แม่ชีศรีปรุง อุบลนุช
หลวงปู่วัดปากน้ำ · 451205-บุคคลยุคต้นวิชชา1
หากใครมีโอกาสได้ไปถวายภัตตาหารที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญฯ จะเห็นว่าพระทุกองค์นั่งฉันกันอย่างเป็นระเบียบ วงฉันทุกวงจะจัดเตรียมไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ทั้งกระโถน แก้วน้ำ กาน้ำ ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ได้วางแบบแผนไว้ทั้งสิ้น ซึ่งแม่ชีศรีปรุง อุบลนุช ท่านถ่ายทอดถึงเหตุที่มาพบหลวงพ่อและสิ่งที่หลวงพ่อได้สั่งสอนแนะนำ ในการจัดภัตตาหารว่า มีคนส่งรูปหลวงพ่อไปให้ พอเห็นรูปหลวงพ่อเท่านั้นก็เกิดศรัทธาอยากมาวัดปากน้ำ ผู้ชายนะเขามีโอกาสได้บวชแต่ผู้หญิงเราไม่มีโอกาส ต่อมาก็มีคนมาหาหลวงพ่อมาจากนครปฐม การเดินทางมาก็ลำบากไม่เหมือนปัจจุบัน พอมาหาหลวงพ่อ หลวงพ่อก็บอกให้ไปหาแม่ครัว ท่านรับบวชให้ มาตอน พ.ศ.๒๔๙๕ ได้บวชวันที่ ๙ เดือนเมษายนพอดี ตอนนั้นพออยู่มาก็ทำหน้าที่จัดอาหารจัดสำรับเลี้ยงพระ ยังไม่ได้เข้าครัว คอยจัดโต๊ะ ตั้งน้ำ แล้วตักข้าวมาตั้งตามโต๊ะ ตอนนั้นพระมากกว่าปัจจุบันนี้ประมาณเกือบ ๗๐๐ พระเณร แม่ชีก็เยอะเหมือนกัน ปูผ้าจัดโต๊ะสมัยนี้สบายกว่า เขามีขวดมีแก้ว ฉันมีเพื่อนสนิทชื่อ แม่ชีบุญส่ง จรูญผล เคยร่วมปฏิบัติธรรม กับกลุ่มของคุณยายทองสุข และแม่ชีจันทร์ ที่บ้านหลังเก่า (ตึกอนาลัยเดิม)
พอตี ๓ แม่ชีต้องลุก ตวงน้ำใส่แก้ว ตั้งตามโต๊ะ กระโถนผ้า อยู่ตรงกลาง เดี๋ยวนี้ไม่ต้องตวงน้ำแล้วมีแก้วกับขวดตั้งสะดวกสบาย หลวงพ่อท่านเคยเรียกแม่ชีและบอกว่าโต๊ะตรงนี้นะ กระโถนตั้งตรงนี้ ตั้งเป็นระยะๆ ผ้าจะปูตรงกลางแล้วมีแก้วน้ำ กาน้ำ แก้วน้ำนี้ต้องตวงด้วย ท่านบอกต้องทำให้สะอาดนะ ทำไปนะกุศลใหญ่บุญใหญ่ สมัยนั้นยังใช้น้ำกรองตักจากแท้งค์ใหญ่หลวงพ่อจะลงฉัน เวลาพระฉันก็ได้ยินแต่เสียงช้อน ไม่ให้คุยกัน พระเยอะๆ ก็ไม่ให้นั่งคุย ถ้าคุยท่านก็จะถาม "ฉันข้าวหรือกินเหล้า" ไม่ให้พูด ได้ยินแต่เสียงช้อนเพราะว่าเป็นชามกระเบื้อง แต่ก่อนแม่ชีท้วมเป็นแม่ครัวดูแลครัวทั้งหมด มาอยู่ก่อน ๕ ปี แม่ชีเขาจะมีเวรทำวิชชาไม่ขาดเลย พอเวรนี้ออกคนโน้นก็มาแทนเปลี่ยนเวรกัน ไม่ให้ขาด หมุนเวียนไปเรื่อยๆ แล้วจะจัดสำรับเอาไว้ให้ต่างหากหลวงพ่อจะรับแขกเป็นเวลา จะมีนั่งสมาธิแก้โรคด้วย ตอนเช้าจะนั่งแก้โรค ถ้าวันพฤหัสหลวงพ่อจะลงสอน ท่านจะสอนในการจัดของให้ หลวงพ่อก่อนเวลาที่จะลงอธิบายธรรมะ จะมีกระโถน ๑ ใบ กระดาน เตรียมไว้เรียนทุกวันพฤหัส สมัยนั้นฤดูเข้าพรรษาคนเยอะ จะต้องมีเทศน์ทุกวัน ฉันมีหน้าที่ตีกลองตอน ๑๑ โมงก็ได้ตี ตอนหลวงพ่อเทศน์มีคนฟังเต็มศาลา ท่านจะจัดเวลาไว้สำหรับอบรมแม่ชี ส่วนพระท่านจะอบรมในโบสถ์
ตอนหลวงพ่ออาพาธท่านจะฉันข้าวต้มตลอด กลางวันฉันข้าวสวย ท่านก็ฉันเยอะเหมือนกัน จะทำสำรับพิเศษไว้สำหรับหลวงพ่อ อาหารที่หลวงพ่อฉัน เหลือก็จะมีคนกินต่อ เพราะว่าอาหารหลวงพ่อถือว่าเป็นยาของหลวงพ่อทุกๆ อย่างที่เราทานเป็นยาทั้งนั้น พวกน้ำปานะก็จะเป็นน้ำส้มคั้น โดยเฉพาะน้ำอ้อยหลวงพ่อจะชอบฉันมาก แม่ชีได้รับบุญซักจีวรให้หลวงพ่อด้วย เขาเก็บมาให้แล้วก็ซักใช้ผ้าจีวรสำเร็จ ซักแล้วก็ย้อม หลวงพ่อชอบสะอาด เปลี่ยนทุกวัน มีสบงจีวรสังฆาฏิ (แม่ชีได้ขอปวารณากับหลวงพ่อว่าจะรับบุญซักจีวร หลวงพ่อก็อนุญาต) หลวงพ่อท่านชอบดอกมะลิ ร้อยเยอะเลยคะ สมัยก่อนหอมมาก ใครมาก็เอาดอกมะลิมาถวายหลวงพ่อ แม่ชีมาอยู่ทันหลวงพ่อ ๗ ปี ซักจีวรให้ท่านตั้งแต่ยังไม่ป่วย ต่อมาพอท่านมรณภาพก็เสียใจ สังขารท่านไม่ไหวแล้ว แต่ไม่ร้องไห้ สังขารไม่เที่ยงอยู่ก็ทรมานสังขาร พอคิดอย่างนี้จึงไม่ร้องไห้ ไม่เคยเจออัศจรรย์อะไรกับหลวงพ่อ ทำงานอย่างเดียว ท่านบอกว่าดวงบุญจะได้ไม่เท่ากัน เวลาทำอาหารท่านจะบอกว่าทำไปนะ บุญใหญ่นะ ได้บุญเป็นฟ้าครอบ แม่ชีทำครัว ก็ทำกันเต็มที่ คนที่มาทำบุญจะได้ไม่เท่ากันนะ ดวงบุญใหญ่ไม่เท่ากัน ตอนนี้แม่ชีก็อายุ ๗๘ ย่างเข้าสู่วัย ๗๙ แล้ว แต่ก็ยังแข็งแรง ตื่นขึ้นมาสวดมนต์ทำวัตรตั้งแต่ตี ๔ และปฏิบัติธรรมทุกวันสม่ำเสมอ แม้จะสิ้นหลวงพ่อไปแล้ว แต่ภายในใจยังคงมีหลวงพ่อเป็นที่พึ่งที่ระลึกอยู่ในใจตลอดเวลา