ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

อัศจรรย์ตะวันแก้ว

หลวงพ่อธัมมชโย · ปกิณกะ

อัศจรรย์ ตะวันแก้ว (เรียบเรียงจากโอวาทพระราชภาวนาวิสุทธิ์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๔๑ ) ความศักดิ์สิทธิ์อัศจรรย์ของหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ปูชนียาจารย์ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย ได้เป็นที่ประจักษ์แก่สาธุชนทั้งหลายนับหมื่น ๆ คน ถึง ๒ ครั้ง ๒ คราว ทุกคนต่างตื่นตะลึง ขนลุกชูชัน น้ำตาไหลด้วยความปีติสุขที่สุดในชีวิต คือวันที่ ๓๐ สิงหาคม กับวันที่ ๖ กันยายน ที่ผ่านมา (พ.ศ. ๒๕๔๑) โดยเฉพาะวันอาทิตย์ที่ ๖ กันยายนนั้น เราอาจจะนึกย้อนหลังถึงวันมหาปีติ วันชิตัง เม วันแห่งชัยชนะ เราได้เห็นสิ่งอัศจรรย์ปรากฏเกิดขึ้นบนท้องฟ้าพร้อม ๆ กันนับหมื่นคน เป็นความอัศจรรย์ที่เราจะไม่มีวันลืมเลือนเลย ที่ในวันนั้นดวงตะวันเหมือนถูกดูดหายไป ทำให้เรามองเห็นอีกฟากฟ้าได้ด้วยตาเนื้อ ด้วยตาเปล่า ซึ่งปกติเรามองดูดวงอาทิตย์ไม่ได้ แต่วันนั้นมีปรากฏการณ์เกิดขึ้นเป็นอัศจรรย์ เหมือนดวงตะวันถูกดูดหายไป แล้วมีดวงธรรมเหมือนดวงแก้วใส ๆ ปรากฏเกิดขึ้นมาตรงกลางดวงอาทิตย์คล้ายสุริยคราส แต่ว่าเป็นคราสด้วยดวงใส ๆ (แทนที่จะเป็นดวงดำ ๆ) ใสเกินใส จนเราเข้าใจถึงคำว่า ดวงธรรม หรือ ตะวันแก้ว เพราะว่าใสเกินใส เกิดวงแหวนที่รอบนอก เป็นตามขอบของดวงตะวันแก้วนั้น หมุนวนไปทางขวา เปล่งฉัพพรรณรังสีออกมา เป็นสีต่าง ๆ บางคนก็เห็นครบสี บางคนก็ไม่ครบ แต่จะสีอะไรนั้น สดใสยิ่งนัก จะเป็นสีเขียว สีฟ้า สีแดง สีชมพูอะไรต่าง ๆ จนกระทั่งสีสุดท้ายเป็นสีทอง ทาบทาไปบนท้องฟ้า อยู่ในกลางกายของหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กะพริบถี่ ๆ อยู่ตลอดเวลา ผลุบเข้าผลุบออกเหมือนซูมเข้าซูมออก คล้ายกับจะรับรู้ถึงการสร้างบารมีของเรา ถึงชัยชนะที่เราทุ่มสุดฤทธิ์ปิดแกนกลาง ถึงคำปฏิญาณของตนของเราจะ “ทุ่มชีวี สร้างมหาธรรมกายเจดีย์” ยิ่งเปล่งวาจา ยิ่งปฏิญาณตน โบกธงแห่งชัยชนะเท่าไร ตะวันแก้วนั้นยิ่งกะพริบถี่ ๆ หมุนเร็วจี๋ แสงยิ่งเปล่งประกาย ทาบทาจนกระทั่งมหาธรรมกายเจดีย์เป็นสีทอง พระภิกษุสามเณรทั้งหลายเป็นสีชมพู พวกเราทุกคนเป็นสีทอง แล้วความรู้สึกเป็นพี่เป็นน้องเกิดขึ้นมา และความรู้สึกเชื่อมั่นในพระรัตนตรัยก็บังเกิดขึ้น ความมุ่งมั่นที่จะทุ่มชีวีสร้างมหาธรรมกายเจดีย์ให้สำเร็จเกิดขึ้นในใจ โดยไม่มีความหวั่นไหวในสิ่งใด ๆ ทั้งสิ้น “สิ่งนี้เป็นเรื่องอัศจรรย์ที่เกิดขึ้น เมื่อใจทุกดวงรวมเป็นดวงเดียวกัน แล้วก็มีเป้าหมายอันเดียวกัน ทุ่มเทชีวิตจิตใจแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เพราฉะนั้นการที่ท่านมาปรากฏให้เราเห็นน่ะเป็นความอัศจรรย์ สิ่งนี้จะเกิดขึ้นทุกครั้ง ถ้าหากว่าใจรวมเป็นหนึ่งเดียว” เมื่อ ๒๕๐๐ กว่าปีมาแล้ว ในสมัยพุทธกาล ก็มีเหตุการณ์มหัศจรรย์คล้าย ๆ อย่างนี้ แต่ว่ายิ่งใหญ่ เป็นสิ่งที่บันทึกปรากฏในพระไตรปิฎก ถึงเหตุการณ์ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จลงมาจากดาวดึงส์ หลังจากไปโปรดพระพุทธมารดาลงมาที่เมืองสังกัสสะนคร แล้งก็เกิดสิ่งอัศจรรย์ขึ้น คือ ท่านเปิดโลกทั้งสามให้แลเห็นกัน คือสวรรค์ มนุษย์และนรกเห็นกันหมด เทวดาเห็นมนุษย์ เห็นสัตว์นรก สัตว์ที่อยู่ในอบาย เปรต อสุรกายต่าง ๆ มนุษย์เห็นเทวดาและภพของอบาย ต่างเห็นซึ่งกันและกันเป็นอัศจรรย์ในพุทธานุภาพ ความอัศจรรย์นั้น ก็เกิดมหาปีติ ต่างตั้งความปรารถนาที่จะเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในอนาคตกาลภายภาคเบื้องหน้า ในคัมภีร์ยังกล่าวว่า แม้แต่มดซึ่งเป็นสัตว์เดรัจฉาน ยังมีความรู้สึกนึกคิดที่จะปรารถนาภูมิอันยิ่งใหญ่นั้น นี่เป็นความอัศจรรย์ที่ปรากฏขึ้น เพราะสรรพสัตว์ทั้งหลายเชื่อเรื่องบุญและบาป เชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม เชื่อเรื่องทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว สัมมาทิฏิฐิก็บังเกิดขึ้นในวันนั้น…