เร่งทำความเพียร (๒๕๔๖)
หลวงพ่อธัมมชโย · ชีวิตสมณะ(กรานกฐิน)67
๑๔. เร่งทำความเพียร
วันที่ ๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๖
โอวาทหลวงพ่อธัมมชโย ณ อุโบสถ วัดพระธรรมกาย
วันอาทิตย์ที่ ๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๖
*อานิสงส์กรานกฐิน*
เราได้ทำพิธีกรานกฐินกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว อานิสงส์กฐิน ๕ ข้อ ทุกรูปก็จะได้รับทุกข้อ แต่รายละเอียดอีก 4 ข้อ คงจะไม่พูดในที่นี้ จะพูดอยู่ข้อเดียว คือ เที่ยวไปโดยไม่ต้องบอกลา
โดยธรรมเนียมสมัยพุทธกาลนั้น หลังจากกรานกฐินกันเรียบร้อยแล้ว พระภิกษุผู้มีเป้าหมายจะทำพระนิพพานให้แจ้ง ต่างก็แยกย้ายกันไปแสวงหาที่รื่นรมย์ที่ถูกจริตอัธยาศัย ที่สัปปายะในการบำเพ็ญสมณธรรม เพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง ก็จะแยกย้ายกันไปเลยโดยไม่มีอาลัยอาวรณ์ ไม่ต้องห่วงกังวลเรื่องอะไร ไปแบบไม่ต้องบอกลากัน คือ เป็นที่รู้กันว่า ที่แยกย้ายกันไปโดยไม่ต้องบอกลานี้ จะไปทำพระนิพพานให้แจ้ง
ในยุคนี้ ผู้มีเป้าหมายแบบนั้นหายาก มักจะไปเที่ยวแบบที่ชาวโลกเขาเที่ยวกัน เพราะฉะนั้นแม้ตามพระธรรมวินัยจะไม่ต้องบอกลา แต่ในธรรมเนียมปฏิบัติของวัดเรา ต้องบอกกันนะลูกนะ บอกกันตั้งแต่ผู้ที่รับผิดชอบมาตามลำดับ เผื่อว่ามีเหตุอะไรจะได้ช่วยเหลือเกื้อกูลกันได้ทัน
*วัตถุประสงค์การบวช*
ออกพรรษาแล้ว รับกฐินแล้ว กรานกฐินแล้ว แต่ภารกิจของเรานั้นยังไม่สิ้นสุด เพราะว่าเราบวชกันมาในคราวนี้ ไม่ว่าช่วงสั้นหรือยาวก็ตาม วัตถุประสงค์ของการบวชเป็นพระ มีประการเดียวเท่านั้น คือ การทำพระนิพพานให้แจ้ง
เรารู้อยู่แล้วว่า มรรคผลนิพพานอยู่ในตัว วิธีการปฏิบัติก็หยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ขั้นตอนต่าง ๆ เรารับทราบกันอย่างดีแล้ว ตั้งแต่เห็นธรรมในธรรม กายในกาย เวทนาในเวทนา จิตในจิต ตามหลักสติปัฏฐาน ๔ เหลืออย่างเดียวเท่านั้นว่า เราจะต้องทำความเพียรกันต่อไป จนกว่าใจจะหยุดนิ่ง มันถึงจะแจ่มแจ้งขึ้นมา ไม่แจ้งเป็นไม่เลิก หมายความว่า อย่างน้อยหลับตาต้องไม่มืด
ถ้าหลับตายังมืดอยู่ เรายังช่วยตัวเราเองไม่ได้ จะต้องหลับตาแล้วไม่มืดถึงจะเป็นที่พึ่งกับตัวได้ เมื่อพ้นจากความมืดแล้ว เราจะเห็นไปตามความจริงที่มีอยู่ ตอนนั้นจะมีหลักยึดของใจเรา จะทำให้ชีวิตเพศสมณะของเราอยู่อย่างมีความสุข ปีติ ภาคภูมิใจ และสมัครใจ เต็มใจ ปลื้มใจ อยู่ตลอดเวลา
*เร่งทำความเพียร ก่อนที่สังขารจะไม่ไหว*
ลูกหลวงพ่อยังอยู่ในวัยที่แข็งแรง พอยังสังขารอัตภาพให้เป็นไปได้ พออดพอทนได้ ให้รีบทำความเพียรกัน อย่าปล่อยให้วันเวลาผ่านไปจนกระทั่งสังขารไม่อำนวย
คุณยายท่านเตือนหลวงพ่อเมื่ออายุ ๓๗ ปี ท่านบอกว่า “ให้รีบทำความเพียรก่อนที่สังขารจะไม่ไหว” ตอนนั้นรับปากท่านไปอย่างนั้น เพราะยังแข็งแรงอยู่ นึกไม่ออกว่า สังขารไม่ไหวมันเป็นอย่างไร
อีกประการ ตอนนั้นกำลังเร่งระดมสร้างวัดวาอารามกัน ทั้งหมู่คณะเหน็ดเหนื่อยกันหมดทุกรูป เอาเวลาไปอยู่ตรงนั้นมาก แต่ว่ามีวัตถุประสงค์ มีเป้าหมายที่เอาเวลาไปให้กับการก่อสร้าง เพื่อจะสร้างให้เสร็จเร็ว ๆ สิ่งก่อสร้างก็จะสร้างเท่าที่จำเป็น เอาแบบแข็งแรง ดูแลง่าย ไม่ต้องซ่อมในยุคนี้ เพื่อสงวนเวลาไว้ปฏิบัติธรรม นั่นคือเป้าหมายที่ตั้งใจเอาไว้ตรงนั้น
เพราะฉะนั้น ทุกรูปในยุคบุกเบิกจึงทุ่มเทชีวิตจิตใจเรื่องการก่อสร้าง แล้วเราก็คาดว่า มันคงจะเป็นอย่างนั้น เนื่องจากว่าไม่เคยสร้างวัดวาอารามกันมาก่อน แล้วก็ขวนขวายน้อย ต้องการแค่นั้น แต่พออยู่ ๆ ไป มีสมาชิกเพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ ทั้งภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา สาธุชน การก่อสร้างก็ขยายตัวตามไป เพื่อที่จะรองรับ เพื่ออนุเคราะห์ทุก ๆ คน ไม่ว่าจะเป็นพระ เป็นโยม ให้เขาได้มีโอกาสประพฤติธรรม เลยกลายเป็นว่าเป็นห่วงคนอื่นมากกว่าตัวเอง เมื่อวันเวลาผ่านไป สังขารก็ร่วงโรย แล้วมาถึงจุดที่เสียดายความแข็งแรงที่ผ่านไป เพราะมัวแต่ห่วงคนอื่นมากกว่าตัวเอง เมื่อลูก ๆ เจริญเติบโตขึ้นในพระธรรมวินัยมากพอที่จะรองรับได้ งานก็ยังยิ่งขยายต่อไปอีก สังขารหลวงพ่อก็ร่วงโรยไป กว่าจะกลับเนื้อกลับตัวตั้งใจทำอย่างที่ยายบอกเมื่ออายุ ๓๗ ก็มาตอนจะ ๖๐ นี่แหละ ซึ่งจะให้แข็งแรงเหมือนที่ยายบอกตอนนั้นไม่ได้
ดังนั้น ไม่อยากให้ลูก ๆ ทุกรูปเป็นอย่างหลวงพ่อ เพราะตอนนี้การก่อสร้างต่าง ๆ ก็ใกล้จะบรรลุเป้าหมาย เพราะฉะนั้นยังแข็งแรงกันอยู่ให้รีบขวนขวาย จะอัญเชิญถ้อยคำของคุณยายที่เคยบอกหลวงพ่อเมื่ออายุ ๓๗ มาบอกให้พระลูกชายทุกรูปรับทราบเอาไว้ว่า
ให้เร่งทำความเพียรกัน ทำพระนิพพานให้แจ้ง หรืออย่างน้อยหลับตาต้องไม่มืด ต้องให้มันแจ่มแจ้ง ให้สว่าง การบวชของเราคราวนี้ถึงจะมีความปลื้มปีติ ภาคภูมิใจ บุญกุศลจะเกิดทั้งเรารวมทั้งโยมพ่อโยมแม่ หมู่ญาติ สรรพสัตว์ทั้งหลาย และที่สำคัญจะมีโอกาสได้ศึกษาวิชชาธรรมกาย ซึ่งเป็นวิชชาที่ไม่มีวิชาใด ๆ จะมาเสมอเหมือน
คำว่า “วิชชาธรรมกาย” นี้ เราแค่ได้ยินได้ฟังกันว่า ดีจริง มีจริง แต่เรายังไม่บรรลุนะลูกนะ เพราะฉะนั้นอย่าปล่อยให้วันเวลาผ่านไป พร้อมกับดึงความสดชื่น ความแข็งแรงของร่างกายเราไปด้วย ให้ทำภารกิจทั้งหยาบละเอียดควบคู่กันไป
อย่าคิดเหมือนที่หลวงพ่อเคยคิดพลาดมาแล้ว คือ ให้พร้อมก่อนแล้วถึงทำ คำว่า “พร้อม” ก็คือสร้างให้เสร็จ แล้วจะได้ทำกันอย่างเต็มที่ ซึ่งความพร้อมไม่มีในโลก ความพร้อมมันอยู่ที่เราทำให้มันพร้อม
ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ตั้งใจทำความเพียรควบคู่กับภารกิจหยาบ ให้บริหารเวลาของเราให้เป็นว่า เวลานั้นเราจะทำอย่างนั้น อย่างนี้ อย่างโน้น แล้วในช่วงที่ไม่ได้นั่งทำความเพียร เราก็ทำในอิริยาบถอื่นควบคู่กับภารกิจ
ยิ่งตอนนี้เมื่องานขยายไป เราต้องทำหน้าที่เป็นพระอาจารย์ด้วย ไปตามศูนย์ต่าง ๆ ที่กระจัดกระจายกันอยู่ทั่วประเทศ และขยายไปยังต่างประเทศ มันจะมีสิ่งหนึ่งที่อยู่ในใจเรา ที่เราไม่อยากให้โยมเขาถาม เพราะเรารู้อยู่ด้วยตัวของเราเอง โยมถามก็ตอบยาก และไม่อยากจะตอบ เพราะมันไม่องอาจ ดังนั้นเราจะต้องรีบทำความเพียรให้เต็มที่กันนะลูกนะ
อะไรจะมาสู้ความเพียรเมื่อทำถูกหลักวิชชา ก็ให้รู้ไปว่าทำอย่างนี้แล้วจะไม่ถึง เพราะบุญเราถึง แต่ใจเรายังไม่ถึง บุญถึงแล้วถึงได้มาบวช มาอยู่รวมกัน มาอยู่ในแหล่งความรู้ของวิชชาธรรมกาย แต่ใจยังไม่ถึง เรายังไม่ได้ให้ความสำคัญอย่างเต็มที่ ถ้าเราให้ความสำคัญอย่างเต็มที่ ป่านนี้เราสมหวังแล้ว
*วัดพระธรรมกาย อย่าให้มีแต่ชื่อ*
บางท่านบวชใหม่ ๆ ปฏิบัติธรรมได้ดีนะ บางทีนั่งดีมาก่อนบวช แล้วมีศรัทธามาบวชก็มี แต่พออยู่ไปนาน ๆ เข้า มันเลือนไป ความละเอียดมันหยาบไป น่าเสียดายมาก โดยมักจะมีเหตุผลว่า เพราะมีภารกิจที่จะต้องไปเป็นพระอาจารย์ ต้องดูแลคนอื่น เลยปล่อยปละละเลยไม่ได้ดูแลตัวเอง พอเราไม่ได้ดูตัวเองเข้า มันก็เหมือนกับภารกิจหยาบ ๆ ทั่วไป อะไรที่นาน ๆ ทำที มันไม่คล่อง ไม่ชำนาญ อะไรที่ทำบ่อย ๆ มันก็คล่อง มันก็ชำนาญ ศูนย์กลางกายถ้าปล่อยปละละเลย มันก็ไม่คุ้น สิ่งที่เคยเห็นอยู่ก็เลือนลงมา น่าเสียดายนะลูกนะ เมื่อใดอายุเท่าหลวงพ่อแล้วจะเสียดายยิ่งกว่านี้อีก ใครที่เป็นอย่างนี้ ให้รีบทำความเพียร เรียกความละเอียดให้หวนคืนมาเป็นที่พึ่งกับตัวของเรา แล้วจะได้ไปเป็นที่พึ่งแก่ชาวโลกได้
อย่าให้วันเวลาผ่านไปเฉย ๆ เพราะความตายไม่มีนิมิตหมาย เพื่อนสหธรรมิกของเราในวัยหนุ่มมรณภาพกันไปหลายรูปแล้ว บางท่านไปด้วยโรคภัยไข้เจ็บ บางท่านไปด้วยอุบัติเหตุ ซึ่งเราก็ได้เห็นแล้ว ไม่ต้องไปพูดถึงญาติโยมหรอก ตายกันเกือบทุกเดือนนั่นแหละ เอาว่าเพื่อนภิกษุก็ค่อย ๆ ทยอยกันไป ความตายไม่มีนิมิตหมายเป็นเรื่องที่เป็นความจริงเสมอ ให้เร่งทำความเพียรนะลูกนะ ทำกันให้เต็มที่เต็มกำลังเลย
วัดพระธรรมกายอย่าให้มีแต่ชื่อว่า “วัดพระธรรมกาย” ให้มีพระธรรมกายอยู่ในวัดด้วย คือ มีพระภิกษุสามเณรที่ได้บรรลุพระธรรมกายอยู่ในวัดด้วย ถึงจะสมกับชื่อว่า วัดพระธรรมกาย ไปที่ไหนจะได้องอาจ เพราะฉะนั้นต่อจากนี้ไป ใครที่ยังย่อหย่อนก็ให้เร่งทำความเพียรกันให้เต็มที่ ไม่ว่าจะอยู่ภายในหรือต่างประเทศก็ตาม
ตามต่างจังหวัด ต่างประเทศซึ่งไกลหูไกลตา มีสิ่งที่เป็นข้าศึกต่อกุศลและพรหมจรรย์อยู่เยอะ ถ้าเราไม่มีหลักของใจที่จะเอาไว้คุ้มครอง โอกาสพลาดพลั้งก็จะมี ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นจากตายเสียดีกว่า จากตายยังตายเพราะเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ถ้าจากเป็นด้วยสิ่งดังกล่าวนั้น น่าเสียดาย อายเขา
เพราะฉะนั้น ที่อยู่ห่างวัดใหญ่ ที่ทำงานต่างจังหวัดก็ดี ต่างประเทศก็ดี ต้องมีจิตสำนึกตรงนี้ให้ดี มันจะมีสิ่งที่จะทำให้ใจเราหยาบ และพลาดจากเป้าหมายที่ดีดั้งเดิม ตอนที่เรามาบวชใหม่ ๆ แล้วเป้าหมายสูงสุดของชีวิตสมณะจะต้องตั้งใจกันให้ดี
*โอวาทสำหรับผู้จำเป็นต้องลาสิกขา*
สำหรับผู้ที่จำเป็นต้องลาสิกขา เพราะลางานมา เราก็พยายามเลื่อนไว้อยู่จนกระทั่งได้รับกฐินและกรานกฐินแล้ว หากจำเป็นจะต้องลาสิกขา ให้ลาไปเพียงแค่กาย แต่ว่าให้ใจยังผูกพันอยู่กับชีวิตที่เคยเป็นสมณะ คือ การทำความดี การปฏิบัติธรรม แต่ไม่ต้องถึงกับเคร่งเครียดแบบเป็นสมณะ เพราะเราเป็นฆราวาส
ต่อไปต้องมีศีล ๕ เป็นปกติ และถ้าให้ดี ทุกวันพระควรจะรักษาศีล ๘ เอาเฉพาะวันพระ เดือนหนึ่งก็มี ๔ ครั้ง ถ้าเราทำอย่างนี้ได้ วันพระจะถูกฟื้นฟูขึ้นมา เวลาใครถามในที่ทำงานหรือที่ไหนก็ตามว่า ทำไมคุณถือศีล ๘ คุณผิดปกติ เราจะได้บอกเขาว่า มันเป็นเรื่องถูกปกติของชาวพุทธที่ว่า วันพระจะต้องถือศีล ๘ ถ้าใครไม่ถืออย่างนั้นถึงจะเรียกว่า ผิดปกติ
แล้วเขาคงถามว่า ทำแล้วจะได้อะไร ทุกวันพระที่ถือศีล ๘ ก็เพื่อให้ใจคุ้นเคยกับเนกขัมมะ คือ ให้ห่างจากรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส อาทิตย์ละครั้ง เดือนละ ๔ ครั้ง ให้ใจค่อย ๆ คุ้นไปเรื่อย ๆ ใจจะได้ปลอดกังวล แล้วการปฏิบัติธรรมจะได้ก้าวหน้า แม้เป็นฆราวาสก็สามารถบรรลุธรรมได้ จะทำให้จิตใจชุ่มเย็น เบิกบาน มีกำลังใจในการสร้างความดี เราก็จะให้เหตุผลเขาได้
แล้ววันลาสิกขาให้ลาตอนบ่าย ๆ เย็น ๆ เอาฤกษ์กินอิ่ม นอนหลับ นั่งธรรมะสะดวก คือ ฉันเพลกันเสร็จแล้ว ฤกษ์อิ่ม บ่ายก็พักผ่อนให้สบาย ร่างกายสดชื่นก็มานั่งธรรมะ นึกถึงบุญที่ตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรมในเพศสมณะ ตั้งแต่วันแรกที่บวชจนกระทั่งถึงวันนี้วันสุดท้าย
ขอให้บุญนี้เป็นพลังสนับสนุนในการทำความดีในเพศฆราวาส อย่าให้ใจตกต่ำ ให้คุ้มครองให้ได้ และเป็นพลังสนับสนุนให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตของฆราวาส และขอบุญนี้บันดาลให้ เมื่อข้าพเจ้าหมดความจำเป็นในชีวิตฆราวาส หรือเบื่อหน่ายเห็นทุกข์ เห็นโทษ เห็นภัยของชีวิตฆราวาสแล้ว ให้บุญที่เคยบวชนี้บันดาลให้กลับมาบวชใหม่ แล้วเมื่อกลับมาบวชใหม่แล้ว อย่าให้ข้าพเจ้าถอยหลังเลย ให้อยู่จนกระทั่งหมดอายุขัย ตายในผ้าเหลือง แล้วอุทิศบุญกุศลให้กับบรรพบุรุษ บุพการี หมู่ญาติ สรรพสัตว์ทั้งหลาย แล้วค่อยไปลาสิกขากัน นี่พูดสำหรับผู้ที่จำเป็นที่ลางานมา
*บวชดีที่สุด*
แต่ถ้าใครไม่มีภารกิจเครื่องกังวลอะไรเลย อย่าลาสิกขาเลยลูก ชีวิตฆราวาสไม่มีอะไรหรอก ก็มีแต่เรื่องกามอย่างเดียว เรื่องหยุดนิ่งไม่มีหรอก มันยาก แล้วจะรักษาศีลให้บริสุทธิ์ก็ยาก เครื่องกังวลก็เยอะ โอกาสทุศีลก็มาก เมื่อโอกาสทุศีลมากเท่ากับโอกาสไปอบายมาก ซึ่งเราได้เรียนรู้ชีวิตในสังสารวัฏแล้วว่า มักจะไปอบายมากกว่าไปสวรรค์
ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ อย่าลาสิกขา มาทำพระนิพพานให้แจ้ง มาเป็นเนื้อนาบุญของโลก มาเป็นอายุพระศาสนา แล้วมาศึกษาวิชชาธรรมกายให้แจ่มแจ้งจนกระทั่งเป็นที่พึ่งแก่ตัวเราและชาวโลกได้ เดี๋ยวก็วันเดี๋ยวก็คืน เดี๋ยวก็หมดเวลาไปแล้ว
มีชีวิตนักบวชไปวัน ๆ หนึ่ง วันต่อวัน วันนี้เราจะเป็นนักบวชที่ดีที่สุด เพราะพรุ่งนี้ไม่แน่ ตายหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่วันนี้ยังมีชีวิตอยู่ในเพศสมณะ จะทำตัวของเราให้ดีที่สุด คิดไปวันต่อวัน เดี๋ยวก็พรรษาเพิ่มขึ้นแล้ว มาเป็นพระเถระ มหาเถระกันไปแล้ว จะต้องรองรับภารกิจที่สำคัญต่อไปในอนาคต เพราะพระคือหัวใจของโลกและจักรวาล นี่ไม่ใช่กล่าวเพราะว่าไพเราะหรือคล้องจองกัน แต่เป็นอย่างนั้นจริง ๆ
ชาวโลกไม่ค่อยรู้อะไรหรอก ชาวโลกพอมาเกิดเป็นมนุษย์แล้วก็ลืมของเก่า ต้องมาเรียนรู้กันใหม่ มาเรียนใหม่ ถ้าไม่เจอผู้รู้ การดำเนินชีวิตก็ผิดพลาด ผิดพลาดก็ไปอบาย แต่ถ้าหากว่าเกิดใหม่แม้ลืมของเก่า แต่ว่ามาเจอผู้รู้ ก็ถือว่าเป็นบุญลาภ จะดำเนินชีวิตได้ถูกต้อง มีสุคติเป็นที่ไป แล้วก็เป็นอุปนิสัยปัจจัยทำพระนิพพานให้แจ้งต่อ ๆ กันไป
เราซึ่งเป็นต้นบุญต้นแบบที่ดีก็จะได้บุญกุศลมาก เพราะว่าเป็นผู้ให้ธรรมทาน ให้ความรู้ที่ถูกต้องในการดำเนินชีวิตในสังสารวัฏได้ คือ ยังทรงจำรักษาความรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้สืบทอดต่อไปเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์ ต่อสรรพสัตว์ทั้งหลาย วิมานเราจะได้สว่างไสว วงบุญพิเศษ ดุสิตบุรี ก็จะต้อนรับ เราจะได้ไปพักกันชั่วคราว ไปทำความละเอียดกันที่นั่น ซึ่งดีกว่าไปพักที่อื่น เพราะเราอยู่ในโลกมนุษย์ไม่กี่วัน ไม่กี่เดือน ไม่กี่ปี เดี๋ยวก็หมดเวลาแล้ว อย่านึกว่าชีวิตของเพศนักบวชมันนาน เผลอประเดี๋ยวเดียวเป็นพระเถระ พระมหาเถระกันแล้ว ไม่นานเลย
มองให้ไกล ๆ อย่ามองสั้น ๆ นะลูกนะ มองชีวิตที่อีกยาวไกลว่า ทำอย่างไรเราถึงจะเสวยสุขให้ได้นาน ไม่ไปอบาย
ชีวิตสมณะเหมาะที่สุดในการสั่งสมบุญบารมี เพราะปลอดกังวล ไม่มีเครื่องกังวลแบบฆราวาส เราแค่ให้ความสนใจเรื่องพระรัตนตรัย และไม่ให้ความสนใจเรื่องอื่นที่ไม่ใช่เรื่องบุญกุศล ไม่ใช่เรื่องพระรัตนตรัยก็แค่นี้เอง เมื่อเราไม่ให้ความสำคัญ สิ่งเหล่านั้นก็ไม่มีความหมายอะไร พอเราให้ความสนใจเรื่องพระรัตนตรัย เรื่องบุญกุศล บุญก็เกิด ธรรมะก็สว่าง เราจะได้ศึกษาวิชชาธรรมกายซึ่งมีสิ่งที่น่าศึกษากันอีกเยอะแยะ
เราไม่รู้ตัวหรอกว่า วิบากกรรมที่ติดตัวเรามาเยอะมาก ซึ่งวิบากกรรมเหล่านี้พร้อมเสมอที่จะดึงเราไปสู่อบาย ไปมหานรก เราไม่รู้ตัวเลย เพราะชีวิตที่ผ่านมาผิดพลาดกันมานับชาติกันไม่ถ้วนจนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ ซึ่งเขาคอยจังหวะอยู่ มีวิชชาธรรมกายเท่านั้นที่จะไปแก้ไขวิบากกรรมนี้ได้ นอกนั้นแก้ไม่ได้ มันมองไม่เห็น
*กฎแห่งกรรมเป็นเรื่องซับซ้อน*
ดูอย่างชีวิตของพระมหากัสสปะ ในชาติที่ร่ำรวยถวายจีวร เลี้ยงพระ ๖,๘๐๐,๐๐๐ รูป อีกชาติเกิดเป็นพราหมณ์ยากจนมาก มีผ้าเพียงผืนเดียว และเป็นชาติที่ต่อเนื่องกัน ไม่น่าเชื่อว่า ทำบุญมาตั้งเยอะ แต่เกิดใหม่อีกชาติกลับจนที่สุด ทั้งนี้ก็เพราะเรื่องกฎแห่งกรรมเป็นเรื่องซับซ้อน ถ้าหากบาปที่เคยทำไว้ได้ช่อง มันเป็นผังสำเร็จติดมา มันเสียบออกมาก่อน เขาเซตโปรแกรมไว้ มันก็ส่งผลก่อน แต่ดีว่าบุญบันดาลดึงมาเกิดในยุคพระวิปัสสีพุทธเจ้า ยังมีโอกาสได้เจอพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีกุศลศรัทธา ได้ฟังธรรม และเอาชนะความตระหนี่ได้
ชีวิตเราก็เช่นเดียวกัน บุญบาปมันอยู่ในตัว บางช่วงสั้น บางช่วงยาว สายวิบากมันยาวสั้นไม่เท่ากัน สายยาว หมายความว่า ต้องใช้ชาตินาน ถ้าสายสั้นก็ใช้ชาติสั้น มันไม่ได้เป็นสายอย่างนี้นะ แต่ว่ามันเป็นดวงบาปที่ต่อ ๆ กัน มันจะส่งผลต่อ ๆ สลับกันไปอย่างนี้ เราจะแก้ได้มันต้องเข้าถึงวิชชาธรรมกายอย่างเดียวเท่านั้น ไปตรวจตราดู มันเป็นอย่างนี้ ๆ ถึงจะไปแก้ ต้องไปเก็บตรงนั้นให้เหลือแต่ที่ดี ๆ ไว้ ซึ่งไม่ง่ายเลย
ทำบุญเยอะ ๆ แต่ยังเข้าไม่ถึง อย่าเพิ่งนอนใจ จะชัวร์ต่อเมื่อเข้าถึงธรรมกายนั่นแหละ ชัวร์ที่สุดเมื่อเข้าถึงวิชชาธรรมกาย เหมือนคุณยายท่านพูดว่า “ยายจะเป็นผู้หญิงชาติสุดท้าย” เพราะท่านเห็น และท่านเล่าให้หลวงพ่อฟังด้วยว่า ไปทำอะไรมา อย่างนั้น อย่างนี้ อย่างโน้น ใช้มาแค่ไหน พอมาชาตินี้ท่านแก้หมด เพราะนั่งกลางวัน ๖ ชั่วโมง กลางคืน ๖ ชั่วโมง ทำตลอดเวลา ๒๔ น. แล้วทำเป็นทีมด้วย การแก้ผังต้องแก้เป็นทีม
สมมติลูกทุกรูปทั้งในโบสถ์และนอกโบสถ์ถ้าเข้าถึงหมด มันก็ง่าย มันจะเป็นกำลังทบกัน มันจะมาซ้อนกัน ทบเหมือนกำลังแรงม้าที่สูงขึ้น คันหนึ่งพันแรงม้า อีกคันเอามาบวกเป็นสองพันไล่เรื่อยกันไปอย่างนี้ มันจะไปได้เร็วแรง ไปถึงต้นแหล่งของผู้ต้นคิด เรื่องมันลึกซึ้ง ทำบุญธรรมดาเยอะ ๆ อย่าเพิ่งวางใจ ต้องเข้าถึงวิชชาธรรมกาย
ฉะนั้น ถ้าไม่จำเป็น จึงไม่อยากให้ลาสิกขา และผู้ที่ยังแข็งแรงอยู่ ก็อย่านอนใจ รีบทำความเพียรกันให้เต็มที่ ให้เต็มกำลัง ให้เข้าถึงให้ได้ ถ้าเรามีบุญน้อย เราไม่ได้มาบวชหรอก ไม่ได้มาอยู่ใกล้ ๆ หรือมาได้ยินได้ฟังอย่างนี้ จะไปหาฟังที่ไหน จะมีใครที่ไหนมาเล่าให้ฟังอย่างนี้ ต้องเห็นประการเดียวนะลูกนะ
*สร้างบารมีเป็นทีม*
ต้องเห็นนะลูกนะ ต้องเห็นประการเดียว แล้วมาอยู่ด้วยกัน จะเตรียมอาคาร ๖๐ ปี เอาไว้ให้ ไม่ต้องกลัวว่าจะมีเยอะกว่านี้ ขยายได้ เราทำเป็นทีม เรามาค้นกันไป ทำวิชชากันทั้งวันทั้งคืนเลย แบ่งกันเป็น ๒ ทีม แล้วมุ่งไปสู่ที่สุดแห่งธรรม มันก็สนุกสนาน จะได้องอาจเหมือนที่ยายพูด เป็นชาติสุดท้ายของยายแล้วที่เป็นผู้หญิง ชาติต่อไปยายเป็นผู้ชาย บวชตลอดรวดเดียว และท่านไม่ปรารถนาอย่างอื่นเลย ท่านมุ่งไปปราบไอ้ดำโน่น ท่านบอก คุยกันแทบทุกครั้งที่เจอ ความปรารถนาของท่านจะไปปราบไอ้ดำ ปราบไอ้ดำ คือ ปราบมาร ภาษาของท่าน ได้ยินจนคุ้นหูเลย เพราะท่านรู้ว่าอะไรเป็นต้นเหตุ
เพราะฉะนั้น ยังแข็งแรงอยู่ เอาเรี่ยวแรงมาใช้ทำความเพียรกันเถิด ฝึกหยุดฝึกนิ่งให้เข้าถึงสิ่งที่มีอยู่ในตัวของเรา ให้เข้าถึงพระธรรมกาย แล้วมาศึกษาวิชชาธรรมกายของเรา มาทำงานร่วมกัน ควรจะเป็นเป้าหมายสำหรับลูกทุกรูป
*หลวงพ่ออำนวยพร*
วันนี้ขออนุโมทนาบุญกับลูกทุก ๆ รูป ที่เหน็ดเหนื่อยกันมาตลอดในการสร้างบารมี ทำให้ภารกิจทั้งหลายในทุก ๆ งานผ่านพ้นไปด้วยดี มันเป็นบารมีของลูกทุกรูป ถ้าเราไม่เหนื่อย เราจะได้บารมีมาจากไหน
ขออนุโมทนา และขออำนวยพรให้ลูกทุกรูปมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง อย่าเจ็บ อย่าป่วย อย่าไข้ ให้อายุขัยยืนยาว ได้สร้างบารมีกันไปนาน ๆ ให้ลูกทุกรูปปลอดกังวล มีความบริสุทธิ์กายวาจาใจ ให้รู้แจ้งเห็นแจ้งแทงตลอดในวิชชาธรรมกาย ธรรมอันใดที่พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ และคุณยายอาจารย์ฯ ได้บรรลุ ให้ลูกทุกรูปจงบรรลุธรรมนั้น
สิ่งที่เป็นข้าศึกต่อการกุศลและพรหมจรรย์จงอย่าได้เจอะ อย่าได้เจอ ให้สร้างบารมีได้ตลอดรอดฝั่ง เป็นครูเขา เป็นอาจารย์เขา เป็นที่พึ่งต่อสรรพสัตว์ทั้งหลายทุก ๆ ท่าน จงทุกประการเทอญ