ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

บ้านธรรมบาล

คุณยายอาจารย์ · อยู่กับยาย พิมพ์1ปี45

PDF
บ้านธรรมบาล กุฎิคุณยายหลังใหม่ถูกสร้างขึ้นในพื้นที่ผืนใหม่ ๒,๐๐๐ ไร่ บริเวณใกล้หมู่บ้านปฏิบัติธรรมซึ่งอยู่ข้างโรงเรียน พระปริยัติธรรม ด้วยความเห็นชอบของทุก ๆ ฝ่าย ที่อยากให้ คุณยายได้อยู่ในที่พักอาศัยอันเหมาะสม เอื้ออำนวยต่อสุขภาพ ร่างกายสังขารของท่านเมื่อย่างเข้าสู่ปัจฉิมวัย ด้วยความร่วม แรงร่วมใจ ร่วมปัจจัย ของลูกศิษย์ลูกหาที่ใกล้ชิดและผู้ใจบุญ ทั้งหลายที่ทราบข่าว จึงได้สำเร็จเป็นกุฏิหลังใหม่ขึ้นมา เมื่อกุฏิหลังใหม่สร้างเสร็จเรียบร้อยดีแล้วหลวงพ่อธัมมชโย ได้ตั้งชื่ออันเป็นมงคลให้กุฏิหลังใหม่นี้ว่า “บ้านธรรมบาล” แปล ว่า บ้านที่มีธรรมเป็นเครื่องคุ้มครอง และกำหนดให้เอา วันที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๘ เป็นวันขึ้นกุฏิหลังใหม่ ซึ่งในวันนี้ พระเถระผู้ใหญ่ของวัดได้มาเจริญพระพุทธมนต์ คุณยายและ เจ้าภาพได้ร่วมกันถวายภัตตาหารเพล ถวายดวงแก้ว ปัจจัยและไทยธรรม และได้มีการปล่อยปลาที่ท่าน้ำหน้ากุฏิหลังใหม่ด้วย บ้านธรรมบาล หรือกุฏิคุณยายหลังใหม่นี้ ได้ออกแบบให้ สอดคล้องกับลักษณะการใช้งานที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ และการ ทำกิจวัตรประจำวันของคุณยายให้มากที่สุด ลักษณะอาคาร สร้างเป็นอาคารคอนกรีตแข็งแรง ยก พื้นเตี้ย ๆ ชั้นเดียว ๒ หลัง แต่ละหลังห่างกันเล็กน้อย มีระเบียง ทางเดินและหลังคาเชื่อมติดกัน เพื่อให้มีพื้นที่ในชายคาสำหรับ คุณยายได้เดินออกกำลังกาย ทางขึ้นกุฏิฝั่งที่พักของคุณยายไม่มี ขั้นบันได แต่จะเทพื้นทำเป็นแบบลาดเอียง เพื่อสะดวกในการ เดินและใช้รถเข็น จะมีที่จอดรถอยู่ติดทางขึ้นกุฏิ ที่กุฏิหลังใหม่นี้จะมีรั้วโปร่ง ๆ และคูน้ำ ๒ ข้างกั้นเป็น อาณาบริเวณ เพื่อให้คุณยายได้มีความเป็นส่วนตัว และป้องกันการรบกวนจากบุคคลภายนอก ด้านหน้ากุฏิจะเป็นคูน้ำกว้าง มีการทำท่าน้ำ และทำขั้นบันไดทางลงไป เพื่อให้คุณยายได้เดินลงไปปล่อยปลา หรือเลี้ยงปลาได้ บริเวณพื้นที่รอบ ๆ กุฏิ จะมีถนนวนรอบ เพื่อความสะดวก ในการนำรถมาจอดรับส่งคุณยาย และยังได้ใช้เป็นทางเดินให้ ท่านได้เดินออกกำลังกาย บริเวณพื้นที่ที่เหลือ จะมีต้นไม้น้อย ใหญ่ทั้งหลาย ทั้งต้นไม้ใหญ่ที่มีอยู่เดิมในพื้นที่ เช่น ต้นทอง กวาวดอกสีแสดสดใส และต้นไม้ใหญ่ที่ขุดล้อมเอามาปลูก มี ต้นไม้หอมชนิดต่าง ๆ เช่น ต้นพุด ต้นโมก ต้นแก้ว ต้นบุนนาค ต้นปีบ ต้นจันทน์ ต้นสัตบรรณ ฯลฯ ต้นสัตบรรณนี้เป็นต้นไม้ใหญ่ ช่วงหลัง ๆ ออกดอกทุกปี ดอกเป็นช่อสีขาวอมเขียวอ่อน ๆ กลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่ว พื้นที่ที่เหลือจากนี้จะเป็นสนามหญ้าทั้งหมด ดูเขียวชอุ่ม สดชื่น สบายตา ตอนเช้า ๆ ประมาณ ๖ โมงกว่า ๆ อากาศกำลังสดชื่น ปลอดโปร่ง พี่อารีพันธุ์จะพาคุณยายลงมาสูดอากาศบริสุทธิ์และ เดินออกกำลังกายรอบ ๆ กุฏิตามทางเดินข้างล่าง คุณยายจะ เดินสลับกับการหยุดยืนพักทำท่ากายบริหาร พี่อารีพันธุ์จะทำ ท่ากายบริหารให้คุณยายดูพร้อมไปกับการนับ คุณยายก็จะนับ และทำตาม ท่ากายบริหารส่วนใหญ่เป็นท่าแกว่งแขนเบา ๆ ท่า ยกแขนชูเหนือศีรษะ ยกขึ้นยกลง เสร็จแล้วท่านก็จะค่อย ๆ เดิน ต่อไป ระหว่างเดินท่านก็จะดูความเรียบร้อยบริเวณรอบ ๆ กุฏิ รวมไปถึงต้นไม้ต่าง ๆ ไม่ว่าต้นไม้ต้นไหนออกดอกออกผล โดย เฉพาะดอกไม้ที่มีสีสดใส ท่านจะมองเห็นและชี้ชวนให้ดู พร้อม ทั้งถามว่า ดอกอะไร บางครั้งท่านจะกลับมาพร้อมด้วยดอกลั่นทม ที่ร่วงอยู่ตามพื้น ดอกชงโคสีชมพูอมม่วงของต้นที่อยู่หลังบ้าน หรือไม่ก็ผลมะยมของต้นที่อยู่ข้างรั้ว ตามปกติคุณยายท่านจะ เดินวนรอบกุฏิ ๑ รอบใหญ่ แล้วขึ้นมานั่งพักก่อนที่จะรับประทาน อาหารเช้า แต่ถ้าคุณยายไม่เหนื่อยมากท่านจะเดินถึง ๒ รอบ หลังจากรับประทานอาหารเช้าหรือเพลเสร็จ นั่งพักสัก ครู่หนึ่ง คุณยายก็จะออกมาเดินย่อยอาหารอีก แต่เป็นการเดิน รอบ ๆ บริเวณระเบียงกุฏิข้างบน ซึ่งจะทำเป็นระเบียงรอบตัว อาคาร มีราวสเตนเลสล้อมรอบระเบียง บ้านธรรมบาลนี้จะอยู่ในทำเลที่อยู่ใกล้พระเณรมาก เพราะอยู่ติดกับโรงเรียนพระปริยัติธรรม ถัดไปทางทิศเหนืออีก หน่อยหนึ่งก็เป็นธุดงค์พระ เวลาพระเณรท่านเดินไปฉัน หรือ เดินไปรับบิณฑบาต ทั้งขาไปและกลับ ท่านก็จะเดินเป็นกลุ่มเป็น แถวตามแนวทิวสนผ่านกุฏิคุณยาย ที่กุฏิคุณยายจะมีหน้าต่าง และประตูเป็นกระจก เมื่อเปิดม่านออกจะเห็นรอบนอกได้อย่างชัดเจน รวมทั้งบรรยากาศที่มีพระเณรเดินผ่านไปมา คุณยาย ท่านจะชอบมองพระเณรที่เดินผ่านไปมา สายตาของคุณยายดีมาก แม้พระเณรท่านเดินอยู่ไกล ๆ อีกฟากหนึ่ง คุณยายท่าน ก็มองเห็นมาแต่ไกล ท่านมักพนมมือยกไหว้ หรือไม่ท่านก็ค่อย ๆ เอานิ้วชี้นับพระเณรที่เดินผ่านไปทีละรูปว่ามีกี่รูป คุณยายชอบการนับมาก ตอนเช้าบางวัน คุณยายท่านจะออกมาใส่บาตรที่ตรงประตูรั้วหน้ากุฏิ อาหารที่ใส่เป็นพวกขนมหรือของแห้ง เวลาคุณ ยายใส่บาตร ท่านจะค่อย ๆ หย่อนของใส่ลงไปในบาตรด้วยความ สำรวมระวังและเคารพในทาน คุณยายท่านจะเป็นผู้เคารพในการ ทำทานทุก ๆ อย่าง ท่านทำให้ดูและยังได้เมตตาสอนว่า “จะทำบุญทำทานอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ให้จบอธิษฐานทุกครั้ง” และ หนึ่งในคำอธิษฐานที่ข้าพเจ้ามักจะได้ยินคุณยายอธิษฐานอยู่ เสมอ ๆ และบ่อย ๆ คือ “ขอให้ปราศจากคนพาลไปทุกภพทุกชาติ ตราบเข้าสู่พระนิพพาน” เมื่อหย่อนของใส่ลงในบาตรเสร็จ คุณยายท่านก็จะยกมือ ไหว้พระแต่ละรูปด้วยความเคารพ จนพระรูปสุดท้ายเดินผ่านไป คุณยายจึงค่อยลดมือลง พระที่ท่านมารับบาตรจากมือคุณยาย ท่านคงปีติไม่น้อย ทุกรูปเดินมาอย่างสำรวมระวัง มาหยุดยืนอยู่ ตรงหน้าคุณยาย ค่อย ๆ น้อมก้มตัวเล็กน้อยเปิดฝารับบาตรจาก คุณยาย ลักษณะท่าทางและสายตาของพระแต่ละรูป เหมือนจะบอกว่า “ขอให้คุณยายได้บุญกับพระเยอะๆ” พระบางรูปพอคุณ ยายใส่บาตรเสร็จแล้ว ก็ให้พรคุณยาย มีคำให้พรหลายอย่าง แต่ที่เหมือนกันทุกรูปคือ “ขอให้คุณยายมีสุขภาพแข็งแรงอายุยืนยาว” เพราะที่กุฏิคุณยายอยู่ติดกับโรงเรียนพระปริยัติธรรมจึงมักเห็นสามเณรน้อยเดินผ่านไปมา จุดเด่นของสามเณรที่ ดึงดูดสายตาคุณยายอีกอย่างคือ กลุ่มสามเณรไปทางไหน เสียง เจี๊ยวจ๊าวหยอกล้อกันมักตามมา และสามเณรมักทำงานกัน อย่างสนุกสนาน ขยันขันแข็ง แม้จะมีพระพี่เลี้ยงคอยเข้มงวด กวดขันในเรื่องต่าง ๆ แต่ก็ยังคงมีเสียงที่บ่งบอกให้รู้ว่าเป็น ลักษณะของผู้ที่เยาว์วัย คุณยายท่านเมตตาและเอ็นดูต่อสามเณร ช่วงที่ท่าน แข็งแรง ถ้ามีโอกาสท่านจะนำช็อคโกแลต ลูกอม หรือไอศครีม ไปถวายสามเณรที่โรงเรียนพระปริยัติธรรมด้วยตัวท่านเอง ใน ช่วงวันเด็กซึ่งทางโรงเรียนพระปริยัติธรรมเรียกว่า “วันสามเณร” สามเณรท่านจะมีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ในบางปีคุณยายยัง ได้มีโอกาสเอาของไปถวาย และกล่าวถ้อยคำเล็ก ๆ น้อย ๆ กับสามเณรที่อาคารแก้วดวงธรรม ทุกปีท่านจะส่งของรางวัล ไปร่วมให้สามเณรได้จับฉลากกัน เวลาท่านนำของไปถวายสามเณรน้อยเหล่านั้น ดูคุณยายท่านมีความสุข ท่านจะยิ้มกว้างเห็นฟัน แววตาของท่านมี ความแจ่มใส เบิกบานเป็นประกาย คำที่ท่านมักพูดและบอก เตือนสามเณรอยู่เสมอคือ “เณรอย่าชนนะ เดี๋ยวจะถูกเฆี่ยนเอา” แววตาที่เบิกบานแจ่มใสเป็นประกายของท่าน ทำให้ ข้าพเจ้านึกมองย้อนไปถึงภาพชีวิตของท่านในวัยเด็ก เมื่อครั้ง ยังเป็นเด็กหญิงชาวนา อยู่กับธรรมชาติและท้องทุ่ง คุณยายเป็น เด็กที่ร่าเริง เบิกบาน แจ่มใส สนุกสนาน ซุกซน จนในบรรดา พี่น้องทั้งหลาย คุณยายถูกพ่อตีมากที่สุด แม้เวลาผ่านมานาน แต่แววตาที่ร่าเริง เบิกบาน แจ่มใส ของคุณยายไม่ได้จางหายไป ยิ่งช่วงที่ท่านอายุมากขึ้นๆ ก่อนจะถึงช่วงท้ายของชีวิต ยิ่งรู้สึกว่า ท่านเป็นผู้สูงอายุที่เบิกบาน แจ่มใส และอารมณ์ดี เวลาพูดคุย กับผู้ใดใบหน้ามักมีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะน้อย ๆ ในช่วงตอนเย็น ๆ พอแดดร่มลมตกแล้ว คุณยายท่านจะ ลงมาเดินออกกำลัง ยืดเส้นยืดสายรอบกุฏิข้างล่างอีก บางวัน ท่านก็เดินลงไปที่ท่าน้ำข้างหน้าเพื่อนั่งเลี้ยงปลา ช่วงหลังคุณยาย ท่านไม่ค่อยมีแรง เดินไปได้ไม่ไกลก็เหนื่อย จึงใช้การนั่งรถเข็น แต่ท่านก็ยังแวะเวียนมาเลี้ยงปลาอยู่เสมอ อุปัฏฐากมักเข็นรถ คุณยายไปใกล้ ๆ ริมฝั่งน้ำ แล้วช่วยกันบิขนมปังเลี้ยงปลาก้อนโตให้เป็นชิ้นขนาดพอดี ส่งให้ท่านโยนลงไปเลี้ยงปลา โดยส่งขนม ปังใส่มือข้างซ้ายของท่านบ้าง ข้างขวาบ้าง เพื่อเป็นการให้ท่าน ออกกำลังกายไปในตัวด้วย คุณยายท่านจะโยนขนมปังกระจายไปตามจุดต่าง ๆ อย่างทั่วถึง ตรงไหนยังไม่ได้ แม้ไกลท่านก็พยายามออกแรงเพื่อที่จะ โยนขนมปังให้ไปถึง และยังชวนให้พวกเราช่วยกันโยนขนมปัง ลงไปเลี้ยงปลาด้วย คงเหมือนน้ำใจของคุณยายที่มีความเมตตา สงสาร และเผื่อแผ่ไปให้กับทุก ๆ คน ในช่วงตอนเย็น ที่ท่านลงมาเดินออกกำลังกายรอบ ๆ บริเวณกุฏิ บางครั้งจะเห็นสามเณรช่วยกันพัฒนารอบ ๆ โรงเรียนพระปริยัติธรรมด้วยความขยันขันแข็ง บางรูปดายหญ้าถอนหญ้าใกล้กับบริเวณข้างรั้ว และเลยไปถึงสลับไปกับการหยอกล้อกันบ้างในบางโอกาส สามเณรบางรูปกวาดเศษใบไม้ หน้าประตูรั้วกุฏิคุณยายไปด้วยทุกครั้ง เวลาคุณยายเดินผ่านสามเณรก็มักหยุดมองดูคุณยายด้วยความสนใจ ต่อมาได้มีการจัดเตรียมหาไอศครีมมาแช่ตู้เย็นไว้ วันไหนถ้าคุณยายผ่านไป เห็นสามเณรกำลังช่วยกันทำงานอยู่ ท่านก็ถวายไอศครีมแก่ สามเณร มีอยู่ครั้งหนึ่งในช่วงเย็น ขณะนั้นคุณยายไม่ค่อยมีแรง ต้องนั่งรถเข็น เวลาคุณยายนั่งรถเข็นต้องมีอุปัฏฐากติดตาม อย่างน้อย ๒ คน คนหนึ่งเป็นคนเข็นรถ อีกคนหนึ่งคอยเดินไป พร้อมกับคุณยาย ให้ท่านเห็นหน้าและคอยพูดคุยกับท่านบ้าง พาท่านออกกำลังกายบ้าง รถเข็นคุณยายผ่านมาทางประตูรั้วข้างหน้า เห็นสามเณรน้อยกำลังช่วยกันกวาดใบไม้อยู่ตรงบริเวณรั้ว รถเข็นคุณยายไปหยุดจอดอยู่ตรงลานถนนแถว ๆ ประตูรั้ว แล้วประตูรั้วซึ่งปกติปิดไว้ได้ถูกเปิดออก เพื่อให้สามเณรได้เข้า มา ข้าพเจ้าวิ่งขึ้นไปเอาช็อคโกแลตมาให้คุณยาย สามเณรทั้ง หมดมายืนเข้าแถว บางรูปสวมรองเท้า บางรูปมาแบบเท้าเปล่า ข้าพเจ้ามองเห็นแววตาที่แจ่มใส เมตตา เอ็นดูที่คุณยาย มีต่อสามเณร ท่านจะเอาช็อคโกแลตซึ่งมีหลากหลายรูปแบบ เป็นถุง เป็นแท่ง เป็นกล่องตามแต่ที่มี ถวายสามเณรทีละรูป แล้วยกมือไหว้ จนครบทุกรูป ขณะเดียวกันข้าพเจ้าก็มองเห็น ความปีติใจของสามเณรที่มีในอิริยาบถต่าง ๆ กัน บางรูปยิ้ม กว้าง บางรูปจ้องมองดูคุณยายตาแทบไม่กระพริบ บางรูปรับ ของจากคุณยายเสร็จแล้วก็ยืนหลับตาพริ้ม แต่ที่ประทับใจข้าพเจ้ามาก คือ พอรับช็อคโกแลตจาก คุณยายเสร็จครบทุกรูปแล้ว สามเณรรูปเล็ก ๆ วัยกำลังซุกซน ได้ซุบซิบปรึกษาหารือกันเล็กน้อย ก่อนที่จะยืนเรียงแถวกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย รูปที่สวมรองเท้าอยู่ก็ถอดรองเท้าออก สามเณรน้อยประมาณ ๑๐ รูป พร้อมใจกันยกมือพนม และ สวดมนต์ให้พรเป็นภาษาบาลีบทยาวอย่างตั้งอกตั้งใจ คุณยายซึ่งนั่งอยู่บนรถเข็น พนมมือรับพรจากเหล่า สามเณรด้วยใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้ม ข้าพเจ้าได้แต่นึกในใจ ว่า อะไรหนอที่ทำให้สามเณรน้อยรูปเล็ก ๆ วัยกำลังซุกซน รู้จัก คิด รู้จักทำ โดยไม่มีพระพี่เลี้ยง หรือสามเณรรุ่นพี่รูปโตคอยบอก คอยกำกับ คงเป็นเพราะกระแสแห่งความเมตตาปรารถนาดีและความเคารพของคุณยายที่มีต่อสามเณรเหล่านี้กระมัง ที่ทำให้สามเณรน้อยเหล่านั้นซาบซึ้งใจ จึงรู้จักคิดหาวิธีที่จะตอบแทน คุณ อยากให้คุณยายได้บุญเยอะ ๆ เทือกเถาเหล่ากอของสมณะ รูปน้อย ๆ นี้ จึงได้น้อมนำเอาบทสวดอำนวยพร ที่กลั่นมาจาก ใจใส ๆ ของทุก ๆ รูปมอบแด่คุณยาย นอกจากนี้คุณยายยังเป็นขวัญและกำลังใจให้กับพระ เณรที่เรียนบาลีทุกรูป ช่วงใกล้จะสอบ คุณยายมักจะมีปากกา ลูกอม ช็อคโกแลตไปถวายพระเณร ลูกอมและช็อคโกแลตส่วน ใหญ่ได้มาจากญาติโยมที่นำมาถวายคุณยาย เหมือนจะรู้ใจคุณ ยายว่า ท่านจะเก็บช็อคโกแลตหรือลูกอมไว้ถวายสามเณร ดังนั้น เวลาไปไหนมาไหนสาธุชนเหล่านั้นจึงมักมีลูกอม หรือช็อคโกแลต แบบแปลก ๆ มาถวายคุณยาย ทั้งจากเมืองนอก เมืองไทย ใคร เอามาถวายคุณยายก็เก็บ ๆ ไว้ จึงได้เป็นจำนวนมาก รวบรวม มาถวายพระเณรทุกรูปได้อย่างทั่วถึง ปากกาก็เช่นเดียวกัน ไม่ใช่ปากกาธรรมดา เพราะปากกา ชุดที่นำไปถวายนี้ ถูกวางไว้ที่หัวเตียงคุณยายหลายวัน ก่อนที่จะ นำไปถวายพระเณร ให้ท่านเอาไปใช้ในการเขียนสอบ แม้เมื่อพระภิกษุสามเณรท่านประสบความสำเร็จในการเล่าเรียน สอบได้ ป.ธ. ๙ คุณยายก็ยังมีของไปถวายเพื่อแสดง มุทิตาจิต พร้อมทั้งอวยพรด้วยคำอวยพรที่ทำให้พระ ป.ธ. ๙ ที่ไปรับของจากท่านในวันนั้นต้องยิ้มกว้างว่า “ให้ท่านได้เป็น เจ้าคุณกันทุกรูปเลยนะ” ชีวิตของคุณยายเต็มเปี่ยมไปด้วยการเป็นผู้ให้ ผู้ให้...ย่อมเป็นที่รัก ไม่ว่าจะอยู่ที่แห่งไหน.... คุณยายจึงเป็นที่รัก และเป็นที่รวมใจของทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ที่แห่งไหน.... คุณยายคือขวัญและกำลังใจของทุกคน”