มหาสมุทรสุดยิ่งใหญ่ แต่มิอาจเทียบได้กับคุณยายอาจารย์
(ม้วน 1/A)
พระอำนวยศักดิ์ : ระลึกถึงคุณยายมหาอุบาสิกา จันทร์ ขนนกยูง ที่เคารพรักของเราทุกคน ประวัติชีวิตและผลงานที่คุณยายท่านได้ฝากฝังไว้ในพระพุทธศาสนาเป็นอมตะนิรันดร์กาล นับต่อนี้ไปจะเป็นที่โจทก์ขานทั้งแก่มนุษย์และเทวดา อันจะนับประมาณไม่ได้
สำหรับหลวงพี่เองได้เริ่มรู้จักกับคุณยายท่าน เมื่อปี ๒๕๒๒ ตอนที่ได้มาบวชธรรมทายาทรุ่นที่ ๗ ช่วงนั้นก็ยังไม่ค่อยคุ้นกับท่านนัก มาคุ้นเอาจริงๆ มารู้จักจริงจังก็เมื่อประมาณ ๒๕๒๘ ที่ได้ลาออกจากงาน แล้วก็มาอยู่ช่วยงานพระศาสนา มาเป็นอุบาสก หรือที่เรียกกันว่าเด็กวัด
เมื่อนึกภาพย้อนกลับไปสมัยนั้น ประมาณปี ๒๕๒๘ อุบาสกหรือเด็กวัดนี่ก็มีประมาณเกือบ ๒๐ ท่าน ทุกคนก็มุ่งมั่นที่จะมาสร้างบารมีกับคุณยาย กับหลวงพ่อและหมู่คณะ โดยจะพักรวมกันที่ เรียกว่าโรงนอนรวม ก็คือที่อาคารมหาพรหมเก่า เป็นโรงนอนที่มีห้องโถงรวมกันถึง พอเวลาช่วงทำงานตอนเช้า ช่วงนั้นเป็นช่วงที่มีการย้ายสำนักงานกัลยาณมิตรจากอาคารโค้วยู้ฮะมาที่ สมก. หรือที่สมาคมนิสิตเก่าเกษตร
ช่วงที่เข้าวัดมาใหม่ๆ อุบาสกรุ่นพี่ก็จะดูแลรุ่นน้อง ช่วงนั้นจำได้ว่าสำหรับตัวของหลวงพี่เองนี่ ก็ยังไม่ค่อยรู้กฎระเบียบของวัด เคยได้ยินแต่ว่าคุณยายนี่ท่านรักความสะอาด มีวินัย รักความเป็นระเบียบเรียบร้อย แล้วก็ให้ความเมตตากับลูกๆ หลานๆ ทุกคน
ตอนเช้าเราก็จะไปทำงานกัน ไปเตรียมงาน เตรียมงานบุญกันที่สมาคมศิษย์เก่าเกษตร ที่เป็นที่ตั้งของสำนักงานกัลยาณมิตร ตอนเย็นก็จะกลับมา มีบางช่วงที่ตอนกลับมาค่ำเพราะว่างานติดพันกัน มีอยู่วันหนึ่ง คงจะส่งเสียงดังกัน อาจจะเปิดประตูดังหรือไปอาบน้ำดัง ก็มีอุบาสกบางท่านก็ตื่น นอนไว ตื่น ก็ขอเปลี่ยนที่นอนไปนอนที่ตรง (เทปสะดุด) เดิมเรือนไทยที่อยู่ตรงข้างๆ บ้านยาย ตรงใกล้ๆ โรงเรียนปริยัตินี่ เรือนไทยนี่ตั้งอยู่ที่หลังวัด อยู่ในเขตกำแพงหลังวัด มีบางคนก็ พอเสียงดังก็ไปนอนที่นั่น
คุณยายทราบ ไม่มีใครบอกท่านหรอก ท่านทราบเลยเอ้า เมื่อมีการย้ายที่นอนนี่ แสดงว่าต้องมีอะไรกันแล้ว ท่านก็เลยมาดู แล้วท่านก็บอก ทุกคนนะขอให้เกรงใจกันนะ ผู้ที่กลับมาทีหลังนี่ อย่าส่งเสียงดังเพราะว่าจะเป็นการรบกวนคนที่เขานอนก่อน ท่านก็เมตตาสั่งสอน นี่คือความละเอียดของคุณยายที่ บางทีไม่ต้องบอก ท่านรู้เลย ว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น ท่านรู้ปุ๊ปเลย แล้วท่านก็จะมาแนะนำสั่งสอนตักเตือน ให้มีความเกรงใจกัน
ช่วงนั้นอุบาสกจะมาทานข้าวทุกเช้าที่ครัวหน้าที่ว่าครัวยามา คุณยายท่านก็จะมา เมื่อท่านทานเสร็จท่านก็จะมาดูความเรียบร้อย มาดูว่าทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าดีหรือเปล่า สารทุกข์สุกดิบเป็นอย่างไรบ้าง
หลวงพี่เคยอ่านหนังสือที่เล่าเรื่องประวัติคุณยายที่ว่าคุณยายไปช่วยพ่อที่นรก ตอนนั้นก็อ่านแล้ว ก็เออ ก็นึกในใจ ว่าน่าศรัทธา มีอยู่วันหนึ่งได้มาเจอคุณยายท่านเล่าให้ฟังเอง ให้ฟังเอง ยืนอยู่ คุณยายท่านก็บอกว่าคุณๆ นรกมีจริงนะ ยายไปมาแล้ว ยายใช้ธรรมกายของยายนี่ ไปมาแล้ว ตอนที่ไปนี่ ยาย ธรรมกายอาราธนาท่านไปเลย ไฟนรกนี่แดงฉานเลยนะ พอพระธรรมกายลงไปนี่ ไฟนรกก็ดับวูบลงไป แล้วยายก็อธิษฐานช่วยพ่อขึ้นมา นี่มีจริงนะ เรานี่ขนลุกซู่ เพราะฟังจากปากท่านเอง สิ่งนี้ท่านเมื่อคุ้นกะใคร ท่านก็จะเล่า บางเรื่องที่เราไม่ค่อยได้ยินได้ฟังมา นี่คือสิ่งที่ได้ฟังจากท่านครั้งแรก
นึกภาพออกได้ว่าตอนที่เช้าๆ เมื่อก่อนนี้นี่ พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านก็จะ พอฉันเช้าเสร็จ ท่านก็จะคุยงาน ก็จะมีอุบาสก อุบาสิกา ลูกพระลูกเณรที่ช่วยทำงาน ฝ่ายบริหารบ้างก็มี ก็ไปที่กุฏิยาย หลวงพ่อท่านก็จะนั่งที่ม้าหินอ่อน ตรงระเบียง แล้วก็ปรึกษางานกันตรงนั้น มีอะไรก็ปรึกษากันว่าจะมีงานบุญอะไร จะวางแผนกันอย่างไร ฝ่ายรุกฝ่ายรับจะทำกันยังไง ทุกรุ่นเลยมากันหมด พร้อมหน้าพร้อมตาทุกเช้า
คุณยายเมื่อท่านทานข้าวเสร็จ ท่านก็จะไปตรวจที่ครัว ท่านก็จะมีเก้าอี้หวายตัวหนึ่งนั่งอยู่ข้างๆ ตรงเออ ประตูสแตนเลสที่ครัว แล้วท่านก็จะดู ทุกคนก็ยืนอยู่อย่างนี้ พอคุณยายอยู่ก็จะเรียบร้อย ทำอะไรก็ค่อยๆ ระวัง ไม่มีเสียงดัง พอคุณยายท่านดูแลครัวเสร็จ ช่วงนั้นขณะที่พระภิกษุ อุบาสก อุบาสิกา กำลังคุยงานกับหลวงพ่อ ท่านก็จะแวะมา มาเยี่ยมหลวงพ่อ มาดูหลวงพ่อ แล้วทักทาย
มีระยะช่วงหลัง ช่วงนั้นประมาณปี ๒๕๓๔ - ๓๕ ซึ่งคุณยายท่านจะ พออายุมากขึ้นท่านก็จะเริ่มมีอาการมึนศีรษะบ้าง หลวงพ่อก็จะทักทาก ยาย ทานข้าวหรือยัง ยายก็บอกว่า อ๋อ ทานเรียบร้อยแล้วหลวงพ่อ แล้วท่านพนมมือยกมือ ซึ่งเป็นกิริยาท่าทางที่เราเห็นจนเจนตา แล้วหลวงพ่อท่านก็ถามต่อ ยาย อาการมึนหัวเป็นยังไงบ้าง ยายท่านก็ไม่รู้จะตอบยังไง ท่านก็นิ่งๆ หลวงพ่อก็บอก เอ้าเสี่ยง บาทหนึ่งเหลือ ๑ สลึงใช่ไหม ใช่หรือเปล่า ถามคุณยาย คุณยายก็บอกใช่ ก็หมายความว่าอาการมึนหัวนี่ดีขึ้นแล้ว หายไปแล้ว ๒๕ เปอร์เซ็นต์ เอ่อ หายไปแล้ว ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ๗๕ เปอร์เซ็นต์ เหลือประมาณสัก ๒๕ เปอร์เซ็นต์ หลวงพ่อใช้คำง่ายๆ เปรียบเทียบให้ยายเข้าใจ บางทีคุณยายท่านก็ไม่ตอบ
วันต่อมา ก็แบบเดิมอีก คุณยายก็จะเดินมา หลวงพ่อก็จะทักทาย คุณยายทานข้าวหรือยัง อาการมึนหัวดีขึ้นแล้วใช่ไหม คุณยายก็จะตอบ เอ้าดีขึ้นแล้ว เหลือครึ่งสลึงแล้ว ก็จะตอบ ก็คือมันหายไปเยอะแล้ว เหลือสักนิดหน่อยเท่านั้นเอง นี่เป็นคำง่ายๆ ที่หลวงพ่อกับคุณยายท่านรู้กัน
สิ่งเหล่านี้ยังอยู่ในความทรงจำนี่หลวงพี่เองได้เจอด้วยตัวเอง และตรงข้ามของที่พักคุณยายก็จะมีห้องที่ เราเรียกว่ากันว่าห้องเลขา เดิมก่อนที่คุณยายท่านจะมาพักอยู่ที่บ้านยาย ตรงใกล้ๆ โรงเรียนปริยัตินี่ ท่านก็จะพักที่นั่น บางทีอุปัฏฐากคืออารีพันธ์ ก็จะมาพาไปพักที่ดาวดึงส์บ้าง พักที่ห้องเลขาบ้างแล้วแต่ เพราะอากาศในวัดก็คงจะชื้น ท่านจะมึนศีรษะ บางทีลมนิ่งๆ นี่ ก็ต้องหาเปลี่ยนสถานที่ให้ท่าน
มีอยู่วันหนึ่ง ระหว่างที่คุณยายกำลังพักอยู่ นั่งอย่างพักผ่อนอยู่ มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ช่วงนั้นไม่มีใครอยู่ ท่านนั่งอยู่คนเดียว ท่านก็ไปรับโทรศัพท์ เสียงดังตอบทางโทรศัพท์ คงจะเป็นถาม ถามว่าที่ไหน คุณยายท่านตอบว่า เออ คงถามว่าคนที่โทรมาต้นสายคงจะถามคุณยายว่านั่นที่ไหน ใครพูด คุณยายตอบว่านี่คุณยายจันทร์พูด แล้วท่านก็นิ่งไป ทางนั้นก็เงียบไปเลย เสียงหายไปเลย คุณยายก็บอกเอ๊ะ เขาทำไมไม่ตอบมา คงจะตกใจ เพราะว่าคงจะเป็นเสียงอุบาสิกาหรืออุบาสกโทรเข้ามาที่ตรงห้องเลขา เพราะว่าปกติแล้วนี่ตรงนั้นเดิมจะมีอุปัฏฐากอยู่ วันนั้นอุปัฏฐากอาจจะไปเอาของหรือไปธุระส่วนตัว ไม่อยู่ คุณยายท่านก็เลยรับโทรศัพท์
เรื่องการรับโทรศัพท์นี่ ก็เป็นมารยาทอย่างหนึ่งที่หลวงพี่ได้เจอกับตัวเอง ที่มีอยู่วันหนึ่งคือตอนที่อยู่โรงนอน มีโทรศัพท์มา พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านก็เลยรับ แล้วท่านก็มาตาม ตอนนั้นกำลังอาบน้ำอยู่ เรานี่ตกใจหมดเลย โอ้ ครูบาอาจารย์รับโทรศัพท์แล้วมาตาม นี่แสดงให้เห็นว่าครูบาอาจารย์นี่ท่านไม่ได้มองเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ผ่านไปเลย ไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรที่เกี่ยวพันกับงานหรือเกี่ยวกับการสร้างบารมีแล้ว ท่านจะต้องดูแลให้ต่อเนื่องให้หมด
นอกจากนี้ มีอยู่เรื่องหนึ่งที่หลวงพี่ไม่ลืมก็คือเรื่องที่ว่า ต่อเนื่องกันมาถึงวันนี้ ที่วันนี้เราไปเข้าคอร์สพิเศษกัน ในช่วงกลางปี ๒๕๓๔ ถึง ๓๕ ๓๖ ประมาณนี้ พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านมักจะชอบไปปฏิบัติธรรมที่เชียงใหม่ โดยนำหมู่คณะขึ้นไปที่นั่น เพราะอากาศเย็นสบายเหมาะกับการปฏิบัติธรรม ครั้งใดก็ตามที่ท่านจะไปนี่ ท่านก็จะตามหายาย อุปัฏฐากคืออารีพันธ์ก็จะพาคุณยายมา หลวงพ่อท่านก็บอก เอ้าคุณยายให้พรนะ คุณยายท่านก็จะพนมมือขึ้น แล้วก็ให้พรว่าขอให้หลวงพ่อเดินทางปลอดภัย ขอให้คนภัยพาล ศัตรูภัยพาลพ่ายแพ้ให้ราบคาบให้หมดเลย ในช่วงปี ๓๕ ๓๖ ที่ท่านให้พรหลวงพ่อ เมื่อครั้งใดก็ตามที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยท่านเดินทาง ท่านจะเจอกัน หลวงพ่อธัมมชโยท่านก็จะขอพรคุณยายแบบนี้
ตอนนั้นหลวงพี่ก็รับบุญอุปัฏฐากขับรถให้หลวงพ่อธัมมชโย ก็นึกในใจ เอ๊ะ ทำไมคุณยายให้พรว่าให้ศัตรูภัยพาลพ่ายแพ้ให้ราบคาบให้หมด มาปี ๒ ปีนี้ถึงรู้นี่ เพราะตอนนั้นก็ เอ๊ะ หลวงพ่อท่านก็สอนธรรมะ เผยแผ่ธรรมะไป ก็ไม่มีใครมีภัยพาลใครมาทำลายท่านได้ ศัตรูอะไรก็ไม่มี นี่คุณยายท่านให้พรล่วงหน้าไว้แล้ว นี่คือสิ่งที่ได้ประสบมาว่าญาณทัสสนะของคุณยายนี่ท่านกว้างไกล แม่นยำแค่ไหน
คือสิ่งที่หลวงพี่ก็นึกย้อนไปแล้วโอ้โฮ นี่ พรท่าน คุณยายท่านให้พรล่วงหน้าแล้ว
จริงๆ แล้วพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยท่านเคยบอกไว้ว่าศัตรูท่านไม่มีหรอก มีแต่ศัตรูของท่านจริงๆ แล้วก็ คือกิเลสกับไอ้ดำเท่านั้นเอง ที่จะต้องขจัดมันออกไป
แล้วก็มีอีกเรื่องหนึ่งที่อุบาสกหรืออุบาสิกาที่ในยุคนั้นจะได้ฟัง หรือได้รับการอบรมจากคุณยายให้ไม่ตั้งอยู่ในความประมาท ก็คือเรื่องการขับรถ ครั้งใดก็ตามที่ขับรถ มีอยู่วันหนึ่งคุณยายท่านก็จะเตือนแนะวิธี ตัวท่านจะมีวิธีการที่จะเตือนไม่ให้ประมาท ให้มีความรอบคอบ ให้มีความระมัดระวัง ท่านก็แนะวิธีบอกว่าเวลาพวกเราจะขับรถนะ ให้ตรวจดูให้เรียบร้อย แล้วก็นึกอธิษฐานนะ ใครก็ตาม คน สัตว์ สิ่งของอะไรก็ตามนี่ ที่จะหมดอายุขัย อย่าให้มันมาใกล้กับเราเลย อย่าให้ก่อเวรกันแก่กันและกันเลย แล้วท่านก็เตือนให้อย่าประมาท นี่คือสิ่งที่คุณยายท่านสอนย้ำตลอดเวลา
เมื่อประมาณกลางปี ๒๕๓๖ ช่วงนั้นที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านได้ปั้นรูปหล่อหลวงพ่อวัดปากน้ำ ปั้นต้นแบบเป็นดินน้ำมัน เตรียมที่จะหล่อ เป็นรูปหล่อทองคำ สถานที่ปั้นก็คืออยู่ที่ตรงพุทธศิลป์ ตรงข้ามกับน้ำตก ตรงนั้นก็ ตอนที่ปั้นใกล้จะเสร็จแล้วนี่ คุณยายท่านก็จะไปดูบ่อย คุณอารีพันธ์จะไปดูบ่อยมาก ครั้งแรกที่จะดูนี่ ก็เกือบจะเสร็จแล้ว ท่านก็พนมมือ ยกมือมาไหว้รูปหล่อ เออ รูปปั้นที่เป็นดินน้ำมัน ท่านนิ่งไปสักพักหนึ่ง แล้วท่านก็บอก องค์นี้แหละ องค์นี้แหละ ชมยายว่าหนึ่งไม่มีสอง ท่านยังจำแม่น นี่คือสิ่งที่ได้ฟังมาด้วยตัวเอง
เพราะการปั้นรูปหล่อ รูปเหมือนหลวงพ่อ พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำนี่ เป็นสิ่งที่หลวงพ่อธัมมชโยของพวกเรานี่ทุ่มเทมาก หลวงพี่ที่ท่านช่วยปั้นนี่ก็คือหลวงพี่ชัยยศ ท่านบอกว่าถ้าเป็นช่างอื่นนี่ ไม่แน่ใจว่าจะปั้นได้แบบนี้หรือเปล่า เพราะว่าต้องใช้ทั้งความอดทน อดและทน เพราะปั้นแก้แล้วแก้อีก แก้แล้วแก้อีก ถึงกับวัดกันเป็นมิลเลย ไม่ให้ผิดพลาดแม้แต่นิดเดียว ถอดแบบทั้งแบบ ๓ มิติออกมาให้หมด ก็คงจะเหมือนมาก จนกระทั่งคุณยายท่านถึงได้บอกว่าองค์นี้แหละที่บอกว่า ชมคุณยายว่าหนึ่งไม่มีสอง ซึ่งเรื่องนี้เราก็ได้ยินมากันตลอด
โดยส่วนรวมแล้ว คุณธรรมของคุณยายทั้งหมดที่พวกเราได้ฟังมา ทั้งจากรุ่นบุกเบิก หรือจากก่อนหน้านั้นก็คือจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโว หรือด้วยการเล่าอย่างคร่าวๆ ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยก็ตาม หรือจากพระเถระรุ่นบุกเบิกหลายๆ รูป ถ้าจะรวมประมวล รวมกันแล้วนี่ หลวงพี่ก็อยากจะนำมารวม มาเปรียบเทียบกับมหาสมุทรหรือทะเล ที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านก็ได้บอกแล้วว่าเรามีทะเลบุญอยู่ตรงหน้า อยู่ที่ว่าใครนี่จะตักตวงไปแค่ไหนก็เอาไป
ถ้าจะเปรียบเทียบ หลวงพี่อยากจะขอเปรียบเทียบไว้อย่างนี้นะจ๊ะ ว่ามหาสมุทรนั้นนี่ ย่อมราบลึกลงตามลำดับ ไม่โกรกชันเหมือนหินผาเหมือนภูเขา เช่นเดียวกน การสอนของคุณยายนี้นี่ ก็ลุ่มลึกเป็นขั้นเป็นตอน ตั้งแต่เรื่องหยาบไปจนถึงเรื่องละเอียด รวมทั้งคุณยายก็ได้เป็นตัวอย่างให้ดู ทั้งสอนทั้งทำตัวอย่างให้ดู ให้เราได้เห็นภาพ นี่คือคุณยายของเรา
ข้อต่อมาก็คือมหาสมุทรนี่ แม้ว่าจะมีน้ำมากเท่าไหร่ก็ตาม ก็ไม่ล้นฝั่ง ยังรักษาอยู่ในขอบของฝั่งไว้ ไม่มีล้นออกมา เช่นเดียวกัน คุณยายก็สอนลูกศิษย์ให้อยู่ในกรอบวินัย ผู้ที่เข้ามาอยู่วัดใหม่ๆ อาจจะรู้สึกอึดอัด ทำไมระเบียบเยอะมาก ระเบียบโน่นระเบียบนี่ อุบาสก อุบาสิกาก็ นอกจากจะถือศีล ๘ แล้ว พระภิกษุนอกจากมีพระธรรมวินัยสอนอยู่ ๒๒๗ ข้อแล้วนี่ ยังมีกฎระเบียบต่างๆ อีกมากมาย เป็นสิ่งที่คุณยายได้หล่อหลอมรวมมาจากประสบการณ์ในอดีต จนกระทั่งมาเป็นกฎระเบียบ ที่หมู่คณะได้ประพฤติปฏิบัติ เป็นระเบียบพื้นฐาน เพื่อไม่ให้หมู่คณะนี่หรือใครคนใดคนหนึ่งออกนอกลู่นอกทาง อย่างกะระเบียบคร่าวๆ ก่อน เช่นไม่ให้มีการรับแขกที่กุฏิ ให้ทุกคนนี่มาทานหรือมาฉันรวมกัน สิ่งนี้เป็นสิ่งที่คุณยายแล้วก็พระเดชพระคุณหลวงพ่อและหมู่คณะได้กำหนดขึ้นมา เพื่อให้หมู่คณะนี่ตั้งอยู่ได้นาน
ประการต่อมา ข้อที่ ๓. คือลักษณะทั่วไปของมหาสมุทรนี่ เมื่อมีซากศพหรือสิ่งเศษขยะท่อนไม้ตกไป ก็จะซัดขึ้นฝั่ง ไม่เก็บไว้ฉันใด เช่นเดียวกัน คุณยายก็จะแนะนำตักเตือนชี้แนะศิษย์อย่างสม่ำเสมอ เมื่อเห็นศิษย์บกพร่องหรือผิดพลาดก็จะชี้แนะ ไม่เก็บไว้ เพื่อรักษาความบริสุทธิ์ ความสามัคคีของหมู่คณะไว้ ฉะนั้นใครก็ตามที่ต้องการแก่นสาร หรือเป้าหมายชีวิตก็จะอยู่ได้ ผู้ที่ทนอยู่ไม่ได้ก็ต้องปรับตัวให้ได้ นี่คือลักษณะของคุณยาย ของคำสอนของท่าน
ประการที่ ๔. แม่น้ำต่างๆ เมื่อไหลลงสู่มหาสมุทรแล้วนี่ ย่อมจะทิ้งชื่อเดิม ไปใช้ชื่อเดียวกันคือมหาสมุทร เช่นเดียวกัน พวกเราลูกหลานยายทั้งลูกพระลูกเณร อุบาสก อุบาสิกา สาธุชนทั้งหลาย ต่างคนก็มาจากต่างถิ่นต่างแดนต่างตระกูล มีพื้นฐานต่างกัน คุณยายก็จะหล่อหลอมทิฏฐิให้เท่ากัน ให้มีศีลเสมอกัน ให้เป็นครอบครัวเดียวกัน เป็นครอบครัวธรรมกาย แล้วก็เป็นชื่อเดียวกัน คือเป็นชื่อกัลยาณมิตรเหมือนกัน นี่คือสิ่งที่ได้รับการหล่อหลอมมา แล้วก็ต่างทิ้งบ้านทิ้งเรือน เมื่อมาอยู่ที่นี้แล้ว เราต่างเรียกกันว่าเป็นกัลยามิตรหมดทั้งสิ้น
ประการที่ ๕. ความพร่องของมหาสมุทร แม้จะถูกแดดแผดเผา ก็ไม่พร่องไปเลย หรือแม้ว่าน้ำฝนน้ำต่างๆ จะไหลลงสู่มหาสมุทรเท่าใด มหาสมุทรก็ไม่มีล้นเอ้อขึ้นมา เช่นเดียวกัน ใจคุณยายไม่เคยพร่องเลย จะมีเรื่องอะไรมากระทบคุณยาย จะมีใครมาว่า ใครจะมานินทา ใครมาว่าร้าย จะต่อหน้าหรือลับหลัง คุณยายก็มีความหนักแน่นไม่โต้ตอบ ท่านจะนิ่ง จนคนนั้นเลิกราไปเอง เช่นเดียวกัน มหาสมุทรไม่เคยอิ่มด้วยน้ำ คุณยายก็ไม่อิ่มด้วยบุญ คุณยายรักบุญยิ่งชีวิตจิตใจ ท่านบอกว่าคุณยายนี่กลัวบาปนะ แต่รักบุญ ท่านก็อยากให้ลูกหลานเป็นอย่างนั้นด้วย
ประการต่อมาคือ มหาสมุทรนี้จะเป็นที่อาศัยของสัตว์น้ำขนาดใหญ่ เช่นปลาวาฬ เช่นเดียวกัน คุณยายได้สร้างวัด เป็นวัดที่สมบูรณ์พร้อมด้วยทุกอย่าง เป็นวัดแห่งทะเลบุญหรือมหาสมุทรแห่งบุญ ที่ใครๆ ก็จะมาตักตวงบุญไปได้ เป็นที่อาศัยของนักสร้างบารมีทั้งหลาย ไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา วรรณะ ใครก็ได้ ถ้ารักในการสร้างบารมี ขอเชิญเข้ามาได้
มโนปณิธานที่คุณยายตั้งไว้ก็คือสร้างวัดให้เป็นวัด สร้างพระให้เป็นพระ สร้างคนให้เป็นคนดี ในเรื่องนี้ทำให้นึกถึงไปถึงที่เคยอ่านหนังสือที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตะท่านได้เขียนไว้ว่า ตอนที่เริ่มสร้างวัดใหม่ๆ ตอนที่จะเริ่มคิดสร้างวัดใหม่ๆ ได้มีการปรึกษาหารือกัน ในยุคนั้นก็ถามกันว่ามีเงินเท่าไหร่ ท่านก็มีเงินอยู่ไม่กี่พัน ๓,๒๐๐ หมู่คณะก็คิดว่าจะสร้างได้หรือเปล่านี่ ก็ไปถามคุณยาย คุณยายบอกว่าการจะสร้างคนดีสัก ๑ คนนี่ เงินเป็นล้าน ร้อยล้าน พันล้าน อาจจะสร้างไม่ได้ก็ได้ แต่ตอนนี้ยายมีแล้ว คนที่ว่านี่ คนดีที่ว่านี่ ยายมีแล้วอยู่ข้างหน้ายายนี่สิบกว่าคน ฉะนั้นนี่เท่ากับคุณยายมีต้นทุนแล้วเป็นพันล้าน คุณยายมั่นใจว่าคุณยายสร้างวัดได้สำเร็จ นี่คือประโยคอมตะที่หลวงพี่จำจนบัดนี้ เป็นแง่คิดที่ลึกซึ้ง ซึ่งเราก็พิสูจน์ด้วยตัวเราเองแล้วทุกๆ ท่าน กว่าจะสร้างคนดีมาได้แต่ละคน คุณยาย หลวงพ่อเหนื่อยแค่ไหน สิ่งนี้คือสิ่งที่เราได้สัมผัสมาแล้ว
ประการที่ ๗. มหาสมุทรเป็นที่รวมของนานารัตนะ ซึ่งก็หมายความว่า (หมด 1/A)
(ม้วน 1/B)
เช่นเดียวกัน คำสอนของยายมีค่าประดุจดังรัตนะ เป็นคำสอนที่ง่ายต่อการปฏิบัติ เป็นคำสอนที่ไม่ต้องไปพิสูจน์ทำตามแล้วได้ผลเลย ซึ่งหลายท่านก็คงจะได้เคยผ่านมาแล้ว หรือคงเคยได้ยินมา บางท่านก็มาทันยายที่คุณยายท่านแนะนำสั่งสอน หรือขอบารมีคุณยายในการช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ รวมทั้งขอแนวทางในการดำเนินชีวิต นอกจากนี้คำสอนของคุณยาย สอนไปถึงพระนิพพาน คุณยายท่านจะปิดประตูอบายให้เรา เปิดทางสวรรค์ ชี้ทางพระนิพพาน สอนให้ทุกคนรักบุญ ให้ทำความดี เพราะรวมคำสอนของท่านก็รวมไปที่ว่าให้ทำทาน รักษาศีล แล้วก็เจริญภาวนา
นอกจากนี้คุณยายเองท่านก็เป็นที่รวมของสมบัติทั้งหลาย ใครๆ ก็อยากมาทำบุญกับคุณยาย ในยุคที่ทุกอย่างเริ่มลงตัว คุณยายท่านบอกบุญแม้แต่ประตูหน้าวัดเป็นประตูสแตนเลส ก็เป็นฝีมือคุณยาย ในครัวเครื่องครัวทั้งหลายเป็นสแตนเลสคุณยายทั้งนั้นเลย แล้วก็หลวงพี่ก็เคยได้ท่านยินบอกนี่ประตูคุณยายก็ทำ เครื่องครัว ตู้ใส่ของ คุณยายบอกบุญเองทั้งหมด
และคุณยายยังมีรัตนะภายใน คือ มีสมบัติละเอียดภายใน ที่มีค่ายิ่ง คือ คุณยายนี่มีพระธรรมกายภายใน นับอสงไขยพระองค์ไม่ถ้วน นี่คือรัตนะภายในที่คุณยายท่านมี และท่านฝากไว้ว่าอยากให้ลูกหลานทุกคนมีอย่างท่านบ้าง
ประการที่ ๘ . น้ำในมหาสมุทรย่อมมีรสเค็มเพียงรสเดียว หามีรสอื่นไม่ เช่นเดียวกัน เป้าหมายคุณยายมีประการเดียว คือ ปราบไอ้ดำไปให้ถึงที่สุดแห่งธรรม คุณยายไม่เคยแปรเปลี่ยนเป้าหมายนี้เลย แล้วคุณยายก็จะปลูกฝังลูกหลาน ลูกศิษย์ทุกคนนี่ให้มีเป้าหมายไปพระนิพพาน ไปให้ถึงที่สุดแห่งธรรมเช่นเดียวกับคุณยาย
ประการที่ ๙. มหาสมุทรไม่เคยหยุดนิ่ง มีคลื่นใหญ่บ้าง หรือคลื่นเล็กน้อยบ้างตลอดเวลา เช่นเดียวกันคุณยายไม่เคยหยุดทำความดี ไม่เคยหยุดทำบุญ บุญเล็กบุญน้อย คุณยากวาดเก็บหมด ถ้าคุณยายแข็งแรง คุณยายก็ไปถอนหญ้าบ้าง ก็เป็นบุญ ปัดกวาดเสนาสนะ ดูแลงาน เก็บงานละเอียด เป็นหูเป็นตาให้พระเดชพระคุณหลวงพ่อ ดูแลแทนหมู่คณะ จนกระทั่งบุญใหญ่ขึ้น ยายท่านได้ทำต่อมาก็คือเป็นประธานกฐิน แล้วก็มาสร้างมหาธรรมกายเจดีย์ คุณยายไม่เคยหยุดนิ่ง เมื่อท่านสังขารล้าเต็มที ทำเองไม่ไหว ท่านก็ใช้ ใช้วาจา ใช้คำพูดชักชวนคน ชักชวนหมู่ญาติ ชักชวนลูกศิษย์ลูกหาทั่วประเทศมาร่วมสร้างบุญกับท่าน นี่คือคุณยายท่านไม่เคยหยุดนิ่ง
ประการสุดท้าย เราไม่สามารถคำนวณน้ำในมหาสมุทรว่ามีปริมาณเท่านั้นเท่านี้ได้เลย ฉันใดก็ตาม เช่นเดียวกัน บุญบารมีที่เราจะได้ทำกับคุณยายนี่ ก็ไม่สามารถคำนวณได้ว่ามีประมาณเท่าใด อยู่ที่ว่าท่านใดผู้ใดจะฉลาดในการทำบุญ บางคนทำด้วยตัวเอง บางคนนอกจากทำด้วยตัวเองแล้วก็ชักชวนหมู่ญาติ เหมือนกับตักน้ำจ้วงเอาเลยในมหาสมุทร อันเป็นทะเลแห่งบุญนั้น ผู้ที่มีกำลังกาย มีกำลังปัญญาก็ใช้สิ่งนั้น มาจ้วงมาตักตวงบุญจากคุณยายไปได้ ก็แล้วแต่กำลังของแต่ละท่าน
ณ บัดนี้ สิ่งที่คุณยายได้ฝากฝังไว้ สิ่งที่คุณยายภูมิใจในชีวิตคือได้สร้างวัด ได้บวชพระ ได้เป็นประธานกฐิน ได้สร้างมหาธรรมกายเจดีย์และลานธรรม ซึ่งลานธรรมนี้จะเป็นสิ่งที่ทำให้การใช้งานของมหาธรรมกายเจดีย์นี่ได้สมบูรณ์ที่สุด ต่อไปเราจะได้ไม่ต้องมานั่งให้เลอะเทอะเปรอะเปื้อนอีกต่อไป คุณยายได้ฝากฝังไว้ว่าทั้งเจดีย์และลานธรรมนี้เป็นสิ่งที่คุณยายอยากทำให้เสร็จ อย่างที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยท่านบอกไว้ ทำให้ยายแต่ได้ที่เรา อยู่ที่ว่าพวกเราจะตักตวงบุญนี้ไปกันเท่าไหร่ ให้เต็มที่เต็มกำลัง นี่คือสิ่งที่คุณยายได้ฝากฝังไว้
นอกจากนี้การที่เราได้มาแสดงความกตัญญูกตเวที ด้วยบุญกุศลระลึกถึงคุณความดี นึกถึงบารมีของคุณยาย ก็เป็นสิ่งที่หาได้ยาก เราทุกคนอยู่ในสายตาของคุณยายตลอด ดวงตาที่มองซึ้งทั้งในอดีต ทั้งในอดีต ปัจจุบันและอนาคตของคุณยายนั้นมองเราตลอดเวลา ดูลูกหลานของท่านกำลังทำอะไร เป็นโอกาสอันดีที่ลูกหลานของยายจะได้มาร่วมกันสร้างมหากุศล นอกจากทำให้ตัวเองแล้ว ชักชวนหมู่ญาติ เพื่อนร่วมโลกมาสู่เส้นทางแห่งการสร้างบารมี
และสุดท้ายนี้ หลวงพี่ก็ขอเชิญทุกท่านนะ ได้นั่งหลับตาเจริญภาวนากัน เพื่อตรึกระลึกนึกถึงคุณความดีของคุณยาย พระคุณอันจะเปรียบประมาณไม่ได้ของท่าน ที่ได้หล่อหลอมที่ได้สร้างวัด สร้างพระ สร้างสถานที่ปฏิบัติธรรมให้เรา ให้เรามีที่ไว้สำหรับตักตวงบุญ ชี้ทางสวรรค์ เปิดทางพระนิพพานให้กับพวกเรา แล้วก็น้อมนึกคุณยายมาไว้ที่ศูนย์กลางกายของเราทุกๆ คน ให้ศูนย์กลางกายของคุณยายเชื่อมโยงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับศูนย์กลางกายของเรา วางใจเบาๆ นิ่งๆ ให้ต่อเนื่อง ตรึกนึกถึงบุญที่เราได้เคยทำกับคุณยาย จะนึกได้ก็ดี หรือนึกไม่ได้ก็ดี ตั้งแต่บุญทอดกฐิน บุญสร้างเจดีย์สร้างองค์พระ บุญสร้างลานธรรม รวมเอาบุญทั้งหลายเหล่านั้นมาไว้ที่ศูนย์กลางกาย ให้เป็นดวงบุญที่สว่าง อันไม่มีประมาณ นึกให้ต่อเนื่อง ให้สว่างอันไม่มีประมาณ ให้ต่อเนื่องที่ศูนย์กลางกายของทุกๆ คนนะ
วางใจเบาๆ นะ ให้ต่อเนื่อง ให้ใส สว่างที่ศูนย์กลางกายของทุกๆ คน แล้วเราก็นึกอธิษฐานจิต น้อมบุญของคุณยายบวกกับบุญของเรา อธิษฐานให้เรามีวาจาศักดิ์สิทธิ์ มีฤทธิ์มีเดชที่จะสามารถไปชักชวนหมู่ญาติ ชักชวนชาวโลกมาประพฤติปฏิบัติธรรมให้มีสัมมาทิฏฐิ ให้อยู่ในเส้นทางแห่งการสร้างบารมี ให้เป็นผู้ที่ใฝ่ในธรรม รักในการให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา รวมเอาบุญทั้งหลายนี่ ให้เราสามารถตามติด ติดตามคุณยายและหลวงพ่อ หมู่คณะสร้างบารมีไปทุกชาติ ให้การสร้างลานธรรมอันเป็นรัตนะบัลลังก์สำเร็จเป็นอัศจรรย์ ให้เรานี้มีกำลังใจที่เข้มแข็งเด็ดเดี่ยว ที่จะก้าวล่วงข้ามอุปสรรคทั้งปวง เราก็นึกอธิษฐานจิตกำกับควบไปด้วยนะ
สัพเพพุทธา (หมด 1/B)
******************จบ******************
หน้า PAGE 10
431004FW-AAT