ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

พระบรมพุทธเจ้าผู้รู้ก่อนผู้รู้ใด-(ฉบับสั้น)

หลวงพ่อธัมมชโย · ปกิณกะ

พระบรมพุทธเจ้า พระบรมพุทธเจ้าผู้รู้ก่อนผู้รู้ใด (ฉบับสั้น) เรียบเรียงจากโอวาทหลวงพ่อธัมมชโย เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๐(๑๓.๐๐ - ๑๕.๐๐ น.) พระบรมพุทธเจ้า เป็นสิ่งที่ได้ยินได้ยาก เข้าถึงก็ยากมาก จะต้องมีการบังเกิดขึ้นของวิชชาธรรมกายจึงจะรู้จักท่านได้ พระพุทธเจ้านั้นมีมากมาย ตั้งแต่ พระปัจเจกพุทธเจ้า ,พระสัพพัญญูพุทธเจ้า เราได้ยินมาว่า ท่านมีมากกว่าเม็ดทรายในท้องพระมหาสมุทรทั้ง ๔ แต่จริง ๆ แล้วมากกว่าเม็ดทรายที่มีทั้งหมด เม็ดทรายมีมากมายแค่ไหน ทั้งในโลกนี้ก็ดี โลกอื่นก็ดี จักรวาลอื่น ๆ ก็ดี จำนวนพระสัพพัญญูพุทธเจ้าท่านมีมากกว่านั้นนับไม่ถ้วนเลย เพราะว่ากัปทั้งหลายตั้งขึ้นมีมายาวนาน นานจนกระทั่งกำหนดคำนวณเวลาไม่ได้ หลวงปู่วัดปากน้ำ ท่านศึกษา ค้นคว้า ค้นพบว่า การที่จะนับว่ามีปริมาณเท่าไร หรือเวลาเท่าไร ท่านใช้คำว่า นับอายุธาตุอายุบารมีไม่ถ้วน คือ นับกันไม่ถ้วนเลย เวลามันยาวนานมาก พระพุทธเจ้าบังเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีกมากมาย เต็มไปหมดเลย พระสัพพัญญูพุทธเจ้า บังเกิดขึ้นมาเพื่อสอนความรู้วิธีการที่จะหลุดพ้นจากบ่าวจากทาสของพญามารได้ในระดับหนึ่ง ที่เขาตรึงติดเอาไว้ในภพทั้ง ๓ ให้เวียนว่ายตายเกิดวนเวียนกันอยู่นั่น เดี๋ยวไปเป็นเปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน สัตว์นรก เดี๋ยวเป็นมนุษย์ เดี๋ยวเป็นเทวดา รูปพรหม อรูปพรหม วนเวียนกันอยู่อย่างนั้น วนกันไปวนกันมา เขาตรึงเอาไว้ให้ติดอยู่ในกรอบวิชชาของเขา จนกระทั่งมนุษย์สรรพสัตว์ทั้งหลายไม่รู้เรื่องเลย คำว่า อวิชชา เขามาตรงนี้แหละ มาบังคับ บดบัง ปิดบังจนกระทั่งไม่รู้เรื่องราวของตัวเองเลย ดูตัวของเราเอง เป็นต้น ยังไม่รู้เลยว่า เกิดมาจากไหน มาทำไม อะไรคือเป้าหมายของชีวิต พระสัพพัญญูพุทธเจ้า ท่านสร้างบารมีทั้งขั้นธรรมดา ขั้นกลาง และขั้นยิ่งยวด รวมแล้ว ๓๐ ทัศ ครบถ้วนบริบูรณ์ บารมีของท่านเต็มเปี่ยม ท่านหลุดพ้นจากที่เขาบังคับบัญชาได้ เหมือนลูกไก่เจาะกระเปาะไข่ออกมาจากเปลือกไข่ ได้เป็นอิสระไปสู่โลกกว้างใหญ่ได้ ของท่านก็เจาะออกจากกรอบของกิเลสอาสวะที่เขาบังคับบัญชาอยู่ หลุดออกมาได้ด้วยบารมี ๓๐ ทัศ ที่ท่านได้สร้างเอาไว้ เมื่อหลุดมาได้แล้ว ท่านก็แนะนำสั่งสอนสัตว์โลกทั้งหลาย และสอนได้เฉพาะผู้ที่มีบารมีแก่ ๆ บารมีอ่อนก็ได้วางแนวทางพอเป็นนิสัยปัจจัยที่จะไปเจอพระสัพพัญญูพุทธเจ้าองค์ต่อไปในอนาคต ส่วนที่มีบารมีแก่ ๆ ท่านก็มุ่งชี้ช่องทางให้หลุดพ้นไปเลยเช่นเดียวกับที่พระองค์ รวมหมวดหมู่แห่งคำสั่งสอนของท่านได้ถึง ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ ตั้งแต่คดีโลกถึงคดีธรรม ตั้งแต่ให้อยู่ในโลก ในภพ ๓ ได้อย่างมีสุข อยู่ในสุคติภพ จนกระทั่งอยู่ในขั้นโลกุตตรภูมิ หลุดพ้นจากภพทั้ง ๓ ไม่เคยมีบุคคลใดสอนได้อย่างนี้ นอกจากผู้รู้แจ้งเห็นจริง หลุดพ้นแล้วได้จริง ๆ พิสูจน์แล้ว หลุดแล้ว ได้รับผลเสวยผลแห่งความหลุดพ้นแล้วที่เรียกว่า วิมุตติสุข ท่านก็สั่งสอนกันอยู่อย่างนี้ แล้วก็ส่งต่อ ๆ กันไปเรื่อย ๆ ไม่ให้มารเขาบังคับบัญชาให้ตกต่ำยิ่งไปกว่านั้น พาผู้ที่มีบารมีแก่ ๆ หลุดจากภพ ๓ ไปสู่อายตนนิพพาน จากองค์หนึ่งก็ส่งต่อไปอีกองค์หนึ่งไปเรื่อย ๆ นับพระองค์ไม่ถ้วน จึงไม่อาจที่จะคำนวณได้ว่า สิ่งเหล่านี้บังเกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไร เมื่อใด ยังไม่รู้เลย นี่เรียกว่า พระสัพพัญญูพุทธเจ้า พระบรมพุทธเจ้า ยิ่งกว่านั้น ลึกไปกว่านั้นอีกมากมายก่ายกองทีเดียว ถ้าหากว่า พระสัพพัญญูพุทธเจ้าเล็งแลสัตว์โลกทั้งหลายด้วยความปรารถนาดี อยากจะแนะนำสั่งสอนสัตว์โลกให้หลุดพ้นเช่นเดียวกับพระองค์ฉันใด พระบรมพุทธเจ้าจะเล็งแลพระสัพพัญญูพุทธเจ้าฉันนั้น หมายความว่า ครูน้อยดูแลนักเรียน ครูใหญ่ดูแลครูน้อย นักเรียน ได้แก่ สัตว์โลกทั้งหลายที่เวียนว่ายตายเกิดในภพทั้ง ๓ ครูน้อย ที่เรียกว่า พระบรมครูนั้น หรือพระสัพพัญญูพุทธเจ้า พ้นไปแล้วในระดับหนึ่ง แต่ ครูใหญ่เล็งแลครูน้อย ก็คือ พระบรมพุทธเจ้านี้แหละ ท่านเข้านิพพานไปยาวนาน เป็นผู้รู้ที่รู้ก่อนผู้รู้ใด เพราะว่ารู้ก่อนผู้รู้ใด จึงหลุดพ้นจากกรอบวิชชาของพญามารที่เขาบังคับบัญชาเอาไว้ไปได้เป็นองค์แรก ๆ เป็นผู้รู้ที่รู้กว่าผู้รู้ใด หมายความว่า ในปริมาณความรู้ทั้งหลาย ที่ผู้รู้เขารู้กันจนกระทั่งหลุดพ้นจากบ่าวจากทาสของพญามาร ท่านมีความรู้กว่าผู้รู้นั้น จึงได้ชื่อว่า ผู้รู้ที่รู้กว่าผู้รู้ใด และก็ถ่ายทอดความรู้นั้นต่อกันลงมาเลย สอดละเอียดลงมาจรดกลางของผู้รู้ คือ พระสัพพัญญูพุทธเจ้า เหมือนครูใหญ่เล็งแลดูครูน้อย เนื่องจากเป็น ผู้รู้ที่รู้กว่าผู้ใด และรู้ก่อนผู้ใด กายของท่านจึงใหญ่โตมากมาย รูปร่างลักษณะก็ผิดแผกจากพระธรรมกาย ลักษณะสวยงาม ใหญ่โต พระธรรมกายทั้งหลายอยู่ในกลางท่านหมด ท่านครอบ ท่านปกครองเป็นชั้น ๆ กันเข้าไปอย่างนั้นไปเรื่อย ๆ เลย บรมพุทธเจ้าก็มีบรมพุทธเจ้าที่ซ้อน ๆ กันขึ้นไปอีกมากมายก่ายกองจนกระทั่งนับไม่ถ้วนทีเดียว ดังนั้น เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่ลึกซึ้ง ยากต่อการเข้าใจได้ จนกว่าจะหยุดนิ่ง ทำวิชชาเป็นนั่นแหละ จึงจะเข้าใจเรื่องราวของพระบรมพุทธเจ้า ท่านอยู่ลึกเข้าไปเรื่อย ๆ เลยในระดับเดียวกับมหาธรรมกายเจดีย์ และมีมากมายก่ายกองนับไม่ถ้วนอีกเหมือนกัน รูปร่างลักษณะท่านก็เหมือนกันหมดทุกพระองค์ บุญที่จะบังเกิดขึ้นจากการที่เราจะหล่อรูปท่าน ซึ่งเป็นผู้รู้ก่อนผู้รู้ใด และเป็นผู้รู้กว่าผู้รู้ใดนั้น จะมีอานิสงส์ขนาดไหน ก็ในเมื่อท่านครอบงำพุทธญาณของพระสัพพัญญูพุทธเจ้าทั้งหลายทั้งหมด อยู่ในขอบข่ายของญาณทัสนะของท่าน เราก็จะต้องมาดูว่า ทำบุญกับพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่ง เราได้บุญกันขนาดไหน พระบรมพุทธเจ้าก็เอานับไม่ถ้วนของพระสัพพัญญูพุทธเจ้าคูณกันไป ทับทวีกันขึ้นไปอย่างนั้นแหละ (ทบทวนโอวาท ๒๕๔๐)