ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

พระพุทธศาสนาขจรขจาย

หลวงปู่วัดปากน้ำ · ยิ่งรู้จักยิ่งเคารพรักท่าน ฉบับพิเศษ

PDF
พระพุทธศาสนาขจรขจาย หลวงปู่เคยพูดถึงความสําคัญของ “ธรรมกาย” อยู่เสมอๆ ว่า “...อานุภาพธรรมกายเปรียบประหนึ่งปุ๋ยที่บํารุงต้นไม้ให้เจริญงอกงาม การปลูก ต้นไม้ให้ได้ดอกผลตามที่เราต้องการนั้น เราจะปลูกโดยไม่รดน้ำพรวนดินและใส่ปุ๋ยนั้นไม่ได้ เพราะต้นไม้จะไม่งอกงามให้ดอกผลตามที่เราต้องการ ชีวิตมนุษย์ก็เช่นกัน ถ้า อยากให้เจริญรุ่งเรืองก็ต้องทําตนให้เข้าถึงธรรมกาย ต้นไม้ก็ต้องใส่ปุ๋ย ชีวิตคนเราก็ต้องใส่ปุ๋ย...” ด้วยเหตุนี้ การเผยแผ่วิชชาธรรมกาย จึงเป็นสิ่งที่หลวงปู่ให้ความสําคัญอย่างยิ่ง สอนธรรมปฏิบัติด้วยตนเอง หลวงปู่เปิดสอนธรรมปฏิบัติแก่พระภิกษุสามเณร อุบาสก อุบาสิกา รวมทั้งประชาชนทั่วไปอย่างจริงจัง และเนื่องจากท่านมีความชํานาญทั้งภาคปฏิบัติและปริยัติ คือ รู้แจ้งเห็นจริงในธรรมด้วยตนเองอย่างแจ่มชัด และรู้พระบาลีแตกฉานในระดับที่สามารถแปลคัมภีร์มูลกัจจายน์ ได้หมดทุกตัวอักษร ดังนั้นขณะสอนธรรมปฏิบัติท่านจึงนําความรู้พระบาลีมาใช้ในการสอนด้วย โดยเริ่มต้นยกพระบาลีพุทธพจน์ขึ้นแสดงก่อน แล้วแปลและขยายความ พระบาลี ชี้แนวปฏิบัติภาวนาไปตามลําดับขั้นตอน จนกระทั่งทําให้จิตผู้ฟังเป็นสมาธิ น้อมใจไปตามคําเทศน์สอนของท่านได้ จากนั้นท่านก็จะบอกลําดับผลของปฏิเวธหรือผลการปฏิบัติธรรมในตัวที่จะเกิดขึ้นตามลําดับขั้นตอนไว้ล่วงหน้า ตั้งแต่ผลที่เกิดในกายมนุษย์จนกระทั่งกายธรรมอรหัต หมดกิเลสเป็นพระอรหันต์ เป็นผลการปฏิบัติภาวนาในตัวที่พิสูจน์ได้ว่าการตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามีจริง มนุษย์ธรรมดาสามารถหมดกิเลสเป็นพระอรหันต์ได้จริง ผู้เรียนมีหน้าที่กําหนดใจตามที่ท่านบอก ส่วนใครจะมีผลการปฏิบัติธรรมถึงขั้นไหน ย่อมรู้ได้ด้วยตนเอง เนื่องจากบทเทศน์สอนของหลวงปู่เพียบพร้อมสมบูรณ์ทั้งด้านปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ ผู้ที่เคยไปเรียนการทําสมาธิภาวนากับท่าน จึงต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่ว่าหลวงปู่จะเทศน์กี่ครั้งหรือกี่เรื่องก็ตาม ท่านสามารถเชื่อมโยงจากภาคปริยัติเข้าสู่ภาคปฏิบัติ จากภาคปฏิบัติ เข้าสู่ภาคปฏิเวธ และจากภาคปฏิเวธสู่ภาคเทศนาได้อย่างน่าอัศจรรย์ จึงทําให้ผู้เรียนได้รับผลดีของการปฏิบัติเป็นจํานวนมาก รวมแล้วเป็นเรือนแสน กิตติศัพท์ในด้านการสอนภาวนาของท่านโด่งดังข้ามทวีปไปยังหลายๆ ประเทศในยุโรป เป็นเหตุให้พระพุทธศาสนาขจรขจายกว้างไกลออกไปอย่างไม่เคย ปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ของวงการคณะสงฆ์ไทย จนกระทั่งมีชาวต่างชาติบางคนเดินทางมาบวชกับท่านถึงวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม เมื่อวิชชาธรรมกายแพร่หลายออกไปก็มีผู้วิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา ในสมัยนั้น คําว่า “ธรรมกาย” ยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลาย เพราะวิชชาธรรมกายของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่หลวงปู่ค้นพบนั้น มิได้มีผู้สอนมานานเกือบ ๒,๐๐๐ ปี ผู้ที่ไม่รู้จักจึงยกเอาคํานี้ขึ้นมาเสียดสี โจมตี หวังให้ผู้ที่สนใจวิชชาธรรมกายคลายความศรัทธา แต่หลวงปู่ท่านไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ เพียงแต่พูดว่า “น่าสงสาร พูดไปอย่างไร้ภูมิ ไม่มีที่มาเขาจะบัญญัติขึ้นได้อย่างไร เป็นถ้อยคําของคนเซอะ” คราวหนึ่งท่านพูดกับสมเด็จพระวันรัต วัดพระเชตุพนฯ เกี่ยวกับการถูกโจมตีเรื่องธรรมกายว่า “คนเช่นเราไม่ใช่ไร้ปัญญา ชั่วก็รู้ ดีก็เห็น เราจะฆ่าตัวเองเพราะความปรารถนาทําไม ที่เขาพูดหาว่าเราอย่างนั้น บางคนคงจะ ไม่รู้จักคําว่า “ธรรมกาย” มีอยู่ที่ไหน หมายเอาใคร เขาอาศัยความไม่รู้มาว่าเราผู้ตั้งใจปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ เมื่อผู้ไม่รู้มาติเตียนเรา ความไม่รู้ของเขาจะลบล้างสัจธรรมของพระพุทธศาสนาได้อย่างไร ถ้าจะกลบก็กลบได้เพียงชั่วคราว ไม่ช้าดวงแก้วของพระพุทธศาสนาก็จะเปล่งรัศมีให้ผู้มีปัญญาเห็นด้วยสายตาของตนเอง การที่เขานําไปพูดเช่นนั้นเป็นผลแห่งการปฏิบัติที่เราได้กระทํากันอยู่ แสดงให้เห็นว่า คณะวัดปากน้ำไม่ได้กินแล้วนอน เป็นสํานักที่เคร่งในการปฏิบัติธรรม การที่เขานําไปพูดเช่นนั้น เท่ากับเอาสํานักไป เผยแพร่ ดีเสียกว่าการโฆษณาทางหนังสือพิมพ์ เพราะการที่เขานําไปพูดนั้น เป็นการกระทําของผู้พูดเอง เราไม่ได้จ้าง ไม่ได้วานใคร เมื่อพูดทางไม่ดีได้ ก็ต้องมีคนพูดทางดีได้เหมือนกัน ธรรมะจะต้องชนะอธรรมเสมอ เราไม่เดือดร้อนใจ เพราะธรรมกายของพระพุทธศาสนาเป็นของแท้ ไม่ใช่ของเก๊หรือของเทียม ธรรมกายจะปรากฏเป็นความจริงแก่ผู้เข้าถึงธรรม เรื่องอย่างนี้เราไม่หวั่น เราเชื่อในคุณพระพุทธศาสนา” (จากชีวประวัติของพระมงคลเทพมุนี หลวงพ่อวัดปากน้ำ และอานุภาพธรรมกาย) ส่งลูกศิษย์ออกเผยแผ่ นอกจากสอนธรรมปฏิบัติด้วยตนเองแล้ว หลวงปู่ยังส่งพระภิกษุสามเณร และแม่ซี ที่มีความสามารถออกไปเผยแผ่วิชชาธรรมกายทั้งในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศไทย และในต่างประเทศ ในประเทศไทย ศิษย์ของท่านประสบความสําเร็จในการเผยแผ่เป็นอย่างยิ่ง คือสามารถสร้างความศรัทธาเลื่อมใสแก่ประชาชน ทําให้พระภิกษุ สามเณร และ ฆราวาสจากจังหวัดต่างๆ มีศรัทธาเดินทางไปปฏิบัติธรรมขั้นสูงเพิ่มเติมที่วัดปากน้ำเป็นจํานวนมาก และยังสามารถสร้างวัดได้หลายวัด เช่น วัดเกษมจิตตาราม จังหวัด อุตรดิตถ์ วัดปากน้ำเทพาราม อําเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา วัดเขาพระ อําเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี เป็นต้น แม้ในต่างประเทศ ท่านก็ส่งพระภิกษุชาวอังกฤษ กปิลวฑฺโฒ ภิกฺขุ หรือศาสตราจารย์วิลเลียม ออกัสต์ เปอร์เฟิสต์ (Dr.William August Purfurst) อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในลอนดอน และพระภิกษุชาวญี่ปุ่นที่มาบวชที่วัดปากน้ำ และได้ศึกษาวิชชาธรรมกายแล้ว กลับไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาในทวีปยุโรปและประเทศญี่ปุ่นตามลําดับ ในปี พ.ศ. ๒๔๙๘ กปิลวฑฺโฒ ภิกฺขุ เดินทางกลับมาวัดปากน้ำอีกครั้งหนึ่ง และนําสามเณรชาวอังกฤษ ๓ รูป ซึ่งบรรพชาเป็นสามเณรมาแล้วจากประเทศอังกฤษ มาศึกษาวิชชาธรรมกายกับหลวงปู่ ซึ่งหลวงปู่ท่านก็เมตตาอุปสมบทให้ทั้ง ๓ รูป รวมพระภิกษุชาวยุโรปที่จําพรรษาอยู่ที่วัดปากน้ำสมัยนั้น ๔ รูป แม้การเผยแผ่คําสอนในยุคนั้นจะเป็นไปได้อย่างเชื่องช้ากว่าปัจจุบัน เพราะการคมนาคมและการสื่อสารยังไม่เจริญก้าวหน้า แต่ก็มีผู้ปฏิบัติธรรมเข้าถึงพระธรรมกาย เข้าถึงกายต่างๆ และเข้าถึงดวงปฐมมรรคเป็นจํานวนมาก และบุคคลเหล่านี้ได้มาลงชื่อในสมุดที่หลวงปู่ให้จัดไว้ที่วัดปากน้ำ เพื่อเป็นหลักฐานและสักขีพยานในการเข้าถึงธรรม