ตอนที่ ๒ เรือข้างกระดาน
หลวงปู่วัดปากน้ำ · ตามรอยพระมงคลเทพมุนี
จากหนังสือประวัติ ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกายของ มูลนิธิธรรมกาย ธันวาคม ๒๕๓๖ หน้าที่ ๑๕ กล่าวว่า
“เมื่อท่านอายุได้ ๑๔ ปี โยมบิดาได้ถึงแก่กรรมลง ท่านจึงควบคุมดูแลการค้าแทนกิจการในขณะนั้น มีเรือบรรทุกข้าวข้างกระดานใหญ่ ๒ ลํา พร้อมทั้งลูกเรือหลายคน ล่องเรือค้าข้าวระหว่างสองพี่น้องกับกรุงเทพฯ เดือนละ ๑ - ๓ ครั้ง เรื่อยมา.....”
ตามรอยหลวงพ่อวัดปากน้ำตอนนี้ จึงขอเสนอให้ทําความรู้จักกับเรือข้างกระดาน ที่ท่านใช้สําหรับบรรทุกข้าวในครั้งนั้น
สมัยก่อนเรือที่ใช้สําหรับบรรทุกข้าว ก็มีเรือกระแซงและเรือข้างกระดานนี่แหละ เรามารู้จักกับเรือกระแซงกันก่อน
เรือกระแซงเป็นเรือต่อ ไม่ใช่เรือขุด
เรือต่อ คือ เรือที่เอาไม้แผ่นมาต่อประกอบกันเป็นเรือ
เรือขุด คือ เรือที่ขุดจากไม้ทั้งต้นเป็นรูปเรือ
เรือกระแซงเป็นเรือต่อขนาดใหญ่ ส่วนใหญ่จะทําด้วยไม้สัก หัวและท้ายเรือมีขนาดเล็ก ตรงกลางป่อง ท้องเรือกลม มีหลายขนาด ใช้ถ่อก็ได้ แจวก็ได้ สมัยนี้มีเรือยนต์ก็ใช้เรือยนต์ผูกเรือกระแซงได้ทีเดียวหลายลํา
ที่เรียกว่าเรือกระแซง ก็เพราะเดิมใช้ใบเตย หรือใบจากนํามาเย็บเป็นแผงใช้เป็นประทุน สําหรับบังแดดบังฝน เดี๋ยวนี้เปลี่ยนมาเป็นใช้สังกะสีแทน
เรือประเภทนี้ใช้บรรทุกข้าวสาร ข้าวเปลือก จึงเรียก กันว่า “เรือข้าว” อีกชื่อหนึ่ง บางครั้งก็ใช้บรรทุกหิน ทราย ไม้ฟืน เพราะมีความจุมาก
ส่วนเรือข้างกระดาน ที่หลวงพ่อวัดปากน้ำเคยใช้สมัย เป็นฆราวาส ก็เป็นเรือต่อจําพวกเดียวกับเรือกระแซง หรือเรือข้าวนั้นแหละ แต่เสริมข้างให้สูงขึ้น เพื่อให้ภายในโปร่ง ถ้ามองดูจากกาบเรือขึ้นไป จะเห็นเป็นเหมือนฝากั้น ตีไว้ด้วยกระดานแผ่นใหญ่ จึงเรียกว่าเรือข้างกระดาน คือด้านข้างของเรือมีกระดานตีไว้เหมือนฝาเรือน ซึ่งเรือของหลวงพ่อคงจะมีขนาดใหญ่ จึงเรียกว่า เรือข้างกระดานใหญ่
ขอขอบคุณ : ข้อมูลเรื่องเรือ ได้รับความอนุเคราะห์จากหนังสือ “เพื่อความเข้าใจในแผ่นดินอยุธยา” ของ สํานักพิมพ์สารคดี พิมพ์ครั้งแรก กันยายน ๒๕๓๘