นิพพานเป็น-นิพพานตาย
หลวงปู่วัดปากน้ำ · วิสุทธิวาจา 1
๘๘
นิพพานเป็น-นิพพานตาย
ส่วนนิพพานที่ท่านจําแนกเป็น ๒ ประเภทนั้นคือ สอุปาทิเสสนิพพาน ๑ อนุปาทิเสสนิพพาน ๑ สําหรับพวกทําสมาธิปัจจุบันเรียกกันง่ายๆ อีกแบบหนึ่งคือ นิพพานเป็น อัน
ตรงกับสอุปาทิเสสนิพพาน และนิพพานตาย อันตรงกับอนุปาทิเสสนิพพาน
นิพพานที่เป็นสถานที่อยู่ของกายธรรมนั้น อยู่ในศูนย์กลางของกายธรรมนั้นเอง ที่กล่าวนี้หมายความถึงเวลาที่กายมนุษย์ของพระพุทธเจ้า พระอรหันต์ยังมีชีวิตอยู่ ใช้กายธรรมเดินสมาบัติ ๗ เที่ยว ตามแบบวิธีเดินสมาบัติที่เคยกล่าวไว้แล้วนั้น กายธรรมก็จะตกศูนย์เข้าสู่นิพพานที่อยู่ในศูนย์กลางกายธรรมที่ซ้อนอยู่ในกลางกายอรูปพรหม-กายรูปพรหม-กายทิพย์ และกายมนุษย์เป็นลําดับเช่นนี้ ยังอยู่ในกลางของกายที่ยังหมกมุ่นครองกิเลสอยู่ตามสภาพของกายนั้นๆ ความบริสุทธิ์ของนิพพานที่อยู่ในท่ามกลางกิเลสเหล่านี้เองที่เรียกว่า “สอุปาทิเสสนิพพาน” สภาพของนิพพานนี้ที่มีลักษณะกลมรอบตัวใสบริสุทธิ์ยิ่งนักแต่ทว่านิพพานนี้เป็นนิพพานประจํากายของกายธรรม จึงมีพระนิพพานหรือพระพุทธเจ้าประทับอยู่เพียงพระองค์เดียว
ความจริงถ้าจะกล่าวตามส่วนและตามลักษณะตลอดจนที่ตั้งแล้ว ก็จะเห็นว่า นิพพานเป็นหรือสอุปาทิเสสนิพพานนี้ เป็นที่เร้นอยู่โดยเฉพาะของกายธรรม ในเวลาที่ยังมีขันธ์ปรากฏอยู่ นอกจากนั้น สอุปาทิเสสนิพพานยังเป็นทางนําให้เข้าถึง “อนุปาทิ
เสสนิพพาน” หรือ “นิพพานตาย” อีกด้วย คือเวลาที่ขันธ์ซึ่งรองรับกายธรรมอยู่นั้นจะสิ้นไป พระพุทธเจ้าพระอรหันต์ย่อมจะต้องเดินสมาบัติทั้ง ๘ และเข้าลสู่สัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติ ขณะนี้เองเป็นเวลาที่กายธรรมเข้าสู่สอุปาทิเสสนิพพาน ทรงดับสัญญาและเวทนาสิ้นแล้ว จึงเดินสมาบัติปฏิโลมอีก
คราวนี้กายธรรมก็จะตกสูญเข้าสู่อนุปาทิเสสนิพพาน ซึ่งมีลักษณะรูปพรรณสัณฐานและขนาดดังกล่าวมาแล้วข้างต้นนั้นเอง
ส่วน “พระนิพพาน” นั้นคือ กายธรรมที่ได้บรรลุอรหัตผลแล้ว กายเหล่านี้มี กาย หัวใจ ดวง จิต และดวงวิญญานวัดตัดกลาง ๒๐ วา เท่ากันทั้งสิ้นหน้าตักกว้าง ๒๐ วา สูง ๒๐ วา เกตุดอกบัวตูมขาวใสบริสุทธิ์มีรัศมีปรากฏพระนิพพานนี้ประทับอยู่ในอายตนะนิพพาน บางพระองค์ที่เป็นพระสัพพัญญูพุทธเจ้า ก็ทรงประทับอยู่ท่ามกลางพระอรหันตสาวกบริวารเป็นจํานวนมาก
บางพระองค์ที่เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า มิได้เคยสังสอนหรือโปรดผู้ใดมาก่อนในสมัยที่ยังมีพระชนม์อยู่ องค์นั้นก็ประทับเด็ดเดี่ยวอยู่โดยลําพังหาสาวกบริวารมิได้ ส่วนรังสีที่ปรากฏ ก็เป็นเครื่องบอกให้รู้ถึงการสร้างบารมีของพระพุทธเจ้า พระอรหันต์เหล่านั้น ว่ามากน้อยกว่ากันเพียงไรแค่ไหน แต่ส่วนกว้างส่วนสูงและลักษณะของพระวรกายนั้น เสมอกันหมดมิได้มีเหลื่อมล้ำกว่ากันเลย
พระนิพพานนี้ทรงประทับเข้านิโรธสงบกันตลอดหมด เพราะความเข้านิโรธนี้เป็นความสุขอย่างยิ่ง และความที่อยู่ในนิพพานมีกายอันยั่งยืนนี่เองท่านจึงได้กล่าวว่า นิพพานํ ปรมํ สุขํ
จากพระธรรมเทศนาย่อ “คู่มือสมภาร”