คุณประยูร สุนทารา
หลวงปู่วัดปากน้ำ · 531010-บุคคลยุคต้นวิชชา3
คุณประยูร สุนทารา เป็นบุตรคนที่ ๓ ของนายฮก นางพันธ์ สุนทารา เกิดที่ตําบลท่าเสา อําเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร เมื่อ พ.ศ.๒๔๓๖ มีพี่น้องร่วมบิดามารดา ๔ คน คือ:-
๑.น.ส.อ่วน สุนทารา
๒.นายเชื่อม สุนทารา
๓.นายประยูร สุนทารา
๔.น.ส.บุญล้อม สุนทารา ถึงแก่กรรมแล้ว
ขณะนี้คงเหลือเพียง ๒ คน คือ น.ส.อ่วน สุนทารา พี่สาวและนายเชื่อม สุนทารา พี่ชาย
การศึกษา
เมื่ออายุพอสมควรที่จะศึกษาเล่าเรียนได้ พระภิรมย์ราชา ซึ่งเป็นญาติสนิทของคุณประยูรในฐานะเป็นลูกผู้พี่ผู้น้อง ได้ย้ายไปรับราชการเป็นข้าหลวงที่จังหวัดปัตตานี คุณประยูรก็ได้ติดตามไปอยู่ด้วย ได้เข้าเรียนที่โรงเรียนของรัฐบาล ซึ่งจัดตั้งขึ้นในวัด ที่จังหวัดปัตตานีนั้นเป็นครั้งแรก เมื่ออายุได้ ๑๑ ปี พระภิรมย์ราชาก็ย้ายไปเป็นปลัดมณฑลที่จังหวัดอุบลราชธานี คุณประยูรก็ย้ายตามมาเข้าโรงเรียนอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานีเรียนอยู่ที่จังหวัดอุบลได้ ๒ ปี จบชั้นประถมปีที่ ๓ พระภิรมย์ราชาจึงฝากให้เข้ารับราชการต่อไป
หน้าที่กิจการงาน
เมื่ออายุได้ประมาณ ๑๘ หรือ ๑๙ ปี พระภิรมย์ราชาได้ฝากให้เข้าทํางานที่ศาลากลางของจังหวัดอุบลราชธานีนั้น ในตําแหน่งเสมียน งานที่ทํามีแผนกของมหาดไทยบ้าง ของศึกษาธิการบ้าง รับราชการอยู่ที่จังหวัดอุบลได้เพียง ๔ ปี ก็ย้ายไปประจำที่จังหวัด จังหวัดสุราษฎร์ธานีครั้งนี้เพราะพระภิรมย์ราชาท่านได้ย้ายมาเป็นอัยการมณฑล คุณประยูรย้ายมาอยู่ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้เข้าทํางานในแผนกกองคลังได้ไม่กี่ปี พระภิรมย์ราชาก็ย้ายเข้ามาประจํากรมอัยการที่กรุงเทพฯ คุณประยูรก็ย้ายตาม แต่การย้ายเข้ามาอยู่กรุงเทพฯ ครั้งนี้ คุณประยูรไม่ได้เข้ารับราชการเพราะได้ลาออกและมาอยู่ที่บ้านของพระภิรมย์ราชาซึ่งอยู่ตรงข้ามกับวัดปากน้ำนั่นเอง
ต้อนรับหลวงพ่อวัดปากน้ำ
ในปี พ.ศ.๒๔๖๐ เมื่อหลวงพ่อพระมงคลเทพมุนี อดีตเจ้าอาวาสวัดประตูน้ำ ภาษีเจริญ ธนบุรี ในขณะนั้นเป็นพระครูสมุห์ของสมเด็จพระวันรัต(เผื่อน) สํานักวัดพระเชตุพนฯ ได้รับแต่งตั้งจากสมเด็จพระวันรัต (เผื่อน) ให้มาเป็นเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ในวันที่หลวงพ่อมาถึงวัดปากน้ำนั้น คุณประยูรในฐานะชาวบ้านคนหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้เคียงกับวัด ได้มาต้อนรับหลวงพ่อด้วยพร้อมกับคุณพระภิรมย์ราชา และได้รู้จักคุ้นเคยกับหลวงพ่อนับตั้งแต่นั้นมา เมื่อหลวงพ่อมีงานหรือทําบุญอะไร ก็ข้ามมาทําบุญและช่วยในกิจการงานทุกอย่าง กับได้ฝากตัวเป็นศิษย์ เรียนวิปัสสนากับหลวงพ่อด้วย
รับตําแหน่งไวยาวัจกร
ต่อมาไวยาวัจกรคนเดิม คือ หลวงมหาพร ชราภาพลงไม่สามารถจะปฏิบัติหน้าที่กิจการงานได้ ได้ลาออกจากตําแหน่งไวยาวัจกร หลวงพ่อได้เรียกคุณประยูรเข้ามาพบ และบอกความประสงค์ให้ทราบ ให้คุณประยูรรับตําแหน่งไวยาวัจกรของวัดปากน้ำ คุณประยูรได้รับแต่งตั้งเป็นไวยาวัจกร ในปี พ.ศ.๒๔๖๑ ซึ่งในขณะนั้นวัดปากน้ำมีพระภิกษุสามเณรเพียง ๓๐ รูปเท่านั้น พระภิกษุสามเณรยังออกบิณฑบาตอยู่ ยังไม่ได้ตั้งโรงครัว หลังจากคุณประยูรรับหน้าที่ไวยาวัจกรได้ปีเศษ หลวงพ่อก็ตั้งโรงครัว เริ่มเลี้ยงพระภิกษุสามเณรตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา พระเณรก็ไม่ต้องออกบิณฑบาตจนถึงทุกวันนี้
ตําแหน่งไวยาวัจกร นับว่าเป็นตําแหน่งที่หนักเอาการอยู่ สําหรับวัดปากน้ำ คุณประยูรนับแต่วันที่เข้ารับตําแหน่งไวยาวัจกรแล้ว ได้ทํางานมาโดยความซื่อสัตย์สุจริตจริงๆ ไม่มีความบกพร่องในตําแหน่งหน้าที่ไม่มีการด่างพร้อยแต่ประการใดเลย ตราบชั่วถึงวันสิ้นชีวิตลง นับว่าเป็นขุนคลังแก้วคู่บารมีของหลวงพ่อแท้ๆ ซึ่งจะหาอีกได้ยากนัก ที่จะได้คนเช่นคุณประยูรนี้ หลวงพ่อจะไปทําอะไรที่ไหน จะต้องเห็นคุณประยูรอยู่ด้วยเสมอ คุณประยูรเป็นทั้งไวยาวัจกร และเป็นทั้งศิษย์ผู้ปฏิบัติหลวงพ่อที่ดีด้วย คุณประยูรทํางานเกี่ยวกับการเงินและหน้าที่บัญชี โดยไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อยแม้บางครั้งจะต้องอดหลับอดนอนทํางานก็ตาม ก็พยายามทําจนเสร็จ
ต่อมาวัดปากน้ำมีพระมากขึ้น หลวงพ่อมีชื่อเสียงขึ้น งานก็มากขึ้นการเงินมากขึ้นตามตัว คุณประยูรบางครั้งอดนอนทําบัญชีตลอดสว่างก็มี แต่ก็ไม่เคยปริปากบ่นเลย
ป่วยขอพักผ่อน
ภายหลังเมื่อหลวงพ่อมรณภาพแล้ว คุณประยูรได้เริ่มป่วยเป็นลมเหนื่อยบ่อย บางครั้งจนทํางานไม่ได้ จึงได้ให้แพทย์ตรวจ แพทย์ตรวจว่าเป็นโรคความดันสูง หัวใจ ไต แพทย์ห้ามทํางานใช้ความคิด และห้ามอดนอนต่อไป คุณประยูรจึงได้ขอพักผ่อนตามหมดสั่งตั้งแต่บัดนั้นและพักอยู่ที่บ้านในวัดปากน้ำ ซึ่งคุณประยูรปลูกขึ้นด้วยทุนทรัพย์ของตนเอง อยู่กับพี่สาวและพี่ชายตลอดมา
โรคที่เป็นก็กําเริบหนักขึ้น บางครั้งถึงกับส่งไปรักษายังโรงพยาบาล พอค่อยทุเลาขึ้นก็กลับ แต่ก็ไม่หายขาด ดีขึ้นบ้างหนักลงบ้างอย่างนี้เสมอ
ได้ธรรมกาย
เมื่อขอลาพักจากตําแหน่งไวยาวัจกรแล้ว เพราะป่วยเป็นโรคความดันสูง คุณประยูรก็หันมาปฏิบัติในวิปัสสนาอย่างจริงๆ จังๆ ปฏิบัติจนเห็นธรรมะเห็นถึงธรรมกาย คุณประยูรเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อ เรียนวิปัสสนามานาน สมัยหลวงพ่อมาอยู่วัดปากน้ำใหม่ๆ แต่ทําธรรมะไม่ได้กับเขา มาทําธรรมะได้เมื่ออายุ ๗๐ เศษตอนป่วยนี่เอง นับว่าเป็นศิษย์ของหลวงพ่อครบถ้วนบริบูรณ์จริงๆ และเป็นศิษย์แก้วของหลวงพ่อด้วย ซึ่งจะหาไม่ได้อีกแล้ว ขออนุโมทนาจากใจจริงๆถึงแก่กรรมในวันพฤหัสบดีที่ ๒๔ มีนาคม พ.ศ.๒๕๐๙ ในตอนบ่ายหลังจากได้พักผ่อนพอสมควรแล้ว บ่นว่าร้อน มีนศีรษะ อยากอาบน้ำ จึงได้ไปอาบน้ำ เมื่ออาบน้ำเสร็จเช็ดตัวและผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าพี่สาวและพี่ชายก็ช่วยพามาที่ที่นอน ขณะนั้นก็เงียบสงบลง คอตกสักครู่หนึ่งก็เสียชีวิตลง ด้วยอาการอันสงบ หมอมาตรวจบอกว่าตายเพราะโรคหัวใจวาย รวมอายุได้ ๗๓ ปี
ทางวัดปากน้ำ ได้สูญเสียคุณประยูรไปครั้งนี้ เท่ากับว่าได้สูญเสีย“ขุนคลังแก้ว” ไปทีเดียว เพราะคุณประยูรเป็นที่ไว้วางใจของหลวงพ่อเป็นที่ไว้วางใจของพระราชเวทีเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันนี้เช่นกัน และเป็นที่สนิทคุ้นเคยดุจโยมพ่อของพระเณรทั่วๆ ไปในวัดปากน้ำ ทางวัดปากน้ำรู้สึกเศร้าสลดใจ และอาลัยรักเป็นอย่างยิ่ง
คุณธรรมของคุณประยูร สุนทารา
๑.เป็นผู้เลื่อมใสศรัทธาในพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ (พระมงคลเทพมุนี) อย่างมั่นคง สละภาระธุระทุกอย่างอันเป็นส่วนของตน มารักษาศีล เจริญภาวนา รับบปฏิบัติหลวงพ่อด้วยดีตลอดอายุขัย
๒.เป็นไวยาวัจกรรับภาระธุระจัดสรรสารบัญชีอันเกี่ยวด้วยเงินทองของวัดปากน้ำด้วยดี ด้วยความบริสุทธิ์ใจและด้วยความซื่อสัตย์สุจริตตลอดอายุขัย นับเป็นเวลา ๓๐ ปีเศษ ควรได้รับความสรรเสริญเป็นอย่างยิ่ง
๓.สละทรัพย์สินอันเป็นส่วนของตนบําเพ็ญกองการกุศล เช่นการก่อสร้างปฏิสังขรณ์พระอุโบสถ วิหารคต กุฏิสงฆ์ และรับเป็นเจ้าของทานถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์สามเณร เป็นครั้งคราวตลอดอายุขัย