แห้วพันล้าน
หลวงปู่วัดปากน้ำ · อานุภาพหลวงปู่ สู่โลกปัจจุบัน
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พืชหัวขนาดเล็ก เปลือกดำ เนื้อใน กรุบกรอบ นามว่า "แห้ว" ถูกใครก็ไม่รู้อุปโลกน์ให้เป็นสัญลักษณ์แห่งความผิดหวัง เมื่อเรื่องราวชักจะแพร่หลายออกไปจนผู้คนรู้สึกหวาดๆ กับคำว่า "แห้ว" ก็มีใครไม่รู้อีกเหมือนกันช่วยตั้งชื่อใหม่ให้น่ากินกว่าเดิมว่า "สมหวัง" นับจากนั้นเป็นต้นมา "แห้ว" ซึ่งมิได้รู้อีโหน่อีเหน่อะไรด้วย ก็เลยมีชื่อ ๒ ชื่อ ตลอดมา แต่ไม่ว่าจะชื่อ "แห้ว" หรือ "สมหวัง" ก็ตาม พืชหัวชนิดนี้ก็มีส่วนในการหล่อเลี้ยงครอบครัวสกุลเกศทิพย์ให้ผ่านวันคืนอันยากลำบากมาได้จนบัดนี้
คุณเหรียญ สกุลเกศทิพย์ เป็นเจ้าของร้านขายแห้วที่ตลาดไท ก่อนหน้านี้เธอมีชีวิตที่ลำบากมาก บางช่วงถึงขนาดไม่มีเงินซื้อเสื่อมาปูนอน หลังจากที่สามีของเธอเสียชีวิตไป เธอกับลูกอีก ๔ คน ก็ลำบากมากขึ้น ช่วงนั้นเธอต้องทำงานทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ เช่น เก็บผักบุ้ง รับจ้างปอกแห้ว ทำขนมขาย ฯลฯ แม้จะลำบากมากเพียงไร แต่เมื่อมีคนจะมาขอเช่าพระของขวัญวัดปากน้ำ รุ่น ๑ ที่เธอได้รับมาจากสามีเธอก็ไม่ยอมให้เช่า เพราะเธอตระหนักดีถึงคุณค่าอันมหาศาลของพระของขวัญวัดปากน้ำ ที่สามีเคยเล่าว่า ครั้งหนึ่งเคยมีโจรมากระตุกสร้อยทองที่แขวนพระองค์นี้ไป สามีเสียดายพระของขวัญ คืนนั้นเขาหลับไปพร้อมกับนึกถึงพระของขวัญด้วยความเสียดาย ตื่นเช้าขึ้นมาก็พบว่าพระที่ห้อยไว้กับสร้อยกลับมาอยู่ข้างหมอนอย่างน่าอัศจรรย์ ตรงตามที่หลวงปู่เคยบอกไว้ว่า พระของขวัญของท่านไปได้มาได้ ถ้าหายให้หมั่นระลึกถึงจะกลับมาได้ เธออัศจรรย์ใจมาก และบังเกิดความเคารพรักในหลวงปู่เป็นอย่างยิ่ง
ในปี พ.ศ. ๒๕๓๗ มีคนชวนคุณเหรียญไปหล่อหลวงปู่ทองคำที่วัดพระธรรมกาย เขาถามว่า "อยากรื้อผังจนไหม ถ้าอยากก็ต้องร่วมบุญกับหลวงปู่นะ ทำเท่าไรก็ได้ แล้วก็ให้อธิษฐานบอกท่าน"ด้วยความศรัทธาในหลวงปู่ เธอตัดใจร่วมบุญกับเขาไป ๑๐๐ บาทเป็นการทำบุญใหญ่ครั้งแรกในชีวิต เงิน ๑๐๐ บาท ตอนนั้นสามารถเลี้ยง ๕ ชีวิตในครอบครัวได้ถึง ๑ สัปดาห์ แต่เธอไม่เสียดาย และยังทำด้วยความปลื้มปีติอย่างที่สุด แล้วอธิษฐานว่า "ขอให้หลวงปู่ช่วยให้ลูกมีชีวิตที่ดีขึ้นกว่านี้"
วันหนึ่ง เธอไปทำบุญที่วัดพระธรรมกายและอธิษฐานว่า "ขอให้มีรถกระบะไว้ค้าขายสักคันหนึ่ง" ทั้งๆ ที่ดูแล้วไม่มีทางเป็นไปได้เลย พอกลับมาถึงบ้าน ก็มีคนชวนเธอไปเป็นเพื่อนดูรถกระบะ เพราะเขาจะซื้อ แต่เมื่อไปดูแล้ว เขาเกิดไม่ซื้อ คนขายเลยมัดมือชกพยายามให้เธอซื้อให้ได้ โดยให้เธอเอาเงินที่มีอยู่ทั้งหมด คือ ๒,๐๐๐ บาท จองเอาไว้ก่อน ซึ่งเธอก็ไม่รู้จะทำอย่างไร แต่ดูเหมือนขัดเขาไม่ได้ พอกลับมาเล่าให้ลูกๆ ฟัง ลูกๆ ถามว่า จะเอาเงินที่ไหนไปผ่อน จนกระทั่งเรื่องนี้รู้ไปถึงคนแถวบ้าน เขาเลยบอกให้เธอไปกู้เงิน ธกส. มาก่อน เขาจะเอาที่ดิน ๒๘ ไร่ของเขาค้ำประกันให้ น่าแปลกที่สุด เธอเชื่อมั่นว่าหลวงปู่ช่วยดลใจให้เขาเกิดความเมตตาอยากช่วยเหลือ เพราะเขาเป็นแค่คนรู้จักเท่านั้น ไม่ใช่ญาติพี่น้อง และปกติคนเราไม่มีใครอยากเป็นหนี้ ยิ่งเป็นหนี้เพื่อคนอื่นยิ่งไม่อยากเป็น
พอได้รถมา คุณเหรียญก็ไปยืมเงินมาทำทุนซื้อเผือก ซื้อกระจับ ซื้อแห้ว บรรทุกใส่กระบะไปขาย แต่ยิ่งขายหนี้สินก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพิ่มถึงเกือบล้านบาท เธอจึงไปดูหมอ หมอดูบอกให้เลิกขายแห้ว ขืนทำต่อไปเจ๊งลูกเดียว เธอไปปรึกษากับลูกๆ แต่ทุกคนบอกว่าไม่เลิก และสรุปตรงกันว่า ตอนนี้เป็นช่วงวิกฤตของชีวิต ต้องเอาบุญช่วยเท่านั้นถึงจะรอด เธอและลูกๆ จึงตัดสินใจทำบุญสร้างพระแกนกลางถวายหลวงปู่แบบปิดบัญชีเลย และเป็นครั้งแรกที่ทำบุญมากถึง ๓๐,๐๐๐ บาท ทั้ง ๆ ที่หนี้สินท่วมตัว แต่เธอคิดว่าที่เธอค้าขายขาดทุน มีหนี้สินท่วมตัวขนาดนี้ เพราะบุญไม่พอ หากไม่ทำอาจจะแย่ลงไปกว่านี้อีก ทำเสร็จแล้วอธิษฐานพร้อมกันทั้งบ้าน ขอกับหลวงปู่เลยว่า ขอให้ขายดีมากๆ ให้มีเงินใช้หนี้ใช้สินจนหมด มีเงินทำบุญได้มากมาย อธิษฐานแล้วอธิษฐานอีก เพราะตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยทำบุญมากขนาดนี้มาก่อน
หลังจากทำบุญนี้ไปแล้ว คุณเหรียญก็ฝันว่า หลวงปู่ไปหาที่บ้าน เมื่อเธอเข้าไปกราบท่าน ท่านก็ยิ้มให้ และนับจากนั้นไม่นาน ชีวิตก็พลิกผันไปเลย คือขายของดีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แห้วที่ร้านก็มีชื่อเสียงมาก จนมีร้านสุกี้รายใหญ่มารับซื้อไปทำทับทิมกรอบ นอกจากนี้ยังมีคนมาซื้อไปส่งต่างประเทศด้วย จนมีเงินไปใช้หนี้ และมีแผงขายแห้วที่ตลาดไทเป็นของตัวเอง มีรถ ๖ ล้อบรรทุกแห้ว ๒ คัน มีรถกระบะและรถสี่ประตู ๗ คัน มีเงินซื้อที่นาทำแห้ว ๑๗ ไร่ และซื้อที่ดินปลูกบ้านหลังใหม่ ๖ ไร่เศษ
คุณเหรียญบอกว่า "ที่ชีวิตเราดีขึ้นอย่างอัศจรรย์เพราะบุญที่ทำกับหลวงปู่แท้ ๆ" ปัจจุบันคุณเหรียญไปทำบุญที่วัดพระธรรมกายเป็นประจำ สร้างบุญใหญ่อย่างตลอดต่อเนื่องเรื่อยมา โดยเฉพาะบุญอะไรที่เกี่ยวเนื่องกับหลวงปู่ เธอจะทำแบบทุ่มสุดใจ เพราะเธอรู้ว่าจะได้บุญมหาศาล เนื่องจากหลวงปู่เป็นพระที่มีอานุภาพมาก ถึงพร้อมด้วยคุณธรรม คุณวิเศษ นอกจากนี้หลวงปู่ยังเคยกล่าวไว้ว่า ไม่ว่าท่านจะมีชีวิตอยู่หรือมรณภาพไปแล้ว ใครมีจิตเลื่อมใสท่านและได้สร้างบุญเชื่อมต่อกับท่านก็ได้อานิสงส์เท่ากัน