ทำไมต้องบวช
ทำไมต้อง “บวช”
เรียบเรียงโอวาทหลวงพ่อธัมมชโย
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๓ (๑๓.๓๐ - ๑๕.๓๐ น.)
เรามีลูกมีหลาน ต้องปลูกฝังลูกหลานนะว่า
โตขึ้นบวชให้พ่อให้แม่ บวชให้ปู่ย่าตายายนะ
อย่างน้อยสัก ๑ พรรษา
บวชอย่างน้อย ๑ พรรษานะ อย่าไปหยวนๆ หรือยืดหยุ่นว่า บวชแค่ ๓ วัน ๕ วัน หรือ ๗ วันก็ได้ ดีกว่าไม่มีการบวช คือ มันก็จะเกิดเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ เพราะทำต่อ ๆๆ ก็จะกลายเป็นประเพณี กลายเป็นว่า บวชแค่นี้ก็พอแล้ว ปิดอบายได้แล้ว แค่เอาผ้าเหลืองมาห่อๆ ๓ วัน ๕ วัน พ่อแม่เกาะชายผ้าเหลืองไปสวรรค์ได้แล้ว ช่วยปิดนรกได้แล้ว เปิดประตูสวรรค์ได้แล้ว
อย่างนี้ดูเบาเกินไป เพราะมันไม่ง่ายขนาดนั้น อย่าลืมมารไม่ใช่หมู มารคือมาร อย่าลืมว่า กิเลส กรรม วิบาก กิเลสบังคับให้สร้างกรรม แล้วพอสร้างกรรมก็มีวิบากกรรม แต่ใครสร้างกิเลส ตรงนี้แหละจ้ะ ผู้ที่สร้างตรงนี้ต้องเก่งมาก เพราะฉะนั้นการจะปิดนรกให้กับตัวเองหรือกับใครไม่หมูจ้ะ เพราะฉะนั้นต้องมาบวช
ทำไมต้องบวช เป็นคฤหัสถ์ปิดนรกได้ไหม ได้แต่ไม่ดีเท่า เพราะไม่ค่อยมีเวลาว่าง หรือมีเวลาก็ไม่มีอารมณ์ ต้องทำมาหากิน ทำมาค้าขาย ทำมาค้าขายก็อย่านึกว่าหมู เพราะมีทั้งคู่แข่ง แข่งกันไปแข่งกันมากลายเป็นคู่แค้นอีก ต้องคิดจะเอาชนะเขาอีก ไม่อย่างนั้นขายไม่ได้ ลงทุนไปแล้ว ถ้าขายไม่ออกก็ยุ่งเหมือนกัน จึงไม่ค่อยมีโอกาสว่าง แต่ถามว่านั่งธรรมะได้ไหม ปิดประตูนรกให้กับตัวเองได้ไหม ได้ แต่ยากกว่าบวชเป็นพระ
บวชเป็นพระเราจะมีโอกาสว่าง ไม่ต้องทำอย่างที่คฤหัสถ์เขาทำ แล้วเราก็ตั้งใจฝึกตนทนหิว บำเพ็ญตบะเป็นพระแท้ ศึกษาคำสอนเฉพาะพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้แตกฉานก่อน แล้วหลังจากนั้นจะไปศึกษาอะไรก็ว่ากันไป ที่จริงศึกษาคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ครอบคลุมความรู้ทางโลกแล้ว อีกประการหนึ่งญาติโยมเมื่อมาเจอพระก็ไม่ได้ถามเรื่องทางโลกว่าจะต้องทำธุรกิจอะไร อย่างไร แบบไหน เขาก็ถามเรื่องทางธรรมที่เขาไม่รู้ ที่เขารู้แล้ว เขาก็ไม่ถาม นี่จ้ะจึงต้องมาบวช สำคัญนะจ๊ะ
ทีนี้วัยเกษียณทำไมต้องบวชเรียน เพียรสร้างหนทางสวรรค์ เพราะชีวิตที่ผ่านมานั้น ล้วนแต่ดำเนินชีวิตผิดพลาดกันมาทั้งนั้น เพราะไม่ให้โอกาสตัวเองศึกษาความรู้เรื่องราวความเป็นจริงของชีวิต ซึ่งมีเฉพาะในคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะมัวแต่ทำมาหากิน ทำมาค้าขาย พอเครียดก็ไปหาทางคลายเครียดด้วยวิธีที่ไม่ถูกต้อง ข้อผิดพลาดก็เกิดขึ้นโดยที่ไม่รู้ตัว
เพราะฉะนั้น พอปลดเกษียณแล้ว เหลือโอกาสสุดท้าย ซึ่ง ณ เวลาหลังปลดเกษียณแล้ว ๑ นาที มีคุณค่าเท่ากับ ๑ วัน ๑ วันมีคุณค่าเท่ากับ ๑ ปี เพราะเวลาที่เหลือจากนี้มีไม่มากแล้ว เนื่องจากความตายไม่มีนิมิตหมาย
ดังนั้น เวลาที่เหลืออยู่นี้ จะต้องเอามาสร้างหนทางสวรรค์ให้เกิดขึ้นกับตัวเอง วิธีที่ง่าย ตรง ลัด ประหยัดสุด ประโยชน์สูง คือ การบวช แล้วมาฝึกตน ทนหิว บำเพ็ญตบะ เป็นพระแท้ หาพระในตัวให้เจอ ส่วนวัยฉกาจฉกรรจ์นั้นก็บวชทดแทนคุณบิดามารดา นี่เป็นเรื่องที่สำคัญนะ เพราะฉะนั้นลูกทุกๆ คน เมื่อออกไปทำหน้าที่ชวนเขามาบวช เอาให้ได้นะจ้ะ