ชีวิตที่เลือกได้
ชีวิตที่เลือกได้
เรียบเรียงจากพระธรรมเทศนาพระราชภาวนาวิสุทธิ์วันอาทิตย์ที่ ๔ เดือนมิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๓
ประเพณีการบูชาข้าวพระได้ปฏิบัติสืบเนื่องกันมายาวนาน ตั้งแต่สมัยพุทธกาลก็มีการใส่บาตรกับพระผู้มีพระภาคเจ้า หลังจากพระองค์ดับขันธปรินิพพานไปแล้วก็บูชาประหนึ่งพระองค์ยังทรงมีพระชนม์ชีพอยู่ ด้วยการจัดอาหารหวานคาวเป็นสำรับเล็กๆ มีพุทธปฏิมากรเป็นตัวแทนพระองค์
ผู้รู้ได้กล่าวเอาไว้ว่า การบูชาพระพุทธเจ้าด้วยระเบียบดอกไม้ ของหอม หรือเครื่องไทยธรรมด้วยจิตที่เลื่อมใสในพระผู้มีพระภาคเจ้าย่อมมีอานิสงส์เช่นเดียวกัน แม้พระพุทธองค์จะทรงมีพระชนม์ชีพอยู่หรือไม่ก็ตาม คือ จะส่งผลให้ผู้นั้นได้ไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์ ไปเป็นสหายแห่งเทวดา มีสมบัติอันเป็นทิพย์ มีกายทิพย์ รูปทิพย์ เสียงทิพย์ กลิ่นรสสัมผัสอันเป็นทิพย์ มีความเป็นใหญ่ อธิปไตย มีแต่ของเลิศ ที่เป็นรัตนะอันประณีต เมื่อมาเกิดเป็นมนุษย์ก็จะเป็นมนุษย์ชั้นสูงที่สมบูรณ์ไปด้วยโภคะ อันเลิศ เกิดในตระกูลสัมมาทิฏฐิ มีสมบัติรอคอยรองรับเหมือนเทวดาชาวสวรรค์ ชาวสวรรค์เวลาเกิดก็มีสมบัติรองรับเอาไว้ เกิดมาก็ได้ใช้สมบัติอันเป็นทิพย์เลย
มนุษย์ที่ไม่ค่อยมีบุญ เวลามาเกิดต้องทำมาหากิน หาเงินแต่เงินไม่ค่อยจะมีมาหา สมบัติไม่ค่อยมาหา แต่เทวดาเกิดขึ้นมาแบบโอปปาติกกะ คือเกิดมาก็โตเลย ได้เสวยสมบัติเลย และด้วยบุญนั้นเมื่อมาเกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาก็มีสมบัติรองรับ คล้ายๆ เทวดา มีรูปกายที่สวยงามตามส่วนของมนุษย์ มีอายุ มีวรรณะ ผิวพรรณสวย มีสุขะ สุขกายสุขใจ มีกำลังร่างกายแข็งแรง มีความฉลาด มีบริวาร เหมือนจำลองสวรรค์ไว้ในเมืองมนุษย์แต่ว่าหยาบกว่า ตามส่วนของมนุษย์
และมีจิตใจที่เบิกบาน คิดจะสร้างมหาทานบารมี ทำความดีอยู่ตลอดเลย อุปสรรคในชีวิตก็มีน้อย หรือไม่ค่อยมี ร่างกายแข็งแรง มีอายุยืนยาว บางยุคบางสมัยมนุษย์อายุยืนคล้ายๆ กับเทวดา เป็นหมื่น เป็นแสนปี เป็นอสงไขย เพราะฉะนั้นจะท่องเที่ยวอยู่ใน ๒ ภูมิทั้งมนุษย์และเทวโลก
เราลองนึกถึงภาพดูว่า เราทำบุญ แล้วบุญส่งผลเราไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์มันจะบันเทิงขนาดไหน จะน่าปีติและภาคภูมิใจขนาดไหน มาเกิดเป็นมนุษย์แล้วจำลองสวรรค์มาอยู่บนเมืองมนุษย์ แล้วก็ได้ใช้สิ่งที่มีอยู่ ใช้ทรัพย์สมบัติ พวกพ้องบริวารต่างๆ สร้างบารมีกันต่อไป เป็นสิ่งที่น่าปลื้มปีติใจขนาดไหน
เหมือนพระบรมโพธิสัตว์ในกาลก่อน ทุกๆ พระองค์สั่งสมบารมี ให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา กำลังบุญก็ส่งให้ท่องเที่ยวอยู่ใน ๒ ภูมิ ไปเกิดเป็นชาวสวรรค์ หมดกำลังบุญในสวรรค์ก็ลงมาเกิดในมนุษย์ก็มาสร้างบารมีต่ออีก มีธรรม ๔ ประการ กายสุจริต วจีสุจริต มโนสุจริต แล้วก็เป็นสัมมาทิฏฐิ ธรรม ๔ ประการเกิดขึ้นได้สร้างมหาทานบารมี สร้างบารมีอย่างอื่นไปด้วย ศีล เนกขัมมะ ปัญญา วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิษฐาน เมตตา อุเบกขา อย่างมีความสุขสนุกสนานบันเทิงกับการสร้างบารมี
เมื่อถึงคราวหมดอายุขัยก็ไม่กังวล ไม่ทุกข์อกทุกข์ใจ ร้อนอกร้อนใจ เพราะมีบุญติดตัวอยู่ บุญก็ส่งผลไปเกิดเป็นชาวสวรรค์อีก วนไปเวียนมาอยู่ ๒ ภูมิ ไม่พลัดตกไปในอบายเลย อย่างนี้เป็นสิ่งที่ดีที่เกิดขึ้นมาแล้วในอดีต และกำลังจะเกิดขึ้นกับลูกๆ ทั้งหลายนี่แหละ ให้ดีอกดีใจเอาไว้ว่าเราได้ใช้วันเวลาแห่งชีวิตของเราสร้างบารมีกันอย่างเต็มที่เต็มกำลัง โดยไม่หวาดหวั่นต่ออุปสรรคใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าฝนตก แดดออก รถติด หรือเศรษฐกิจตกต่ำเราก็ยังคงสร้างบารมีกันต่อไป
ฤดูร้อนมาถึงเราก็สร้าง ไม่กังวลเรื่องอากาศที่ร้อนอบอ้าว ฤดูฝนย่างเข้ามาเราก็ยังสร้างบารมีต่อด้วยจิตใจชื่นบานพร้อมไปกับสายฝน หมดฤดูฝน ฤดูหนาวย่างกรายเข้ามาเราก็ชื่นบานต่อการสร้างบารมี เราเป็นผู้ที่ยังฤดูทั้ง ๓ ให้เบิกบานด้วยการสร้างบารมีอย่างมีความสุขสนุกสนาน
ลูกทุกคนอยู่ในสายตาของสวรรค์ สวรรค์จะเล็งแลดูอยู่ตลอด ทิพยจักขุทุกคู่ของชาวสวรรค์ เทพบุตรเทพธิดาทุกชั้นมองดูแล้วใบหน้าก็ยิ้มละไม ใจก็ชื่นบาน เมื่อเห็นการสร้างบารมีของลูกทุกคน ให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนาด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใสเบิกบาน ทั้งทำด้วยตัวเองด้วย ทั้งก้าวเดินไปชักชวนให้คนมาสร้างความดีด้วย ให้เขาเปิดบ้านกัลยาณมิตร ให้เขาประพฤติปฏิบัติธรรม ให้เขามาสร้างบารมีแบบเราอย่างนี้ ชาวสวรรค์เขาก็ชื่นอกชื่นใจ บุญบันเทิงก็เกิดขึ้นในกลางกายของชาวสวรรค์ เพราะฉะนั้นดวงตาสวรรค์ทุกคู่เล็งแลลูกทุกคนอยู่นะจ๊ะ
เหมือนวันอาทิตย์ต้นเดือน ชาวสวรรค์เขาก็มองดูว่า ใครนั่งเสาไหน นั่งพื้นที่ตรงไหน แถวไหน ต้นเดือนนี้มาหรือเปล่า เอ๊ะต้นเดือนโน้นมา ทำไมเดือนนี้หายไปแล้ว มีข้ออ้างข้อแม้เงื่อนไข อ้าวนอนซะแล้วอย่างนั้น
อาทิตย์ต้นเดือนนี้มาครบเขาก็ชื่นบาน ชื่นใจ พออาทิตย์ถัดไปก็หยุดชดเชยไม่ยอมมานั่งสมาธิ ชาวสวรรค์ดูไปเสาต้นนั้น ทำไมมันโล่งไป ดูแถวนี้ทำไมขาดไป ดูที่นั่งตรงโน้น ทำไมมันว่าง เห็นแต่พื้นเขียวของซาแรนที่ปูอยู่ เขาก็นึกเสียดายว่า โอ้ ยอดนักสร้างบารมีทำไมหยุดชดเชยอีกแล้ว ทำไมขี้เกียจสร้างบารมี เรานี่เหรออยากจะมาเป็นมนุษย์มาสร้างบารมีก็ทำไม่ได้ ได้แต่คอยอนุโมทนาบุญ เอ้าอาทิตย์ถัดไปไม่มาก็หวังว่าอาทิตย์หน้าที่ถัดเลยออกไปอีกก็คงจะมา เอ้ามองดูหยุดชดเชยถัดไปอีกแล้ว
เพราะฉะนั้นลูกทุกคนไม่รู้ตัวอยู่ว่าเราอยู่ในสายตาสวรรค์ ไม่อย่างนั้นคนโบราณเขาจะพูดทำไมว่า ผีสางนางไม้เทวดา เขาเห็นการกระทำของเรา ทำดีเขาก็ชื่นใจ ทำไม่ดีเขาก็เสียดายโอกาสว่า โอ้ ทำไมมนุษย์ประมาทอย่างนี้ ไม่สร้างความดีกันให้ต่อเนื่อง เมื่อทำบุญไม่ต่อเนื่องภพชาติต่อถัดมาบางจังหวะชีวิตก็สมบูรณ์ ราบรื่น บางจังหวะชีวิตก็ร่วงโรย บางช่วงก็เฟื่องฟู บางช่วงก็ฟอบแฟบ ก็เพราะบางอาทิตย์มา บางอาทิตย์ก็ขี้เกียจมา มันก็เป็นอย่างนี้แหละ
แต่บางคนตลอดชีวิตตั้งแต่เกิดมาจนกระทั่งหมดอายุขัยเหมือนผลไม้ที่สุกงอมนวลหอมฟุ้งตลอดไม่มีหนอนชอนไชเลย ไม่ใช่สักแต่ว่าเกิดมาเป็นผลไม้ปล่อยให้หนอนแมลงชอนไช ชีวิตเขาราบรื่นตลอดเพราะเขาสร้างบารมีสร้างความดีอย่างตลอดและต่อเนื่อง
ดังนั้นต่อจากนี้เป็นต้นไป สร้างบารมีมันไปให้เต็มกำลัง อย่าขี้เกียจต่อการสร้างบารมี ต่อการสร้างความดี เดี๋ยววันเดี๋ยวคืนเดี๋ยวเราก็จะหมดเวลาของชีวิตแล้ว อย่าคิดว่าเรามีบารมีมากแล้ว บุญเยอะแล้ว สร้างแค่นี้ก็พอ อย่าไปคิดอย่างนั้น ถ้าบารมีเรามาก เราก็ไปนิพพานแล้ว แต่บารมีเรายังมากไม่พอ จึงต้องมานั่งอยู่ตรงนี้ แล้วถ้าเกิดไปเป็นชาวสรรค์เข้า โอ้ วิมานของเราทำไมมันด้อยกว่าเพื่อนฝูง นี่ชวนเขาเข้าวัดแท้ๆ แต่เขาได้ดีมากกว่าเราเพราะเราชวนเสร็จแล้วเราก็ไม่ได้มา วิมานเขาก็ใหญ่โตโอฬาร
การจุติของเทวดามีหลายประการ มีประการหนึ่งที่แปลกทีเดียว คือ ความริษยา ความริษยายังมีในจิตใจของเทวดาที่ยังไม่หมดกิเลส ริษยาเพราะเหลียวไปเห็นวิมานคนอื่นเขาโตกว่า ใหญ่กว่า สว่างกว่า บริวารก็มากกว่า ก็เกิดจิตริษยา ใจเร่าร้อน พอความร้อนเกิดขึ้นในใจ กายทิพย์ก็เศร้าหมอง พอเศร้าหมองเหงื่อก็ออกที่รักแร้ ก็ต้องดับจุติวูบลงไป เพราะฉะนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้จุติก่อนกำหนด เพื่อไม่ให้ความริษยาเกิด หมั่นทำบุญ หมั่นสร้างความดีไว้เยอะๆ ให้ชื่นอกชื่นใจ จะได้ไม่อายสหายแห่งเทวดาทั้งหลาย ชีวิตของการเกิดมาสร้างบารมีจึงจะเป็นชีวิตที่มีค่า นึกคิดไว้อย่างนี้เราจะได้ไม่ประมาทในการสร้างบารมี ทุกอาทิตย์เราก็มาสร้างบารมีกันให้เต็มที่