ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

วันวิสาขบูชา

หลวงพ่อธัมมชโย · ปกิณกะ

วิสาขปุณณมี เรียบเรียงจากพระธรรมเทศนาพระราชภาวนาวิสุทธิ์ (หลวงพ่อธัมมชโย) วันอังคารที่ ๑๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ วันนี้เป็นวันวิสาขบูชา ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีนี้ตรงกับวันที่ ๑๗ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔ เป็นวันคล้ายวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราพระองค์นี้ มาบรรจบครบรอบอีก ๑ ปี ก็จะได้ถือโอกาสนี้นึกทบทวนประวัติของพระองค์ท่านตั้งแต่ประสูติ ตรัสรู้ แล้วก็ดับขันธปรินิพพาน ตลอดชีวิตที่ผ่านมาของพระพุทธองค์นั้นงดงามทั้งเบื้องต้นท่ามกลางและเบื้องปลาย เป็นบรมศาสดาที่เราปีติและภาคภูมิใจในพระองค์ท่าน เพราะกว่าจะเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ แต่เดิมพระองค์ก็เป็นปุถุชนคนธรรมดา แต่ว่ามีมโนปณิธานที่ยิ่งใหญ่ ตั้งความปรารถนาที่จะเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งในอนาคต เมื่อตั้งความปรารถนาแล้วก็ได้สั่งสมบุญบารมีเรื่อยมา จนกระทั่งบารมี ๓๐ ทัศบริบูรณ์ ถึงเวลาก็ได้รับการอัญเชิญอาราธนาจากเทวดาหมื่นโลกธาตุ พรหมทั้งหลายให้มาบังเกิดขึ้นในเมืองมนุษย์ และพระองค์ก็ได้พิจารณาปัญจะมหาวิโลกะนะ คือ กาล ทวีป ประเทศ ตระกูล จนกระทั่งถึงพุทธมารดาที่พระองค์จะไปเกิด และเมื่อถึงเวลาสว่างก็ได้เข้าสู่พระครรภ์ของพุทธมารดา จนกระทั่งได้ประสูติออกมาในวันนี้ ประสูติแล้วก็ทรงดำเนินได้ ๗ ก้าว แล้วเปล่งอาสภิวาจาว่า “ในโลกนี้ เราเป็นยอด เป็นผู้เจริญที่สุด เป็นผู้ประเสริฐที่สุด การเกิดของเรานี้เป็นครั้งสุดท้าย ภพใหม่ต่อไปไม่มี” ได้รับพระนามว่า เจ้าชาย “สิทธัตถะ” และคำพยากรณ์ซึ่งมี ๒ ประการ ประการแรก ถ้าดำรงตนอยู่ในเพศคฤหัสถ์ก็จะเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ถ้าออกผนวชก็จะเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และชีวิตของพระองค์ก็ดำเนินเรื่อยมาจนกระทั่งได้ออกผนวชแล้วก็แสวงหาหนทางพ้นทุกข์ ได้ศึกษาความรู้จากครูบาอาจารย์ต่าง ๆ ที่ประชาชนเขายกย่องกันทั้งเมือง เรียนจนหมดภูมิรู้ภูมิธรรมของครูบาอาจารย์ก็ยังไม่ค้นพบหนทางแห่งการบรรลุธรรมที่พระองค์ปรารถนา ในที่สุดก็ตัดสินพระทัยแสวงหาด้วยพระองค์เอง และก็ได้ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ เมื่อพระองค์ทิ้งทุกอย่าง ปล่อยวางทุกสิ่ง แม้เนื้อเลือดจะแห้งเหือดหายไปเหลือแต่กระดูกหนังช่างมัน ถ้าไม่บรรลุธรรมก็จะไม่ลุกจากที่ ใจก็มาหยุดนิ่งอยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ถูกส่วน บารมี ๓๐ ทัศ ของพระองค์ก็ได้ช่อง ในที่สุดก็ดำเนินจิตของพระองค์เข้าสู่เส้นทางสายกลางภายใน จนกระทั่งบรรลุอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วก็ได้อบรมสั่งสอนประทานโอวาทแด่พระสาวกทั้งหลาย มีปัญจวัคคีย์ เป็นต้น เรื่อยมาตามลำดับ ๔๕ พรรษา จนกระทั่งถึงวันสุดท้ายพระองค์ก็ดับขันธปรินิพพาน พระองค์ประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพานในวันเดียวกัน ณ สถานที่ภายในเดียวกัน แต่สถานที่ภายนอกนั้นแตกต่างกันไป ซึ่งเราก็ได้ศึกษาเรียนรู้กันไปแล้ว แต่สถานที่ภายในที่ไม่ค่อยได้กล่าวถึง คือ ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่สำคัญที่สุดที่ทำให้พระองค์ได้บรรลุมโนปณิธานอันยิ่งใหญ่ ตลอดระยะเวลาแห่งการสร้างบารมีมา ๒๐ อสงไขยแสนมหากัป ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ตรงนี้ ลูกทุกคนเป็นชาวพุทธ ต้องทำความรู้จัก ต้องให้ความสำคัญและมองเห็นความสำคัญเกี่ยวกับตำแหน่งตรงนี้ให้ดี เพราะมันเกี่ยวข้องกับตัวเรา เราเป็นชาวพุทธก็ต้องดำเนินรอยตามคำสั่งสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านทำอย่างไร เราก็ต้องทำอย่างนั้น ซึ่งก็จะมีผลคือ ท่านเป็นอย่างไร เราก็จะเป็นอย่างนั้น ตามกำลังแห่งบารมีของเรา ตั้งแต่เป็นกัลยาณชนคนดีที่โลกต้องการ เป็นฌานลาภีบุคคล บุคคลผู้มีฌานผู้มีใจตั้งมั่นอย่างดีแล้ว เป็นโคตรภูบุคคลผู้เข้าถึงพระรัตนตรัยภายใน ได้เข้าถึงพระธรรมกายหน้าตักหย่อนกว่า ๕ วานิดหน่อย แล้วก็เข้าถึงความเป็นพระโสดาบัน พระสกทาคามี พระอนาคามี กระทั่งบรรลุอรหัตผล เป็นไปตามลำดับ ให้ดีใจไว้เถิดว่า เราเกิดมาเป็นชาวพุทธ มีพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเป็นบุคคลผู้เลิศ บุคคลที่ประเสริฐบริสุทธิ์บริบูรณ์ตั้งแต่เบื้องต้น ท่ามกลาง และเบื้องปลาย ตั้งแต่ตั้งมโนปณิธานที่จะเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งในอนาคต เมื่อครั้งยังเป็นมาณพหนุ่มแบกมารดาอยู่กลางทะเล ในท่ามกลางก็สั่งสมบุญบารมีตลอดมา จนกระทั่งเบื้องปลายได้บรรลุอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ได้อบรมพร่ำสอนจนกระทั่งดับขันธปรินิพพานอย่างงดงาม ไม่มีศาสดาใด ๆ ในโลก จะเทียบเท่ากับพระองค์ได้แม้เพียงนิดเดียว เพราะฉะนั้น ลูกทุกคนทั้งเพศคฤหัสถ์และบรรพชิตต้องมีความปีติและภาคภูมิใจที่เราได้เป็นชาวพุทธ ถือว่าเป็นสายโลหิตแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ความปีติและภาคภูมิใจนี้แหละ จะนำมาซึ่งความหวงแหนในพระพุทธศาสนาให้คงอยู่คู่โลกต่อไป เพื่อประโยชน์สุขต่อมวลมนุษย์ชาติที่จะมาภายหลังแม้เราละจากโลกนี้ไปแล้ว เพราะฉะนั้น ต้องหวงแหนและรักษาพระพุทธศาสนาเอาไว้ให้ดี เราจะซาบซึ้งพระองค์ยิ่งขึ้น ถ้าใจเราหยุดนิ่งอยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ พอความซาบซึ้งบังเกิดขึ้นแล้ว เวลาเรากล่าวคำบูชาวิสาขประทีป หรือเวียนประทักษิณรอบมหาธรรมกายเจดีย์ซึ่งมีพุทธปฏิมากรเป็นองค์แทนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ความรู้สึกของเราจะแตกต่างจากทุกครั้งที่เรายังไม่ค่อยเข้าใจ ถ้าใจเราหยุดนิ่งได้ถูกส่วนอยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เราจะยิ่งเข้าใจเพิ่มขึ้น และถ้าหยุดถูกส่วน จนกระทั่งเข้าถึงดวงใส มีความสุข ความบริสุทธิ์ ก็จะยิ่งเพิ่มความปีติและภาคภูมิใจในการเป็นชาวพุทธยิ่งขึ้น จนกระทั่งได้เข้าถึงพระธรรมกายในตัวนั่นแหละความซาบซึ้งจะเต็มเนื้อ เต็มตัว เต็มใจ เต็มชีวิตจิตวิญญาณ จะถูกถ่ายทอดไปยังลูกยังหลานให้รักษาพระพุทธศาสนาสืบต่อไป แล้วก็จะได้เป็นพยานในการตรัสรู้ธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า --------------------------------------------------------------------------