การรักษาไตรทวาร
หลวงปู่วัดปากน้ำ · วิสุทธิวาจา 2
ไตรทวาร แปลว่าประตูทั้ง ๓ คือ กาย วาจา ใจ ที่เรียกทวารก็เพราะความชั่วและความดีจะลอดเข้าไปถึงจิตนั้นเข้าทางนี้
ความชั่วเรียกว่า “ทุจริต” ความดีเรียกว่า “สุจริต” วิธีที่จะเข้าไปมีอาการไหวก่อน ซึ่งเขาเรียกว่า “วิญญัติ”
ไหวทางกายเรียกว่า กายวิญญัติ
ทางวาจาเรียกว่า วจีวิญญัติ
ทางใจเรียกว่า มโนวิญญัติ
อะไรทําให้เกิดอาการไหว หรือบังคับให้ไหว ไม่ใช่อื่นไกลสังขารนั่นเอง บังคับให้ไหว บังคับทางกายได้แก่กายสังขาร ทางวาจาได้แก่วจีสังขาร ทางใจได้แก่จิตสังขาร
สังขารคือความรู้สึกนึกคิดปรุงแต่ง และมีทางเกิดเป็น ๒ ฝ่าย ฝ่ายทุจริตเกิดจากอวิชชาและอาสวะ ฝ่ายสุจริตเกิดจากวิชชาและอนาสวะ
ฝ่ายเหตุทุจริต เป็นดวงดํามืดมน
ฝ่ายเหตุสุจริต เป็นดวงขาว ใสซ้อนอยู่ในดวงธรรมที่ทําให้เป็นกายมนุษย์ เป็นปรปักษ์กันอยู่
ฝ่ายชั่ว(ดํา) เป็นภาคมาร
ฝ่ายดี(ขาว) เป็นภาคพระ ต่างมีเจ้าของด้วยกัน
ฝ่ายชั่วอํานวยการให้มืด ฝ่ายดีอํานวยการให้สว่าง คล้ายโรงงานทําหมอกควันพวกหนึ่ง โรงงานทําไฟฟ้าพวกหนึ่ง เมื่อเราไม่คอยระวังฝ่ายชั่วสอดเข้าไปได้ ย่อมเป็นเหตุให้เราตกไปทางชั่ว คือจะทําอะไรก็ทําในทางชั่ว จะพูดอะไรออกมาก็เป็นทางชั่ว จะคิดทําอะไรก็เป็นไปทางชั่วหมด (อกุศลกรรมบถ ๑๐)
ถ้าเราคอยระวังรักษาไว้ให้ดี บําเพ็ญสมาธิให้ดวงขาวใสปรากฏอยู่ในศูนย์กลางกายเสมอ เราจะทําอะไรก็เป็นไปในทางดี พูดอะไรก็พูดไปทางดี คิดอะไรก็คิดไปทางดี (กุศลกรรมบถ ๑๐)
เพราะฉะนั้นจึงควรบําเพ็ญตนให้เป็นฝ่ายขาวเสมอ เวลาจะตายถ้าปล่อยให้ไปตกอยู่ฝ่ายดําเรียกว่า “หลงตาย” จะไปสู่ทุคติ
ถ้าอยู่ในฝ่ายขาวเรียกว่า “ไม่หลงตาย” จะไปสู่สุคติแน่แท้ จึงเป็นการจําเป็นยิ่งที่จะต้องระวังให้อยู่ฝ่ายขาว
จากพระธรรมเทศนาเรื่อง “พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ”