ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

ชีวิตนักบวช ชีวิตแห่งบุญบันเทิง (๒๕๔๖)

หลวงพ่อธัมมชโย · ชีวิตสมณะ(มหาปวารณา)67

PDF
๑๔. ชีวิตนักบวช ชีวิตแห่งบุญบันเทิง วันที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ โอวาทหลวงพ่อธัมมชโย ณ อุโบสถ วัดพระธรรมกาย วันศุกร์ที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ วันนี้เป็นวันมหาปวารณา เราก็ได้กล่าวคำปวารณากันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ในสมัยพุทธกาลการปวารณาซึ่งกันและกันไม่ได้แค่เป็นธรรมเนียมปฏิบัติอย่างเดียวเท่านั้น แต่ถือเป็นอริยประเพณี ภิกษุทุกรูปที่เข้ามาบวชในสมัยพุทธกาล ต่างมีวัตถุประสงค์หวังทำพระนิพพานให้แจ้ง เพราะเห็นภัยในวัฏสงสาร เห็นชีวิตฆราวาสอึดอัดคับแคบ มีแต่ปัญหาแรงกดดัน แวดล้อมไปด้วยสิ่งที่ทำให้ทุศีลได้ง่าย จึงตัดสินใจออกบวช ไม่ใช่อกหัก หรือกลัวภัยอะไรต่าง ๆ แต่บวชเพราะมีวัตถุประสงค์จะเอาชนะกิเลสที่มันย่ำยีในใจและบังคับให้สร้างกรรม แล้วก็มีวิบากให้วนเวียนกันอยู่ในสังสารวัฏ เมื่อฟังคำสอนของพระบรมศาสดาก็เกิดกุศลศรัทธาเข้ามาบวช ปลดกังวลแล้วก็ปลอดกังวลจากชีวิตที่วุ่นวาย แล้วก็มาเติมความบริสุทธิ์กายวาจาใจกันทุกวันทุกคืน พอวันสุดท้ายก่อนออกพรรษา ต่างก็มาปวารณาเพื่อให้ช่วยเป็นกัลยาณมิตรซึ่งกันและกัน คือ สมัยก่อนถือว่านักบวชทุกรูปเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน เป็นพี่เป็นน้องกัน บวชก่อนเป็นพี่บวชหลังเป็นน้อง ไม่ว่าจะมาจากวรรณะไหน ชนชั้นไหน จะรวยจะจน จะหล่อ จะขี้เหร่ จะอ้วนจะผอมไม่คำนึงถึง เมื่อเข้ามาบวชอยู่ในธรรมวินัยแล้วก็เสมอกัน และให้เคารพกันตามอาวุโสภันเต เหมือนทะเลเป็นที่รวมของน้ำจากห้วยหนองคลองบึง พอไปรวมกันในทะเลก็มีรสเดียวกัน เสมอกันหมด ดังนั้นต่างก็จะเป็นกัลยาณมิตรให้กัน คอยชี้ขุมทรัพย์แนะนำว่า สิ่งที่เห็นได้ยินหรือสงสัยว่า ท่านนั้นท่านนี้ประพฤติปฏิบัติยังไม่ถูกต้องตามพระธรรมวินัย จะเป็นเหตุให้เนิ่นช้าต่อหนทางพระนิพพาน ก็จะตักเตือนกันโดยธรรมวินัย ด้วยความรักความปรารถนาดี เหมือนเศรษฐีชี้หนูตาย หรือคนที่เห็นขุมทรัพย์แล้วชี้ขุมทรัพย์ให้ด้วยความรักและปรารถนาดี จะได้ปรับปรุงตัวหรือมาพิจารณาตัวเองว่าเป็นอย่างที่เขาว่าไหม ในสมัยนั้น เขาจะไม่โกรธ ไม่ขุ่นมัวกัน จะทนต่อคำแนะนำ ซึ่งบางทีมันไม่ตรงกับความคิดของเรา แต่ก็สามารถรับฟังได้ ฟังแล้วนำมาพิจารณาไตร่ตรองด้วยสติปัญญา ด้วยเหตุผล เอาใจกลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว ให้เกิดดวงปัญญา เอาแสงสว่างแห่งปัญญานั้นมาส่องใจ ตรวจตราดูกายวาจาใจ ถ้าบกพร่องก็แก้ไข แล้วก็ไปกราบขอบพระคุณผู้ที่แนะนำ จะไม่ขุ่นมัว ไม่ตามล่ากันเหมือนสมัยนี้ พอมีใครมาแนะนำมาบอกผู้ปกครองหรือพระเถระ แทนที่จะพิจารณาตัวเอง กลับไปถามหาว่าใครคนไหนมาบอก มีอารมณ์อยากจะไปศึกษาว่า เขามาจากไหน ชื่ออะไร นามสกุลอะไร ตายแล้วไปไหนอะไรอย่างนั้น สมัยนั้นไม่มีการตามล่ากัน มีแต่หยุดใจดู นิ่ง จริงหรือเปล่าที่เขามาแนะนำ ถ้าไม่จริงก็แล้วไป จริงก็แก้ไข แล้วก็ขอบคุณแค่นั้นเอง เมื่อปวารณากันแล้ว ต่างก็แยกย้ายกันไปประพฤติปฏิบัติธรรมตามป่า ตามเขา ห้วยหนองคลองบึง ตามเรือนว่าง โคนไม้ ลอมฟาง ที่ไหนเป็นสถานที่รื่นรมย์ก็จะแยกย้ายกันไปประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง ขจัดกิเลสอาสวะให้มันหมดสิ้นไป การไปปฏิบัติธรรมตามป่าเขาห้วยหนองคลองบึง จะแตกต่างกับการอยู่ในเมือง เพราะเป็นถิ่นทุรกันดารลำบาก อาจจะตายด้วยโรคภัยไข้เจ็บ จากคนพาล อมนุษย์ สัตว์ร้าย หรือจากภัยธรรมชาติ เช่น ฟ้าผ่า ไฟไหม้ป่า น้ำท่วม เป็นต้น เพราะฉะนั้นการปฏิบัติธรรมในสมัยก่อนเขาเสี่ยงกัน ดังนั้นก่อนจะแยกย้ายกันไปแสวงหาที่วิเวกก็มาปวารณากัน ถ้าเห็น ได้ยิน หรือสงสัยว่าไม่ถูกต้องตามธรรมวินัยก็ให้ตักเตือนกัน หรือเห็นบางรูปกระสันอยากสึก ไม่อยากเป็นพระแล้ว ไปเห็นว็อบ ๆ แว็บ ๆ เข้า ใจก็น้อมไปในฆราวาส อยากจะลาสิกขา ปฏิบัติธรรมะมีแต่มืดกับเมื่อย ไม่เห็นอะไร ญาติโยมมาวัด เราเห็นเขาพรั่งพร้อมไปด้วยกามคุณ ๕ ขับรถเก๋งคันเบ้อเร่อ รูปร่างก็สวยสดงดงาม ดูเขาเป็นครอบครัวที่อบอุ่นกันนะ มีพ่อมีแม่มีลูก พ่อกับแม่เราไม่ค่อยสนใจ ไปสนใจลูกเขามากกว่า หรือเขาอยากทำบุญ อยากจะฟังธรรม นิมนต์ไปขบฉันภัตตาหารที่บ้าน เรากลับไปเห็นลูกสาวเขาเข้า แล้วเห็นทรัพย์สมบัติศฤงคารต่าง ๆ เออ มันน่าสึกจังเลย เผื่อจะได้มีชีวิตอย่างนี้บ้าง เพียงแค่ได้ยินว่า พระรูปนั้นรูปนี้กระสันจะสึก พระผู้ทำหน้าที่กัลยาณมิตรก็รีบไปแล้ว ถ้าจะตายจากชีวิตสมณะถือเป็นเรื่องใหญ่ เป็นหน้าที่ของพระทุกรูปจะต้องไปพูดไปคุยชี้โทษภัยของชีวิตฆราวาส ชี้ภัยในวัฏสงสาร ชี้ให้เห็นอานิสงส์ของการออกจากกาม การบำเพ็ญเนกขัมมบารมี คอยเชียร์ คอยให้กำลังใจ หรือฉุดให้ห่างจากสิ่งแวดล้อมเหล่านั้น แล้วมาอยู่ในสิ่งแวดล้อมใหม่ นี่นอกเหนือจากปวารณาเพื่อการนั้นแล้ว อย่างนี้เขาก็ทำกัน มาสมัยนี้ ทำแค่รักษาธรรมเนียมปฏิบัติ แค่ว่าปวารณากันแล้ว ฟังก็ไม่ค่อยจะรู้เรื่องเพราะเป็นภาษาบาลี บางพวกก็ไปเรียน เข้าเรียนแล้วก็รู้ตอนนั้น พอออกจากห้องก็ลืม แล้วก็ไม่ไปทบทวน ก็เลยไม่รู้ว่า ปวารณาแปลว่าอะไร พอแนะนำตักเตือนเข้าก็โกรธขุ่นมัวกัน แทนที่บุญจะเติมขึ้น ใจใสขึ้น กลับเอาความขุ่น ความขัดเคือง ความน้อยใจ ทิฏฐิมานะเกิดขึ้น มันก็ผิดพุทธประสงค์ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้สอนเอาไว้ว่า เรามาบวชเพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง สิ่งอะไรที่เป็นข้าศึกต่อพรหมจรรย์ สิ่งนั้นพึงห่างไกล หรือเป็นอกุศลธรรมก็ให้ห่างไกล *ชีวิตนักบวชประเสริฐสุด* พระมีหน้าที่เติมความบริสุทธิ์บริบูรณ์ให้กับกายวาจาใจของเราเท่านั้น การบวชเป็นพระเป็นสิ่งที่ประเสริฐ เลิศกว่าชีวิตทางโลกมาก ใครเคยผ่านชีวิตทางโลกมาแล้วมาบวช จะเห็นข้อแตกต่างได้อย่างชัดเจน แต่จะชัดเจนแจ่มแจ้งก็ต่อเมื่อเข้าถึงธรรมนั่นแหละ จึงจะเห็นว่าชีวิตฆราวาสคับแคบจริง ๆ ชีวิตของพระดูเหมือนคับแคบแต่กว้างขวาง คือ เป็นอิสระ ปลอดจากเครื่องกังวลทุกอย่างเลย เมื่อกี้ฟังดูว่า ผู้ที่ปวารณาเรียงพรรษากันล้วนแต่พรรษาเพิ่มขึ้นสูง ๆ กันทั้งนั้น ทีนี้พอพรรษาสูงแล้ว ต้องหันมาพิจารณาตัวเราแล้วว่าวันเวลาผ่านไป เราทำอะไรอยู่ แสวงหาหนทางพระนิพพานหรือเปล่า ชีวิตพระถ้าไม่แสวงหาทางพระนิพพาน หรือคุณงามความดี ศีล สมาธิ ปัญญา หรือศึกษาพระธรรมวินัยแล้ว อยู่ยาก แต่ถ้าหากศึกษาแล้วจะชุ่มฉ่ำใจทุกวันทุกคืนทุกเวลาเลย ก่อนจำวัด ภาพสุดท้ายก็มีแต่ดวงใส ๆ แสงสว่าง องค์พระ กายภายใน อย่างน้อยก็ความรู้สึกที่ดีที่วันนี้เรามีความบริสุทธิ์กายวาจาใจ หลับก็เป็นสุข ถ้ามรณภาพคืนนั้นก็ไปดี ตอนเช้าตื่นจากจำวัด ใจก็ใส นึกถึงแต่เรื่องบุญ เรื่องกุศล เรื่องความบริสุทธิ์ ต่างจากชีวิตฆราวาส ตื่นมาก็มีแต่เรื่องร้อน ๆ ทั้งนั้น จะต้องไปตะเกียกตะกายทำมาหากิน ไปทำมาหากินอย่าคิดว่าหมูนะ มันไม่ง่ายหรอก มันก็เหมือนนกเหมือนกาต้องไปต่อสู้กัน กว่าจะได้ทรัพย์มาหล่อเลี้ยงสังขารไม่ใช่ง่าย ลำบาก เหนื่อยกลางวันแล้วยังมาเหนื่อยงานกลางคืนอีก คือ งานสร้างโลกนั่นแหละ แล้วอย่างนี้ภาพสุดท้ายจะเป็นอะไร ยิ่งมีทีวี ในทีวีก็มีแต่ภาพชวนให้ใจหมอง เกิดตายคืนนั้นด้วยใจที่เศร้าหมองก็ไปอบาย ถ้าไม่หมองไม่ใสก็ยังวนเวียนอยู่ ที่ยังวนเวียนอยู่ก็เสี่ยง เพราะถ้าคนในครอบครัวไม่รู้หลักวิชชาในการทำบุญ ไม่อุทิศบุญไปให้ ไม่ว่าจะไปยืนบอก “ทำเถิดนะ พระเดินผ่านหน้าบ้านทุกวัน ใส่บาตรให้หน่อย อุทิศบุญให้หน่อย” เขาก็ไม่เห็น ไม่ได้ยิน ต้องอาศัยใบบุญคนอื่นเขา เพราะฉะนั้นก็มีสิทธิ์ไปอบายได้ ดังนั้น ควรจะปีติภาคภูมิใจในชีวิตสมณะ และใช้วันเวลาในการเป็นพระภิกษุสามเณรเติมบุญบารมี เติมกุศลธรรม แสวงหามรรคผลนิพพานซึ่งอยู่ภายในตัวของเราให้ได้ทุกวันทุกคืนทุกเวลา และพยายามป้องกันอย่าให้สิ่งที่เป็นบาปเป็นอกุศลต่อพรหมจรรย์ มันแวบเข้ามาในใจ พยายามเอาชนะมันให้ได้ เดี๋ยวก็วัน เดี๋ยวก็คืน เดี๋ยวก็จะหมดเวลาแล้ว พรรษาก็จะเพิ่มขึ้นมาทุกปี ๆ หลวงพ่อเผลอประเดี๋ยวเดียว ๓๕ พรรษาแล้ว ไม่เคยเบื่อหน่ายเพศสมณะเลย มีความสุขทุกวัน และยิ่งปฏิบัติธรรมเข้าถึงพระธรรมกาย ได้ศึกษาวิชชาธรรมกาย ทำหยุดทำนิ่ง ปล่อยกายเข้าไปสู่ภายในไปเรื่อย ยิ่งสนุกสนาน ปล่อยหยุดในหยุด หยุดในหยุด หยุดเข้าไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็รู้เรื่องราวอะไรต่าง ๆ มากมาย หายสงสัยในคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่มีอยู่ในพระไตรปิฎก แม้มรรคผลนิพพานก็หายสงสัยได้ เพราะฉะนั้น ชีวิตนักบวชนี่ใช้ให้เป็นเถิด มันสนุกสนาน เบิกบาน บุญบันเทิง มีทั้งความบริสุทธิ์ ความสุข ความรู้แจ้ง อานุภาพอะไรต่าง ๆ มากมาย พอละเอียดไปขนาดนั้นแล้วจะถอยออกมาดูหยาบก็ง่ายแล้ว ไปดูนิพพาน ภพสาม โลกันตร์ นิพพานถอดกาย กามภพ รูปภพ อรูปภพ โลกันตร์ วัดระยะกันเลย มันสูงขนาดไหน ดูการเวียนว่ายตายเกิดของสัตว์โลกที่อยู่ในวัฏฏะ เห็นผังที่เขามาบังคับอยู่ในนิพพาน ภพสาม โลกันตร์ บังคับคนละอย่าง เขาเซตโปรแกรมไว้อย่างไร เห็นโปรแกรมเมอร์ ผู้ต้นคิด เขาเอาบาปศักดิ์สิทธิ์บังคับกันอย่างไรก็เห็นกันไปตลอด เห็นไหมจ๊ะ บวชแล้วสนุก ลาสิกขาอย่างมากก็ไปเบียด มันก็ได้แค่นั้น แล้วก็มีลูกออกมา เลี้ยงลูกไป ๒๐ - ๒๕ ปี ลูกดันมีหลาน เลี้ยงหลานต่ออีก ก็หมดเวลาทั้งชีวิต ไม่ได้รู้เรื่องเลยว่า ในตัวมีดวง มีกาย มีพระธรรมกาย มีวิชชาธรรมกาย มีนิพพาน ภพสาม โลกันตร์ มีนิพพานในนิพพานอีกมากมายเลย เพราะฉะนั้นหยุดนี่แหละสำเร็จ สำคัญ ไม่ใช่หยุดเป็นตัวสำเร็จอย่างเดียว หยุดเป็นตัวสำคัญด้วย วันนี้วันดีปวารณากันแล้วและเป็นวันคล้ายวันเกิดพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ ครบ ๑๑๙ ปี ท่านเป็นบุคคลสำคัญไม่ใช่ของโลกนะ ของโลกมันนิดเดียว และไม่ใช่ของจักรวาลด้วย แต่เลยไปกว่านั้นมาก วันนี้พระจันทร์สว่างในเวลากลางคืน ดวงอาทิตย์สว่างในเวลากลางวัน เราเป็นพระภิกษุสามเณรก็ต้องสว่างทั้งกลางวันทั้งกลางคืนนะลูกนะ ต่อจากนี้ไปให้ตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรมกันให้ดี เอากันจริง ๆ จัง ๆ เลย อายุพรรษาเราก็เพิ่มขึ้นแล้ว อย่าให้มันผ่านไปเฉย ๆ สิ่งที่สำคัญในชีวิตนักบวชคือ ความแข็งแรงกับปลอดกังวล ซึ่งเป็นสิ่งที่เงินซื้อไม่ได้ นักบวชต้องการตรงนี้เท่านั้น แข็งแรง ปลอดกังวล คือ ไม่ชักศึกเข้าบ้าน ไม่เอาเรื่องขี้หมูขี้หมาเข้ามาไว้ในใจ ให้ใจใส ๆ มีแต่ดวง มีแต่กาย มีแต่องค์พระ แล้วก็แข็งแรง ไม่เจ็บ ไม่ป่วย ไม่ไข้ แค่นั้นแหละ เราจะทำความเพียรให้มันสะบั้นหั่นแหลกกันไปเลย ทั้งวันทั้งคืน หลับตื่นนั่งนอนยืนเดินทุกอิริยาบถทำให้เต็มที่ หลวงพ่อขออนุโมทนาสาธุการกับลูกทุกรูป ที่ได้ตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรมมากันอย่างดี ตลอด ๑ พรรษาที่ผ่านมา และในวันนี้เป็นวันมหาปวารณา เราได้ปวารณาซึ่งกันและกันแล้วว่า ใครได้เห็น ได้ยิน หรือสงสัยว่า เราจะประพฤติไม่ถูกต้องตามพระธรรมวินัย ก็ให้ตักเตือนกันโดยธรรม ด้วยเหตุด้วยผล ด้วยความรักและปรารถนาดี วันนี้เป็นวันดี ครบ ๑๑๙ ปี ของพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ ของเรา ขอให้วันนี้เป็นวันแห่งความสว่างไสวของลูกพระลูกเณรทุกรูป ที่ได้ตั้งใจมาบวชกันเป็นอย่างดีในคราวนี้ ขอให้แข็งแรง ให้ปลอดกังวล ให้ได้เข้าถึงวิชชาธรรมกาย ธรรมอันใดที่พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ และคุณยายอาจารย์ฯ ได้บรรลุ ให้ลูกทุกรูปจงบรรลุธรรมนั้น จงทุกประการเทอญ