ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

ศาสนทายาท

หลวงปู่วัดปากน้ำ · พระมงคลเทพมุนี-40วัชรวีร์

PDF
๑๘. ศาสนทายาท ตลอดเวลาเกือบห้าสิบปีที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านอบรมธรรมปฏิบัติแก่สานุศิษย์ทั้งบรรพชิตและคฤหัสถ์นั้น ศิษย์ของท่านทั้งหลายเหล่านั้นต่างก็ได้รับอานิสงส์มีความสุขความเจริญกันไปตามแต่ภาวะฐานะของแต่ละคน ส่วนศิษย์ที่อยู่ภายในวัดปากน้ำนั้นบ้างก็มีความเจริญรุ่งเรืองอยู่ในเพศสมณะทั้งสายปริยัติและสายปฏิบัติ บ้างก็เป็นอุบาสกอุบาสิกาที่ช่วยบริหารงานอยู่ในวัดปากน้ำ บางท่านก็เป็นครูสอนสมาธิเจริญภาวนาอยู่ในวัด และบางท่านก็ได้ขยับขยายออกไปสร้างสถานที่ปฏิบัติธรรมขึ้นใหม่ ศิษย์คนสําคัญของพระเดชพระ คุณหลวงพ่อจึงมีอยู่หลายท่านด้วยกัน ในบรรดาศิษย์คนสําคัญเหล่านั้นมีอยู่สองท่านที่ควรจะกล่าวถึงในที่นี้ เพราะเหตุว่าท่านทั้งสองนี้ต่างก็ได้เป็นหัวหน้าคณะนําพาสาธุชนทั้งหลายสร้างสรรค์งานพระศาสนาสืบสานมโนปณิธานอันยิ่งใหญ่ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำได้สําเร็จอย่างงดงาม สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ ป.ธ.๙) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ องค์ปัจจุบันนี้ ท่านเป็นชาว อําเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ถือกําเนิดเมื่อวันที่ ๒๖ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๖๔ และได้บวชเณรเมื่ออายุ ๑๔ ปี สมัยที่ท่านยังเป็นสามเณรอยู่นั้น พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ได้พยากรณ์ว่าท่านจะได้เป็นเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ หลวงพ่อท่านจึงได้เตรียมการไว้ให้ท่านเป็นทายาทผู้สืบสานภารกิจที่สําคัญยิ่งสามประการ คือภารกิจด้านการปกครองหมู่คณะวัดปากน้ำ งานเผยแผ่วิชชาธรรมกาย และงานบริหารการคณะสงฆ์ไทย ด้วยความมีวิสัยทัศน์อันกว้างไกล ท่านจึงได้ส่งพระมหาช่วง วรปุญฺโญ ในครั้งนั้นไปจําพรรษาที่วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เพื่อศึกษาภาษาบาลีให้จบเปรียญธรรม ๙ ประโยค และเพื่อเรียนรู้งานการคณะสงฆ์จากสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชฯ (ปลด กิตฺติโสภโณ) เมื่อครั้งยังเป็นสมเด็จพระสังฆนายกและเป็นเจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตรฯ ในสมัยนั้น การได้ไปอยู่จําพรรษา ณ วัดเบญจมบพิตรฯ นี้เอง ที่เป็นโอกาสอันดียิ่งของพระมหาช่วงที่จะได้มีโอกาสรับการถ่ายทอดคุณธรรม ได้เรียนรู้การบริหารงานคณะสงฆ์จากพระมหาเถระ ผู้ที่ต่อมาได้เป็นประมุขแห่งสงฆ์ทั้งประเทศ ซึ่งนับว่าเป็นโอกาสที่หาได้ยากอย่างยิ่ง และพระมหาช่วงในครั้งนั้นก็มิได้ปล่อยโอกาสนั้นให้ล่วงเลยไป ท่านได้ตั้งใจสนองงานอย่างดีเยี่ยม จนได้รับแต่งตั้งให้เป็นเลขานุการสมเด็จพระสังฆนายก เมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๕ ในระหว่างนั้นท่านได้สอนบาลีให้แก่พระเณรที่วัดเบญจมบพิตรฯ พร้อมกับศึกษาบาลีชั้นประโยคแปดที่วัดสามพระยาควบคู่กันไปด้วย พระอาจารย์ ผู้สอนบาลีของท่านคือสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ฟื้น ชุตินฺธโร) ปราชญ์ทางภาษาบาลีผู้มีลูกศิษย์อยู่ทั่วประเทศ จนกระทั่งถึง ปี พ.ศ. ๒๔๙๗ ท่านก็สําเร็จเปรียญธรรมเก้าประโยค การที่ท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ มีครูผู้เลิศถึง ๓ ท่านในเวลาเดียวกันเช่นนี้ ทําให้ท่านได้รับการถ่ายทอดและฝึกฝนคุณธรรม ความรู้ความสามารถ ตลอดจนประสบการณ์จากพระมหาเถระทั้งสามรูปนั้นเป็นอย่างดี ประกอบกับพื้นฐาน จิตใจอันงดงามของท่านด้วยแล้ว จึงส่งผลให้ท่านเป็นพระมหาเถระที่เพียบพร้อมไปด้วยความรู้ความสามารถและศีลาจารวัตรอันงดงาม เป็นที่กล่าวขานกันทั่วไปว่า ท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ เป็นพระมหาเถระผู้มีความเอื้ออาทรต่อทุกๆ คน ไม่ว่าท่านจะมีภารกิจมากเพียงใดก็ตาม ท่านก็ยังคอยสอดส่องดูแลความเป็นอยู่ของภิกษุสามเณร อุบาสกอุบาสิกา ที่วัดปากน้ำให้ได้รับความสะดวกสบาย พอควรแก่ชีวิตของนักสร้างบารมีอยู่เสมอ ความเมตตากรุณาของท่านนั้นเห็นได้ชัดจากการที่ท่านได้บริจาคทรัพย์สร้างโบสถ์ วิหาร โรงพยาบาล โรงเรียน และสิ่งที่เป็นสาธารณประโยชน์อื่นๆ ไว้ทั่วประเทศรวมเป็น จํานวนเงินนับพันล้านบาท ผลงานอันยิ่งใหญ่ของท่านที่สมควรกล่าวไว้ในที่นี้ก็คือ งานสร้างวิหารประดิษฐานพระไตร ปิฎกจารึกบนแผ่นหินอ่อน และการสร้างหอสมุดพระพุทธศาสนาที่พุทธมณฑล เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ รอบ รวมงบประมาณเฉพาะสองโครงการนี้ รวมกันเป็นเงินถึง ๔๐๐ ล้านบาท ในเรื่องการศึกษาของพระภิกษุสามเณรที่วัดปากน้ำนั้น นับตั้งแต่วันที่หลวงพ่อวัดปากน้ำไปรับท่านกลับมาจากวัดเบญจมบพิตรฯ หลังจากท่านจบเปรียญธรรมเก้าประโยคแล้ว ท่านได้กลับมาพัฒนาการเรียนการสอนในโรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดปากน้ำ ตามนโยบายที่หลวงพ่อวัดปากน้ำมอบหมายเอาไว้ อยู่ต่อมาไม่ช้านานพระภิกษุสามเณรวัดปากน้ำภาษี เจริญก็สามารถสอบได้เปรียญธรรมเก้าประโยคมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบันนี้ จํานวนพระเณรวัดปากน้ำที่ได้เปรียญธรรมเก้าประโยคมีมากติดอันดับอยู่เสมอ ทั้งนี้ก็เพราะความสามารถในการสอนและการบริหารการศึกษาของท่าน นอกจากนั้นท่านยังให้การสนับสนุนการศึกษาของคณะสงฆ์อย่างจริงจัง ด้วยการบริจาคปัจจัยสร้างอาคารเรียนพระปริยัติธรรมไว้ทั่วประเทศ รวมทั้งบริจาคอุปกรณ์การเรียนการสอน และทุนการศึกษาจํานวนมากอยู่เป็นประจํา ในที่สุดท่านจึงได้รับแต่งตั้งให้เป็นแม่กองบาลีสนามหลวงเมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๗ ซึ่งถือว่าเป็นตําแหน่งที่สําคัญอย่างยิ่งต่อการศึกษาของพระสงฆ์ทั้งประเทศ นอกจากงานด้านการศึกษาแล้วท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ ยังได้รับการยอมรับในด้านการบริหารการปกครองคณะสงฆ์อีกด้วย ดังนั้นท่านจึงได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะปกครองคณะสงฆ์ภาคต่างๆ ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๐๘ เรื่อยมา จนกระทั่งได้เป็นกรรมการมหาเถรสมาคมในปี พ.ศ.๒๕๓๑ และเป็นเจ้าคณะ ๑๔๓ใหญ่หนเหนือ ปกครองคณะสงฆ์ภาคเหนือทั้ง ๑๖ จังหวัด เมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๘ ซึ่งนับว่าท่านประสบความสําเร็จในการทํางานพระศาสนาจนเป็นที่ยอมรับของสังคมอย่างมาก ในด้านการเผยแผ่พระศาสนานั้น เป็นที่ทราบกันดีว่าชาวต่างชาติ หลายชาติหลายภาษาได้เดินทางมาศึกษาและ ปฏิบัติธรรมอยู่ที่วัดปากน้ำเสมอๆ บ้างก็เป็นพระภิกษุที่บวชมาจากต่างประเทศ แล้วเข้ามาพึ่งบารมีท่านเพื่อศึกษาพระพุทธศาสนา ในขณะเดียวกันท่านก็ได้เดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจในต่างประเทศอยู่เนืองๆ ทั้งในเอเชีย ยุโรป และอเมริกา เฉพาะที่ท่านได้ส่งพระพุทธรูปไปประดิษฐาน ณ อารามต่างๆ ในต่างประเทศนั้น รวมแล้วไม่ต่ำกว่า ๑๘ ประเทศ และในประเทศเหล่านั้น มีอยู่หลายแห่งที่ท่านได้สร้างเสนาสนะไว้ เพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนา เช่น ร่วมสร้างวัดมงคลเทพมุนี ที่ฟิลาเดลเฟีย สหรัฐอเมริกา สร้างวัดที่พุทธคยา ประเทศ อินเดีย สร้างวัดจิตตะกอง ที่ประเทศบังคลาเทศ สร้างหอวิปัสสนาที่ประเทศสวีเดน เป็นต้น ที่สําคัญประการหนึ่งคือ ท่านได้เป็นพระอุปัชฌาย์ผู้ให้กําเนิดพระภิกษุสามเณรอยู่เป็นจํานวนมาก ทายาททางธรรม ของท่านนั้นได้เป็นกําลังสําคัญของพระพุทธศาสนา อยู่ในสังฆมณฑลมากมายด้วยกัน ไม่เฉพาะสัทธิวิหาริกที่ท่านบวชให้เท่านั้น แม้พระเณรอื่นๆ ที่ใฝ่ดีสร้างบารมีอย่างจริงจัง ท่านก็ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพราะถือว่าเป็นลูกพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเหมือนกัน ด้วยเหตุที่เมตตาธรรมของท่าน แผ่กว้างไม่มีประมาณเช่นนี้ ทําให้มีพระภิกษุสามเณรจํานวน มากมาฝากตัวเป็นศิษย์ของท่าน ศิษย์ของท่านที่เป็นพระมหาเถระผู้ใหญ่ฝ่ายปริยัติที่มีชื่อเสียงรูปหนึ่งได้แก่ พระเดชพระคุณพระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช) เจ้าอาวาสวัดราชโอรสาราม ซึ่งในอดีตเคยอยู่ทํางานรับใช้ท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ อย่างใกล้ชิด ส่วนสัทธิวิหาริกที่มีชื่อเสียงของท่านก็มีอยู่มากเช่นกัน ในจํานวนนั้นก็มีพระราชภาวนาวิสุทธิ์ (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย) เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย และพระภาวนาวิริยคุณ (เผด็จ ทตฺตชีโว) รองเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายรวมอยู่ด้วย จะเห็นได้ว่าท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ เป็นทายาทผู้สืบสานภารกิจสําคัญ ที่หลวงพ่อวัดปากน้ำปูพื้นฐานไว้ได้อย่างดี ยิ่งดังผลงานทั้งหลายที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น เฉพาะผลงานของท่านและหมู่คณะชาววัดปากน้ำนั้น มีมากมายจนยากที่จะพรรณนาได้หมดสิ้น จนกระทั่งส่งผลให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ โปรดพระราชทานสถาปนาสมณศักดิ์ให้พระเดชพระคุณท่าน เมื่อครั้งยังเป็น พระธรรมปัญญาบดีขึ้นเป็น “สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ในวโรกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๓๘ ที่ผ่านมา อุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง อุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง หรือที่ศิษย์ทั้งหลายนิยมเรียกท่านว่า “คุณยายอาจารย์” หรือ “คุณยาย” นั้น ท่านเกิดเมื่อวันพุธ ขึ้น ๑๐ เดือนยี่ ปี พ.ศ. ๒๕๕๒ ที่อําเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ท่านเป็นศิษย์คนสําคัญในโรงงานทําวิชชาที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อกล่าวชมในที่ประชุมศิษย์ว่า “เป็นหนึ่งไม่มีสอง” ดังได้กล่าวมาแล้ว คุณยายเป็นลูกชาวนา ในวัยเด็กท่านไม่เคยเรียนหนังสือ เพราะในสมัยนั้น เด็กผู้หญิงไม่มีโอกาสได้เข้าโรงเรียนมูลเหตุที่ท่านจะได้เข้าไปอยู่ในวัดปากน้ำนั้นก็เพราะว่า ท่านต้องการฝึกนั่งสมาธิเพื่อจะตามหาคุณพ่อในปรโลก เนื่องจากในวัยเด็กท่านเคยถูกคุณพ่อแช่ง จนกระทั่งเมื่อคุณพ่อเสียชีวิตท่านไม่มีโอกาสได้ขอขมาเสียก่อนในขณะที่พี่น้องคนอื่นๆ เขาทันได้ขอขมา ทําให้ท่านเสียใจมาก คุณยายเล่าว่า ครั้งนั้นท่านร้องไห้จนตาช้ำ ญาติๆ แนะนําว่าให้ทําบุญอุทิศส่วนกุศลให้พ่อซึ่งอยู่ทางโน้นก็จะได้รับ เมื่อคุณยายถามว่าทางโน้นอยู่ที่ไหน ก็ได้คําตอบว่าทําดีก็ได้อยู่สวรรค์ ทําชั่วก็ต้องตกนรก แต่ก็ไม่รู้ว่านรกสวรรค์นั้นอยู่ที่ไหน ประมาณ พ.ศ.๒๔๗๐ มีคนเล่าให้คุณยายฟังว่า หลวงพ่อวัดปากน้ำสามารถสอนนั่งสมาธิ และใครบรรลุธรรมแล้ว ท่านก็สอนให้ไปดูนรกสวรรค์ได้ คุณยายดีใจมากอยากไปทันที แต่ถ้าจะขอไปฝึกสมาธิเช่นนั้นทางบ้านต้องไม่ยอม เพราะไม่มีใครสนใจเรื่องอย่างนี้ คุณยายจึงต้องคอยอยู่ถึง 5 ปี เมื่อ อายุได้ ๒๕ ปี จึงบอกทางบ้านว่าจะไปอยู่กับญาติชื่อน้ายิ้ม เพื่อหางานทํา ครั้งนั้นคุณยายออกปากยกทองรูปพรรณส่วนของท่านให้พี่น้องทั้งหมด ตลอดจนสละสิทธิ์ในที่ดินมรดกของตนด้วย วันที่คุณยายไปกราบลาแม่ แม่หันหน้าเข้าฝาเรือนร้องไห้ คุณยายชักใจไม่ดีเพราะรักแม่มาก แต่ความปรารถนาตามหาพ่อมีมากกว่า จึงตัดใจถือห่อผ้าลงจากเรือนพร้อมเงิน ๒ บาทติดตัว คุณยายมาอยู่บ้านน้าแถววังบูรพาสองสามวัน เพื่อสืบเสาะดูว่าบ้านไหนมีคนไปวัดปากน้ำ เมื่อทราบว่าบ้าน คุณนายเลี้ยบ เศรษฐินีย่านสะพานหันเป็นศิษย์หลวงพ่อ คุณยายจึงไปสมัครทํางานที่บ้านนี้ ทุกวันเวลาประมาณหนึ่งทุ่ม อุบาสิกาทองสุก สําแดงปั้น จะมาสอนสมาธิแก่คุณนายและผู้ที่สนใจ คุณยายอยากเรียนธรรมะ แต่เนื่องจากเป็นลูกจ้างเขา ยายจึงตั้งใจทํางานให้ถูกใจเขา ต้องขยันเป็นพิเศษ คุณนายจึงรักยายและอนุญาตให้มาเรียนนั่งสมาธิได้ เมื่อได้ธรรมกายแล้วคุณยายจึงถามอุบาสิกาทองสุกผู้เป็นอาจารย์ว่าอยากเห็นพ่อจะทําอย่างไร อุบาสิกาทองสุกจึงแนะวิธีให้ เมื่อคุณยายสามารถตามไปช่วยคุณพ่อได้ด้วยอํานาจของวิชชาธรรมกายแล้ว ใน ที่สุดท่านก็ได้เข้าไปบวชชีอยู่ในวัดปากน้ำเมื่อประมาณปีพุทธ ศักราช ๒๔๘๐ ในบั้นปลายชีวิตของหลวงพ่อวัดปากน้ำนั้น ท่านเคยสั่งคุณยายไว้ว่า เมื่อหลวงพ่อไม่อยู่แล้วก็ให้สอนสมาธิต่อไป ท่านจึงถือปฏิบัติตามคําสั่งนี้อย่างเคร่งครัด แม้จะหนักใจว่า ตนไม่รู้หนังสือจะไปสอนใครได้ แล้วในที่สุดท่านก็สามารถรวบรวมหมู่คณะที่มาร่วมปฏิบัติธรรมกับท่านที่บ้านธรรมประสิทธิ์ (ซึ่งอยู่ในวัดปากน้ำในสมัยนั้น) มาก่อสร้างวัดพระธรรมกายเมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๑๓ คุณยายจึงได้ชื่อว่าเป็น “ผู้ให้กําเนิดวัดพระธรรมกาย” ครั้งนั้นอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง และพระอธิการไชยบูลย์ ธมฺมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย (ศิษย์เอกคุณยายตั้งแต่ สมัยยังเป็นนักศึกษา) ได้ดําเนินรอยตามพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำผู้เป็นครูบาอาจารย์อย่างเคร่งครัด และได้มุ่งมั่นอบรมธรรมปฏิบัติเพื่อให้สาธุชนทั้งหลายเข้าถึงพระธรรมกายอย่างต่อเนื่องตลอดมา จนกระทั่งมีเหล่านักสร้างบารมีมาร่วมปฏิบัติธรรมกันอย่างเนืองแน่น แม้พื้นที่ของวัด จํานวน ๑๙๖ ไร่ ในครั้งนั้นจะดูกว้างขวางใหญ่โต แต่ก็ไม่ สามารถรองรับกระแสศรัทธาของมหาชนได้ จนในที่สุดจึงได้มีโครงการจัดสร้าง “ศูนย์กลางธรรมกายแห่งโลก” บนพื้นที่ ๒,๐๐๐ ไร่ (กําลังดําเนินการก่อสร้าง) เพื่อให้เป็นศูนย์กลางในการปฏิบัติธรรมและเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในโลก ผลงานที่หมู่คณะวัดพระธรรมกายได้ร่วมกันสร้างสรรค์ จนเป็นที่ประจักษ์แก่สังคมทั้งในและต่างประเทศไปแล้วนั้นมีอยู่มากมาย อาทิเช่น โครงการปฏิบัติธรรมทุกวันอาทิตย์ มีสาธุชนร่วมงาน สัปดาห์ละประมาณ ๕,๐๐๐-๑๐,๐๐๐ คน โครงการอบรมธรรมทายาท (บรรพชาอุปสมบทหมู่ นิสิตนักศึกษา) มีผู้ผ่านการอบรมไปแล้วประมาณ ๒๐,๐๐๐ คน โครงการปฏิบัติธรรมในวาระสําคัญต่างๆ เช่น วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันทอดกฐิน ฯลฯ มีสาธุชนมาร่วม งานวันละประมาณ ๕๐,๐๐๐-๑๐๐,๐๐๐ คน โครงการอบรมศีลธรรมสําหรับหน่วยงานและสถาบันต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน เช่นกรมป่าไม้ กรมตํารวจ โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศ โรงเรียนนายร้อยตํารวจ โรงเรียนอัสสัมชัญ บริษัทการบินไทย บริษัทแลนด์ แอนด์เฮ้าส์ ฯลฯ รวมผู้รับการอบรมทั้งภายในและภายนอก ประมาณปีละ ๓๐,๐๐๐ คน โครงการถ่ายทอดเสียงและปฏิบัติธรรมร่วมกันทั่วโลกทุกวันอาทิตย์ต้นเดือนกับสมาชิกที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมในประเทศต่างๆ เช่น ประเทศออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ไต้หวัน สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน แคนาดา เฉพาะสหรัฐอเมริกา มี มากกว่า ๑๐ แห่ง เช่น อลาบามา แคลิฟอร์เนีย จอร์เจีย อิลลินอยส์ อินเดียน่า นิวเจอร์ซี เท็กซัส วอชิงตัน ฯลฯ โครงการร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศ เช่นสถาบันจงหว่าประเทศไต้หวัน องค์กรพุทธศาสนาฆราวาสริชโช โค- เซไก ประเทศญี่ปุ่น องค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก และโครงการผลิตพระไตรปิฎกคอมพิวเตอร์ร่วมกับสมาคม บาลีปกรณ์ ประเทศอังกฤษ เป็นต้น เท่าที่กล่าวมาโดยสังเขปนี้ จะเห็นได้ว่าทายาททั้งสองของพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ยังคงมุ่งมั่นสานต่อมโนปณิธานในการเผยแผ่วิชชาธรรมกายอย่างเคร่งครัดและจริงจัง จนเป็นผลให้วิชชาธรรมกายได้แผ่ขยายไปสู่ดวงใจของชาวโลกอย่างจะนับจะประมาณมิได้ ภาพเหตุการณ์วันมหาปีติที่สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ ป.ธ.๙) พระราชภาวนาวิสุทธิ์ (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย) อุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ทั้งผอง ได้ร่วมพิธีเททองหล่อรูปเหมือนพระเดชพระคุณหลวง พ่อวัดปากน้ำ ในวันนั้นยังคงตรึงใจเหล่ามวลมนุษย์และเทวดา อยู่มิรู้หาย ความสําเร็จอันยิ่งใหญ่ทั้งหลายของทายาทธรรม กายทุกคน ล้วนเป็นดุจมาลาทิพย์อันปวงเทพยดาทุกชั้นฟ้า น้อมนํามาเป็นเครื่องสักการบูชาคุณท่านผู้เปรียบประดุจจอม เทพผู้ยิ่งใหญ่ ผู้มีกิตติศัพท์อันงามขจรไปไกลสุดหล้าสุดขอบ ฟ้าเหนือจักรวาล จรดห้วงพระนิพพานทั่วทั้งธาตุธรรมเป็น อนันต์ จอมบุรุษผู้นั้นคือ “พระมงคลเทพมุนี มหาปูชนียา จารย์” ที่โลกต้องจารึกไว้