โอวาทปิดการอบรมธรรมทายาท
วันอาทิตย์ที่ ๑๗ เดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๑
โอวาทปิดการอบรมธรรมทายาทหญิง
วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการอบรมธรรมทายาทหญิง ใช้เวลาอบรมเป็นเวลา ๑ เดือนเศษ ก่อนที่เราจะแยกย้ายกันกลับไป หลวงพ่ออยากจะให้ลูกทุกคนอย่าได้ลืมวันเวลาที่เราได้มาอยู่ร่วมปฏิบัติธรรม ฝึกฝนตัวเอง แม้จะเป็นช่วงสั้น ๆ ก็ตาม
หลวงพ่ออยากจะให้ลูกหญิงทุกคนได้ทราบว่า ช่วงนี้เป็นช่วงจังหวะที่ดีที่สุดของชีวิต เพราะชีวิตในตอนช่วงนี้ เป็นช่วงที่เราปลอดกังวล ไม่มีพันธนาการของชีวิต ร่างกายของเรายังแข็งแรงอยู่ มีโรคภัยไข้เจ็บน้อย เป็นช่วงที่เหมาะในการที่จะศึกษาธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พอที่จะศึกษาได้ แม้เป็นเพียงช่วงสั้น ๆ
สิ่งที่ได้ในตอนช่วงนี้จะเป็นประโยชน์ในการดำเนินชีวิตต่อไปในอนาคต หรืออย่างน้อยก็เป็นแนวทางที่จะศึกษาธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าต่อไป อยากให้ลูกทุกคนได้จำวันเวลาที่ผ่านมานี้เอาไว้
การปฏิบัติธรรมในช่วงนี้ ถ้าเราสามารถปฏิบัติธรรมได้จนกระทั่งถึงจุดที่ใจหยุดนิ่ง ถ้าได้ในตอนช่วงนี้มันก็จะติดไปตลอดชาติ แต่ถ้าหากเราปฏิบัติแล้วยังได้ผลไม่เต็มที่ ช่วงต่อไปในอนาคตเราจะต้องใช้ความเพียรพยายามให้มากไปกว่านี้ จึงจะเข้าถึงสิ่งที่มีอยู่ในตัวเรา
เพราะฉะนั้น ใครที่ได้เข้าถึงประสบการณ์ที่ดี ตั้งแต่แสงสว่าง ดวงธรรมภายใน โดยเห็นกายของตัวเองภายใน ตลอดจนกระทั่งองค์พระ ขอให้หวงแหนประสบการณ์นี้เอาไว้ให้ดี อย่าชะล่าใจว่า สิ่งที่เราได้มานี้ เราจะทำเมื่อไรก็ได้ ซึ่งความเป็นจริงมันไม่เป็นอย่างนั้น เพราะเรื่องของใจเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เป็นเรื่องที่เข้าใจยาก
เพราะฉะนั้น ถ้าหากว่าได้ในตอนช่วงนี้แล้ว ขอให้ไปทำความเพียรให้ต่อเนื่อง อย่าให้ขาดเลยแม้แต่วันเดียว แม้ว่าเราจะมีภารกิจเกี่ยวกับเรื่องเรียน เรื่องการทำงาน หรือเรื่องอะไรที่นอกเหนือจากนี้ก็ตาม บริหารเวลาจัดสรรเวลาให้กับการแสวงหาสิ่งที่มีคุณค่าสำหรับชีวิตเอาไว้ในทุก ๆ วัน
ถ้าหากว่าทำได้อย่างนี้สิ่งที่เราได้เข้าถึงได้มีได้เป็นนั้น มันก็จะยังคงอยู่กับเราต่อไป และจะค่อย ๆ เจริญก้าวหน้าขึ้นไปตามวันเวลาที่เพิ่มขึ้น ที่เรามีความเพียรทำอย่างสม่ำเสมอ
ยังมีสิ่งที่เรายังไม่เข้าใจที่จะต้องเรียนรู้ หรือสิ่งที่เราสงสัย ที่เราจะต้องหาคำตอบให้ได้ ยังอีกมาก เพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งชะล่าใจว่า สิ่งที่เราได้ในวันนี้เป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว และหยุดที่จะศึกษากันต่อไป
สิ่งที่เราสงสัยอยู่ที่อยู่ในลึก ๆ อยู่ในใจของเรานั้น เราจะหายสงสัยได้ต่อเมื่อเราได้เกิดธรรมจักขุ เกิดญาณทัสนะ ซึ่งมีการเห็นได้แตกต่างจากการเห็นด้วยตามนุษย์ คือการเห็นได้รอบตัวทุกทิศทุกทาง เห็นได้ลึกซึ้งเห็นได้ไกล ถ้ามีดวงตาอย่างนี้ มีญาณทัสนะอย่างนี้จึงจะไปศึกษาได้ซึ่งทั้งหมดรวมลงอยู่ในธรรมกาย
เพราะฉะนั้น ใครที่ยังไม่ถึงธรรมกาย ก็ขอให้พยายามไปปฏิบัติต่อไปจนกว่าเราจะเข้าถึงที่เข้าถึงที่เข้าถึง แล้วก็อย่าได้ทอดทิ้งธุระ ให้ทำความเพียรกันต่อไป จนกว่าเราจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับธรรมกาย ธรรมจักขุและญาณทัสนะเกิดขึ้นกับเราจนกระทั่งเป็นอุปกรณ์ที่เราจะศึกษาสิ่งที่เราสงสัยต่อไปในอนาคต ซึ่งเราเรียกว่า ศึกษาวิชชาธรรมกาย คำตอบทั้งหลายที่จะทำลายความสงสัยได้นั้นอยู่ตรงที่เราได้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับธรรมกาย
ฉะนั้นระยะเวลาที่ผ่านมานั้น เรามีทั้งกิจวัตรกิจกรรมและบางครั้งก็ทำไปอย่างนั้นเอง ยังไม่ได้จริงจัง จะมีบางช่วงเท่านั้นที่เราจะเอาจริงเอาจัง ต่อจากนี้ไปหลังจากที่ปิดการอบรมและแยกย้ายกันกลับบ้านไปแล้ว ก็ขอให้เอาจริงเอาจังกว่าที่ผ่าน ที่ผ่านมาก็แค่เป็นแนวทางเท่านั้นเอง ที่จะนำเราไปสู่สิ่งที่ดีงามต่อไปในอนาคต หรือความรู้อันยิ่งใหญ่ต่อไปในอนาคต
หลวงพ่อมีความปีติและภาคภูมิใจกับลูกทุกคนที่ใช้เวลาอย่างมีคุณค่าในช่วงที่ปิดภาคนี้ แม้มันจะเป็นช่วงสั้น ๆ ก็ตาม แต่ทุกวินาทีมันผ่านไปด้วยกุศลธรรม กระแสธารแห่งบุญ แห่งความรู้อันบริสุทธิ์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไหลผ่านใจเราอยู่ตลอดเวลา
เมื่อเราแยกย้ายกันกลับบ้านแล้ว โอกาสที่เราจะมีสิ่งแวดล้อมอย่างนี้ จะที่บ้าน ที่โรงเรียน หรือที่ทำงาน มันหาได้ยากอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้น วันเวลาที่ผ่านไปนั้น มันเป็นบารมีของลูกทุกคน ไม่ว่าเราจะซาบซึ้งหรือไม่ซาบซึ้งก็ตาม จะรู้เรื่องหรือไม่รู้เรื่องก็ตาม สิ่งนี้มันก็เป็นบารมี เป็นปัจจัย เป็นแรงผลักดัน ที่จะส่งกันต่อ ๆ ไปในอนาคต ตั้งแต่อนาคตในปัจจุบัน และในอนาคตจนภพชาติต่อ ๆ ไป
ขอให้หวงแหนสิ่งที่ดีงามนี้เอาไว้ให้ดี และสิ่งอะไรที่เราได้ฝึกฝนอบรมตามกิจวัตรกิจกรรมที่ทางองค์กรได้กำหนดเอาไว้ มันก็จะเป็นประโยชน์ต่อไปในอนาคต
ยามใดที่เรามีสังขารเสื่อม อายุเรามากกว่านี้ ผมบนศีรษะของเราเป็นสีดอกเลา เป็นสีขาว ผิวพรรณของเรามันเหี่ยวย่น มันเสื่อมลงไป เมื่อเราระลึกนึกถึงในช่วงที่เราได้เป็นธรรมทายาทหญิง เราจะมีความปีติมีความดีใจและสิ่งนี้จะทำให้เรามีความผาสุกในบั้นปลายของชีวิต และจะนำไปสู่ลูกหลานหรือผู้ที่ใกล้ชิดต่อไปในอนาคต ด้วยความปีติและความภาคภูมิใจ
มีหลาย ๆ สิ่ง ที่ทำครั้งหนึ่ง ก็ใช้ได้เพียงครั้งเดียว เรารับประทานอาหารมื้อหนึ่งก็อยู่ไปได้วันหนึ่ง หายใจเข้าครั้งหนึ่ง เดี๋ยวเราก็ต้องหายใจออกอีกแล้ว มันทำได้ครั้งหนึ่งก็ใช้ได้ครั้งหนึ่ง แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทำครั้งเดียวจะใช้ได้หลายครั้ง คือ การทำความดี อย่างที่ลูกหญิงทุกคนได้ใช้เวลาในช่วงที่ผ่านมานี้ ฝึกฝนอบรมหล่อหลอมศึกษาธรรมะ มันเป็นความดี และเป็นสุดยอดแห่งความดี ทำเพียงครั้งเดียว ช่วงระยะเดือนเศษที่ผ่านมา เราใช้ได้อีกหลายครั้ง ตลอดชาติทุกครั้งที่ตามระลึกนึกถึง เราก็มีความปีติยินดี ปีหน้าเรานึกย้อนหลังถึงปีนี้ เราก็มีปีติ อีก ๕ ปีข้างหน้า นึกถึงอีกก็ยังมีปีติ ๑๐ ปี ๒๐ ปี
จนกระทั่งตอนที่เราไปอยู่บนเตียงคนป่วย เราก็ยังระลึกได้อีก นึกแล้วก็มีความปีติยินดี เป็นคนป่วยที่ป่วยอย่างสง่าผ่าเผย องอาจอย่างราชสีห์ เพราะว่าระลึกนึกถึงสิ่งที่ดีงาม ในช่วงที่เราเป็นธรรมทายาทหญิง มันมีความปีติ ยินดี เป็นคนป่วยที่มีกำลังใจที่เข้มแข็ง ให้กำลังใจต่อผู้ที่มาเยี่ยมไข้ รวมทั้งผู้ที่รักษาพยาบาล จะเป็นหมอ เป็นพยาบาล เป็นหมู่ญาติมาเยี่ยมเยือนเรา ในวาระนั้น จะได้รับกำลังใจจากเราเป็นสิ่งตอบแทน เพราะในตอนช่วงนั้นจิตใจของเราสูงส่ง นึกถึงความดีในช่วงที่เราเป็นธรรมทายาทหญิง ฝึกฝนอบรมตน ความปีติเกิดขึ้นมาก เราจะเป็นคนป่วยที่ดูไม่เหมือนคนป่วยธรรมดา ผิวพรรณวรรณะจะผ่องใส ดวงตาจะมีประกายแจ่มใสอยู่ตลอดเวลา เหมือนดวงดาวบนท้องฟ้า แม้ใกล้ต่อมรณภัยก็ไม่หวาดหวั่น เพราะใจมีปีติสุข ระลึกนึกถึงความดีที่ผ่านมาในช่วงที่เป็นธรรมทายาทหญิง ละโลกแล้วก็ไปดี เพราะจิตผ่องใส ไปสู่สุคติภูมิภพอันวิเศษ ที่มีความรื่นรมย์มีความบันเทิงฝ่ายเดียว ด้วยกระแสกุศลธรรมที่เราได้ทำผ่านมา
เพราะฉะนั้น นี่คือสิ่งที่ดีงาม ที่ลูกหญิงทุกคนอาจจะคาดไม่ถึงว่า เราแค่ให้โอกาสกับตัวเรามาได้ศึกษาธรรมวินัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และฝึกฝนอบรมแค่เพียงช่วงสั้น ๆ จะมีผลอันยิ่งใหญ่ได้ขนาดนี้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผ่านมานั้น ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เลย เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ที่เราคาดไม่ถึงว่ามันจะยิ่งใหญ่ถึงขนาดนั้น
ยามที่มนุษย์ประสบทุกข์ ย่อมแสวงหาที่พึ่ง เพราะตอนประสบทุกข์นั้นใจมันว้าเหว่ จะมีความทรมานมาก อยากมีที่พึ่ง ที่พึ่งอะไรจะวิเศษไปกว่าความดีที่เราได้ทำเอาไว้
เพราะฉะนั้น สิ่งที่ลูกหญิงทั้งหลายได้ทำผ่านมาจนกระทั่งถึงวันนี้ มันเป็นความดี เป็นสิ่งที่ดีงาม ยามนี้เราอาจจะคิดได้เพียงเล็กน้อย แต่ต่อไปในอนาคตเมื่อเราผ่านโลก ต่อไปอายุเรามากขึ้น เราเอาปัญญามาใช้ได้มากกว่านี้ ตอนนั้นเราจะเห็น และมีความรู้สึกชื่นชมกับตัวเอง เคารพตัวเองว่า เราได้ใช้ตัวของเรานี้สร้างแต่คุณงามความดี
การประพฤติปฏิบัติธรรม กิจวัตรกิจกรรมที่จัดเอาไว้ให้ ล้วนเป็นการหล่อหลอมเพื่อให้ชีวิตอยู่ในความดีทั้งสิ้น ให้เป็นต้นบุญต้นแบบแห่งความดี เป็นคนดีที่โลกต้องการเพราะฉะนั้นขอให้ลูกทุกคน ได้ระลึกนึกถึงแต่สิ่งที่ดีนี้
ไปอยู่ที่ไหนก็ให้ไปเป็นต้นแบบที่ดีงามนี้ต่อไป จะไปอยู่ในสถาบันการศึกษาก็ดี จะไปอยู่ในที่ทำงานก็ดี หรือทุกหนทุกแห่งจะภายในหรือต่างประเทศก็ตาม จงเป็นต้นบุญต้นแบบที่ดีงามอย่างนี้ และควรเป็นคนดีที่ยาวนาน อย่าเป็นคนดีแค่ชั่วคราวเท่านั้น เป็นคนดีที่ถาวร และดีขึ้นไปเรื่อย ๆ
หลวงพ่อได้กล่าวมาเบื้องต้นแล้วว่า สิ่งที่เราได้ศึกษาผ่านมาตลอดระยะเวลาเดือนเศษนั้น มันเป็นแต่เพียงจุดเริ่มต้นแห่งความดี ยังมีความดีที่ยิ่ง ๆ ขึ้นไปกว่านี้อีก เพราะฉะนั้นให้ลูกหญิงทุกคนให้ศึกษาอบรมตนกันต่อไป