ลูกคือสมบัติของธาตุธรรม
ลูกคือสมบัติของธาตุธรรม
ให้ลูกๆ ทุกคนในองค์กร ระวังรักษาตัวเองให้ดี อย่าให้เป็นอะไรไปโดยความประมาท หรือมีเหตุที่ต้องให้หลุดไปจากการสร้างบารมี ให้เรารักษาให้รอดพ้นจากภัยต่างๆ เพราะเราเป็นสมบัติของพระศาสนา หลวงพ่อจะพูดให้ชัดลงไปเลยก็ได้ว่า “เราเป็นสมบัติของธาตุธรรม”
เราต้องระวังรักษาสุขภาพกายโดยการบริหารกำลังกายให้แข็งแรงเสมอ สุขภาพใจก็ต้องรักษา อย่าให้ความคิดที่ไม่ดีเข้ามาครอบงำเราได้ เราต้องรักษาใจและความนึกคิดในใจของเราให้เป็นกุศล ให้เจริญงอกงามแต่ความดีเท่านั้น บางครั้งหลวงพ่อก็มีหลายเรื่อง บางครั้งตาไม่ได้มองเห็น แต่จะถามถึงหรือทราบข้อมูลอยู่เสมอ
คนเราจะเอาดีทางธรรมได้ ต้องไม่มีหวังในโลก เช่น ไม่อยากร่ำรวย ไม่อยากแต่งตัว ไม่อยากมีชื่อเสียง ฯลฯ แล้วก็ต้องยอมลำบาก เพราะหนทางการสร้างบารมีต้องอดทน อยู่ทางโลกก็ต้องทนคนไม่มีศีล อยู่ทางธรรมก็ต้องอดทนต่อเพื่อนสหธรรมิก เพราะเราอยู่ร่วมกันเป็นทีมใหญ่
ความลำบากทำให้บารมีของเราเพิ่มพูนมากขึ้น ความสบายต่างหากที่ฆ่าเรา ถ้าเราติดความสบายแล้ว จะไม่ยอมปรับตัว ฝึกฝนตนเองให้เจริญในทางธรรม ความสบายมีไว้เพื่ออำนวยความสะดวกในการสร้างบารมีเท่านั้น ไม่ใช่มีไว้เพื่อให้เราติด แล้วทำให้ความไม่ดีต่างๆ เฟื่องฟู
การมาเกิดกับการตายของเราไม่เหมือนชาวบ้าน เราเป็นสมบัติของธาตุธรรม เพราะธาตุธรรมส่งให้เรามาเกิด ให้มาทำหน้าที่ปราบเขา ไม่ใช่มาให้เขาปราบ พวกเราถอดกายได้ ตายได้ แต่จริงๆแล้วเราไม่ตาย เราเพียงแต่ถอดกาย ธาตุธรรมก็เอาเราไปกลั่นแก้ไขเติมบุญ พอถึงเวลาก็ถอยลงมาสู้ใหม่ เราต้องตั้งเป้าหมายในใจได้ว่า เราต้องไปถึงที่สุดแห่งธรรม พอมาเกิดอีกกี่ครั้งก็ตาม เราจะได้มีเป้าหมายในใจ แล้วจะได้มาสร้างบารมีต่อจากภพก่อนๆ
เราเป็นทหารกล้าแห่งกองทัพธรรม ต้องตายในหน้าที่เท่านั้น ถ้าหนีทัพหรือหลุดออกไป ถ้าไปรู้ไปเห็นขนสั้นๆ ของเรานี่จะลุกชัน จากเส้นสั้นๆ ไปถึงจักรวาล
พวกเราต้องทำหยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายเท่านั้น หลวงพ่อขอให้ทุกคนตั้งใจทำตามวิธีที่หลวงพ่อแนะนำ หลวงพ่ออยากให้ทุกคนในองค์กรทำ ๒ ข้อ คือ
๑. ทำกิจวัตรให้สม่ำเสมอ ตื่นนอน ตี ๔ ครึ่ง นั่งธรรมะตามเวลาขององค์กร กิจกรรมที่หมู่คณะมอบหมายให้ก็รับผิดชอบให้ได้ดี
ดูตัวอย่างสาธุชนซิจ๊ะ เขาทำงานไม่อยู่ในบุญเลย เขากลับทำกิจวัตร (นั่งสมาธิ) ได้ผล มีประสบการณ์ดีๆ หลวงพ่อไม่เข้าใจ ยังสงสัยว่าเป็นเพราะอะไร มีองค์กรไหนบ้าง ที่เขากำหนดเวลานอนให้ มีแต่พวกเรานี่เหละ หลวงพ่อต้องกำหนดเวลานอนให้ก็ยังไม่ยอมนอน ทำกิจกรรมกันเพลิน แต่พอให้นั่งธรรมะกลับหลับเสียนี่
๒. ทำอย่างไร มโนปณิธานที่เราตั้งใจไว้จะไม่เปลี่ยนแปลง ที่เข้ามาในองค์กรตั้งใจจะประพฤติพรหมจรรย์ ทำวิชชากับหลวงพ่อ มาสร้างบารมีกับหมู่คณะ พออยู่ๆ ไป เกิดอยู่ไม่ได้ เป้าหมายมโนปณิธานเปลี่ยนไป พูดคุยตักเตือนกันด้วยเหตุผลก็รับไม่ได้ ใช้อารมณ์แทนเหตุผล
การมีกัลยาณมิตรสำคัญที่สุด เป็นทั้งหมดของพรหมจรรย์ กับการที่เรายอมปรับตัวเข้าหาหมู่คณะ ก็จะช่วยได้มาก แต่ที่สำคัญสุดๆ คือ "ใจของเราเอง" เราเป็นอนาคาริกมุนี แล้วเราต้องคอยระวังดูแลจิตใจของเรา อย่าให้อกุศลทั้งความคิด การพูด และการกระทำเกิดขึ้น ตัดฉับออกไปเลย ถ้าสิ่งใดทำให้อกุศลงอกงาม ถ้าเราจริงใจต่อการประพฤติพรหมจรรย์แล้ว เราจะสละสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ ต่อการสร้างบารมีออกไปได้ เช่นเดียวกับการปฏิบัติธรรม ถ้าเราจริงใจก็ต้องปฏิบัติฝึกฝน โดยใช้วิธีการที่ถูกต้อง และทำสม่ำเสมอ
หลวงพ่อชวนทุกคนมาสร้างบารมี วัดก็ชื่อวัดพระธรรมกาย เพื่อให้ผู้ฟังนึกถึงสรณะ และทุกคนในองค์กรต้องเข้าถึงธรรม ถ้าเข้าไม่ถึง มาปิดตาหลวงพ่อตอนตาย ถึงอย่างนั้นหลวงพ่อก็ไม่รู้ว่าจะปิดตาลงหรือเปล่า หลวงพ่อจะนอนตายตาหลับ ปิดตาเองเลย ถ้าลูกๆ ทุกคนเข้าถึงธรรมกายสมกับชื่อวัด
โอวาทพระราชภาวนาวิสุทธิ์