ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

ร่างนางสิริมา...ดอกไม้อริยะ

หลวงพ่อธัมมชโย · นางสิริมา หญิงงามเมืองผู้บรรลุโสดาบัน

PDF
ร่างนางสิริมา...ดอกไม้อริยะ ในเย็นวันนั้นเอง นางสิริมาทนต่อทุกขเวทนาไม่ไหวก็เสียชีวิตลง ข่าวการตายของนางรู้ไปถึงพระราชา พระราชาก็ส่งพระราชสาส์นไปถวายพระบรมศาสดาว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ นางสิริมาน้องสาวของหมอชีวกโกมารภัจจ์เสียชีวิตแล้ว” พระบรมศาสดาทรงเห็นตลอดในข่ายพระญาณว่า ภิกษุรูปนั้นกำลังรำพึงถึงนางสิริมา เพราะติดในรูปที่สวยงามของนาง ซึ่งตอนนี้เปลี่ยนแปลงไปแล้วเมื่อธาตุเป็นไม่อยู่ คือกายละเอียดของเธอไม่อยู่แล้ว ซากร่างก็ย่อมเปลี่ยนแปลงไป จะเอาซากร่างอันเคยงามนี้มาเป็นบทเรียนเป็นอุปกรณ์ในการสอนพระ ให้ศพของนางสิริมาเป็นเหมือนดอกไม้พระ คือเห็นแล้วชื่นใจ ศพหรือซากอสุภะคือดอกไม้ของพระ พระเห็นแล้วชอบ ใจจะสบายไม่ฟุ้งซ่านเลย พระพุทธองค์จึงตรัสส่งข่าวไปยังพระราชาว่า “อย่าเพิ่งด่วนเผาศพของนางสิริมา ขอให้มหาบพิตรจงทอดร่างนางสิริมานั้นไว้ในป่าช้าผีดิบ ให้รักษาไว้ให้ดี อย่าให้สุนัขและนกกามากินได้” พระราชาทรงน้อมรับทำตามที่พระพุทธองค์รับสั่ง แล้วรับสั่งต่อให้พวกราชบุรุษทำตามพุทธประสงค์ เมื่อร่างของนางสิริมาถูกหามไปยังป่าช้าผีดิบผ่านไป ๔ วัน สรีระของนางก็พองอืดบวมขึ้นมา ส่งกลิ่นเหม็นฟุ้ง หนอนตัวโตๆ ไต่จากปากแผลจากทวารทั้ง ๙ ไม่ว่าจะเป็นทางหู ตา จมูก ปาก และทวารต่างๆ ร่างของนางแตกไปทั่ว หนอนไต่ยั้วเยี้ยเต็มไปหมด พระราชาก็รับสั่งให้ตีกลองประกาศไปทั่วพระนครว่า เว้นแต่เด็กๆ ให้เฝ้าเรือน นอกนั้นให้ทุกคนมาดูนางสิริมา ถ้าไม่มาจะถูกปรับ ๘ กหาปณะ มหาชนจึงต้องมากันทั้งเมือง จากนั้นก็ส่งข่าวไปยังสำนักพระบรมศาสดาว่า “ขอกราบอาราธนาพระภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน เสด็จมาดูนางสิริมา” พระบรมศาสดารับสั่งให้ประกาศไปในหมู่พระภิกษุว่า เราทั้งหลายทั้งหมดทุกรูปจะไปดูนางสิริมาพร้อมๆ กัน ส่วนภิกษุรูปนั้น นับเป็นเวลา ๔ วันที่นอนซมอดอาหารอยู่โดยไม่ฟังคำใครทั้งนั้น มีแต่ภาพจำของนางสิริมาที่ยังสวยสดงดงามแม้ในยามป่วย แต่ไม่รู้เลยว่านางตายไปแล้ว ยังคงเพ้อรำพันถึงและมีความคิดฟุ้งซ่านปรุงแต่งไปเรื่อยๆ จนข้าวที่ถูกทิ้งไว้ในบาตรบูดเน่า ลำดับนั้นเพื่อนภิกษุรูปหนึ่งเข้าไปหาแล้วบอกว่า “พระบรมศาสดาจะเสด็จไปทอดพระเนตรนางสิริมา ท่านจะไปไหม” ภิกษุนั้นแม้ถูกความหิวครอบงำ แต่พอได้ยินชื่อสิริมาเท่านั้นเอง ก็รีบลุกขึ้นถามว่า “ท่านว่าอะไรนะ” เพื่อนพระภิกษุจึงกล่าวย้ำว่า “พระบรมศาสดาจะเสด็จไปทอดพระเนตรนางสิริมา ท่านจะไปหรือไม่” ภิกษุรีบตอบ “ไปสิ” แล้วรีบครองผ้า เอาข้าวบูดไปเททิ้ง ล้างบาตรแล้วใส่ถลกบาตร ไปกับเพื่อนภิกษุ มีเรี่ยวมีแรง สดชื่นเบิกบานขึ้นมาทันที พระบรมศาสดามีหมู่ภิกษุแวดล้อมได้ประทับยืนอยู่ส่วนข้างหนึ่ง หมู่ภิกษุณี พระราชา และข้าราชบริพาร อุบาสกอุบาสิกายืนอยู่เป็นส่วนๆ กันไป เมื่อพระองค์เสด็จมาแล้ว มองเห็นพร้อมกันหมดในบริษัททั้ง ๔ นั้น พระบรมศาสดาตรัสถามว่า “หญิงนี้คือใคร มหาบพิตร” พระพุทธองค์ทรงเจาะจงให้คำถามนี้ดังไปถึงภิกษุรูปนั้น พระราชากราบทูลว่า “น้องสาวหมอชีวก ชื่อสิริมาพระเจ้าข้า” พระบรมศาสดาตรัสถามย้ำอีกว่า “นี่ใช่นางสิริมาแน่หรือมหาบพิตร” ภิกษุรูปนั้นก็ได้ยินแล้ว แต่มามั่นใจตอนที่พระราชากราบทูลตอบว่า “ใช่นางสิริมาแน่พระเจ้าข้า” เมื่อภิกษุรูปนั้นได้ฟังคำยืนยันจากพระราชาก็เกิดความสลดสังเวชขึ้นมาแทนที่ หมดความสดชื่นเบิกบานในทันใด