ไม้แก่นหรือต้นกล้วย (๒๕๕๓)
หลวงพ่อธัมมชโย · ชีวิตสมณะ(มหาปวารณา)67
๗. ไม้แก่นหรือต้นกล้วย
วันที่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๓
โอวาทหลวงพ่อธัมมชโย ณ อุโบสถ วัดพระธรรมกาย
วันเสาร์ที่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๓
การปวารณาเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับพระภิกษุที่บวชโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการทำพระนิพพานให้แจ้ง สลัดตนให้พ้นจากกองทุกข์ ชำระกายวาจาใจของเราให้สะอาดบริสุทธิ์หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะไปสู่อายตนนิพพาน
ที่บอกว่ามีความจำเป็น เพราะผู้ที่มาบวชนั้นล้วนมีกิเลสอาสวะกันทั้งสิ้น มาบวชก็ต้องการทำให้กิเลสมันหมดไป แต่เพราะยังมีกิเลส บางครั้งเราก็อาจพลาดพลั้งประพฤติไม่ถูกต้องตามพระธรรมวินัย จะโดยเจตนาหรือไม่เจตนาก็ตาม ซึ่งจะทำให้เราพลาดโอกาสในการบรรลุมรรคผลนิพพาน เพราะฉะนั้นจึงต้องมีการตักเตือนแนะนำซึ่งกันและกัน
เหตุที่ต้องมีการปวารณา เพราะว่าการตักเตือนกันนั้นเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก ทั้งผู้เตือนก็ดี และผู้ถูกเตือนก็ดี ถ้าหากไม่เข้าใจวัตถุประสงค์ของการแนะนำตักเตือนหรือเป็นกัลยาณมิตรให้กันแล้ว ก็จะเกิดความขัดเคืองใจกันขึ้น จะทำให้ขาดความสามัคคีในหมู่คณะ เวลาบำเพ็ญสมณธรรมใจก็จะฟุ้งซ่านขุ่นมัว เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นต้องมีการปวารณากันเอาไว้
โดยจะเลือกเอาวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการอยู่จำพรรษา เป็นวันมหาปวารณา เพราะว่าในสมัยพุทธกาล หลังจากออกพรรษาแล้ว ต่างก็จะแยกย้ายกันไปปลีกวิเวกบำเพ็ญสมณธรรม ไปตามป่าเขาลำเนาไพร โคนไม้ เรือนว่าง ลอมฟาง ตามสถานที่ต่าง ๆ ที่เป็นที่รื่นรมย์เหล่านั้น เป็นต้น เพราะฉะนั้นจึงต้องมีการปวารณากันไว้ เผื่อว่าได้เห็นได้ยินหรือสงสัยว่า เพื่อนสหธรรมิกท่านใดประพฤติไม่ถูกต้องตามพระธรรมวินัย ก็จะอาศัยจิตที่ประกอบไปด้วยความรักและปรารถนาดีไปแนะนำกัน
เมื่อปวารณากันแล้ว ผู้ถูกตักเตือนก็จะยอมรับด้วยความสบายใจ และรู้สึกขอบพระคุณผู้ที่มาเป็นกัลยาณมิตรให้ เพื่อให้ประพฤติดีปฏิบัติชอบตามพระธรรมวินัย ใจจะได้เกลี้ยง ๆ บริสุทธิ์ และเดินตามรอยบาทของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า บำเพ็ญสมณธรรมไปด้วยใจที่ปลอดโปร่งและถูกหลักวิชชา ซึ่งจะทำให้ได้บรรลุมรรคผลนิพพานในที่สุด นี่เป็นวัตถุประสงค์ของการปวารณา
แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ชี้ขุมทรัพย์ให้ก็ต้องดูจังหวะ เวลา และอารมณ์ว่า เราพร้อมไหม เขาพร้อมไหม และต้องมีศิลปะในการพูด พูดอย่างไรเขาถึงจะไม่ขุ่นมัว จังหวะไหน อารมณ์ไหนเขาพร้อม นี่ในแง่ของการปฏิบัติจริง แม้รักหวังดีและห่วงใย แต่ก็ต้องดูจังหวะ ดูอารมณ์ และรู้วิธีการที่จะพูด ฉลาดที่จะพูด
จริตอัธยาศัยของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนเตือนทางอ้อมได้จะดีกว่าเตือนทางตรง บางคนบอกตรง ๆ ได้ และบางจังหวะบางอารมณ์ก็เป็นอย่างนั้น นี่เป็นสิ่งที่ต้องศึกษาเรียนรู้ และนำไปปฏิบัติจึงจะเกิดประโยชน์สุขต่อตัวเองและผู้ที่ถูกตักเตือน ซึ่งจะมีผลให้พระพุทธศาสนาตั้งมั่นยืนยาวคงอยู่คู่โลกตลอดไป อีกทั้งจะได้เป็นเนติแบบแผน เป็นต้นแบบให้กับผู้ที่จะมาบวชในภายหลังได้เดินตามรอย ทั้งผู้แนะนำ ทั้งผู้ที่ถูกแนะนำก็จะมีความปลื้มด้วยกันทั้งสองฝ่าย มีปีติสุขหล่อเลี้ยงใจซึ่งกันและกัน ถ้าพระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองปักหลักมั่นคงก็จะเป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ ต่อชาวโลก ต่อสรรพสัตว์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะมีกายหยาบหรือกายละเอียดก็ตาม
เพราะฉะนั้น การปวารณาจึงมีความสำคัญมาก ลูกทั้งหลายอย่าดูเบาว่า แค่เรากล่าวคำภาษาบาลีไปตามธรรมเนียมปฏิบัติเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว อย่าคิดเพียงแค่นี้ เพราะมันมีผลต่อการบรรลุมรรคผลนิพพาน อย่างน้อยก็เข้าถึงพระรัตนตรัยในตัว เป็นที่พึ่งที่ระลึกสำหรับตัวเราและทุก ๆ รูป มีผลต่อพระศาสนา และสรรพสัตว์ทั้งปวงดังกล่าว เป็นต้น นี่ก็เป็นสิ่งที่ต้องศึกษา
ในช่วงนี้ แม้ว่าวันพรุ่งนี้จะออกพรรษาแล้วก็ตาม เราก็อยู่ในช่วงที่จะต้องชำระกายวาจาใจให้สะอาดบริสุทธิ์ต่อไปอีก สิ่งนี้เป็นภารกิจของเรา เพื่อตัวเรา เพื่อศาสนาและสรรพสัตว์ทั้งปวง นี่เป็นเรื่องสำคัญ ในวันนี้เรายังต้องแรมราตรีอีก ๑ คืน ก็บำเพ็ญสมณธรรมให้เป็นปกติ
สำหรับความตั้งใจของเรา ตั้งแต่เบื้องต้นที่เราได้อธิษฐานจิตจำพรรษาอยู่ร่วมกันในอาวาสแห่งนี้ เราตั้งใจไว้ว่า พรรษานี้จะให้เป็นพรรษาแห่งการบรรลุธรรม กาลเวลาผ่านไปจนถึงวันนี้เป็นวันสุดท้ายของการอยู่จำพรรษาแล้ว
ให้ตรวจตราดูว่า เราได้บรรลุวัตถุประสงค์ตามมโนปณิธานที่ตั้งใจไว้ด้วยดีตอนต้นพรรษาแล้วหรือยัง เราหาแก่นกลางกายในตัวเราเจอไหม แม้แก่นกลางกายในตัวเรามีอยู่ ถ้าเรายังไม่เจอก็แปลว่า เรายังเป็นประดุจต้นกล้วยที่ไม่มีแก่น ถ้าเราหาเจอจึงจะชื่อว่า เราเป็นไม้แก่น
วันนี้อีกวันหนึ่ง ที่ลูกทุกรูปจะต้องให้ความสำคัญในการสำรวจตรวจตราตัวของเราเองว่า เราบรรลุวัตถุประสงค์เข้าพรรษาเข้าถึงธรรมแล้วหรือยัง ถ้ายังก็ทำให้ได้ ที่ได้แล้วก็ทำให้มั่นคง นี่เป็นเรื่องที่สำคัญ
ส่วนการเข้าถึงพระธรรมกายนั้น ลูกทุกรูปก็รู้หลักวิชชาแล้วที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า “สมณะหยุดแล้ว” หรือที่พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ ท่านมาขยายความต่อด้วยประสบการณ์ภายในของท่าน และด้วยถ้อยคำอันเป็นอมตวาจาว่า “หยุดเป็นตัวสำเร็จ” คือ นำใจที่เคลื่อนไหววอกแวกไปในเรื่องราวต่าง ๆ ที่ไม่เป็นเรื่อง กลับมาสู่ที่ตั้งดั้งเดิม คือ ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ อย่างผ่อนคลาย สบาย เรารู้หลักวิชชานี้กันอย่างดีแล้ว เพราะฉะนั้นก็ทำตามนี้ หยุดนั่นแหละจะเป็นตัวสำเร็จ ให้เราได้บรรลุเข้าถึงพระธรรมกายในตัว ซึ่งเป็นแก่นแก้วกลางกายของเราที่แท้จริง ส่วนกายภายนอกนั้นแค่อาศัยกันอยู่ชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น ไม่ช้าก็จะต้องพลัดพรากจากกันไป คือ อาศัยสำหรับเดินทางกลับเข้าไปสู่ภายในให้ไปพบพระธรรมกายให้ได้
เวลาที่เหลืออยู่ทุกอนุวินาทีนี้ ก็ให้ตั้งใจกันให้ดี ทั้งลูกพระลูกเณรที่บวชมาหลาย ๆ พรรษาแล้วก็ตาม หรือที่เพิ่งบวชใหม่ในโครงการบวชพระเข้าพรรษา ๑๐๐,๐๐๐ รูปนี้ ก็ให้ตั้งใจใช้ทุกอนุวินาทีที่เหลืออยู่อีกไม่กี่ชั่วโมงนี้ฝึกตนทนหิวบำเพ็ญตบะเป็นพระแท้ หาที่พึ่งที่ระลึกภายในของเราให้ได้ การมาเกิดใหม่ในเพศสมณะของเราในคราวนี้ก็จะสมความปรารถนา เป็นหลักเป็นธงชัยให้กับพระศาสนา เป็นเนื้อนาบุญให้กับญาติโยมทั้งหลาย มนุษย์และเทวดาทั้งปวง อีกทั้งเป็นการตอบแทนพระคุณของบิดามารดาของเรา นี่ก็เป็นเรื่องที่สำคัญ
วันนี้ หลวงพ่อขออนุโมทนาสาธุการ กับลูกพระลูกเณรที่นำปัจจัยไทยธรรมมาร่วมบุญกันในคราวนี้ เพื่อใช้ทำงานพระศาสนา ขออานุภาพแห่งบุญที่ลูกได้ตั้งใจสร้างมหาทานบารมีนี้กับบุญทุกบุญที่ได้ทำผ่านมา ทั้งความตั้งใจจริงที่ได้บำเพ็ญสมณธรรมและก็รับกิจวัตรกิจกรรมที่หมู่คณะมอบหมายให้ภายในพรรษานี้ จงมารวมอยู่ในศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ให้กลั่นกายวาจาใจ ธาตุธรรมเห็นจำคิดรู้ให้สะอาด ให้บริสุทธิ์ ให้หลุดพ้นจากการเป็นบ่าวเป็นทาสของพญามาร จากวิบัติบาปศักดิ์สิทธิ์ วิบากกรรม วิบากมาร อุปสรรคต่าง ๆ นานาในชีวิต ทุกข์โศกโรคภัย สิ่งที่ไม่ดีทั้งหลายให้มลายหายสูญไปให้หมด
ให้ลูกทุกรูปจงมีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรง อย่าเจ็บ อย่าป่วย อย่าไข้ ให้อายุขัยยืนยาว ได้สร้างบารมีไปนาน ๆ ได้ปลอดจากสิ่งที่เป็นข้าศึกต่อกุศลและพรหมจรรย์ ให้ประพฤติดีปฏิบัติชอบ ถูกต้องตามพระธรรมวินัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้ลูกรู้แจ้งเห็นแจ้งแทงตลอดในธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในธรรมที่พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ และคุณยายอาจารย์ฯ ของเราได้บรรลุ จงทุกประการเทอญ