ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

ธรรมกายคือเป้าหมายชีวิต

หลวงพ่อธัมมชโย · ปกิณกะ

ธรรมกาย คือ เป้าหมายชีวิต เรียบเรียงจากพระธรรมเทศนาพระราชภาวนาวิสุทธิ์ (หลวงพ่อธัมมชโย) เมื่ออาทิตย์ที่ ๕ เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓ มนุษย์ทุกคนในโลก ทุกชาติ ทุกภาษา ทุกศาสนา ทุกคนล้วนมีแผนผังชีวิตติดตัวมาตลอดเวลานับภพนับชาติไม่ถ้วน ไม่ว่าเราจะเวียนว่ายตายเกิดไปที่ไหน แผนผังชีวิตนี้ก็ติดตัวเราไปตรงนั้น เป็นสิ่งที่มีอยู่แล้วในตัวของเรา แต่เราไม่เฉลียวใจและไม่รู้เลยว่ามี จนกระทั่งผู้รู้คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านได้ฝึกใจให้หยุดนิ่ง แล้วท่านก็ไปเห็นแผนผังของชีวิตนี้ จึงได้นำมาสั่งสอนเผยแผ่ให้แก่ชาวโลกทั้งหลายได้ทราบว่า ในตัวมีของจริงอย่างนี้ จะต้องเข้าถึงให้ได้ ถ้าเข้าถึงได้เราจะรู้จักชีวิตดีขึ้น สมบูรณ์ขึ้น จะรู้ว่าอะไรเป็นจุดหมายปลายทางของชีวิต แผนผังของชีวิตที่พระพุทธองค์ทรงค้นพบนี้อยู่ที่ศูนย์กลางกายของเรา ซึ่งมีกายภายใน ซ้อนๆ กันเข้าไปตามลำดับ กายที่ละเอียดกว่าซ้อนอยู่ในกลางกายที่หยาบกว่า ซ้อนกันเป็นชั้นๆ ถึง ๑๘ ชั้นด้วยกัน โดยมีดวงธรรมเป็นจุดเชื่อมโยงที่จะกลั่นใจให้บริสุทธิ์จนกระทั่งหลุดพ้นจากกายหนึ่งไปสู่อีกกายหนึ่ง ดวงธรรมดังกล่าวนั้นก็คือ ดวงศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตติ วิมุตติญาณทัสสนะ ซ้อนกันอยู่ภายใน มีลักษณะกลมรอบตัวเหมือนดวงแก้ว มีความละเอียดไม่เท่ากัน เป็นเครื่องกลั่นใจเราให้สะอาด บริสุทธิ์ พอถูกส่วนเข้าก็จะเข้าถึงกายภายในคือ กายมนุษย์ละเอียด เป็นชีวิตที่สองที่ถัดไป ลักษณะเหมือนกับตัวเรานี่แหละ ท่านหญิงก็เหมือนกับท่านหญิง ท่านชายก็เหมือนกับท่านชาย นั่งเจริญสมาธิภาวนาอยู่ในกลางนั้นทำหน้าที่ไปเกิดมาเกิด เวลาหลับก็ทำหน้าที่ฝัน ในกลางกายมนุษย์ละเอียดก็จะมีดวงธรรมต่างๆ ซ้อนกันอยู่ เป็นเครื่องกลั่นใจให้บริสุทธิ์ เมื่อบริสุทธิ์จนกระทั่งหลุดพ้นจากกายมนุษย์ละเอียด ก็จะเข้าถึงกายทิพย์ มีลักษณะสวยงามกว่ากายมนุษย์ละเอียด มีความสุขมากกว่า มีความรู้แจ้งในชีวิตที่ดีกว่ากายมนุษย์ละเอียด เข้าถึงแล้วเราจะเข้าใจชีวิตได้ดีกว่าเดิม เป็นกายของสุคติภูมิ กายทิพย์มีทั้งหยาบ ทั้งละเอียด มีเครื่องประดับติดตัว ในกลางนั้นมีดวงธรรมต่างๆ ซ้อนกันอยู่ มีดวงศีล ดวงสมาธิ ดวงปัญญา ดวงวิมุตติ ดวงวิมุตติญาณทัสสนะ สุดกลางนั้นก็จะเข้าถึงอีกกายหนึ่งที่ละเอียดประณีต โตใหญ่กว่าเดิม บริสุทธิ์กว่าเดิม มีความสุขมากกว่าเดิม มีความรู้แจ้งได้กว้างไกลกว่าเดิม เรียกว่า กายรูปพรหม มีเครื่องประดับติดตัวที่ละเอียดซับซ้อนขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง ในกลางกายรูปพรหมซึ่งมีทั้งหยาบและละเอียดนั้นก็จะมีดวงธรรมอีกชุดหนึ่ง เป็นเครื่องกลั่นใจในทำนองเดียวกัน ให้บริสุทธิ์ด้วยศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตติ วิมุตติญาณทัสสนะ เมื่อบริสุทธิ์ถูกส่วนเข้าก็จะเข้าถึงกายอีกกายหนึ่งเรียกว่า กายอรูปพรหม ที่สวยงามโตใหญ่บริสุทธิ์มากกว่าเดิม ความรู้ ความเห็นกว้างไกลออกไปอีก จนกระทั่งสุดขอบภพสาม กายอรูปพรหมนี้มีทั้งหยาบและละเอียดซ้อนกันอยู่ใสบริสุทธิ์ทีเดียว กายดังกล่าวทั้งหมดล้วนตกอยู่ในไตรลักษณ์ คือ เป็นอนิจจัง เป็นทุกขัง เป็นอนัตตา ยังไม่ใช่ตัวเราที่แท้จริง เพราะยังตกเป็นบ่าวเป็นทาสของกิเลสอาสวะ จนกระทั่งต้องหยุดนิ่งเข้าไปในกลางกายอรูปพรหม ถูกส่วนเข้าก็จะถึงดวงธรรมอีกชุดหนึ่ง ดวงศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตติ วิมุตติญาณทัสสนะ ดังกล่าวแล้ว กลั่นจิตกลั่นใจให้ใสบริสุทธิ์จนหลุดพ้นก็เข้าถึงกายธรรมโคตรภู กายธรรมโคตรภู เป็นองค์พระที่ได้ลักษณะมหาบุรุษครบถ้วนทุกประการ ใสบริสุทธิ์ ใสเกินใส สวยเกินสวย งามไม่มีที่ติ มีเกตุดอกบัวตูม มีความเห็นกว้างไกลกว่าภพสาม ความรู้ในภพสามก็แทงตลอด เป็นกายออกนอกภพ อยู่ระหว่างโลกียะกับโลกุตตระ แต่ยังมีสังโยชน์บังคับกันอยู่เป็นชั้นๆ เข้าไป สุดกลางกายธรรมโคตรภูก็เข้าถึงกายธรรมพระโสดาบัน ในกลางกายธรรมพระโสดาบันก็เข้าถึงกายธรรมพระสกิทาคามี มีหยาบมีละเอียด ในกลางกายธรรมพระสกิทาคามีก็เข้าถึงกายธรรมพระอนาคามี ในกลางกายพระอนาคามีก็เข้าถึงกายธรรมพระอรหัต เป็นพระแท้ หมดกิเลสอาสวะ สังโยชน์เบื้องต่ำเบื้องสูงหลุดหมดเลย กายทั้งหมดเหล่านี้แหละคือแผนผังของชีวิตมนุษย์ และกายธรรมพระอรหัตนี้แหละ คือ เป้าหมายของชีวิตที่จะต้องไปถึงให้ได้ เมื่อเข้าถึงกายธรรมอรหัต วิชชาก็เกิดขึ้น เป็นวิชชาที่แตกต่างจากวิชชาในทางโลก เป็นวิชชาพิเศษ เช่น วิชชา ๓ วิชชา ๘ อภิญญา ๖ ปฏิสัมภิทาญาณ ๔ และจรณะ ๑๕ รวมประชุมอยู่ในกายธรรมอรหัต ซึ่งมีความพร้อมทุกอย่าง มีสุขที่เป็นอมตะ เป็นนิจจัง สุขอย่างเดียว สุขล้วนๆ ไม่มีทุกข์เจือเลย ที่เรียกว่าเอกันตบรมสุข มีแต่สุขยิ่งขึ้น ยิ่งผ่านกาลเวลาก็ยิ่งมีความสุขเพิ่มขึ้น กายธรรมอรหัตนี่แหละ เป็นตัวตนที่แท้จริงของเรา เป็นสิ่งที่พญามารบังคับบัญชาไม่ได้ เป็นอิสระเสรีภาพ ภพทั้งสามไม่อาจจะบังคับหรือดึงดูดให้อยู่ในภพสามได้ เพราะเครื่องดึงดูดให้ติดอยู่ในภพสามนั้นถูกขจัดไปหมดสิ้นเชื้อไม่เหลือเศษ ใสบริสุทธิ์เป็นธรรมกายล้วนๆ เป็นพระจริงๆ ไม่มีถอยหลังกลับแล้ว ใสบริสุทธิ์ มีพระนิพพานเป็นที่ไป กายธรรมอรหัตนี้ มีอยู่ในตัวของเราทุกๆ คน ถ้าเข้าถึงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้อย่างนี้ก็จะรอดพ้นจากเงื้อมมือของพญามาร พ้นจากบ่วงแห่งมารได้ หยุด เป็นตัวสำเร็จ ที่จะทำให้เข้าถึงแผนผังของชีวิตดังกล่าว แล้วหลุดพ้นจากเงื้อมมือพญามารได้ จะเข้าถึงกายในกาย เข้าถึงพระธรรมกายในตัว ซึ่งเป็นตัวพระรัตนตรัย เป็นที่พึ่งที่ระลึกที่เรากำลังแสวงหาอยู่ เป็นที่ชุมนุมของความปรารถนาทั้งมวลของเรา ทั้งฤทธิ์ เดช อานุภาพ วิชชา อภิญญา จรณะอยู่รวมในนั้นหมด เมื่อถึงตรงนั้นแล้วไม่ปรารถนาสิ่งใดในภพสาม อะไรในภพสามที่เขาว่าเลิศประเสริฐนัก ใจจะไม่ปรารถนาเลย เพราะฉะนั้นเราเกิดมาในชาตินี้หรือทุกชาติๆ ก็เพื่อแสวงหากายธรรมอรหัตนั่นเอง ทรัพย์สินภายนอกเป็นแค่เพียงอุปกรณ์ เป็นเครื่องมือในการสร้างบารมี ไม่ใช่มีเอาไว้ให้ติด เอาไว้หวงแหน เอาไว้แย่งชิง เอาไว้ยึดมั่นถือมั่น แต่มีไว้เป็นสะพาน เป็นอุปกรณ์ เป็นเครื่องมือสำหรับส่งต่อให้เข้าถึงกายธรรมอรหัต เหมือนรถหลายๆ ผลัดที่ส่งต่อกันไปให้ถึงที่หมายปลายทางโดยปลอดภัยเท่านั้น ถ้าเรายังเข้าไม่ถึงกายธรรมอรหัต เพราะมัวไปติดยึดทรัพย์สมบัติภายนอกกันอยู่ ก็ต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่ร่ำไป มันมีเครื่องที่ทำให้ดึงดูดติดอยู่ในภพสาม อยู่ในกลางภพสามเลย แล้วก็ประกอบเหตุเอาไว้ บุญบาปประกอบกันอยู่ในนั้นส่งไปเกิดตามภพภูมิต่างๆ ตามกำลังแห่งกรรมที่กระทำเอาไว้ แต่ถ้าปฏิบัติธรรมกระทั่งเข้าถึงกายธรรมอรหัตอย่างนี้ หลุดจากภพสาม มีนิพพานเป็นที่ไป มีสถานที่ที่บริสุทธิ์ มีความสุขรองรับกันอยู่ ซึ่งผู้ที่เข้าถึงก็จะรู้ได้ด้วยตัวของตัวเองว่า สิ่งนั้นคืออะไร อยู่ตรงไหน ดังที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสเอาไว้ว่า *อตฺถิ ภิกฺขเว ตทายตนํ ฯ เป ฯ ภิกษุทั้งหลาย อายตนะนั้นมีอยู่ ที่ดิน น้ำ ไฟ ลม ไม่มีเลย ฯลฯ ซึ่งเราจะเข้าถึงอายตนะนี้ได้ก็ด้วยการทำใจหยุดใจนิ่ง เข้าไปค้นกันด้วยตัวของตัวเอง * ที่มา : ปาฏลิคามิวคฺค. ขุ. อุ. ๒๕/๒๐๖