ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

คุณยายอาจารย์ ยอดแห่งมหาอุบาสิกาผู้มีอัจฉริยภาพ

คุณยายอาจารย์ · เทศน์งานยาย

(ม้วน 1/A) พระภูเบศ : เจริญพร วันนี้นับเป็นโอกาสดีอีกวาระหนึ่งที่ได้มาพบปะสนทนาและบรรยายคุณธรรมของคุณยายอาจารย์ มหารัตนอุบาสิกา จันทร์ ขนนกยูง ให้พวกเราได้ฟังกันอีกครั้งหนึ่ง ไม่ทราบว่าพวกเรามีความรู้สึกเหมือนอาตมาไหม คือเข้ามาในสถานที่นี้แล้ว มันไม่ใช่เป็นบรรยากาศของงานศพ ไม่ใช่เป็นบรรยากาศแห่งความเศร้าโศกที่เราเคยเจอในงานศพทั่วๆ ไป แต่เป็นบรรยากาศของการบูชาธรรม คุณธรรมของคุณยายอาจารย์ มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง เมื่อเข้ามาในสถานที่นี้แล้ว เราจะรู้สึกว่ามันมีความอบอุ่น มีความปลอดภัย แล้วมีความปีติ ยินดี ชื่นชมในความเป็นแบบอย่าง ในคุณธรรมของคุณยายอาจารย์ จะมีอยู่นิดเดียวที่จะได้กลิ่นธูปควันเทียนก็คือพระที่ขึ้นสวดพระอภิธรรม ๒-๓ รูปแรก จะได้กลิ่นธูปควันเทียนมากหน่อย วันนี้ก็อยากจะมาเล่าต่อให้พวกเราฟังถึงคุณยายอาจารย์และสิ่งต่างๆ ที่ได้พบได้เห็นจากการที่ได้พบปะคุณยาย ได้ทำงานได้สร้างบารมี ได้อยู่ร่วมกับท่านต่อจากคราวที่แล้ว แต่สำหรับผู้ที่ไม่ได้มาฟังอาตมาได้บรรยายคุณธรรมของคุณยายอาจารย์เมื่อคราวที่แล้ว ก็จะขอทบทวนสักเล็กน้อย เพราะเมื่อคราวที่แล้ว อาตมาได้พูดถึงว่าคุณยายเป็นผู้ให้กำเนิดวัดพระธรรมกาย เป็นอย่างไร เป็นคำพูดที่เกินไปหรือเปล่า แล้วก็ได้ขยายความว่า คุณยายได้ให้กำเนิดวัดพระธรรมกายอย่างไร ได้ตั้งผังสำเร็จ ตั้งผังในการดำเนินงานเพื่อสืบสานต่อธรรมะที่หลวงพ่อวัดปากน้ำ พระเดชพระคุณพระมงคลเทพมุนี สด จนฺทสโร ได้เอาชีวิตเข้าแลกเพื่อที่จะตามเอาธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราที่หายไป หลังจากพุทธปรินิพพานประมาณ ๕๐๐ ปี และคุณยายอาจารย์ได้เห็นคุณค่าของธรรมะนั้นๆ อย่างไร ถึงกับทุ่มเทเพื่อที่จะรักษาสืบสายธรรมนี้ต่อไป เพื่อประโยชน์ของชาวโลก คุณยายได้ตั้งทีม ตามทุน แล้วก็เผยแพร่ธรรม ตามทีมนักสร้างบารมี ตามทุน เพื่อที่จะร่วมสร้างสถานที่ในการสร้างบารมี และในการเผยแผ่ธรรมะ และบอกว่าคุณยายไม่ได้ตามที่ไหน ไม่ได้ป่าวประกาศ แต่คุณยายตามที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ตามทั้งหยาบ ตามทั้งละเอียด อันนี้ก็จะเป็นตัวอย่างให้พวกเราได้ศึกษาเป็นแนวทางว่าในการสร้างหลักสร้างฐาน หรืออะไรก็แล้วแต่ ให้ดูแบบอย่างคุณยายเอาไว้ เพื่อที่จะได้เป็นกำลังใจและเป็นแนวทางในการทำงาน ในการดำเนินชีวิต ในการทำธุรกิจการงานของเราสืบไป และยังพูดถึงว่าคุณยายมีความกลัว ๒ อย่าง อย่างที่ ๑. ตอนสมัยหลวงพ่อวัดปากน้ำยังมีชีวิตอยู่ คุณยายกลัวหลวงพ่อว่า เป็น“ไอ้ขี้ไต้” เนื่องจากความกลัวนี้เอง จึงทำให้คุณยายเคี่ยวเข็ญตัวเอง ฝึกฝนตัวเองอย่างเต็มที่ จนกระทั่งคุณยายได้รับคำชมจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำว่าลูกจันทร์เป็นหนึ่งไม่มีสอง ความกลัวอย่างที่ ๒. หลังจากหลวงพ่อวัดปากน้ำได้มรณภาพไปแล้ว ละโลกไปแล้ว คุณยายกลัว กลัวบาป กลัวมากๆ เลย เพราะฉะนั้นทั้งความคิด ทั้งคำพูด ทั้งการกระทำของคุณยาย ถูกกลั่นออกมา ถูกแสดงออกมาด้วยความระมัดระวัง และความงดงาม ความพอดีระหว่างลูกศิษย์ ผู้ที่เคยเป็นลูกศิษย์แต่ตอนนี้ได้บวชเป็นพระ อยู่ในเพศที่สูงกว่า คุณยายได้วางตัวได้อย่างเหมาะสม อย่างงดงาม หาที่ติไม่ได้เลย แม้แต่การเตือน หรือการถวายคำแนะนำต่อท่านทั้งหลายเหล่านั้น คุณยายก็ถวายด้วยความอ่อนน้อม ถวายด้วยจิตอนุเคราะห์ จิตเมตตาจริงๆ ซึ่งเป็นที่ซาบซึ้งใจแก่ศิษย์อย่างยิ่ง และยังได้พูดถึงความกตัญญูกตเวทีของคุณยายที่มีต่อคุณพ่อคุณแม่ มีต่อครูบาอาจารย์ และมีต่อพระรัตนตรัย พูดถึงหิริโอตตัปปะคือความละอาย ความเกรงกลัวต่อบาป ต่อการทำความชั่ว ได้แสดงถึงคุณธรรมของคุณยายว่าคุณยายมีเทวธรรมข้อนี้อย่างครบถ้วน และคุณยายก็คือเทวดาในร่างของมนุษย์นั่นเอง เพราะคุณยายมีเทวธรรมคือหิริโอตัปปะ ความละอายและความเกรงกลัวต่อการทำความชั่วอยู่ในใจเต็มเปี่ยม ได้เล่าถึงความอัศจรรย์ของคุณยายว่าคุณยายเป็นบุคคลที่อัศจรรย์ ที่ได้สร้างฐานการสร้างวัดพระธรรมกาย ให้ปรัชญาในการทำงานเป็นทีมว่า เราเองแต่ละคน หนุ่มๆ สาวๆ ทั้งหลายสมัยนั้น อยู่ทางโลกแต่ละคนไม่เบากันทั้งนั้น มาจากหลากหลายตระกูลร้อยพ่อพันแม่ ต่างความรู้ ต่างพื้นฐานการอบรม ต่างฐานประสบการณ์ของชีวิต มาทำงานร่วมกัน แน่นอนเลย ความเห็นที่จะตรงกันไม่มี ก็ต่างคนต่างหลากความคิด หลากความเห็นกัน เมื่อมาทำงานหยาบ โอกาสที่จะเถียงกันน่ะมีคุณยายก็ให้ความคิดเอาไว้ว่าเถียงกันได้ แต่อย่าโกรธกัน เถียงกันได้ อย่าโกรธกัน เพื่อที่จะรังสรรค์งานของพระศาสนาให้สมบูรณ์ให้ดีที่สุด โดยยึดนโยบายว่าประหยัดสุด ประโยชน์สูง นี่ที่คุณยายให้มา ว่าไม่น่าเชื่อเลยความคิดพื้นฐานของการทำงานเป็นทีม การสร้างทีมทำงานขึ้นมา จนเป็นวัดพระธรรมกายในทุกวันนี้ เกิดจากอุบาสิกาท่านหนึ่ง ซึ่งไม่ได้จบปริญญา ปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก ไม่ได้จบทั้งนั้น ไม่ได้เรียนแม้กระทั่ง ก ไก่ ข ไข่ แต่สามารถวางพื้นฐานในการทำงานเป็นทีมได้ และได้ให้พวกเราดู เอาไปเป็นแบบอย่างเพื่อที่จะใช้ในการสร้างครอบครัว สร้างธุรกิจการงาน หรือสร้างองค์กรใดๆ ก็ตามที่ต้องทำงานเป็นทีม แล้วยังได้พูดถึงความตั้งใจทำบุญของคุณยายว่า คุณยายตั้งใจทำบุญละเอียด บุญสะอาด โดยยกตัวอย่างแม้กระทั่งข้าวสารที่จะหุงถวายพระ ข้าวสารเขาถวายมา มันไม่ใช่ข้าวหอมมะลิเกรดเลิศเลอ นี่หลากหลาย แต่ว่ามีอย่างหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์เลย คือก่อนจะหุงข้าวทุกครั้ง คุณยายจะมาเลือกข้าวสาร เลือกสิ่งสกปรกออก ไม่ว่าจะเป็นตัวมอด ข้าวเปลือก สิ่งแปลกปลอมพวกหิน พวกกรวด ด้ายกระสอบ ยายจะเลือก เพราะงั้นเมื่อข้าวคุณยายหุงออกมาจึงสะอาด ไม่มีสิ่งเหล่านั้นออกมา แล้วก็มีความแปลกที่ว่าเอ๊ะ ข้าวสาร ข้าวสวยของยายที่หุงออกมาแล้วใส่ในจาน ทำไมดูใสเป็นแก้ว ไปรู้ว่าคุณยายน่ะฉลาด คุณยายอธิษฐานกำกับทุกครั้งว่าผู้ใด ได้ทานอาหารที่ยายถวายแล้วน่ะ ขอให้หมดกิเลสให้เข้าถึงธรรม ยายอธิษฐานทุกครั้ง นี่คือความประณีต ความฉลาดในการหาบุญของยาย ส่วนเรื่องการรู้วาระจิตอันนี้เป็นเรื่องอจินไตย แต่ว่าผู้ที่ใกล้ชิดคุณยายในสมัยก่อนๆรู้จักกันดี เจอกันทุกคน เจอกันจนเป็นเรื่องปกติ คุณยายตอนไปเจอหลวงพ่อวัดปากน้ำตั้งแต่ครั้งแรก เข้าไปในวัด แล้วก็หลวงพ่อก็ซ้อมดู ทดสอบญาณของคุณยาย บอกว่าลูกจันทร์ เมื่อเช้านี่หลวงพ่อมานี่ เห็นนกพิราบมันเกาะอยู่บนช่อฟ้าโบสถ์ แล้วมันก็แหงน เหลียวหลังไปข้างหลัง ลูกลองไปดูซิ ว่านกพิราบนี่ ตัวนั้นน่ะมันเหลียวไปดูอะไร ยายก็เข้าที่ไป นั่งตรึกไป แล้วก็ตอบ ตอบหลวงพ่อว่านกพิราบที่เหลียวหลังไปนี่ ไปดูทิศที่จากมา ที่บินมาเมื่อสักครู่นี้ว่าบินมาจากไหน เพื่อกำหนดจดจำทิศให้ได้จะได้ไม่หลง ยายตอบหลวงพ่อวัดปากน้ำเป๊ะเลย หลวงพ่อวัดปากน้ำยอมรับ นี่บททดสอบขั้นแรกเลยว่าจะเป็น ก ไก่ ข ไข่ ก็ได้ แล้วพวกเราที่อยู่ในสมัยนั้นจะเจอกันตั้งแต่สมัยเริ่มต้นสร้างกันมา เจอกันมา ผู้ใกล้ชิดกับคุณยายเจอหมด แม้แต่คนที่นานๆ มาทีก็ยังเจอ เจอแล้วก็รู้กันเฉพาะตัวต่อตัวนะ คนที่ถูกคุณยายทักน่ะจะรู้ บางทีคนที่อยู่ใกล้ชิดคุณยายเองยังไม่รู้เลย อย่างเช่นมีนักศึกษาคนหนึ่ง น้องๆ อาสาสมัครนี่แหละมาวัด ไม่มีปัจจัยไม่มีเงิน แต่ว่ามีแรงและมีศรัทธาที่จะมาช่วยงานวัด มาฝึกฝนตัว มาศึกษาธรรม คุณยายมองหน้าน้องคนนั้นแล้วก็บอกว่าคุณยังไม่ได้ทานข้าว เข้าไปทานในครัวเถอะ อันนี้ต้องขยายความนิดหนึ่งว่าในครัวตอนนั้นมีคนมาทานเยอะ ก็เลยบอกว่าที่เลี้ยงของโยมเป็นที่หนึ่ง จะไม่ให้เข้าไปทานที่นี่ แต่น้องคนนี้ได้รับอนุญาตให้ไปทานเป็นพิเศษ คนที่ติดตามยายก็ไม่รู้ว่ามีอะไรพิเศษหรือเปล่าในคำทักนั้น มันเป็นคำทักทั่วๆ ไป แต่น้องที่เป็นนักศึกษาอาสาสมัครคนนั้น ปั๊ปเข้ามาในใจเลย คุณยายรู้ยังไง แล้วเราก็หิว เงินจะซื้ออาหารก็ไม่มี เรายังไม่ได้ทานอะไรด้วย แล้วอยากจะทาน รู้เฉพาะตัว เป็นคำทักง่าย ๆ ตอนสมัยเริ่มสร้างศูนย์พุทธจักรใหม่ๆ อาตมาก็เคยเจอแบบนี้ ตอนนั้นน่าจะเป็นประมาณสักปี พ.ศ. ๒๕๒๑ ประมาณนั้น มีชายท่านหนึ่งบุคลิกภูมิฐานเลย นั่งรถมา เรียกว่าโก้เลยทีเดียว พอมาถึงเขาก็จะมากราบพระเดชพระคุณหลวงพ่อเจ้าอาวาส หลวงพ่อธัมมชโยของเรานั่นแหละ แต่ว่าตอนนั้นหลวงพ่อท่านเข้าที่ปฏิบัติธรรม แต่เจอคุณยายท่าน หลวงพ่อไม่สะดวก มาเจอคุณยาย เขาก็มองคุณยายเหมือนแม่ชีคนหนึ่ง บอกจะมาขอพบเจ้าอาวาส คุณยายก็ยกมือไหว้เขาก่อนนะ ตามปกติของคุณยาย ชายคนนั้นก็รับไหว้แบบนั้นแหละ แบบผู้ใหญ่รับไหว้เด็ก คล้ายๆ แบบนั้นแหละ คุณยายก็พูดแบบเพราะ บอกคุณจะมาพบท่านเจ้าอาวาสมาวันอาทิตย์นะคะ ตอนนี้ท่านเจ้าอาวาสไม่สะดวกค่ะ อะไรต่ออะไรพวกนี้ แล้วชายคนนั้นก็รู้สึกมอง คล้ายๆ กับมองผ่านๆ แล้วก็กลับ ตอนนั้นอาตมาเจอพอดี คุณยายก็พูดกับอาตมาว่า อ๋อ คุณเขาอยากจะมาพบหลวงพ่อ เขาเห็นคุณยายเป็นคนแก่คนหนึ่ง คนแก่ธรรมดาๆ คนหนึ่งเท่านั้นเอง ยายไม่ได้พูดอะไรต่อเลย สีหน้ายายไม่มีอารมณ์ราบเรียบ ไม่มีความน้อยอกน้อยใจ ฉันนี่ไม่ธรรมดานะ ไม่พูดเลย เรียบเฉย ยายพูดว่าเขาเห็นยายเป็นคนแก่ธรรมดาๆ คนหนึ่ง เท่านั้นเอง ยายพูดแล้วยายก็ไป ตอนนั้นเราก็คิด อึ่ม ภายในร่างกายของคุณยาย รูปร่างของยายน่ะเป็นหญิง อุบาสิกาชรา ผิวคล้ำ รูปร่างเล็กผอมเกร็ง ไม่มีความพิเศษ โหง้วเฮ้ง ถ้าจะดูบุคลิกมาแล้ว โหง้วเฮ้งไม่บอกเลยว่าพิเศษ ถ้าไม่ได้ดูตายาย พวกเราลองดูก็ได้ คุณยายจะอยู่ตรงนี้ แค่รูปถ่ายก็รู้ อยู่ข้างหน้าเรา ลองมองตายายก็รู้ ถ้าไม่เห็นตายาย ยายบอกว่ายายมือเท้าห่าง แต่คุณยายนี่เก็บสมบัติอยู่นะ แล้วก็วันนั้นก็ได้สอน ได้พูดถึงการมอบฐานสร้างบารมีให้แก่เออ พระ อุบาสก อุบาสิกาแต่ละคนๆ ว่าคุณยายนี่เก่งจริงๆ อัจริยะเลย ให้องค์นั้นรับหน้าที่นั้น องค์นี้รับหน้าที่นี้ แล้วก็ไม่ผิดด้วย นี่คือการ put the right man on the right job ก็บอกไปแล้วนะ ยายสอนให้คนรักบุญ ทำบุญ จนกระทั่งรุ่นแรกๆ สมัยก่อนเวลาทำงาน มีงานบุญใหญ่หรืองานปกติ พวกเรามองเห็นมันไม่ใช่งาน แต่เรามองเห็นว่าเป็นบุญ เราจะได้บุญ ทำแบบนี้จะได้บุญแบบนี้ เพราะฉะนั้นการเกี่ยงงานมันไม่มี ความเบื่อหน่ายในการทำงานมันไม่มี บางครั้งเราอาจจะเหนื่อยแต่เราพักได้ หายเหนื่อยทำต่อ แต่เราไม่เบื่อหน่ายเพราะที่เราทำนั้นเป็นบุญ เรามองดู เราทำแล้วเราได้ นี่คือสิ่งที่ยายวางรากฐานความคิดเอาไว้ ไม่มีการเอาหน้าเอาตา ไม่มีการเสนอหน้าเสนอตา เรื่องตำแหน่งเลิกพูดกันเลย ไม่ติดกันเลย จะทำอย่างไรที่ฉันจะได้บุญมากที่สุด ดูคุณยายเป็นตัวอย่าง แล้วคุณยายก็จะสอนลูกศิษย์ลูกหาทุกคนเป็นแบบนี้หมด แม้แต่คนที่มาวัด เด็กๆ ที่มา เสาร์-อาทิตย์ บางคนมาทั้งครอบ มาทั้งพี่น้องเลยแหละ หลายๆ คน มาถึงก็จะเอาบุญกะยายแหละ ยายก็จะสอน เออ มีครอบครัวหนึ่งมีพี่น้องอยู่หลายคน เขาอยู่สะพานใหม่ มากันพี่น้อง ๔-๕ คน มาเอาบุญกัน ยายก็จะสอน สอนตั้งแต่ล้างจาน เช็ดจาน เก็บจาน ตากจาน สอนถึงการล้างห้องส้วม ขัดวิมาน ขัดวิมานพวกเราคงจะรู้กันนะ ล้วงคอห่าน ยายทำให้ดู พวกนี้อยู่ที่บ้านไม่ได้ทำเลย หน้าที่ดูแลงานบ้านงานเรือนทั้งหมดเป็นหน้าที่ของแม่ของพ่อของคนใช้ ตัวเองสบาย เรียน มีหน้าที่เรียนแล้วก็เที่ยว ตอนหลังมาวัด มากันเป็นพรวน พี่เข้าวัดก็ดึงน้องมาด้วย คราวนี้ เกียรติศัพท์ว่าวัดนี้ พระแต่ละรูปบวชแล้วไม่สึก อุบาสกหนุ่มๆ หลายคนมาอยู่วัด ถือศีล ๘ กัน อุบาสิกาที่มาวัดประจำถือศีล ๘ อีก ตัวเองกลัวลูกของตัวเองจะถือศีล ๘ กลัวลูกตัวเองจะไม่ยอมมีเหย้ามีเรือน กลัวลูกตัวเองจะไม่มีครอบครัว พ่อน่ะกลัวมาก ก็ตามมาดู ตามมาดูซิว่าลูกๆ ของตัวเองมาวัดแล้ว มาทำอะไรในวัด อึ่ม วัดมันดีอะไรนักหนา ลูกเสาร์อาทิตย์เป็นต้องมาวัด มาแล้วอยู่เช้าจนกระทั่งเย็นเลย กว่าจะกลับถึงบ้านก็ค่ำ มีอะไรดีนะ ก็ตามมาดู พอตามมาดู เออก็เห็นเด็กๆ หนุ่มๆ สาวๆ มา เอ๊ะมาวัด ฟังเทศน์ฟังธรรมเยอะ เดินดูนั่นดูนี่ ก็ไม่เห็นมีอะไร แต่ก็ดีเหมือนกันนะ เสร็จแล้วเห็นลูกตัวเองน่ะกวาดลานวัด ล้างจานก็มี บางคนก็ไปล้างส้วม เช็ดถูเรือนอะไรอย่างดีเลย เออดี พระวัดนี้สอนลูกเราดีนะ รู้จักทำ นี่กลับไปถึงบ้าน ลูก ก็ลองดูซิลูกเมื่อไหร่จะทำ เช็ดบ้านสักที กวาดบ้านหรือล้างห้องน้ำห้องส้วมเหมือนอยู่ที่วัด เอ๊ะ ไม่ทำแฮะ เออ กำลังว่าพระดี คุณยายดี สอนลูกให้รู้จักทำงาน เอ๊ะทำไมไม่ทำที่บ้าน ก็เลยเรียกลูก นี่ อยู่ที่วัดแล้วก็ทำนั่นทำนี่ ทำไมถึงไม่ทำที่บ้านบ้างล่ะ ในครัวไปช่วยแม่หน่อยไป ห้องน้ำก็มีให้ขัด ไปขัดไป ลูกก็ตอบว่าไง บอกทำบุญที่บ้าน เอ่อ ทำความสะอาดที่บ้านน่ะ ล้างห้องส้วมที่บ้าน ไม่ได้บุญ ต้องล้างที่วัดถึงจะได้บุญ โอ้โฮ คราวนี้พ่อหนวดแทบกระดิก เอ๊ะ สอนแบบนี้ได้ยังไง คราวนี้เรื่องนี้ก็มาถึงคุณยาย คุณยายก็เลยสอน นี่ปูพื้นฐานมาอยู่ที่บ้านนะ พ่อแม่เป็นพระอรหันต์ของลูกนะ ต้องช่วยงานแม่ รู้จักช่วยงานแม่งานพ่อ คุณยายก็สอนอบรมไป คราวนี้กลับไปถึงบ้าน โอ้ เป็นคนละคนเลย ทำความสะอาดบ้าน ทำวิมานของตัวเองเสียสะอาดเลย ขยันกันดี พ่อยิ้มแล้วยิ้มอีก แม่นี่ยิ้มเลย โอ้ ลูกเรานี่เมื่อก่อนสอนไม่ได้ แต่คุณยายสอนได้ พระที่วัดสอนได้ จนกระทั่งมีอยู่เรื่องหนึ่งเถียงกัน ก็ไม่ได้เถียงเรื่องอะไรหรอก ไอ้สก๊อตไบร์ทมันหายไป บอกว่าเอ๊ะพี่ๆ สก๊อตไบร์ทที่ตากไว้ทางนี้มันหายไปไหน นี่เพิ่งขัดคอห่านมานี่ ขัดส้วมมานี่ มันหายไปไหน พี่เขากำลังขัดกะทะขัดหม้ออย่างดีเลย แผ่นนี้ใช่ไหม โอ้ สก๊อตไบร์ทนั่นแหละ นี่มันก็เกิดขึ้นมา พลิกปฏิวัติอุปนิสัยได้ แล้วก็ขำกัน เพราะว่าสก๊อตไบร์ทขัดส้วมขัดคอห่าน นี่มาขัดกะทะขัดหม้อเสียแล้ว นี่ก็มี นี่คุณยายสอนนะ สอนให้พวกเราทำกัน อยู่ที่บ้านเป็นสุขุมมาลชาติ ไม่ยอมแตะงานบ้านเลย พอมาถึงคุณยาย คุณยายจับทำหมด ปรากฏกลับบ้านเป็นคนที่ช่วยงานแม่งานพ่อได้อย่างดี แล้วก็ยังได้เล่าถึงเรื่องของการที่ยายสอนให้พวกเรา รักบุญตักตวงบุญ ยายสอนบอก โอ๊ย บุญนี่มันไม่ต้องแบกไม่ต้องหามนะ ทำไปเถอะ ก็เหมือนกับที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยได้สอนเอาไว้ พูดเอาไว้ว่าเรามาเกิดเป็นมนุษย์ตักตวงบุญให้เต็มที่ หลวงพี่นี่รวบบุญใหญ่ๆ มาให้พวกเราทำทั้งนั้นแหละ เพราะจะทำบุญทั้งทีต้องให้ได้บุญใหญ่ให้มันคุ้ม เหมือนกับหลวงพ่อพาพวกเรามายืนอยู่ต่อหน้า ข้างหน้าเราน่ะเป็นทะเลบุญ ให้พวกเราตักให้จ้วง เอาไปให้เต็มที่เลย ไม่ต้องแบกไม่ต้องหาม ยายก็สอนมาแบบนี้แหละ แล้วก็ยังเล่าถึงบุคลิกส่วนตัวของยายว่ายายเป็นคนมักน้อย สันโดษ เรียบง่าย สมถะ นี่พูดถึงเรื่องส่วนตัวของยายนะ คุณยายจะเป็นคนแบบนั้น แต่ถ้ากับเรื่องของพระพุทธเจ้า พระรัตนตรัย พระศาสนา ของส่วนรวมแล้ว คุณยายใจใหญ่ ใหญ่มาก มากขนาดไหน มากขนาดตกใจ ใหญ่ขนาดไหน ใหญ่ตกใจ ไม่น่าเชื่อเลยว่าในรูปร่างผอมเกร็ง ผิวคล้ำของอุบาสิกาท่านนี้ ใจจะใหญ่ขนาดนี้ มันไม่ได้ใหญ่แค่วัดร้อยเก้าสิบหกไร่ มันไม่ใช่ใหญ่แค่ ๒,๐๐๐ ไร่ แต่มันใหญ่คับโลกเลย ใหญ่มากกว่าโลกอีก ใหญ่ตลอดจักรวาลเลย ยายนี่ต้องการที่จะไปทำให้ทุกคนเข้าถึงธรรมะให้ได้ เข้าถึงพระธรรมกายให้ได้ เข้าถึงพระรัตนตรัยในตัวให้ได้ ใจของยายใหญ่แบบนั้นนะ แล้วทำทุกสิ่งทุกอย่าง ถ้าเกี่ยวกับพระรัตนตรัย เกี่ยวกับพระพุทธเจ้าแล้ว ยายจะยกเอาไว้อย่างสูงสุดเลย ดูตัวอย่างง่ายๆ อย่างภาชนะ จาน ชาม ช้อน อะไรต่ออะไรพวกนี้แหละในครัว ยายจะแยกเอาไว้ว่านี่จานชามช้อน ภาชนะสำหรับพระนะ อันนี้จานชามช้อนภาชนะสำหรับฆราวาส แยกต่างหากให้เด็ดขาดเลย ไม่ให้ปะปนกัน แล้วถ้าเป็นภาชนะสำหรับบูชาข้าวพระพุทธ ยายจะแยกต่างหากเลย ห้ามแตะเด็ดขาด เอามาเลี้ยงพระก็ไม่ได้ เอาสำหรับพระพุทธอย่างเดียว อย่างที่เราเห็น ประณีตเป็นแก้ว จานแก้วเจียระไน ยายประณีตตรงจุดตรงนั้น แล้วปลูกฝังมาตั้งแต่สมัยก่อนอยู่บ้านธรรมประสิทธิ์ บ้านกัลยาณมิตรหลังที่ ๑ หลังที่ ๒ นั่นแหละ แล้วทุกคนจะประณีตมาก แย่งกันจัดดอกไม้ แย่งกันจัดภาชนะ จัดอาหารใส่ภาชนะบูชาข้าวพระกัน ตั้งใจเอาบุญกันเต็มที่เลย ด้วยความเคารพในพระรัตนตรัย เคารพในพระพุทธ อยากจะได้บุญเต็มที่ แล้วยายก็สอนอีกนะ เอาคำสอนยายง่ายๆ นี่แหละ บอกใครทำยังไง ก็ได้อย่างนั้นแหละ ยายพูดง่ายๆ อย่างนี้นะ แต่จริงๆ แล้ว ถ้าใครอยู่ใกล้ยายจะเข้าใจ ยายเคยเล่าให้ฟัง ตอนนั้นก่อเจดีย์ทรายกับคุณยายทองสุกตามประเพณีแหละ บอกของเราประเพณีก่อ ขนทรายเข้าวัด ก่อเจดีย์ทรายต่างจังหวัดยังมีอยู่ แต่ในกรุงเทพฯ จะหายากนิดหนึ่ง แต่สมัยนั้นยายทำ ยายก็ วิสัยของนักปราชญ์บัณฑิต วิสัยของนักสร้างบารมีฉลาดหาบุญ ถวายพระพุทธเจ้าสิ เอาเลย ตั้งใจก่อเจดีย์ทรายนี้แหละ แต่จะให้บุญหลายๆ ชั้น ก็ไปถวายพระพุทธเจ้า จิตน้อมไปดังในพระไตรปิฎกที่ว่าเอาแค่ดอกบวบนี่นะ ตั้งใจจะไปบูชาเจดีย์ก็ได้บุญเยอะแล้ว ละโลกไป ไปเกิดเป็นเทพธิดาเลย ในพระไตรปิฎกมีเรื่องเหล่านี้เยอะแยะ คุณยายก็ทำแบบนี้แหละ ว่าจะทำยังไงให้ได้บุญที่สุด แล้วยายก็ทำ ยายบอกเออทำได้แฮะ ได้บุญเยอะ เป็นทรายแล้วคราวนี้ บอกถ้าเอาข้าวไปถวายพระพุทธเจ้าดีไหม ถวายข้าวพระพุทธนี่แหละ ยายก็ลองทำดู โอ้ ทำได้ แต่ว่าตอนนั้นยายใช้จานสังกะสี ยายว่าเอ๊ะ ถวายจานสังกะสี มันกระเทาะ มันไม่เรียบร้อย ภาพที่ปรากฏขึ้นมานี่ สิ่งที่ยายเห็น มันก็กระเทาะ ถวายจานที่มันบิ่น มันก็บิ่น ถวายจานกระเบื้องที่ร้าวมันก็ได้ร้าว ยายเลย ตั้งแต่นั้นมายายจะทำภาชนะที่ประณีตไปถวายพระพุทธเจ้า นี่คือยายผู้ฉลาดในการหาบุญในการทำบุญ แล้ววันนั้นก็ได้พูดกันถึงเรื่องส่วนตัวของยายเอง ยายสมถะ ยายมักน้อย แต่เรื่องพระพุทธศาสนา เรื่องเกี่ยวกับพระพุทธเจ้า เรื่องเกี่ยวกับส่วนรวม เรื่องของการสร้างบารมีแล้ว ใจของยายใหญ่ ยายเป็นคนที่ไม่อิ่มในบุญ เหมือนกับทะเลไม่อิ่มด้วยน้ำ แม้แต่งานศพของคุณยาย ยายก็สั่งหลวงพ่อธัมมชโยเอาไว้ บอกว่าถ้ายายละโลกไปแล้วนี่ ไม่ต้องจัดพิธีใหญ่โตนะ สวด ๗ วันเสร็จก็เผาเลย จะได้ไม่ต้องป็นภาระ แต่ว่าหลวงพ่อบอกว่าทุกอย่างหลวงพ่อทำตามยายแนะ ยายสั่งยายสอนหมด แต่ว่าเรื่องการจัดงานศพ ๗ วันเผานี่ หลวงพ่อขอขัดใจยายเถอะ แล้วพวกเราพระ ลูกศิษย์ลูกหายาย ไม่ยอมกันน่ะ ไม่ยอม เพราะว่าพระคุณของคุณยาย มหาอุบาสิกาผู้มีอัจฉริยภาพ มีความมหัศจรรย์ในตัวเองขนาดนี้ เราทำได้ เพียงแค่ทำแค่นั้นได้อย่างไร เราต้องการบูชาคุณ แล้วยังพูดถึงคุณยายว่ายายน่ะเป็นคนรักบุญ ทำบุญจนกระทั่งในวินาทีสุดท้ายก่อนจะสิ้นลม ยายไปอย่างมีชัยชนะ เหมือนนักรบที่รบชนะแล้วกลับถิ่นเดิมของตัวเอง ประเทศเดิมของตัวเองที่วันนั้นได้พูดมาโดยสรุปก็เป็นแบบนี้แหละ มีเติมๆ กันมานิดหน่อย คราวนี้ก็อยากจะเล่าต่อไปถึงเรื่องที่ได้เจอกันมาตอนสมัยอยู่กับยาย ตอนสมัยอยู่บ้านธรรมประสิทธิ์นี่ บ้านธรรมประสิทธิ์อยู่ที่วัดปากน้ำ อาตมามาทันบ้านกัลยาณมิตรหลังที่ ๒ ไม่ทันบ้านกัลยาณมิตรหลังที่ ๑ บ้านกัลยาณมิตรหลังที่ ๒ นี่ เป็นบ้าน ๒ ชั้น เรือนไม้ ๒ ชั้น มีปูนคอนกรีตอยู่บ้างตรงฐาน กว้างประมาณ ๗ เมตร ยาวประมาณ ๑๒ เมตร เรียบๆ ง่ายๆ แต่สะอาดแล้วก็เกลี้ยง ถ้าหากว่าพวกเราไป เราจะไม่รู้เลยว่าห้องนอนยายอยู่ตรงไหน ยายนอนตรงไหน จะไม่รู้เลย เพราะทุกอย่างเกลี้ยงหมดเลย ยายไม่มีห้องเฉพาะหรอกที่เป็นห้องนอนน่ะ แต่ยายนอนเหมือนพระธุดงค์ อยากจะใช้คำว่าพระธุดงค์ ยายกางมุ้งนอน แต่ที่อาตมาไปเจอ ไม่เคยเห็นมุ้งยายเลย ทุกอย่างเกลี้ยง สะอาด ไปตอน ๗ โมงเช้า ก็เห็นลักษณะแบบนี้แหละ ทุกอย่างเรียบเกลี้ยงง่าย ไปตอนเพลก็เห็นแบบนี้แหละ คนมีแต่เพิ่มขึ้นมานั่งสมาธิปฏิบัติธรรม ไปถึงตอนเย็นจนถึงนั่งสมาธิก็เป็นแบบนี้ ถึง ๓ ทุ่ม แยกย้ายกันกลับ ก็เป็นแบบนี้ ไม่เคยเห็นยายกางมุ้งให้เห็นเลยว่ายายกางมุ้งนอนที่ไหน ไม่เห็นเลย ทั้งวันที่ปรากฏสายตาของญาติโยมลูกศิษย์ที่ไปเห็น มันเป็นแบบนั้น อย่างหนึ่งที่พบอีกอย่างหนึ่ง คือพวกเราสังเกตไหมว่ายายนั่งสมาธิ ที่เราเจอนี่ เจออิริยาบถของยาย มียืน มีเดิน มีนั่ง นอนนี่ไม่เคยเห็น ยายนั่ง มีนั่งอยู่ก็คือนั่งพับเพียบ หรือไม่ก็นั่งขัดสมาธิ ขัดสมาธิแบบนี้ หรือนั่งบนเก้าอี้ ไม่เคยเห็นยายนั่งไขว่ห้าง นี่เป็นเรื่องแปลก ถามดูซิพวกเราที่ติดสอยห้อยตามยายมาน่ะ ใครเคยเห็นยายนั่งไขว่ห้างไหม หรือไปดูก็ได้ ดูหลวงพ่อธัมมชโยเรา เคยเห็นพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยนั่งไขว่ห้างไหม นี่เป็นข้อสังเกต คุณยายเป็นยังไง หลวงพ่อธัมมะเป็นอย่างนั้นเลย ไม่นั่งไขว่ห้าง จะไม่เห็นเลย ยายนั่งสมาธิมาก เวลานั่งสมาธิยายนั่งตัวตรง ตรงมากเลย รูปหล่อทองคำของยายเป็นยังไง อย่างนั้นน่ะ นั่นคือธรรมชาติของยาย ยายจะนั่งตัวตรง นั่งสมาธิกับหลวงพ่อมาก มากๆ เลย จนกระทั่งตาตุ่มที่ถูกกดทับมันเป็นตาปลา เขาเรียกว่าอะไรนะมันเป็นตุ่มแล้วมันมีน้ำอยู่ข้างใน ปวดเหมือนกัน มันช้ำอยู่ข้างใน ตอนนั้นด้วยความเคารพและความกตัญญูกตเวทีของหลวงพ่อทัตตชีโว ท่านก็จะรักษายาย เอาสมุนไพรเอาไอ้ขี้วัวดำ ขี้ของวัวดำนะผสมกับฤาษี แล้วผสมกับเหล้าโรงหรืออะไรนี่ ต้องถามท่านอีกทีหนึ่ง ไปโปะ โปะทุกวัน แล้วดูดจนกระทั่งยายหาย นี่ความกตัญญูกตเวทีที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโวทำให้เราเห็น แต่อยากจะชี้ให้เราเห็นว่า ยายนั่งสมาธิจนกระทั่งมันเกิดการกดทับ จนกระทั่งมันช้ำอยู่ที่ตาตุ่ม ยายนั่งกันขนาดไหน พวกเราดูก็แล้วกัน อาสนะที่นิ่มๆ อะไรต่ออะไรพวกนี้ ไม่เคยมีหรอกสมัยก่อนนะ ยายนั่งกันมาก นั่งนานจนกระทั่งมันเป็นตุ่ม แล้วก็การที่ยายนั่งสมาธิตัวตรง ครั้งหนึ่งยายไม่สบาย ตอนนั้นยายกรำงานหนัก กรำงานหนักจนกระทั่งเป็นโรคขาดอาหาร ต้องเข้าโรงพยาบาลไปหาหมอ ลูกศิษย์ลูกหาไม่ยอมให้ยายเดิน พาเข้าโรงพยาบาล หมอไปเอ๊กซเรย์ทางกระดูก ทางกะโหลกศีรษะ ทางต้นคอ กระดูกสันหลัง หมอเขาเห็น อ่านเอ๊กซเรย์ ดูฟิล์มแล้ว เขาบอกคุณยายนี่อายุขนาดนี้ แต่ข้อต่อกระดูกตรงคอนี่ไม่มีช้ำเลย ไม่มีคดไม่มีเบี้ยวเลย ตรงแน่วเลย หายากมากเลย เป็นกระดูกต้นคอที่สมบูรณ์มาก นี่คือลักษณะอย่างหนึ่งที่เกิดจากการปฏิบัติธรรม การนั่งสมาธิ การนั่งตัวตรงของคุณยาย พวกเราถ้าอยากจะได้กระดูกสันหลังตรงๆ หัดนั่งสมาธิเยอะๆ แล้วนั่งตัวตรงๆ นะ นั่งให้เป็นนิสัย แต่ว่าถ้าจิตมันดิ่งลง ตัวมันตรงเอง เป็นเรื่องแปลกดีเหมือนกัน แล้วก็สิ่งที่เราเห็นอีกอย่างที่บ้านธรรมประสิทธิ์ที่คุณยายอยู่น่ะ ที่หน้าบ้านก่อนเข้าประตูบ้านจะมีถังคูลเล่อร์ มีถาดแก้วน้ำที่ยังไม่ได้ใช้ ล้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว อีกถาดหนึ่งเป็นถาดสำหรับแก้วน้ำที่ใช้แล้ว แล้ววาง แก้วที่ยังไม่ใช้จะคว่ำ แก้วที่ใช้แล้วจะหงาย อยู่กันคนละถาด แก้วนี่ไม่ใช่สวยงาม ไม่ใช่เป็นคริสตัล หรือแก้วเจียระไนอะไร ไม่ใช่นะ เป็นแก้วธรรมดาๆ นั่นเอง บางทีมียี่ห้อยา อะไรต่ออะไรหลากหลายเลยแหละ ไม่ใช่เป็นของราคาแพง มีราคาหลายสตางค์อะไร ไม่ใช่เลย บางทีเป็นของแถมของชำร่วย แต่เป็นแก้วที่สะอาด แล้วดื่มได้อย่างสนิทใจ ใครไปใครมาเยี่ยมยาย มากราบยาย หิวน้ำ ยายชี้ โน่นน้ำ น้ำอยู่ข้างหน้า ดื่มได้ เชิญดื่มเอง จะดื่มมากดื่มน้อย บริการตัวเอง ช่วยตัวเอง ยายแยกคนด้วยศีล ไม่ได้แยกด้วยเงินทองหรือศักดิ์ ฐานะ ตำแหน่ง คุณหญิง คุณนายที่กราบยายน่ะ ก็เหมือนกับเด็กๆ พวกน้องๆ หรือว่าพวกอุบาสก อุบาสิกาที่ไปกราบยาย เหมือนกัน ศีล ๕ เสมอกัน ไม่ได้แยกกันอย่างอื่นเลย แยกกันด้วยศีล แล้วยายก็บอกอย่างหนึ่ง ยายพูดให้ฟัง ยายบอกว่าเมื่อก่อนอยู่วัดปากน้ำ ทำวัตรสวดมนต์เย็นเสร็จแล้ว ออกจากโบสถ์มา ก็ประมาณสักใกล้ๆ ๖ โมง ก็มานั่งบ้านธรรมประสิทธิ์ ยายก็จะเตรียมน้ำปานะ แล้วก็จะเตรียมลูกสมอสำหรับเป็นยาระบาย ขมๆ ฝาดๆ เปรี้ยวๆ แล้วก็มีน้ำปานะ บางทีก็น้ำส้มคั้นบ้าง น้ำลำใยบ้าง น้ำปานะก็เปลี่ยนไปเรื่อย ยายก็มักจะเล่าธรรมะให้ฟังก่อนที่จะขึ้นไปนั่งสมาธิ ก็มีเวลาประมาณสักครึ่งชั่วโมง ๔๕ นาที หลวงพ่อธัมมะ หลวงพ่อทัตตะ หลวงพี่ฐิติ ก็จะนั่งคุยกัน ตอนนั้น ยายก็จะเล่าอะไรให้ฟัง ยายบอกว่า มีคนมากราบยาย ยายดูไม่ออกนะ ว่าสวยเป็นยังไง หล่อน่ะเป็นยังไง คนที่มากราบยาย ยายดูไม่ออก คนนี้สวยนะ คนนี้หล่อนะ ยายดูไม่ออก ยายดูออกแต่ว่าคนนี้มีบุญมาก คนนี้มีบุญน้อย ใครไปหายาย ยายมองทะลุเลย ทะลุถึงดวงบุญในตัว แล้วมันลึกยิ่งกว่านั้นอีก เรียกว่าทักทีสะดุ้งก็แล้วกัน เอ๊ะ ยายรู้ได้ยังไง จะเกิดขึ้นแบบนี้ตลอดเวลาเลยสำหรับคนที่ไปกราบยายใหม่ๆ เอ๊ะใครมาบอกยายก่อนหรือเปล่า อันนี้เป็นเรื่องปกติของยายแล้วนะ หลวงพ่อเล่าให้ฟัง หลวงพ่อวัดปากน้ำเคย ถามคุณยายว่าลูกจันทร์ ไอ้ปลาสลิดน่ะมันอร่อยตรงไหน คุณยายตอบไม่ถูก ไอ้ปลาสลิดที่ทานกับข้าวนี่แหละ มันอร่อยตรงไหน ยายรู้แต่ว่าทานให้อิ่ม ทานให้อิ่มแล้วจะได้มีกำลังไปนั่งสมาธิ ไม่โอ้เอ้ ยายไม่ติดรสอาหารเลย ขอให้มีอาหารทาน เป็นกำลังสำหรับสร้างความดีเท่านั้นเอง นี่คือคุณยายเรานะอาจารย์ของเรา อีกเรื่องหนึ่ง เมื่อก่อนอ่านพระไตรปิฎก แล้วก็นึกว่าเอ๊ะเป็นไปได้ยังไง พระราหุล ตอนนั้นบวชเป็นสามเณรแล้ว ครั้งหนึ่งพระพุทธเจ้าเสด็จไปกับสงฆ์หมู่ใหญ่ ไปที่เมืองหนึ่งมีวัดอยู่ พระพุทธเจ้า และพระทุกรูป มีกุฏิมีที่พักหมด สามเณรราหุลไปทีหลังหาที่นอนไม่ได้ ต้องไปนอนในส้วม ส้วมของพระพุทธเจ้า เวจกุฎี ตอนนั้นส้วมก็คงไม่มีชักโครก ไม่มีส้วมซึม มันคงเป็นส้วมหลุม เอ๊ะ แต่ว่าจะนอนได้ยังไง แล้วพระราหุลนี่ ไม่ใช่มาแบบธรรมดานะ ท่านคือลูกกษัตริย์ เจ้าชายนะ แล้วมานอนในส้วมได้ยังไง มีโยมคนหนึ่งไปประเทศภูฐาน ลักษณะของชั้นผู้ใหญ่ก็ยังเป็นแบบนั้นอยู่เยอะนะ ระดับผู้ใหญ่ในวัง กษัตริย์ของภูฐาน ก็ยังมีลักษณะส้วมหลุมแบบโบราณอยู่ แต่เขาบอกว่าไม่น่ารังเกียจ เพราะว่าเขาจะโรยประดับด้วย ดอกไม้หอม แล้วก็มีกรวด มีทรายเกลี่ย มีกรวดเกลี่ยให้ดูเกลี้ยงดูสะอาด แล้วไม่มีกลิ่น พอเสร็จธุระแล้วเขาจะโรยด้วยอะไรสักอย่างหนึ่ง เขาเล่าให้ฟัง แต่ว่ามันอยู่ในใจของเรา โอ้โฮ พระราหุลไปนอนในส้วม นอนได้ยังไง แต่มีบันทึกไว้ในพระไตรปิฎก ตอนเช้าพระพุทธเจ้าหรือพระโดยธรรมเนียมของพระจะเข้าส้วม ก็จะให้สัญญาณกันก่อน มาถึงก็กระแอ้ม (เสียงกระแอม) ถ้าหากว่ามีคนอยู่ข้างใน กำลังใช้ส้วมอยู่ ก็จะต้องกระแอ้ม (เสียงกระแอม) ตอบ ถ้าเงียบเปิดพั่วะเข้ามาเลย แสดงว่าไม่มี แต่ถ้ามีคนอยู่ ก็ต้องมีส่งสัญญาณ (เสียงกระแอม) ตอบมาให้รู้ว่าเออ มีคนอยู่ในส้วมนะ แต่ว่านั่นสิ่งที่เราอยู่ในใจของอาตมาที่อ่านพระไตรปิฎกเจอ มาเจอที่บ้านธรรมประสิทธิ์ เออห้องส้วมของยายมันสะอาด มันแห้ง แล้วมันเป็นที่สาธารณะ คือลูกศิษย์ลูกหามาเข้าส้วมนี้ หลวงพ่อมา คุณยายมา ก็ใช้ส้วมนี้แหละ แต่มันสะอาด มันแห้ง แล้วไม่ใช่เป็นส้วมวิลิศมาหรา แพงๆ อะไรไม่ใช่นะ เป็นส้วมนั่งยองๆ แต่สะอาด เรียกว่าพื้นทำด้วยหินขัด ไม่ได้ปูกระเบื้องหินขัด แห้ง สะอาด แล้วไม่มีกลิ่นอับเลย ให้นอนที่นั่นนอนได้ นอนได้เลย สะอาดขนาดนั้น นี่คือบ้าน ห้องส้วมที่บ้านธรรมประสิทธิ์ที่เจอ เล่าเรื่องคุณยายให้พวกเราฟัง พอเป็นเกร็ดเป็นข้อคิด เผื่อพวกเราจะได้นำไปปรับใช้ในชีวิตของเรา ไปเป็นกำลังใจในการดำเนินชีวิต ในการต่อสู้ชีวิต ในภาวะที่หนักหน่วงแบบนี้ แล้วตอนนี้เพื่อที่จะให้เป็นการบูชาคุณยาย พวกเรานั่งสมาธิกันสักครู่หนึ่ง นั่งเข้าที่กัน ตรึกนึกถึงคุณยายนะ ตอนนี้คุณยายอยู่ในใจของพวกเรา ข่ายญาณของคุณยาย คอยสอดส่องดูแลลูกๆ หลานๆ ของคุณยาย ถ้าหากว่าพวกเราคิดถึงยาย ก็ขอให้นั่งธรรมะ ถ้าเรารักยาย ก็ให้รักการนั่งธรรมะ นี่คือสิ่งที่ยายสั่งเอาไว้ ให้คุณยายมาอยู่ในใจของพวกเรา ให้เราไปอยู่ในใจของคุณยาย อยู่ในข่ายญาณของยาย ให้คุณธรรมที่คุณยายมีอยู่ให้เกิดขึ้นในตัวพวกเราด้วย ขอให้เราได้คิดแบบยาย ได้พูดแบบยาย ได้ทำแบบยาย แล้วเราก็จะเป็นแบบยาย ให้ใจของเราเป็นหนึ่งเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับคุณยาย บุญกุศลที่พวกเราทำมาแล้วทั้งหมด แม้จะมีน้อยนิด ถ้าเทียบกับยายแล้วน้อยนิดเหลือเกิน แต่ด้วยความกตัญญูกตเวที เราขอบูชา ขออุทิศให้คุณยาย ขอให้คุณยาย มีบารมีมากๆ ยิ่งๆ ขึ้นไป เราขอบารมีคุณยายมาปกปักษ์รักษาพวกเรา คุ้มครองพวกเรา เราอยู่ที่นี่ ยายเป็นครูสอน สอนพวกเรา ยายทำตัวเองได้ ยายทำให้พวกเราดูได้ ยายสอนเราได้ ตอนนี้สรีระของยายน่ะได้รับการยกย่องเชิดชูอย่างสูงสุดเท่าที่เราลูกศิษย์ลูกหาจะทำให้ยายได้ ยายมองไปที่เจดีย์ หน้าของยายมองไปที่เจดีย์ เจดีย์ที่ยายสร้าง ยายตั้งใจสร้าง ใจของยายจรดจ่ออยู่ที่ธรรมกายเจดีย์ ระหว่างที่ก่อสร้างยายก็แวะเวียนไปเยี่ยม นั่งรถไปเยี่ยมบ่อยๆ ไปดูความคืบหน้าของการสร้างธรรมกายเจดีย์สม่ำเสมอตลอดเวลา ตอนนี้ธรรมกายเจดีย์สร้างเสร็จแล้ว ยายดีอยู่ทันฉลอง แต่ความสมบูรณ์ของเจดีย์ยังไม่ครบ ถ้าหากว่าลานธรรมยังไม่เสร็จ ยายอยากจะอยู่ต่อ ทำลานเจดีย์ให้สมบูรณ์ ทำให้เสร็จ แต่ว่าสังขาร สังขารของยายไม่ไหวจริงๆ ยายก็อดทนกันเต็มที่แล้ว แต่มันไม่ไหว ยายละสังขารนี้ไปก่อนที่เจดีย์จะเสร็จสมบูรณ์ ลานธรรมจะสร้างเสร็จ ก็เหลือแต่พวกเราที่อยู่รุ่นลูกรุ่นหลานนี่ จะต้องเสริมสร้างปณิธานของยายต่อให้จบให้เสร็จ ใจของยายใหญ่ ยายจะสร้างลานธรรมรอบมหาธรรมกายเจดีย์ให้เต็ม บูชาคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ บูชาพระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ ทุกๆ พระนิพพาน ให้พวกเราใจจรดนิ่ง แล้วตรึกนึกถึงคุณธรรมของคุณยาย คุณความดีของคุณยาย ความต้องการของคุณยาย และช่วยกันทำให้สำเร็จ หน้า PAGE 12 430930FW-CNT