เขตใน
ปี พ.ศ. 2564
ความรุ่งเรืองของหมู่คณะ คือ การที่ทุกคนเข้าถึงพระธรรมกายในตัว
---------------------------------------
ใครนั่งธรรมะทุกวัน จะอยู่ในสายตาชาวสวรรค์กันทุกคน เทวดาจะคอยอนุโมทนา เพราะเป็นทางมาแห่งบุญ (ทบทวนโอวาทในอดีต)
-----------------------------------------
ทหารเก่า ไม่มีวันปลดประจำการ สู้จนกว่ามารจะพ่าย (ทบทวนโอวาทในอดีต)
------------------------------------------
641004
สมาชิกเขตในให้ตั้งใจนั่งธรรมะกันให้ละเอียด ต้องรีบ ๆ นั่งกันทั้งองค์กร ให้เอาใจเป็นบุญเป็นกุศลอย่าไปคิดเรื่องอื่น ซึ่งในภาวะนี้ให้เอาบุญเป็นที่พึ่ง อย่าเอาใจไปติดกับกะโหลกกะลา เพราะไม่เกิดประโยชน์ ให้เอาใจมาอยู่กับเพชรนิลจินดา
รัตนะ คือ เพชรนิลจินดา พุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ ให้นึกถึงแต่เรื่องรัตนะ ส่วนเรื่องกะโหลกกะลาไม่ต้องไปนึกถึง..ชัดไหม!!
------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ทบทวนโอวาทวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ.2564
เรื่องส่วนตัวให้วางอุเบกขา เรื่องพระศาสนาต้องเอาอุเบกขาวาง แล้วก็ลุยเลย เราต้องช่วยกันปกป้องพระศาสนา ไม่เช่นนั้นเดี๋ยวจะกลายเป็นอดีตเมืองพุทธ ชาวพุทธ-ชาวพระต้องตื่นตัว
การทำหน้าที่ปกป้องพระศาสนานี้ได้อานิสงส์ใหญ่ ได้บุญบารมีเยอะ เพราะพระศาสนาสอนให้คนละชั่วทำดีทำใจให้บริสุทธิ์ ถ้าเราปกป้องก็จะทำจิตของเราให้บริสุทธิ์ยิ่ง ๆ ขึ้นไป
ซึ่งคำสอนในพระพุทธศาสนาจะทำให้ไปสู่เป้าหมายปลางทางของชีวิตได้ ผู้ที่ออกมาทำหน้าที่จะได้อานิสงส์อัปปมาณังเลย คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นคำสอนที่ประเสริฐเลิศที่สุด เพราะจะทำให้ดับทุกข์ได้ มีสุขในปัจจุบัน
ซึ่งจะทำให้ผู้ที่ออกมาปกป้องจิตจะบริสุทธิ์ไปเรื่อย ๆ จะปิดประตูอบาย เปิดประตูสวรรค์ ไปนิพพาน มีสุขในปัจจุบัน ชีวิตก็จะสมบูรณ์ เราต้องมีส่วนตรงนี้ ไม่อย่างนั้นวิญญาณปู่จะร้อง ให้ลูกหลาน...
ดังนั้น..เรื่องส่วนตัวให้วางอุเบกขา เรื่องพระศาสนาต้องเอาอุเบกขาวาง แล้วก็พร้อมลุย!!
ทบทวนโอวาทวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ.2564
เราต้องช่วยกันปกป้องพระศาสนา เพราะคำสอนนี้ปิดประตูอบาย เปิดหนทางสวรรค์และนิพพาน ถ้าไม่มีคำสอนนี้ สิ่งเหล่านี้ก็จะสูญพันธุ์ แปลว่า “การเกิดมาเป็นมนุษย์สูญเปล่า” เพราะไม่มีแนวทางในการดำเนินชีวิตที่ถูกต้องอย่างสมบูรณ์
ดังนั้น..คำสอนความรู้เหล่านี้ไม่ควรจะสูญพันธุ์ ซึ่งคำสอนความรู้เหล่านี้ถูกเก็บเอาไว้ในพระพุทธศาสนา พระศาสนาก็คือ “พระ” นั่นแหละ
ซึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านดับขันธปรินิพพานนานแล้ว เหลือคำสอนเอาไว้แทนตัวท่าน แต่ถ้าไม่มีผู้รักษาเอาไว้ คำสอนนั้นก็จะสูญพันธุ์ เพราะฉะนั้น..สิ่งที่ต้องรักษาเอาไว้ในตอนนี้คือ “รักษาพระ”การที่รักษาพระก็คือรักษาคำสอน ถ้าไม่ช่วยกัน “คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถูกเก็บหมด”
ดังนั้น..ในเมื่อภัยเกิดขึ้นกับพระศาสนาแล้ว เราอย่าไปเดินเอ้อระเหยลอยชาย เรื่องส่วนตัวให้วางอุเบกขา เรื่องพระศาสนาต้องเอาอุเบกขาวาง แล้วก็พร้อมลุย!!
ทบทวนโอวาทวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ.2564 EP.2
ถ้าหากเราไม่ช่วยกันปกป้องพระศาสนา ก็จะทำให้พระศาสนาหมดไปจากผืนแผ่นดินไทย ดังนั้น..ชาวพุทธต้องตื่นตัวกันให้มากกว่านี้ ให้ตื่นตัวกันไปทั่วโลก เพราะถ้าหากพระศาสนาอยู่ไม่ได้ ชาวพุทธก็ไม่มี วิญญาณปู่จะร้องเช้า ร้องเย็น ต้องรีบด่วนเลย เพราะชาวพุทธมีตั้งหลายล้าน ซึ่งวิญญาณปู่บอกผ่านให้ลูกหลานทำหน้าที่ปกป้องพระศาสนา
ซึ่งวิญญาณปู่แตกตื่นกันมากเลย แม้อยู่ในภพของสุคติภูมิแต่ก็เร่าร้อน เพราะภพสุคติโลกสวรรค์จะต้องเป็นสุข แต่ไม่เป็นอย่างนั้นเพราะพระศาสนากำลังมีภัย
ดังนั้น..เรื่องส่วนตัวให้วางอุเบกขา เรื่องพระศาสนาต้องเอาอุเบกขาวาง แล้วก็พร้อมลุย!!
ทบทวนโอวาทวันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ.2564
เรื่องส่วนตัวให้วางอุเบกขา เรื่องพระศาสนาให้เอาอุเบกขาวาง สู้ก็ตาย ไม่สู้ก็ตาย แต่ถ้าสู้เราจะไม่ตาย
ทบทวนโอวาทวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ.2564
ชาวพุทธต้องรีบตื่นตัวในการทำหน้าที่ปกป้องพระศาสนา ต้องกระทุ้งเยอะ ๆ ยาว ๆ เรื่องส่วนตัวให้วางอุเบกขา เรื่องพระศาสนาให้เอาอุเบกขาวาง ซึ่งพระศาสนาจะสูญสิ้นหายจากผืนแผ่นดินไทยไม่ได้ เราต้องช่วยกันทำหน้าที่ปกป้อง ให้พวกที่จ้องจะทำลายพระศาสนาสูญสิ้นไป
ต้องลุยด้วยโซเชียล ไม่อย่างนั้นจะมีโซเชียลเอาไว้ทำไมกัน ซึ่งโซเชียลเอาไว้สร้างกุศลธรรม ให้ถูกต้องและดีงาม เพื่อปกป้องพระศาสนา เพราะกว่าจะมีการบังเกิดขึ้นของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายากมาก
เราต้องตื่นตัว ไม่ว่าพวกที่จะทำลายพระศาสนามาไม้ไหน แต่เรามีเหล็ก ซึ่งเหล็กของเราก็คือ “หลักการ” ในการปกป้องพระศาสนา ให้เราเอาหลักการเข้าสู้
เราไม่อายฟ้าอายดินกันหรือ ถ้าหากพระพุทธศาสนามาล่มสลายในยุคของเรา ดังนั้น..เราต้องสู้!! พระพุทธศาสนาจะมาล่มสลายในยุคของเราไม่ได้ ยุคของเราต้องมีแต่รุ่ง..ไม่ใช่ล่ม
พระพุทธศาสนาจะมาล่มไม่ได้
ทบทวนโอวาทวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ.2564
โซเชียลต้องลุยด่วน อย่าวางอุเบกขาในการทำหน้าที่ปกป้องพระศาสนา ต้องด่วนจี๋เลย ใครหลับอยู่ต้องตื่นขึ้นมา ทั้งหมดทุกหนทุกแห่ง ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่ ตั้งแต่ผู้ใหญ่จนถึงเด็ก
ต้องมีจิตสำนึกรักความถูกต้อง รักเหตุรักผล ในการทำหน้าที่ปกป้องพระศาสนา ให้ออกมากระจายข่าวปกป้องพระศาสนา ให้ยืนอยู่ข้างที่ถูกต้อง
ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ต้องออกมา ต้องด่วนจี๋ เรามีโชเชียลเอาไว้ทำไม ต้องกระจายข่าวในสิ่งที่ถูกต้องดีงาม อะไรที่ไม่ถูกต้องต้องรีบแก้ไข
ถ้าเราไม่รีบแก้ไขจากจุดนี้ก็จะไปเรื่อย นี่แหละต้นเหตุของประเทศอดีตเมืองพุทธ อีกหน่อยจะเป็นประเทศอดีตเมืองพุทธ
ต้องถามเลยว่า เราจะยอมได้ไหมที่จะปล่อยให้พระศาสนาล่มสลายในยุคของเรา
ทบทวนโอวาทวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ.2564 EP.2
โซเชียลมีเดียทุกช่องทางต้องลุยด่วน!!
ทำหน้าที่กระจายข่าวความถูกต้องในการปกป้องพระพุทธศาสนา ต้องให้เกิดกระแสข่าวความยุติธรรมผ่านโซเชียลมีเดีย
ต้องกระทุ้งให้กระจายออกไป ต้องให้เกิดสิ่งที่ดีงามในทางพระพุทธศาสนาให้ได้ ให้เกิดความถูกต้องดีงามขึ้น ใครที่ดูเรื่องโซเชียลมีเดียต้องช่วยกันลุย
อะไรกัน! พระพุทธศาสนาจะมาเสื่อมสลายในยุคการสร้างบารมีของเราไม่ได้
ทบทวนโอวาทวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ.2564 EP.3
ใครที่ทำหน้าที่ใช้โซเชียล ต้องลุยด่วนจี๋ ทั่วโลกเลย ต้องสู้ให้ชนะ เราต้องช่วยกันปกป้องพระศาสนา เรื่องนี้เราจะอยู่เงียบ ๆ ไม่ได้ พระจะอยู่เงียบไม่ได้ ชาวพุทธจะอยู่เงียบ ๆ ไม่ได้
ต้องรีบลุย!! ใครไม่ลุยนะ คืนนี้อย่าหลับเป็นสุขเลย
เมื่อพระศาสนากำลังมีภัย วิญญาณปู่ร้องแล้ว เพราะวิญญาณปู่เอาพระพุทธศาสนาเข้ามาในผืนแผ่นดินไทย ดังนั้น..เรื่องส่วนตัวให้วางอุเบกขา เรื่องพระศาสนาต้องเอาอุเบกขาวาง แล้วก็ลุยเลย!!
ทบทวนโอวาทวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ.2564
โซเชียลมาเพื่อการนี้ ให้รวมทีมกันเลย เพื่อปกป้องพระศาสนา เราต้องมีใจรักในการปกป้องพระศาสนา จะรบยังไงก็ได้ แต่ต้องสู้ให้ได้ และต้องสู้ให้ชนะ “สู้ด้วยดวงปัญญา ต้องให้ฉลาด รอบรู้ สู้งาน ปฏิภาณไว ใจบริสุทธิ์”
ส่วนการคอมเม้นท์ก็ให้เขียนในเชิงวิเคราะห์วิจารณ์ เพราะการวิเคราะห์วิจารณ์จะทำให้ส่งต่อไป แล้วจะทำให้เกิดการตื่นตัวในการปกป้องพระศาสนา
ทบทวนโอวาทวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ.2564
มาช่วยกันปกป้องพระศาสนา เรื่องส่วนตัวให้วางอุเบกขา เรื่องพระศาสนาให้เอาอุเบกขาวาง พร้อมลุย
ส่วนซูมก็ให้เป็นเรื่องของงานบุญ สวดมนต์ นั่งสมาธิ ฟังธรรม ให้ทำไปตามธรรมชาติ ตามปรกติ โดยช่วงนี้ไม่มีการกำหนดเป้า
แต่ให้มาเน้นในการทำหน้าที่ปกป้องพระศาสนาผ่านโซเชียล ให้เกิดการตื่นตัว รักในการปกป้องพระศาสนา ให้กว้างไกลไปทั่วโลก ให้รวมทีมระดับแชมป์ ให้เยอะๆ
แต่เอาให้ปลอดภัยก่อน Safety First เราปลอดภัย พระศาสนาก็ปลอดภัย ระมัดระวัง ให้ไปหาวิธีการเอา นโยบายเป็นของใครคนหนึ่งแต่วิธีการเป็นของพวกเรา
นโยบายคือ “Safety First, รอบคอบ และได้ชัยชนะ”
ปล.จากทบทวนโอวาททั้งหมดเป็นเพียงแค่ส่วนเล็ก ๆ เท่านั้น!! ที่พอจะถ่ายทอดออกมาให้กับสมาชิกเขตในได้ แต่จะเห็นได้ว่า..ส่วนกลางให้ความสำคัญกับภารกิจนี้มาก ดังนั้น..สมาชิกเขตในทุกคน มารวมใจกันทำภารกิจปกป้องพระศาสนา
โดยยึดหลัก คือ ให้ใช้สติปัญญา “Safety First, รอบคอบ และได้ชัยชนะ”
--------------------------------------------------------------------------------
ทบทวนโอวาท 641014 (สำหรับประชุมสมาชิกเขตใน)
สถานการณ์ในตอนนี้ ก็เหมือนตอนในยุคสมัยของพระเดชพระคุณหลวงปู่พระผู้ปราบมาร ตอนนี้ศึกมาประชิดแล้ว พระศาสนากำลังมีภัย เราต้องทำหน้าที่ปกป้องพระศาสนา
แต่ก็ต้องรบด้วยอารมณ์บันเทิง ทำใจให้เป็นสุข ซึ่งมนุษย์เป็นเพียงหุ่นเชิดบุญและบาป เราเป็นแค่หุ่นเท่านั้น เราต้องเปิดโอกาสให้บุญเชิดตลอด เราต้องสู้ด้วยดวงปัญญา ปกป้องพระศาสนา แต่อย่าสู้ด้วยปัญหา ต้องสู้ให้ชนะ
พญามารนั่นแหละคือหุ่นเชิดในการทำลายพระศาสนา เอากิเลสมาบังคับมนุษย์ให้สร้างกรรม ซึ่งถ้าจะให้บุญเชิดตลอด คือ “ต้องหยุดเป็นตัวสำเร็จ” ซึ่งที่พญามารมาทำลายพระศาสนา เพื่อให้ใจของเราไม่มีความสุข เพราะถ้าหากใจมีความสุขเราก็จะหยุดได้ ในเมื่อเรารู้ว่าวัตถุประสงค์เพื่อทำให้ใจของเราไม่มีความสุข เราก็ต้องสวนกลับไปเลย คือ ให้มีความสุขยกกำลังอินฟินิตี้ พญามารอยากทำให้เราทุกข์ เราก็ต้องเอาความสุขสวนไปเลย
แต่ถ้าหากใจของเราเป็นทุกข์แสดงว่ามารมันอยู่ในตัวเราแล้ว มันเข้ามาสิงในจิตใจเราแล้ว เราต้องปัดฉิวทิ้งไป เราต้องสุขอย่างเดียว ไปถึงขั้นเอกันตบรมสุข สุขระดับมหาก็ไม่ได้ ต้องเอกันตบรมสุข
แม้การทำหน้าที่ปกป้องพระศาสนา ใจเราก็ต้องมีความสุข ปกป้องพระศาสนาอย่างมีความสุข ต้องขจัดความทุกข์ออกไป อะไรที่ต้นเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ต้องขจัดออกไป เมื่อเรารู้แล้วว่า วัตถุประสงค์ของพญามารต้องการทำให้ใจของเราหมอง แต่ถ้าใจของเราไม่หมอง มันทำไม่สำเร็จ ต้องให้มันทำอะไรเราไม่ได้
ดังนั้น..เราต้องปลื้มในการทำหน้าที่ปกป้องพระศาสนา ทำไปด้วยก็ต้องสุขใจไปด้วย ไม่ใช่ทำไปกลุ้มใจไป ส่วนวิธีการจะทำยังไงก็ได้ แต่อย่าให้ใจของเราหมอง
การทำหน้าที่ปกป้องพระศาสนาสำคัญมาก คำสอนในพระพุทธศาสนาเป็นคำสอนที่จะทำให้หลุดพ้นจากความทุกข์ทรมานของชีวิต
ดังนั้น.. เราต้องทำหน้าที่ด้วยความปลื้มปีติใจ ในการรักษาพระศาสนา ใจเราต้องใส สู้ให้ถูกหลักวิชชา ให้รบด้วยอารมณ์บันเทิง และด้วยสติปัญญานะ
******************************************************
สำหรับสมาชิกเขตใน (22/10/64)
พระต้องทำตนให้เป็นแหล่งแห่งเนื้อนาบุญ ไม่ใช่น้ำนาบุญ พระต้องเข้าถึงความสุขความบริสุทธิ์ก่อน ต้องทำตัวเราให้เป็นเนื้อนาบุญ ทำตัวเราให้บริสุทธิ์ ทำประโยชน์ตนให้สมบูรณ์ ถึงจะเป็นแหล่งแห่งเนื้อนาบุญได้
ต้องบำเพ็ญสมณธรรม ไม่ทำแบบนี้ ไม่ทำอย่างนี้ระวังจะเป็นหนี้ อิณบริโภค (อิ-นะ-บอ-ริ-โพก) บริโภคด้วยความเป็นหนี้ ต้องเป็นเนื้อดีกว่าหนี้
พระก็ต้องฝึกกายกับใจเป็นหนึ่ง เพราะเป็นทางของพระ
ดังนั้น..ตั้งแต่ตื่นจากจำวัด ก็ต้องทำความบริสุทธิ์ ตั้งผังสำเร็จ
วันนี้เราจะดีขึ้น เราจะดีขึ้นเรื่อย ๆ
วันนี้เราจะบริสุทธิ์ขึ้น บริสุทธิ์ขึ้นเรื่อย ๆ
พระต้องเป็นเนื้อนาบุญ จะเป็นเนื้อนาบุญได้ ก็ต้องเอากายกับใจมารวมกัน เมื่อเอากายกับใจมารวมกัน ก็จะเกิดความสุข ความบริสุทธิ์ (ทบทวนโอวาทในอดีต)
ทบทวนโอวาทในอดีตเนื่องในวันออกพรรษา
วันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ.2564
ทุกรูปก็รู้กันอยู่แล้วว่า “เรามาบวชกันทำไม” อย่างน้อยก็รู้วัตถุประสงค์ของการบวช ดังนั้น..ทุกรูปต้องทำให้ถูกวัตถุประสงค์ของการบวช
บวช คือ ปะวะชะ แปลว่า “เว้น” เว้นในสิ่งที่ไม่ดี ให้ทำสิ่งที่ดี ๆ เพราะว่าเมื่อบวชมาแล้วก็ต้องทำให้ถูกวัตถุประสงค์การบวช เดินตามรอยของผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ตามรอยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านทำอย่างไรเราก็ทำอย่างนั้น
ซึ่งวันนี้เรายังมีชีวิตอยู่ ยังมีกายกับใจ ดังนั้น..อย่าให้กายกับใจไปคนละทาง เราจะต้องทำกายกับใจให้มารวมกันเป็นหนึ่งเดียว
“เมื่อกายกับใจมารวมกัน ความอัศจรรย์ก็จะเกิดขึ้น ความเป็นอริยะจะเกิดขึ้นได้ เมื่อกายกับใจมารวมกัน”
พระอรหันต์ทั้งหลายท่านก็กายกับใจมารวมกัน พระอริยเจ้าทั้งหลายท่านก็กายกับใจมารวมกัน พระปัจเจกพุทธเจ้าท่านก็กายกับใจมารวมกัน
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ท่านก็สอนพระสาวกให้กายกับใจมารวมกัน ความเป็นอริยะเกิดขึ้นเพราะกายกับใจมารวมกัน ซึ่งพระอริยเจ้าทั้งหลาย กายกับใจมารวมกันได้ตลอดเวลา เหมือนลมหายใจเข้าออก แม้ท่านหลับกายกับใจก็เป็นหนึ่งเดียวกันแต่ถ้ายังไม่ตลอดเวลาก็ยังเป็นปุถุชน ยังไม่ใช่อริยะ
ดังนั้น..เรามีบุญมากที่ได้มาบวชในยุคนี้ ไม่ต้องเสียเวลากับการก่อสร้าง ยังอยู่ในวัยที่แข็งแรง เป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการฝึก ไม่ต้องหมดเวลากับการสร้างวัด อยู่ช่วงที่ฝึกหยุดฝึกนิ่ง
เพราะฉะนั้น..อย่าให้ใจกระเจิงฟุ้งซ่าน ปล่อยใจไปเรื่อยเปื่อย เพราะว่าวัตถุประสงค์ของการเกิดมาเป็นมนุษย์เพื่อหยุดนิ่งอย่างเดียว เอากายกับใจรวมเป็นหนึ่งเดียว ถ้ามีชีวิตอยู่แต่กายไปทางใจไปทางก็เหมือนคนที่ตายแล้ว
ดังนั้น..ให้ทุกรูปตั้งใจฝึกหยุดฝึกนิ่ง ให้กายกับใจมารวมเป็นหนึ่งเดียวกันให้ได้กันทั้งหมด
*************************************************
วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ.2564 (ทบทวนโอวาทในอดีต)
ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่สำคัญ ให้นึกทบทวนบุญทุก ๆ บุญตลอดพรรษาที่ผ่านมา นึกให้ปลื้ม ถ้าไม่ปลื้มก็ขาดทุน
ให้ทำความบริสุทธิ์ของใจให้เยอะ ๆ เราต้องเอากายกับใจมารวมกัน อย่าให้กายไปทางใจไปทาง
แล้วก็ทำมาหากิน ทำมาค้าขาย ทำมาสร้างบารมี จะทำธุรกิจการงานอะไรก็แล้วแต่ ต้องให้กายกับใจมารวมกันเป็นหนึ่ง
ชาติหนึ่งจะได้ทำบุญกฐินสักกี่ครั้ง เพราะปีหนึ่งมีแค่ครั้งเดียว เราต้องเอาบุญให้เต็มที่ ให้เอากายกับใจรวมกันเป็นหนึ่ง เวลาทำบุญจะได้บุญเยอะ ๆ ทำน้อยได้มาก ทำมากได้มากยิ่งขึ้นไป แต่ถ้ากายไปทางใจไปทาง เวลาทำบุญ บุญจะหย่อน
ทำบุญด้วยตัวเองจะได้บุญแรงกว่ามีคนอื่นชวน ซึ่งนี่คือสัจธรรม ธรรมที่เป็นจริง เพราะเกิดจากดวงปัญญาที่คิดทำด้วยตัวเอง
ดังนั้น..ให้ทำความบริสุทธิ์ พอตื่นขึ้นมาวันนี้เราจะรวยขึ้น เราจะรวยขึ้นเรื่อย ๆ
อย่ามัวทำงัวเงีย สะเงาะสะแงะ ตื่นมาก็ให้ปลุกระดมใจ ตั้งผังสำเร็จไปวันต่อวัน วันนี้เราจะรวยขึ้น เราจะรวยขึ้นเรื่อย ๆ
รวยทั้งโลกียทรัพย์ และอริยทรัพย์ เพราะบุญกฐินปีหนึ่งมีเพียงครั้งเดียว ชาติหนึ่งเราจะทำได้สักกี่ครั้ง
***************************************
สำหรับสมาชิกเขตใน (22/10/64) (ทบทวนโอวาทในอดีต)
พระต้องทำตนให้เป็นแหล่งแห่งเนื้อนาบุญ ไม่ใช่น้ำนาบุญ พระต้องเข้าถึงความสุขความบริสุทธิ์ก่อน ต้องทำตัวเราให้เป็นเนื้อนาบุญ ทำตัวเราให้บริสุทธิ์ ทำประโยชน์ตนให้สมบูรณ์ ถึงจะเป็นแหล่งแห่งเนื้อนาบุญได้
ต้องบำเพ็ญสมณธรรม ไม่ทำแบบนี้ ไม่ทำอย่างนี้ระวังจะเป็นหนี้ อิณบริโภค (อิ-นะ-บอ-ริ-โพก) บริโภคด้วยความเป็นหนี้ ต้องเป็นเนื้อดีกว่าหนี้
พระก็ต้องฝึกกายกับใจเป็นหนึ่ง เพราะเป็นทางของพระ
ดังนั้น..ตั้งแต่ตื่นจากจำวัด ก็ต้องทำความบริสุทธิ์ ตั้งผังสำเร็จ
วันนี้เราจะดีขึ้น เราจะดีขึ้นเรื่อย ๆ
วันนี้เราจะบริสุทธิ์ขึ้น บริสุทธิ์ขึ้นเรื่อย ๆ
พระต้องเป็นเนื้อนาบุญ จะเป็นเนื้อนาบุญได้ ก็ต้องเอากายกับใจมารวมกัน เมื่อเอากายกับใจมารวมกัน ก็จะเกิดความสุข ความบริสุทธิ์