะอาดกว่าผ้าเช็ดตัวของเราอีกนะ สะอาดมาก สะอาดจริงๆ ขาว แล้วก็สะอาด
เพราะงั้นเรื่องการดูแลสถานที่ของคุณยายนี่ ไม่ต้องพูดถึงเลยว่า ท่านเอาใจใส่ขนาดไหน เอาใจใส่อย่างดีทีเดียว และในขณะเดียวกันก็ฝึกลูกศิษย์ไปด้วย ในเรื่องของการดูแลข้าวของอะไรต่างๆ อย่างดี
นอกจากเรื่องสถานที่แล้ว ก็เรื่องของอาหาร คุณยายนี่ตั้งโรงทาน ตั้งโรงครัว เพราะท่านคิดว่าจะไม่ให้พระต้องไปบิณฑบาตในยุคแรกๆ เพราะมีไม่กี่องค์ แล้วท่านเพิ่งบวชใหม่ๆ ท่านก็เป็นห่วงจะได้ไม่ขัดสนเกี่ยวกับเรื่องอาหาร และโรงทานนี้นี่ก็ไม่ใช่เฉพาะพระ อุบาสก อุบาสิกา ก็ยังเลี้ยงญาติโยมด้วย เลี้ยงญาติโยมด้วย
แม้แต่เรื่องของการดูแลอาหารนี่ ไม่ใช่เฉพาะว่ามีอาหารนี่ที่สะอาด ที่ดี ที่เพียงพอแล้ว คุณยายนี่เจาะลึกไปถึงมารยาทในการทานอาหาร อย่างที่พวกเราได้ฟังพระอาจารย์บางรูป ที่ได้ฟังว่าเวลาอุบาสกไปทานอาหารที่ครัวนี่ คุณยายก็จะมาคอยสอนคอยแนะนำหลายๆ อย่าง หลายอย่างให้ ให้ดูเหมาะสมเรียบร้อยสมกับเป็นนักปฏิบัติธรรม
นอกจากนั้นนี่อุปกรณ์ข้าวของนะฮะ ในครัวนี่ที่ยายอยู่นี่ ไปดูเถอะ สะอาด เป็นระเบียบ ตู้มีการจัดเรียงเป็นชั้น แบ่งประเภท ของพระ ของโยมชัดเจนนะ ทุกอย่างนี่ท่านดูแลละเอียดรอบคอบหมดทุกอย่าง นี่คือเรื่องของอาหาร
บุคคลหรือ บุคคลนี่ไม่ต้องพูดถึงเลย คุณยายนี่เคี่ยวเข็ญ จ้ำจี้จ้ำไชนะ เราก็ดูพระเดชพระคุณหลวงพ่อของเราทั้งสองเป็นอย่าง ตัวอย่างก็แล้วกันว่า คุณยายนี่ท่าน ท่านทุ่มเทแรงกายแรงใจขนาดไหนนะ กว่าจะฝึกได้หลวงพ่อของเรามาทั้งสองท่านให้เป็นต้นบุญ ให้เป็นผู้นำในการสร้างบารมีของพวกเราทั้งหลาย
ดูอย่างพระมหาเถระ พระเถระที่เคยเป็นอุบาสกมาก่อน ท่านเคี่ยวเข็ญมาอย่างดีทีเดียว หลวงพี่ก็เชื่อว่า ท่านใดก็ตามที่ผ่านมือคุณยายมาแล้วนี่ หลวงพี่ก็ว่าไม่ธรรมดาเลยนะฮะ ไม่ธรรมดา ในเรื่องของบุคคลนี่ท่านก็ทำได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ส่วนในเรื่องของธรรมะ เรื่องธรรมะนั้นก็ไม่ต้องพูดถึงแหละ ท่านฝึกลูกๆ นี่ทั้งหยาบทั้งละเอียดควบคู่กันไป ฝึกหยาบๆ ก็โดยอาศัยที่หลวงพี่พูดมานั้นน่ะ คือปฏิรูปเทศ ๔ หลวงพ่อหรือคุณยาย คุณยายท่านจากท่านองค์เดียวนะฮะ ท่านสร้างวัด สร้างศูนย์พุทธจักรปฏิบัติธรรม ท่านสร้างวัดให้มีปฏิรูปเทศ ๔ ให้พอเหมาะพอดี ให้เหมาะสมในการประพฤติปฏิบัติธรรม คุณยายก็ทุ่มเททั้งชีวิตสร้างสิ่งเหล่านี้ขึ้นมา แล้วก็อาศัยปฏิรูปเทศ ๔ นี่แหละ หล่อหลอมอบรมนักสร้างบารมีทั้งหลาย
ปฏิรูปเทศ ๔ ก็เหมือนกับสิ่งแวดล้อมที่ดี ท่านอาศัยสิ่งแวดล้อมที่ดีตรงนี้นี่อบรมลูกศิษย์ แล้วก็อาศัยธรรมะละเอียดนี่อบรมอีกชั้นหนึ่ง เท่ากับว่าคุณยายของเรานี่ อบรมทั้งชั้นนอกชั้นใน ไม่ธรรมดาเหมือนกัน ทั้งหยาบทั้งละเอียดควบคู่กันไป รวมทั้งสาธุชนที่มาวัด ก็ได้รับการหล่อหลอม ได้รับการอบรมอย่างนี้โดยไม่รู้ตัว
จะยกตัวอย่างให้ก็ได้ว่า ตอนหลวงพี่เข้ามาอยู่วัดใหม่ๆ ประมาณปี ๑๓ หลวงพี่ก็ดูแต่เรื่องเป็นเจ้าหน้าที่ของวัด ดูอาสาสมัคร บังเอิญวันหนึ่งไปเห็น ไปเห็นสาธุชนนี่นะฮะ ไปล้างหน้า มีซิ้งค์น้ำ สมัยนั้นอยู่ในวัดศาลาจาตุฯ มีซิ้งค์น้ำ มีห้องน้ำอยู่แถวประตู ๒ ถ้าเดินจากประชาสัมพันธ์ห้องอ่อนตรงมาก็เป็นประตู ๒ หลวงพี่สังเกตเห็นว่าญาติโยมนี่นะฮะ เขาเข้าแถวล้างหน้าโดยที่ไม่ต้องมีซองให้เข้าแถว แล้วก็โดยที่ไม่ต้องมีเจ้าหน้าที่คอยบอกว่า เอ้าให้เข้าแถวเป็นระเบียบเรียบร้อยนะ หลวงพี่เห็นแค่นั้นหลวงพี่มีความรู้สึกว่าโอ้ นี่แหละการฝึกคนนี่แหละ นี่คือสิ่งที่ คือบุคคล คือสาธุชนที่ได้รับการฝึกมาดีแล้ว เป็นผู้ที่มีความเอื้อเฟื้อมีน้ำใจ รู้ว่าใครมาก่อนมาหลัง เราไม่แย่งกัน หลวงพี่เห็นแล้วหลวงพี่ก็ประทับใจ
แล้วหลวงพี่ก็มาดูว่าเหตุอะไรหนอ ทำไมสาธุชนของเรานี่ถึงเป็นอย่างนี้ ดีอย่างนี้ ไม่ต้องมีเจ้าหน้าที่มาจัดก็เป็นระเบียบเรียบร้อยได้ ก็ไปไล่ดู อ้อ หลวงพ่อทัตตะเวลาท่านจะให้จัดอาหาร เอาซองมาตั้ง คนเข้าจะเข้าซองเป็นแถวๆ ถึงเวลาหลวงพ่อท่านเทศน์ที่ศาลาจาตุฯ ท่านก็บอกโยม เมื่อก่อนนี้เนื่องจากใกล้ชิด ศาลาไม่ใหญ่มาก ก็จะบอกให้นั่งเป็นระเบียบเรียบร้อย เป็นแถวตรงคอคนหน้าอย่างดีทีเดียว อ๋อ นิสัยนี้นี่เองที่หลวงพ่อและระบบหลายๆ อย่างของวัด ได้หล่อหลอมให้พวกเราให้เป็นคนที่รักความมีระเบียบ มีวินัย มีน้ำใจขึ้นมา
หลวงพี่ก็มาดู อ๋อ จริงๆ แล้วนี่ การที่สาธุชนมาวัดนี่ คนไม่ได้เฉพาะว่ามาฟังธรรม จะได้มีคุณธรรมหลายๆ อย่างกลับไป แต่เป็นเพราะว่าปฏิรูปเทศ ๔ นี่เอง ก็คือว่าทั้งสถานที่ ทั้งอาหาร ทั้งบุคคล เจ้าหน้าที่นะ พระภิกษุสามเณร ก็เป็นองค์ประกอบสำคัญในการที่จะหล่อหลอมสาธุชนให้เป็นคนดี มีวินัย มีหลายๆ อย่างที่เป็นต้นแบบแก่ชาวโลกได้
สิ่งเหล่านี้นี่ หลวงพ่อธัมมชโยท่านเคยปรารภ หลวงพี่ก็ได้ฟังมา หลวงพ่อทัตตชีโวก็ปรารภเหมือนกัน ตรงกันเลย คนละเวลา ท่านบอกว่า หลวงพ่อไม่หวังให้สาธุชนนี่แค่มานั่งสมาธิ มาทำบุญแค่นี้ หรือมาฟังธรรมเท่านั้น อะไรที่หลวงพ่อจะฝึกเขาได้นี่ หลวงพ่ออยากจะฝึกเขาให้หมดเลยนะ ฟังแล้วก็โอ้โฮ หลวงพ่อเรานี่ ท่านสุดยอดจริงๆ เลย ท่านรักลูก รักลูกๆ สาธุชนนี่ไม่แพ้พระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกาเลย ฉะนั้น อันนี้เป็นสิ่งที่คุณยายได้หล่อหลอมเป็นแบบในการฝึกคนของเรา ฝึกทั้งหยาบทั้งละเอียดควบคู่กันไป
ณ ปัจจุบันนี้ พวกเรา เรามาดูภาพของวัดของเรา ถ้าเราไปถามคนที่เคยมาวัดนะ ถ้าปัจจุบันนี้ไปถามคนที่มาวัด เขาจะบอกตามหนังสือพิมพ์ แต่ถ้าเราไปถามคนที่เขาเคยมาวัดนะ ส่วนใหญ่แล้วจะพูดคล้ายๆ กันว่า เขามาวัดแล้วเขาประทับใจ มาวัดของเรานี้สะอาด เป็นระเบียบ เป็นระบบระเบียบดี เวลาคนมาปฏิบัติธรรมเยอะๆ นี่จะเงียบสงบ ดูแล้วเป็นที่ตั้งแห่งศรัทธา พระภิกษุ สามเณร เจ้าหน้าที่ แม้แต่สาธุชน ก็ล้วนแล้วแต่มีอัธยาศัยที่ดี อ่อนน้อม อันนี้เป็นสิ่งที่เราได้ยินได้ฟังมา
หลวงพี่ก็มานึกดูว่าเอ๊ะ ภาพลักษณ์ของวัดตรงนี้นี่ ก็เหมือนเปี๊ยบกับคุณยายทีเดียว ถ้าเรามานึกถึงคุณยายนี่ หลวงพี่ก็ถามหลายๆ คนว่า ถ้าเรานึกถึงคุณยายนี่ เรานึกถึงอะไร ก็บอกตรงกันว่าส่วนใหญ่นะฮะ บอกตรงกันว่าก็นึกความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อยนะ ความที่คุณยายมีความอ่อนน้อมถ่อมตนนะ คุณยายรักการปฏิบัติธรรมนะ สิ่งเหล่านี้นี่เหมือนกับภาพลักษณ์ของคุณยาย ภาพลักษณ์ของวัดนี่ตรงกันเปี๊ยบเลย เหมือนกับคุณยายนี่ท่านถ่ายทอดคุณธรรมของท่าน ออกมาให้เห็นเป็นรูปธรรม มาเป็นวัด มาเป็นหมู่คณะที่มีคุณธรรมคล้ายๆ กับคุณยาย จะไม่เท่า แต่ก็มีส่วนที่ ตามที่คุณยายสอนมา นี่เป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์ทีเดียวว่า คุณยายนี่ท่านเดียวนะ เริ่มต้นที่คุณยายท่านเดียวนี่ ท่านสามารถที่จะสร้างสถานที่ปฏิบัติธรรม หล่อหลอมหมู่คณะให้เป็นหมู่คณะที่งดงาม รักความสะอาด ความมีระเบียบ มีความ มีอัธยาศัยที่ดีงาม รักการปฏิบัติธรรม
และไม่เฉพาะ ปัจจุบันนี้ไม่ใช่เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น หลายๆ ศูนย์ก็ก้าวไปสู่ทุกทวีปของโลก บางประเทศก็หลายๆ ศูนย์ทีเดียว เพราะงั้นสิ่งที่คุณยายทำมาแล้วทั้งหมดนี่ หลวงพี่ก็นึกในใจว่า เหมาะสมที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านบอกว่า คุณยายนี่เป็นผู้ให้กำเนิดวัดพระธรรมกายโดยแท้จริง และคุณยายของเราก็เป็นมหาปูชนียจารย์ของโลกทีเดียวนะ คุณยายของเรานี่เป็นมหาปูชนียจารย์ของโลก เพราะบุคคลเริ่มต้นเป็นเพียงหนึ่งเท่านั้น แล้วก็ทำให้สิ่งที่ดีๆ ธรรมะ รูปแบบ วัฒนธรรมที่ดีๆ ของชาวพุทธ ได้ขยับขยายกระจายไปทั่วโลก
เพราะงั้นสิ่งที่ท่านทำอันนี้นี่ คุณยายได้ทำมาด้วยความยากลำบาก ไม่ใช่ทำแค่วันสองวัน เดือนสองเดือน ทำเป็นสิบๆ ปี ๒๐ ๓๐ ปีอย่างต่อเนื่องไม่ขาด หลวงพี่ได้ไปอ่านโอวาทของคุณยายที่หลวงพี่มหาสุวิทย์ วิชเชสโก ท่านได้เขียนไว้ในหนังสือคำสอนยาย อ่านแล้วรู้สึกประทับใจ เดี๋ยวจะอ่านให้ฟังนะ
เรื่องยายรักความสะอาด ยายเริ่มต้นจากไม่มีอะไร แต่ยายรักความสะอาด รักความสะอาดมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ยายรักจนกระทั่งที่นี่สะอาด ทำให้คนศรัทธาเลื่อมใส ทำที่ที่ ทำที่นี่ให้เป็นหลักชัยเป็นที่ปฏิบัติธรรมได้ ฉะนั้นอย่าทิ้งเรื่องความสะอาด ที่ยายพยายามรบมานะ
ฟังแล้ว อื้อฮือ มีความรู้สึกว่าเป็นโอวาทที่ซาบซึ้งมาก เป็นเหมือนคุณยายจะบอกว่ากว่าจะได้ความสะอาดคู่กับวัดพระธรรมกายมานี่ ท่านต้องรบทีเดียว คำว่ารบนี่มันไม่ได้ธรรมดา เราไปนึกถึงการรบต้องใช้กำลัง กำลังอย่างมากทีเดียว ต้องใช้ทั้งกำลัง ใช้ทั้งความเพียรพยายาม ใช้กำลังความคิด สติปัญญา ทุกอย่าง เพื่อให้สิ่งที่เราจะรบนี่ ให้สำเร็จให้ได้ คุณยายรบมาเป็นสิบๆ ปี กว่าจะทำให้ที่นี่สะอาด เป็นที่ศรัทธาเลื่อมใสเป็นหลักชัย เป็นที่ปฏิบัติธรรมให้กับพวกเรา
พวกเราจำได้ ถ้าใครได้ดูวีดีโอประวัติยาย ตอนที่คุณยายอายุประมาณ ๗๕ ปี คุณยายบอกคุณยายป่วยเป็นโรคขาดอาหาร หลวงพี่นั่งนึกในใจ หลวงพี่มาไม่ทันหรอกนะฮะ แต่ก็นั่งนึกในใจว่า ก็คุณยายทำอย่างจริงจังนี่เอง ท่านตรากตรำทำงานหนัก ต้องรบ กว่าจะได้วัดที่สะอาด เป็นที่ตั้งแห่งศรัทธาขึ้นมาได้ เห็นอย่างนี้แล้วเราคงจะต้องทำตามโอวาทนะที่ว่าจะไม่ทิ้งเรื่องความสะอาด เราคงจะต้องรักษาความสะอาดนี้ไว้ตั้งแต่ตัวของเรา ร่างกาย จิตใจร่างกาย กาย วาจา ใจ เครื่องนุ่มห่ม ข้าวของเครื่องใช้ ที่อยู่อาศัย บ้านของเรา และที่สำคัญที่สุดคือวัดของเรา พื้นที่ ๒,๐๐๐ กว่าไร่ที่เป็นศูนย์กลางธรรมกายแห่งโลก ทุกที่ต้องสะอาด คุณยายก็คงมีความปรารถนาเช่นนั้น
พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยท่านเคยปรารภกับหลวงพี่ ตอนสมัยที่สร้างสภาใหม่ๆ ท่านบอกว่าท่านไม่อยากให้สถานที่ปฏิบัติธรรมอันศักดิ์สิทธิ์ที่เราสร้างด้วยความยากลำบากนี่ มีเพชรพลอยหรือขยะนี่แม้แต่ชิ้นเดียว ท่านปรารภไว้ สิ่งนี้ยังจำอยู่ในใจหลวงพี่ตลอดเวลา เพราะงั้นนี่ถ้าเราเอาอย่างยาย เราก็สามารถหาบุญได้ง่ายๆ
หลวงพ่อท่านบอกว่าใครมาวัดพระธรรมกาย เก็บเพชรพลอยชิ้นหนึ่งก็เป็นบุญมหาศาลแล้ว ไม่มีเงินมาทำบุญ เก็บเพชรพลอยชิ้นเดียว ก็ได้บุญมหาศาล เพราะการที่เราเก็บเพชรพลอยไปชิ้นหนึ่ง สถานที่ปฏิบัติธรรมสะอาด (หมดหน้า A)
(เริ่มหน้า B)
ต่อไปเพชรพลอยที่วัดพระธรรมกายนี่จะหายาก เขามาวัดพระธรรมกายเจอเพชรพลอยแล้วถือว่า โชคดีที่สุดนะ งั้นก็เดี๋ยวจะฝากโอวาทยายนี้ไว้ อีกโอวาทหนึ่งซึ่งก็ดีมาก อยู่ในคำสอนยายเล่ม ๑ ของหลวงพี่มหาสุวิทย์ วิชเชสโก ท่านบอกว่า เรื่องแบบพิมพ์ที่ดี
เออ ทำอย่างนี้แหละดี รู้จักเก็บ รู้จักทำ ทำให้น้องๆ ดูเป็นตัวอย่าง ตอนหลังถ้ายายไม่อยู่แล้ว เราก็สอนน้องๆ ต่อไป คนที่จะมาทีหลังน่ะมี จะให้ยายมาบอกมาสอนอยู่ตลอดไปไม่ได้ เราทำถูก เราก็คอยบอกคนมาใหม่ เราเป็นแบบพิมพ์ที่ดีให้คนอื่น เหมือนที่ยายเคยเป็นมาแล้วนะ เวลายายไม่อยู่แล้ว ก็คอยบอกคนอื่นต่อไปนะ เราทำไปด้วย เราก็คอยบอกน้องๆ มันทำไปด้วย
ฟังโอวาทนี้แล้วนี่ คุณยายท่านให้โอวาทผูกเอาไว้ถึงอนาคตว่า อนาคตนี่ศูนย์กลางธรรมกายแห่งโลก ๒,๐๐๐ ไร่ของคุณยายนี่ ท่านคงอยากให้สะอาด เราเริ่มเรียนรู้ธรรมของคุณยาย เราฝึกได้ เราก็อย่าลืมบอกสิ่งที่เรารู้ให้กับคนอื่น เพื่อคนอื่นที่จะตามมาในภายหลังนี่ จะได้สืบต่อคุณธรรมของยายนี่ต่อๆ กันไป จนกระทั่งเป็นพันปีตามอายุของธรรมกายเจดีย์ ถ้าอย่างนี้นี่คุณยายถึงแม้ท่านละสังขารไปแล้ว ท่านก็จะเหมือนอยู่ว่า เหมือนกับว่า อยู่กับพวกเราตลอดนะ เพราะว่า คุณธรรมคำสอนของยายก็เป็นตัว สิ่งที่เป็นตัวแทนของยาย เราจะได้ไม่ห่างยาย และเป็นลูกหลานยายตลอดไป
อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ได้จากโอวาทและประทับใจ ก็มาเล่าสู่กันฟัง สุดท้ายก็มีอีกเรื่องหนึ่งนะฮะ อีกเรื่องหนึ่งก็สำคัญไม่ใช่น้อย เป็นเรื่องที่คุณยายปรารภบอกว่า คุณยายปรารภ ขออภัย เป็นเรื่องที่หลวงพ่อธัมมชโยท่านปรารภให้หลวงพี่ฟังไม่นานมานี้เอง ท่านบอกว่าเมื่อก่อนนี้ตอนคุณยายแข็งแรง คุณยายจะคอยนะ ช่วยหลวงพ่อทุกอย่าง หลวงพ่อนี่บุกไปข้างหน้า คุณยายช่วยเก็บหลัง ช่วยดูแลทุกอย่างโดยที่หลวงพ่อไม่ต้องไปห่วงหลังเลย เพราะคุณยายรู้ว่าหลวงพ่อควรจะทำหน้าที่อะไร มีภารกิจสำคัญที่หลวงพ่อต้องทำ ซึ่งคนอื่นทำไม่ได้ คุณยายท่านรู้ เพราะงั้นคุณยาย ตอนที่คุณยายแข็งแรงแม้จะมีอายุมากนี่ คุณยายก็ทำทุกอย่างจริงๆ ทุกอย่างจริงๆ ท่านปรารภเรื่องนี้มาไม่นานมานี้เองนะฮะ ก็เล่าให้พวกเราฟังด้วยจะได้รู้เลย ก็ดีนะ
ก็มีจะมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ผ่านมา เผอิญรถในวัดพระธรรมกายนี่วิ่งเร็ว ขับมาเร็วทีเดียว หลวงพ่อท่านเป็นห่วง เพราะว่าวัดเรานี่รถก็มากขึ้น คนก็มากขึ้น ท่านก็เป็นห่วงว่าเดี๋ยวจะสมบัติพระศาสนาจะเสียหาย จะไม่ปลอดภัย ท่านก็ให้พวกเราขับช้าๆ ให้ระมัดระวัง แล้วก็ตั้งกฏเกณฑ์กันในวัดของเราว่าถ้ารถในวัดที่วิ่งในถนนหนทางในวัดนี่ ก็จะวิ่งกันไม่เกิน ๔๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถ้าบนสภามีความจำเป็นจะต้องขึ้น หรือชั้น ๑ สภาก็ดีนี่ ก็ไม่เกิน ๒๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ท่านปรารภอย่างนี้ แล้วท่านก็ปรารภเรื่องนี้ ว่าถ้าเป็นเมื่อก่อนนี่นะ หลวงพ่อไม่ต้องมาดูพวกนี้เลย คุณยายท่านมาดูให้หมด แต่ตอนนี้นี่ คือหลวงพ่อท่านบอกว่าสิ่งที่หลวงพ่อปรารภแต่ละอย่างนี่ เป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะต่อไปจะมีผลกระทบต่อส่วนรวมในอนาคต
เพราะงั้นหลวงพี่ก็ขอโยงตรงนี้ว่าในช่วงจังหวะนี้ คุณยาย หลวงพ่อท่านปรารภเกี่ยวกับเรื่องลานธรรมมหาธรรมกายเจดีย์ หลวงพี่ก็คิดเอาเองนะว่าถ้าคุณยายแข็งแรงนี่ ท่านก็คงจะช่วยเหลือภารกิจของหลวงพ่อให้เต็มที่ ให้ดีที่สุด เพราะคุณยายรู้ว่าหลวงพ่อควรทำหน้าที่อะไร หลวงพ่อมีภารกิจสำคัญที่หลวงพ่อต้องทำ ซึ่งคนอื่นเขาทำไม่ได้ เพราะงั้นให้เราทำหน้าที่แทนยาย ทำภารกิจที่คุณยายตอนนี้ไม่อาจทำได้ เพื่อปลดภาระให้หลวงพ่อ ให้หลวงพ่อมีเวลาทำหน้าที่ที่แท้จริง ก็เป็นสิ่งที่ก็ขอฝากไว้กับพวกเราในคืนวันนี้
จากนี้ไป ขอเรียนเชิญทุกท่านได้ปฏิบัติธรรม จะได้ระลึกนึกน้อมบูชาธรรมคุณยายนะ ให้เราปรับร่างกายของเราให้สบาย ให้ผ่อนคลายกล้ามเนื้อทุกส่วนให้สบายๆ ให้คลายความเหนื่อยเมื่อยล้า ความเกร็ง ความตึง ความคิดทั้งหลาย ให้ผ่อนคลายไป ให้คลายไปรอบตัว ผ่านจากในกายของเราออกมา ผ่านกล้ามเนื้อ ผ่านผิวหนังออกมาสู่บรรยากาศรอบข้าง ปรับจนกระทั่งกายของเราเบาสบาย ให้กายของเราเบาสบาย
เมื่อกายของเราสบายดีแล้ว เราก็ปรับใจของเราให้สบายๆ ให้ใจของเรานั้นปรับให้ว่าง ให้โปร่ง ให้โล่ง ให้เบาสบาย ให้ใจเราว่างๆ โล่งๆ โปร่ง เบาสบาย ให้ใจเราใส ใจเราสะอาด ใจเราบริสุทธิ์
วันนี้พวกเราทุกคนได้มาพร้อมกันบำเพ็ญกุศล ระลึกถึงคุณยาย ได้มีโอกาสมาฟังธรรมที่เป็นโอวาทที่คุณยายได้ฝากไว้ คุณยายท่านรักความสะอาด รักความระบบระเบียบ ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณยายได้ฝากไว้แก่ลูกๆ ทุกคน ว่าอย่าทิ้งความสะอาดนะ ให้เราช่วยกันให้ความสะอาดนี้ ให้ความเป็นระบบระเบียบ สิ่งที่คุณยายได้สอนนี้ ให้เราฝึกเราทำให้ได้ แล้วก็ค่อยสอนแนะนำคนใหม่ๆ ที่จะตามมารุ่นแล้วรุ่นเล่าต่อไป สิ่งใดที่เป็นสิ่งที่คุณยายได้ปรารภไว้ ถ้าเราได้น้อมเอาไว้ในใจของเรา ประพฤติปฏิบัติตามอย่างที่คุณยายสอน ก็จะเป็นบุญกุศลติดตัวเราไป และจะเป็นเครื่องสนับสนุนให้การประพฤติปฏิบัติธรรมของเรานั้นก้าวหน้า เพราะหยาบๆ ภายนอกก็ต้องสอดคล้องกับภายใน จะให้ข้างในสะอาด ข้างในหยุดนิ่ง ภายนอกก็ต้องสะอาด เป็นระบบระเบียบ ให้สอดคล้องกัน ขันน้ำกับพานรองต้องสอดคล้องกันนี้
เพราะงั้นให้ใจของเราใส สะอาด บริสุทธิ์ สบาย เราก็นึกน้อมใจของเราเบาๆ สบายๆ วางเบาๆ สบายๆ ไปที่กลางกายของเรา กลางความโล่ง ว่าง สว่างไสว ใส สะอาด บริสุทธิ์ ให้ใจเราหยุด ใจเรานิ่งไปตรงกลาง ใครถึงดวงธรรม องค์พระ เราก็วางใจนิ่งๆ อยู่ที่กลางดวงธรรม กลางองค์พระที่สว่างไสว ใส สะอาด บริสุทธิ์ ให้ใจหยุด ใจนิ่ง ใจสบาย ให้เราประคับประคองใจของเราอย่างสบายๆ ไปเพลินๆ ให้ใจเราใส ใจเราสะอาด ใจเราบริสุทธิ์
เราอาจจะนึกถึงคุณยาย ภาพคุณยายที่อยู่ต่อหน้าของเราก็ดี หรือที่อยู่ในล๊อกเกตที่พวกเราได้รับไปก็ดี นึกน้อมท่านไว้ที่กลางกาย ให้ชัด ใส สว่าง อยู่ที่กลางกายของเรา ให้ใจจรดนิ่งๆ สบายๆ ประคองกันไปสักครู่หนึ่งนะ
เมื่อใจเราหยุด ใจเรานิ่ง ใส สะอาด บริสุทธิ์ดีแล้ว ภาพคุณยายในใจของเราก็ยังชัด ใส แจ่มอยู่ที่กลางกายเรา เราก็นึกน้อมขอบุญบารมีคุณยายให้ปกปักษ์รักษาลูกๆ ทุกคน หลานยายทุกคน ให้ลูกๆ หลานๆ ทุกคนให้มีแต่ความสุข ความเจริญ ให้มีสุขภาพแข็งแรง อายุยืนยาว ได้สร้างบุญบารมีไปนานๆ โรคภัยไข้เจ็บทั้งหลายอย่าได้เบียดเบียน ที่มีแล้วก็ขอให้มลายหายสิ้นไป ให้ลูกๆ ทุกคนได้มีสมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่อง เอาไว้ใช้สร้างบารมีไม่รู้จักหมดจักสิ้น ให้เกิดไปทุกภพทุกชาติให้ห่างไกลจากคนภัยคนพาล ให้คบแต่นักปราชญ์บัณฑิตกัลยาณมิตร ให้ได้เกิดร่วมกับคุณยาย พระเดชพระคุณหลวงพ่อ ด้วยสายใยแห่งบุญที่เราสร้างร่วมกันมา ได้บูชาธรรมท่าน ให้เราเกิดมาได้ฝึกฝนตนเอง ได้สั่งสมบุญบารมี ได้ประพฤติปฏิบัติธรรมร่วมกับคุณยาย ร่วมกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ธรรมอันใดก็ตามที่หลวงพ่อวัดปากน้ำ หลวงพ่อธัมมชโย คุณยายได้เข้าถึง เราก็นึกอธิษฐานให้เราได้เข้าถึงธรรมนั้น
ให้ความปรารถนาที่พวกเราได้ตั้งใจไว้ดีแล้ว เป็นสิ่งที่ดีงาม เป็นไปเพื่อการสร้างบารมี ก็ขอให้ความปรารถนานั้นจงเป็นผลสำเร็จจงทุกประการ ให้เราได้สร้างบารมีไปได้ตลอดรอดฝั่ง ไม่ตกไม่หล่น ไปพร้อมกับหมู่คณะ โดยมีพระเดชพระคุณหลวงพ่อเป็นผู้นำกันไปทุกภพทุกชาติ ตราบกระทั่งถึงที่สุดแห่งธรรม เราก็นึกอธิษฐานตามใจชอบกันสักครู่หนึ่งนะ ให้ใจนิ่งๆ ใสๆ ใจสบายๆ แล้วก็อธิษฐานไปนะ
สัพเพ….
หน้า PAGE 14
431011FW-AAT