ปรนิมมิตวสวัตดี
คุณยายอาจารย์ · อยู่กับยาย พิมพ์1ปี45
ปรนิมมิตวสวัตดี
โดย สวรรค์ทั้ง ๖ ชั้น ได้นำมาตั้งเป็นชื่ออาคาร ต่าง ๆ ภายในวัด ตั้งแต่อาคารจาตุมหาราชิกา ดาวดึงส์ ยามา ดุสิต นิมมานรดี รวมทั้งอาคารปรนิมมิตวสวัตดี ซึ่งเป็นชื่อของ สวรรค์ชั้นที่ ๖ ไม่ค่อยจะมีใครรู้จักและเรียกชื่อนี้เหมือนอาคาร อื่นๆ อาจเป็นเพราะเป็นชื่อที่เรียกยาก และป้ายชื่อถูกบดบังด้วย หมู่แมกไม้ แต่ทุกคนจะรู้จักและเรียกชื่ออาคารนี้จนติดปากว่า “กุฏิคุณยาย”
กุฏิคุณยายจะตั้งอยู่เป็นหลังแรกในเขตสังฆาวาส อยู่ใกล้ โรงทานหรือครัว เดินไปมาได้สะดวก ถ้าดูตามพื้นที่ในเขตแผ่น ดินผืนแรกของวัด กุฏิคุณยายผู้เป็นศูนย์รวมใจของทุกคนใน เขตบุญสถานแห่งนี้ จะตั้งอยู่ประมาณจุดกึ่งกลางของพื้นที่พอดี ห้อมล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่เล็ก และพรรณไม้หอมนานาชนิด เช่น แก้ว พิกุล ลำดวน การเวก ฯลฯ ไม่มีรั้วหรือขอบเขตอาณา บริเวณ มีแต่เพียงแผ่นป้ายที่วางกั้นไว้ ตรงทางเดินเข้ากุฏิว่า “ห้ามเข้าภายในบริเวณกุฏิ ลักษณะของกุฏิจะเป็นกุฏิชั้นเดียว รูปทรงเรียบง่าย มีใต้ถุนเตี้ย ๆ มีบันได ๒ ขั้น เป็นบันไดลอยที่ไม่มีเสาค้ำถึงพื้น สร้างด้วยความมั่นคงแข็งแรง ที่มุมบนผนังตรงประตูเข้ากุฏิ จะมีแผ่นป้ายเขียนติดไว้ว่า
ถนัด และโมลี คอมันตร์
สร้างอุทิศให้
พระยาพิพากษาสัตยาธิปตัย
พ.ศ. ๒๕๑๘
ช่วงที่ข้าพเจ้าเริ่มไปช่วยงานพี่อารีพันธุ์ คุณยายจะพัก อยู่ที่กุฏิเฉพาะช่วงกลางคืน ส่วนช่วงกลางวัน ท่านจะมาพักอยู่ที่ ห้องข้างล่างที่อยู่ตรงข้ามกุฏิ ซึ่งมักจะเรียกกันว่า “ห้องเลขาฯ” ข้าพเจ้าจะมาช่วยรับบุญในช่วงผลัดกลางวัน ทำหน้าที่อุปัฏฐาก รับใช้ท่านอยู่ที่ห้องเลขาฯ นี้
ระหว่างที่พักอยู่ที่ห้องเลขาฯ คุณยายท่านมักชอบเดิน ไปดูความเรียบร้อยที่กุฏิอยู่เสมอ ๆ ข้าพเจ้าจึงได้มีโอกาสเดินตาม ท่านเข้าไปในเขตบริเวณกุฏิด้วย ก่อนหน้านี้ข้าพเจ้าเคยแต่เดิน ผ่านกุฏิคุณยาย ความรู้สึกที่มีต่อคำว่า “กุฏิคุณยาย” เมื่อได้ยินหรือในทุกครั้งที่เดินผ่าน จะรู้สึกว่าสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ ศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่พักอาศัย เป็นที่นั่งสมาธิเจริญภาวนาของบุคคล ผู้เป็นครูบาอาจารย์ ผู้มีธรรมะสูง ไม่ว่าจะเป็นดวงแก้ว ล็อคเกต หรืออะไรทั้งหลาย ที่เอาขึ้นไปไว้บนกุฏิคุณยายแล้ว จะถือว่า เป็นสิริมงคลและเป็นของศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก ดังจะเห็นได้จากอานุภาพ ทั้งหลายที่บุคคลเหล่านั้นได้ประสบ และนำมาเล่าสู่กันฟัง
ด้านหลังของกุฏิ จะมีมุมตั้งเก้าอี้ให้คุณยายนั่งพัก เป็น เก้าอี้หวายตัวเก่า ๆ ที่เมื่อนั่งลงไปก็จะมองเห็นวิวทิวทัศน์ทาง ฝั่งน้ำพอดี
เวลาคุณยายขึ้นไปดูความเรียบร้อยบนกุฏิ เมื่อส่งคุณยาย ขึ้นบนกุฏิแล้ว ข้าพเจ้ามักจะมายืนรอท่านอยู่ข้างล่าง ไม่ได้เข้า ไปข้างในด้วย บางครั้งก็ได้ยินเสียงท่านพูดคุยด้วยดังผ่านออก มา บางครั้งเห็นขึ้นไปแล้วเงียบไปนาน ข้าพเจ้าก็จะส่งเสียงถาม ท่าน “คุณยายทำอะไรอยู่คะ” บางครั้งคุณยายก็เรียกให้ขึ้นไป ช่วยหาสิ่งของ ข้าพเจ้าก็ได้แต่บ่ายเบี่ยงและชักชวนท่านลงมา คิดเอาเองว่า เรายังเป็นเด็ก เพิ่งมาใหม่ และบนกุฏิคุณยายเป็น สถานที่สำคัญ คงยังไม่ถึงเวลาที่เราควรจะขึ้นไป คุณยายท่าน เดินออกมาพร้อมด้วยคำพูดบางประโยค เหมือนกับรู้และหยั่ง เข้าไปในใจของข้าพเจ้าได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ทำให้ข้าพเจ้าปีติใจ
และยิ่งเพิ่มความเคารพรัก และเลื่อมใสศรัทธาในตัวท่านมากยิ่งขึ้น
จนกระทั่งวันหนึ่ง ข้าพเจ้าก็มีโอกาสขึ้นไปบนกุฏิ จำได้ ว่าวันนั้นพี่อารีพันธุ์ไม่ค่อยสบาย ปวดท้องจนลุกไม่ไหว ตามปกติพี่อารีพันธุ์จะเป็นผู้รับบุญอุปัฏฐากคุณยายช่วงกลางคืน วันนั้นจึงให้ข้าพเจ้าไปช่วยรับบุญช่วงกลางคืนด้วย พี่อารีพันธุ์ นัดเวลาให้ข้าพเจ้าขึ้นไปบนกุฏิตอน ๓ ทุ่ม
พอถึงเวลา ๓ ทุ่ม ข้าพเจ้าก็ขึ้นไปบนกุฏิ อดตื่นเต้นจน หัวใจขยายพองโตไม่ได้ ข้าพเจ้าพยายามเอาใจจรดศูนย์ไว้ตลอด ตั้งแต่ก้าวขึ้นบันไดกุฏิ ที่ระเบียงหน้ากุฏิมีไฟดวงเล็ก ๆ เปิดไว้ พอให้มองเห็นทาง แต่พอเปิดประตูเข้าไปในกุฏิ ไม่มีไฟดวงไหน เปิดไว้เลย มีแต่แสงสลัว ๆ จากไฟตามถนนที่ส่องลอดเข้ามา ตามช่องหน้าต่าง ที่เปิดแง้มไว้นิด ๆ บรรยากาศดูเงียบสงบ ข้าพเจ้าจึงต้องเดินและทำอะไรด้วยความระมัดระวังเป็นที่สุด เพราะเกรงว่าจะส่งเสียงดังรบกวนคุณยาย คุณยายท่านนอน หลับตาอยู่บนเตียงแล้ว
ห้องนอนของคุณยายเป็นห้องเล็ก ๆ มีเตียงตั้งอยู่ข้าง ผนังห้องมีชั้นวางของเล็ก ๆ เหลือพื้นที่อีกเล็กน้อยทางด้านข้าง และปลายเตียง สำหรับพอให้เป็นทางเดิน
สำหรับผู้สูงอายุแล้ว การใช้เตียงจะสะดวกแก่การนอน และลุกนั่งมากกว่าการนอนกับพื้น เตียงของคุณยายเป็นเตียง แบบเรียบง่าย เกลี้ยง ๆ เป็นแผ่นกระดานไม้อัดหนา ๆ แผ่นใหญ่ แผ่นเดียว ประกอบวางอยู่บนโครงเหล็กสเตนเลสส์มี ๔ ขา ความสูงของเตียงอยู่ใ นระดับที่เมื่อคุณยายนั่งและวางเท้าลง เท้าจะเหยียบพื้นพอดี
ที่นอนของคุณยายเป็นที่นอนบาง ๆ มีแผ่นรองนอนสีขาว ปูทับอีกที ที่หัวเตียงข้างหมอนคุณยายจะมีพัดที่ทำจากไม้ไผ่จัก สาน และไฟฉายวางอยู่ ไม่มีเครื่องปรับอากาศ หรือเครื่องทำ ความเย็นใด ๆ
ข้าพเจ้าเลือกหามุมนอนที่พอจะได้ยินเสียงเวลาท่านลุกขึ้นมา เป็นบรรยากาศที่แปลกใหม่สำหรับข้าพเจ้า บรรยากาศ ช่างเงียบสงัด สงบ ชวนให้ข้าพเจ้าสำรวมระวัง และเอาใจจรด ศูนย์ไว้ตลอดเวลา ข้าพเจ้ารู้สึกว่านอนหลับ แต่ขณะเดียวกัน ข้าพเจ้าก็ได้ยินเสียงทุกครั้งที่คุณยายลุกขึ้นมา โดยไม่ต้องมีใคร ปลุกเรียก
ในช่วงกลางคืน ปกติคุณยายท่านจะลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำ หลายครั้ง เวลาที่คุณยายลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำ ด้วยความที่ท่าน เป็นผู้ที่เกรงใจผู้อื่นอยู่เสมอ ท่านจะลุกของท่านเอง โดยไม่ปลุก เรียกใคร เป็นหน้าที่ของพวกเราที่ต้องหูไว พอได้ยินเสียงคุณ ยายขยับพลิกตัวจะลุกขึ้น เราต้องรีบลุกขึ้นมาก่อนที่ท่านจะลุกเดินไปเอง
ครั้งแรกของการมารับบุญช่วงกลางคืน ข้าพเจ้าไม่ได้นำ อุปกรณ์สำคัญในการทำหน้าที่คือไฟฉายมา เนื่องจากคุณยาย ไม่ชอบให้เปิดไฟโดยไม่จำเป็น ไฟฉายจึงเป็นอุปกรณ์ที่ต้องใช้อยู่ เสมอในช่วงเวลากลางคืน พี่อารีพันธุ์ซึ่งนอนป่วยอยู่ที่พื้นข้าง ๆ เตียงคุณยาย จะมีไฟฉายอยู่ที่ข้างตัวเช่นเดียวกัน เวลาที่คุณ ยายลุก พี่อารีพันธุ์จะช่วยเปิดไฟฉาย วางแนบพื้นส่องทางเดิน ให้คุณยาย
คุณยายท่านยังแข็งแรง ลุกเหินเดินเองได้สะดวก ข้าพเจ้าจึงได้แต่เดินตามท่านทุกฝีก้าวในระยะที่พร้อมจะคว้าจับท่านได้ ทุกเมื่อด้วยความมีสติและระมัดระวัง คอยดูพื้นที่ทางเดินให้ ท่าน ไม่ให้ไปสะดุดหรือชนอะไร
ในตอนกลางคืน คุณยายจะสวมหมวกอีกแบบหนึ่งซึ่งไม่ คุ้นตา เป็นหมวกไหมพรม ถักเป็นตาข่ายใหญ่ ๆ บาง ๆ สวมไว้เพื่อไม่ให้ศีรษะเย็นเกินไป เป็นภาพแปลกใหม่สำหรับข้าพเจ้า ใบหน้าท่านดูสงบนิ่ง น่าเกรงขาม ในความรู้สึกของข้าพเจ้า ดูเหมือนว่าท่านกำลังอยู่กับงานละเอียดตลอดเวลา ท่านจะทำ อะไรทุกอย่างด้วยความแน่วแน่ มีสติระมัดระวัง ไม่มีเสียงดัง บรรยากาศรอบ ๆ ดูเงียบสนิท
ข้าพเจ้าพยายามเอาใจจรดศูนย์ไว้ตลอดเวลาไม่ใช่เพราะ กลัวว่าท่านจะรู้ว่าข้าพเจ้าคิดอะไร แต่เพราะเกรงว่าจะทำอะไร ให้เป็นที่รําคาญหรือไม่ถูกใจท่าน การที่เอาใจจรดศูนย์อยู่ตลอด เวลาทำให้ข้าพเจ้ามีสติ เกิดความสำรวมระวัง และรู้จักช่าง สังเกต ทำให้เกิดความมั่นใจ รู้จังหวะและขั้นตอนในสิ่งที่ควร จะทำ สิ่งที่ควรจะพูด
จากเตียงนอนของคุณยาย เดินมาไม่กี่ก้าวก็ถึงห้องน้ำ ข้าพเจ้าจะเปิดสวิทซ์ไฟที่หน้าห้องน้ำให้ท่าน ท่านจะตักน้ำราด ส้วมและทำอะไรด้วยตัวเองทุกอย่าง ข้าพเจ้าอยากจะช่วยตัก น้ำราดส้วมให้ท่าน แต่ท่านก็ทำเองทุกครั้งไป และทุกครั้งที่เสร็จ จากการเข้าห้องน้ำ คุณยายท่านจะเดินไปที่ซิงค์น้ำที่อยู่ข้าง ๆ หยิบแก้วสเตนเลลส์ใบเล็ก ๆ มีหูจับ ดูจากสภาพแก้วใบนี้คงผ่าน การใช้งานมาเป็นเวลานานแล้ว คุณยายจะรองน้ำจากก๊อกกลั้ว ปาก ๒-๓ ครั้งแล้วบ้วนน้ำลง ก่อนที่จะเดินไปที่เตียงนอน
เมื่อท่านเอนหลังลงนอนแล้ว ไม่ว่าจะหลับแล้วหรือยังไม่ หลับ ท่านจะนอนนิ่ง ๆ ไม่มีการพลิกขยับตัวไปมา มีแต่มือขวา ๆ เท่านั้นที่พอจะสังเกตเห็นการเคลื่อนไหว เวลาที่ท่านยังนอนไม่หลับท่านมักจะวางมือข้างขวาไว้ตรงท้องข้าพเจ้าประมาณว่า น่าจะเป็นแถวศูนย์กลางกาย บางครั้งจะเห็นนิ้วของท่านขยับ วนไปวนมาบริเวณนั้น เหมือนกำลังนอนนึกตรึกอะไรอยู่ บ่อย ครั้งที่ข้าพเจ้าเห็นท่านทำปากขมุบขมิบเหมือนกำลังพูดอะไรอยู่ ข้าพเจ้าพยายามมองดูที่ปาก และเงี่ยหูฟังว่าคุณยายพูดอะไร แต่ข้าพเจ้าไม่ได้ยินเสียงนั้นเลย
คุณยายพูดอะไรอยู่ และพูดอยู่กับใครหนอ ?
การมารับบุญช่วงกลางคืนในวันแรกของข้าพเจ้าผ่านไปด้วยดี คุณยายลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำประมาณ ๓ - ๔ ครั้ง ในเวลาต่อมาข้าพเจ้าก็มีโอกาสมารับบุญในตอนกลางคืนอีก จากนาน ๆ ครั้งก็เป็นบ่อยครั้งขึ้น บางครั้งข้าพเจ้าได้มารับบุญก่อนช่วงที่ คุณยายจะนอน จึงทำให้ข้าพเจ้าได้เห็นและสัมผัสถึงความเมตตา อันยิ่งใหญ่ของคุณยายที่ท่านมีให้กับทุก ๆ คน...เป็นความเมตตา อันยิ่งใหญ่สุดที่จะประมาณ
ก่อนที่จะปิดไฟนอน คุณยายท่านจะมีการบ้านแทบทุกคืน การบ้านของท่าน คือ การช่วยเหลือลูกหลานทั้งหลายที่มาขอพึ่ง ขอพร ขอบุญบารมีกับท่าน ในช่วงก่อนนอน พี่อารีพันธุ์จะนำ รูปภาพ หรือข้อความทั้งหลายที่มีคนมาขอบุญบารมีมาอ่านให้ คุณยายฟัง ถ้ามีรูปภาพก็จะอ่านรายละเอียดแล้วเอารูปภาพให้
ท่านดู
คุณยายท่านจะฟังว่า คนนั้นคนนี้มาขอให้ยายช่วยอะไร ด้วยความตั้งใจและใส่ใจ ตั้งแต่คนแรกจนถึงคนสุดท้าย ดังจะ สังเกตเห็นได้จาก ถ้าตอนไหนท่านสงสัยในรายละเอียด ก็จะถาม พี่อารีพันธุ์อีกครั้ง ก่อนที่ท่านจะเข้าที่ดิ่งธรรมะช่วยอย่างเอาจริง เอาจัง บางครั้งก็นิ่งเงียบไปสักพัก แล้วท่านก็จะซักถามในราย ละเอียดขึ้นมาอีก จึงทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกประทับใจในความเมตตา ของคุณยายที่มีให้ต่อทุกคนมาก
ใครมีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจมาขอบุญบารมีกับคุณยาย ท่านจะให้ความเมตตาช่วยเหลืออย่างจริงจัง จริงใจ โดยถ้วน ทั่วเสมอกันหมด โดยไม่เลือกว่าคน ๆ นั้นจะเป็นใคร คนเก่า หรือคนใหม่ รู้จักหรือไม่รู้จัก ฯลฯ ใครที่มาถึงคุณยายแล้ว ท่าน จะช่วยอย่างเต็มที่ทุกคน ข้าพเจ้าไม่สงสัยเลยว่า ใคร ๆ ต่างก็มา หาคุณยาย ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ไกลแสนไกล ก็มากราบมาหา คุณยายเพื่อให้ท่านช่วย
ต่อมา...ข้าพเจ้าเริ่มจะได้ยินเสียง เวลาที่คุณยายทำปาก ขมุบขมิบในยามค่ำคืนดึกดื่น เป็นกระแสเสียงแห่งมหาเมตตาที่ ท่านมีให้แก่มวลมนุษย์และสรรพสัตว์ ในระหว่างที่ท่านนอนนิ่ง ๆ เงียบ ๆ ท่ามกลางความมืด
สลัว ข้าพเจ้าพอที่จะมองเห็นคุณยายยกมือพนมขึ้นจรดศีรษะ ครั้งแล้วครั้งเล่า พร้อมกับมีเสียงพูดอธิษฐานดังขึ้นมาว่า
“ใครมาขอบุญบารมียาย
ขอให้เขาสำเร็จทุกคน
ด้วยอำนาจแห่งบุญกุศล
นิ่งเงียบไปอีกสักพัก คุณยายก็ยกมือพนมจรดศีรษะ อธิษฐานขึ้นมาอีก “ใครมาขอบุญบารมียาย ขอให้เขาสำเร็จทุกคน...”
ความเมตตาของท่านยิ่งใหญ่สุดที่จะประมาณ
บุญอันใดหนอที่ทำให้ได้มารู้จักบุคคลเช่นท่าน