ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

วันสมาธิโลก

หลวงพ่อธัมมชโย · ปกิณกะ

๖ สิงหา วันสมาธิโลก เรียบเรียงจากพระธรรมเทศนาพระราชภาวนาวิสุทธิ์ (หลวงพ่อธัมมชโย) วันอาทิตย์ที่ ๖ เดือนสิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ วันนี้เป็นวันที่ดีที่สุดวันหนึ่งในชีวิตของพวกเราทุกๆ คน ที่เราได้สละเวลาอันมีค่ามาแสวงหาหนทางของพระนิพพาน เราได้วางภารกิจต่างๆ เดินทางมาจากทั่วประเทศ ทั้งที่อยู่ไกลและอยู่ใกล้ บางท่านก็เดินทางมาจากต่างประเทศเพื่อมาประพฤติปฏิบัติธรรมร่วมกัน มาสร้างสันติสุข สันติภาพให้เกิดขึ้นแก่โลก โดยเฉพาะวันนี้วันที่ ๖ สิงหาคม เป็นวันสมาธิโลก คือทั่วโลกนานาชาติ นานาประเทศเขากำหนดเอาว่าวันนี้เป็นวันสมาธิโลก ชาวโลกทุกคนไม่ว่าจะอยู่แห่งหนตำบลใดต่างก็รวมใจกันเพื่อทำสมาธิให้บังเกิดขึ้นในใจ หรืออาจจะกล่าวว่าวันนี้คือวันสันติภาพของโลก ซึ่งสันติภาพของโลกจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมนุษย์ทุกคนในโลกได้เข้าถึงสันติสุขภายใน สันติสุขภายในที่แท้จริงจะเกิดขึ้นเมื่อใจหยุดนิ่งตั้งมั่นเป็นสมาธิ หยุดนิ่งสนิทอยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ดังนั้นการเจริญสมาธิภาวนาจึงเป็นจุดเชื่อมโยงที่จะทำให้เกิดสันติภาพของโลกอย่างแท้จริง พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ผู้ฉลาดในการเจริญสมาธิภาวนา มีสติตั้งมั่น มีจิตบริสุทธิ์ผ่องแผ้ว พึงบรรลุนิรามิสสุข เสวยรสแห่งธรรมที่น้อมไปเพื่ออาสวักขยญาณ ทำให้จิตหลุดพ้น เมื่อจิตหลุดพ้นก็มีญาณหยั่งรู้ว่าหลุดพ้นแล้ว ผู้นั้นย่อมถูกต้องญาณอันเป็นเครื่องตรัสรู้อย่างยอดเยี่ยมในอัตภาพนี้ ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอย่างนี้ เพราะว่าการเจริญสมาธิภาวนาเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต อาจจะถือว่าเป็นทั้งหมดของชีวิตทีเดียว และเป็นสิ่งที่จะทำให้เราได้บรรลุเป้าหมายอันสูงสุดของชีวิตคืออายตนนิพพาน ดังนั้นผู้รู้ ผู้มีปัญญาทั้งหลายก็จะใช้เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตเพื่อการเจริญภาวนา ฝึกฝนอบรมใจให้หยุดนิ่ง เพราะรู้คุณค่าของเวลาจึงสงวนเวลาทุกอณุวินาทีเอาไว้สำหรับการฝึกใจ มีสติตั้งมั่นไม่หวั่นไหวไปกับโลกธรรม ๘ คือมีลาภ เสื่อมลาภ มียศ เสื่อมยศ มีสรรเสริญ มีนินทา มีสุข มีทุกข์ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นธรรมประจำโลกที่บัณฑิตนักปราชญ์เห็นว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา มีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป มีความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ไม่ใช่สาระที่แท้จริงของชีวิต จะมุ่งแสวงหาสาระหรือของจริงที่มีอยู่ภายในคือพระธรรมกาย พระธรรมกายมีอยู่ในตัวของมนุษย์ทุกๆ คนในโลก ไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติ ศาสนา หรือเผ่าพันธุ์ใด จะเป็นใครก็แล้วแต่ จะมีความเชื่ออย่างไร นับถือศาสนาอะไรก็ตาม ล้วนมีธรรมกายทั้งสิ้น เมื่อทุกๆ คน ทุกชาติ ทุกภาษา ฝึกใจให้หยุดนิ่งอย่างถูกวิธีในตำแหน่งที่ถูกต้องคือ ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เหมือนๆ กัน เมื่อใจหยุดแล้วก็จะสามารถเข้าถึงพระธรรมกายได้ เมื่อเข้าถึงพระธรรมกายแล้ว ความเป็นนิจจัง เป็นสุขัง เป็นอัตตาก็จะเกิดขึ้น จะเป็นอิสระจากกิเลสอาสวะ เป็นสุขล้วนๆ มีความสุขได้ด้วยตัวของตัวเอง เป็นนิรามิสสุข คือสุขที่ไม่เจือไปด้วยอามิส ไม่ต้องอาศัยวัตถุสิ่งของภายนอก ซึ่งผู้ที่ฉลาดหรือนักสร้างบารมีต้องแสวงหาความสุขอย่างนี้ แสวงหาความสุขที่เกิดจากการเข้าถึงธรรม สุขที่เกิดจากใจหยุดใจนิ่ง เพราะความสุขชนิดนี้เยี่ยมกว่าความสุขทั้งหลาย พระผู้มีพระภาคเจ้าท่านถึงได้ตรัสว่า นตฺถิ สนฺติ ปรํ สุขํ สุขอื่นนอกจากใจหยุดใจนิ่งแล้วไม่มี เป็นรสแห่งความสุข รสแห่งธรรมที่ชนะรสทั้งปวง แล้วยังเป็นวิมุตติสุขที่จะนำไปสู่อายตนนิพพาน เป็นรสแห่งธรรมที่น้อมไปเพื่อความสิ้นไปแห่งอาสวะ ความสุขนี้เป็นรากฐานของชีวิตและเป็นสุดยอดแห่งความปรารถนาของมวลมนุษยชาติ ที่เราเกิดกันมาแต่ละภพแต่ละชาตินั้นก็เพื่อแสวงหาทางพ้นทุกข์ ให้เข้าถึงความสุขที่แท้จริง ให้เข้าถึงสิ่งที่คงที่ที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง ซึ่งสิ่งเหล่านี้รวมประชุมอยู่ในธรรมกายทั้งหมด ฉะนั้นการเข้าถึงธรรมกายจะทำให้ชีวิตของเราเปลี่ยนแปลงจากความทุกข์ไปสู่สันติสุขที่แท้จริง เราจะมีชีวิตที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขสดชื่นเบิกบานอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ความคิด คำพูด และการกระทำก็จะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น จะเกิดปัญญาบริสุทธิ์สามารถขจัดปัญหาต่างๆ ให้หมดสิ้นไปได้ ความบริสุทธิ์ ความผ่องแผ้วของจิตก็จะเกิดขึ้น สิ่งที่เป็นมลทินทั้งหลายก็จะหมดไป มหากรุณาก็จะเกิดขึ้น มีความปรารถนาดีซึ่งกันและกัน ปรารถนาให้ทุกๆ คนในโลกได้เข้าถึงพระธรรมกาย ปรารถนาให้ทุกคนในโลกมีความบริสุทธิ์ ปรารถนาให้ทุกคนในโลกมีความสุข สดชื่น เบิกบานอย่างไม่มีวันสิ้นสุด เพราะฉะนั้นวันสมาธิโลกของเราวันนี้ หากทุกคนในโลกนำใจมาหยุดอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องในที่เดียวกันพร้อมๆ กัน และได้เข้าถึงพระธรรมกายที่เป็นนิจจัง สุขัง อัตตาแล้ว สันติสุขที่แท้จริง สันติภาพที่แท้จริงของโลกก็จะบังเกิดขึ้นได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นสิ่งที่เหลือวิสัย ไม่ใช่สิ่งเพ้อฝัน แต่ว่าเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ถ้าทุกคนรู้ว่าเรามีของดีอยู่ในตัว และเริ่มต้นในตำแหน่งที่ถูกต้องคือฐานที่ ๗ แล้วก็ลงมือปฏิบัติกันอย่างจริงจัง ทำอย่างต่อเนื่องให้ถูกวิธี ถ้าเราร่วมมือร่วมใจกันอย่างนี้ทั้งโลก โลกก็จะพลิกจากมืดมาสว่าง จากที่เป็นมลทินก็มาเป็นความบริสุทธิ์ จากความเห็นแก่ตัวก็จะมาเป็นการแบ่งปัน มีความรัก มีรอยยิ้มให้กัน มีความเอื้ออาทรต่อกัน ความคิดเบียดเบียน ผูกโกรธ พยาบาทก็จะหมดสิ้นไป ตรงกันข้ามจะมีแต่ความเมตตา ปรารถนาดี มีการให้อภัย เสียสละ แบ่งปันซึ่งกันและกัน มีแต่ความบริสุทธิ์ มีแต่ความสุข เป็นโลกแห่งสันติสุขที่ใครๆ ก็ปรารถนากันมายาวนาน