สร้างวัดพระธรรมกาย
สร้างวัดพระธรรมกาย
เรื่องการสร้างวัดพระธรรมกาย คุณยายเล่าว่า
"ที่วัดปากน้ำมันคับแคบ ยายชอบที่โล่ง ๆ ออกไปกลาง ทุ่งเห็นพระอาทิตย์ตกดินดวงแดง ๆ ยายมันคนชาวไร่ชาวนา เมื่อก่อน เคยออกจากบ้านไปไถนาตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น เห็นดาวประกายพรึก พ้นยอดไม้ใสแจ๋ว เคยอยู่ที่อากาศดี ๆ มาอยู่กรุงเทพฯ ที่แคบ ๆ มัน อึดอัด”
พอหลวงพ่อธัมมชโยบวช เมื่อตอนปี ๒๕๑๒ คุณยายก็ให้ ลูกศิษย์พาไปเที่ยวหาที่ดินทำเลดี ๆ อยู่กลางทุ่งกว้าง ๆ ติดแม่น้ำ หรือคลองใหญ่ ๆ ในที่สุด...ก็ได้ที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งวัดในปัจจุบัน เป็นที่ซึ่ง คุณหญิงประหยัด แพทยพงศาวิสุทธาธิบดี กับลูกสาว คือ คุณวรณี สุนทรเวช ยกให้
ตอนเริ่มสร้างวัด คุณยายตั้งกองบอกบุญอยู่ที่บ้าน ธรรมประสิทธิ์ กับหลวงพ่อธัมมชโย บางวันต้องพาเจ้าภาพมาดูที่ ดู โครงการ เพื่อชวนเขาทำบุญ แดดก็ร้อน แผ่นดินก็แตกระแหง แต่ คุณยายก็สู้อดทน
"ยายเหนื่อยจังเลย นั่งรับแขก ชวนคนทำบุญ กลัวไม่มี เงินไปจ้างเข้าขุดดินสร้างวัด ศาสนาพุทธนี้เราต้องทำบุญ พวกสมบัติ พวกที่ดินที่เรามีกันเดี๋ยวนี้ ตายแล้วเอาติดตัวไปไม่ได้ ถ้าจะเอาไปต้อง เอาไปทำบุญ พอไปเกิดใหม่ มันก็มาเกิดเป็นสมบัติของเราอีก ถ้าตายแล้วสูญ ยายไม่ทำบุญหรอก แต่นี่มันไม่สูญ มันต้องเกิดใหม่อีก ยายถึง ต้องสร้างวัด ต้องอธิษฐาน เกิดใหม่ให้มีสมบัติทำบุญทำทานมาก ๆ
สร้างบุญกว่าจะได้เกิดเป็นมนุษย์นี้ ไม่ใช่ของง่าย ๆ นะ สมัยก่อนที่ยายยังอยู่วัดปากน้ำฯ ยายเคยระลึกชาติดู ยายนี้เกิดเป็น สัตว์มาทุกชนิด ยายใช้กรรมมาหมดแล้ว ถึงได้มาเป็นมนุษย์ ที่นี้ยาย ก็ระลึกชาติไปดูคนอื่นอีก มันก็ไอ้เหมือนกันทุกคน เพราะฉะนั้นเรามา เกิดเป็นมนุษย์ได้นี่ดีนักหนาแล้ว ได้สร้างบุญสร้างกุศลสร้างบารมี
พระพุทธเจ้าท่านสร้างบุญมา ๔ อสงไขยแสนกัปเป็นอย่างน้อย ยายนี่เพิ่งได้นิดเดียวเท่านั้น อย่างนี้ตามท่านไม่ทัน"
ปี พ.ศ.๒๕๑๘ สร้างวัดเสร็จไปส่วนหนึ่ง มีศาลา มีกุฏิให้ อยู่แล้ว คุณยายจึงย้ายจากบ้านธรรมประสิทธิ์มาอยู่วัดพระธรรมกาย พอมาอยู่ในพื้นที่ที่กำลังบุกเบิก ได้รู้ได้เห็นความจำเป็นในการก่อสร้าง อาคารต่าง ๆ ด้วยตาตนเองมากขึ้น คุณยายก็ลงลุยงานร่วมกับลูก ศิษย์หนักขึ้นกว่าเดิม
"ยายช่วยเขาสร้างวัดโหมงานหนัก ทั้งหยาบ ทั้งละเอียด เจ้าหน้าที่สนามม้า ยายยังชวนเขามาสร้างศาลา ก็ได้ศาลาจาตุ (จาตุมหาราชิกา) มาหลังหนึ่ง กุฏิพระกี่หลัง ๆ ยายหาเจ้าภาพมาสร้างหมด หอระฆัง อาคาร ๒ ชั้น ยายบอกบุญมาทั้งนั้น ตอนนั้นยายเหนื่อย จังเลย กินน้อย นั่งมาก นอนก็ไม่ค่อยหลับ ยายเลยป่วย ลุกไม่ขึ้น เขาพายายไปให้หมอจุฬาตรวจ
หมอเขาบอก ยาย ๆ ยายไม่เป็นโรคอะไรหรอก แต่ยาย ขาดอาหาร เขาก็สั่งให้กินไอ้โน่น ไอ้นี่ อารีพันธ์มันก็จัดให้ ไม่อร่อยหรอก กินไปเหมือนกินยาอยู่มา ๆ ซินแสมาตรวจอีกคน มาแมะข้อมือยาย เขาบอกให้กินยาหม้อ ยายก็กิน มันก็ค่อย ๆ หาย ยาย ป่วยเสียร่วม ๓ ปี ตั้งแต่นั้นมาเขาให้กินอะไร ยายก็เชื่อ ไม่เอาแล้ว ยายกลัวป่วย เดี่ยวสร้างวัดไม่เสร็จ ต้องเอาทางสายกลาง ยายเชื่อ พระพุทธเจ้า"