สู่การเป็นวัดพระธรรมกาย
คุณยายอาจารย์ · คืนที่พระจันทร์หายไป
สู่การเป็นวัดพระธรรมกาย
ต่อมาเมื่อมีผู้มาปฏิบัติธรรม ที่บ้านธรรมประสิทธิ์มากขึ้น ๆ สถานที่ภายในวัดปากน้ำไม่พอเพียงต่อการ ขยายตัวของผู้ที่มาปฏิบัติธรรมเป็นจำนวนมากในอนาคต คุณยายจึงปรารภเรื่องการสร้างวัดขึ้น
[อุบาสิกาถวิล วัติรางกูล เป็นผู้พาหลวงพ่อ ธัมมชโย คุณเผด็จ ผ่องสวัสดิ์ ไปขอที่ดินจากคุณหญิง ประหยัด แพทยพงศาวิสุทธาธิบดี ผู้เป็นคุณแม่ของ เพื่อนในวันที่ ๒๖ ต.ค. ๒๕๑๒ ซึ่งตรงกับวันเกิดของ ท่านพอดี ท่านจึงยกที่ดินให้ทั้งหมดด้วยความยินดี รวม ๑๙๖ ไร่ ๙ ตารางวา (เดิม ๒๐๐ ไร่ แต่ถูกเวนคืนเพื่อ สร้างถนนส่วนหนึ่ง) และอุบาสิกาถวิล ท่านเป็นอดีต อาจารย์ใหญ่ ร.ร.ประถมนนทรี จบปริญญาตรีอักษร ศาสตร์และครุศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ท่านเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิก ก่อตั้งศูนย์พุทธจักรปฏิบัติ ธรรม และเป็นผู้มีส่วนอย่างสำคัญในการช่วยเผยแผ่ วิชชาธรรมกาย จนกระทั่งถึงวาระสุดท้ายของท่าน]
ซึ่งทั้งหลวงพ่อธัมมชโยและหมู่คณะ ต่างเห็นพ้องตรงกัน ทุกคนจึงตั้งใจที่จะทุ่มเท อย่างเต็มความสามารถ เพราะทุกคนคิดว่า คุณยายเป็น “หลักชัย" เป็นหลักใจรวมใจ ของหมู่คณะให้รวมตัวกันได้อย่างมั่นคง
คุณยายเล่าว่า
“สมัยแรกๆ ยายก็ไม่ได้คิดจะสร้าง วัด อยู่วัดปากน้ำ หลวงพ่อธัมมะ ท่านเรียน อยู่สวนกุหลาบ ท่านก็เดินไปหายายบอกว่า ยาย ๆ อยากจะบวชจังเลย ยายก็บอกว่า คุณนะหรือจะบวช ถ้าคุณจะบวชจริงๆ คุณ ต้องไปเรียนให้จบปริญญาเสียก่อน แล้ว จะบวชให้ หลวงพ่อธัมมชโยก็เข้าเรียนมหาวิทยาลัยเกษตรได้ เข้าเกษตรฯ ได้ก็ไปเอา หลวงพ่อทัตตชีโวมาอีกองค์หนึ่ง หลวงพ่อ ทัตตชีโวนี่ โอ้โห วิชาเดรัจฉานนี่เต็มตัวหมด เลย กว่าจะทำนั่นสององค์นี้ลงได้เกือบตาย”
วันหนึ่ง เวลา ๒๐.๓๐ น. กลางคืน ขณะที่ส่งคุณยายเข้านอนแล้ว ยังไม่ได้ออก จากกุฏิ คุณยายท่านเรียกว่า “อารีพันธุ์ มานี่ จะเล่านิทานให้ฟัง” นิทานของยายก็คือ เรื่อง จริงที่จะเล่าให้ฟัง
โดยท่านเล่าว่า
“สมัยก่อนหลวงพ่อธัมมะ หลวงพ่อทัตตะ ท่านมีผู้หญิงมาติดเยอะ พวกจุฬาฯ พวกเกษตรฯ เวลาผู้หญิงไปที่บ้านธรรมประสิทธิ์ ยายจับหลวงพ่อธัมมะ นั่งพิงเสากลางบ้าน แล้วให้ผู้หญิงที่มานั่งสมาธินั่งเรียงติดข้างฝา ยายดูแล้วเขาไม่ได้ตั้งใจมานั่งธรรมะ ยายก็ เข้าไปถามเขาว่า “คุณ คุณมาทำอะไร คุณ มาดูพระหรือ” จนเขาอายไม่กล้ามาอีก"
จากกรณีดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าคุณ ยายท่านเข้มงวดในการประพฤติพรหมจรรย์มาก ขณะเดียวกันก็จะคอยช่วยเหลือปกป้อง ให้พระภิกษุสงฆ์ท่านไม่ต้องมาหนักใจกับ การมาปฏิบัติธรรมของผู้ที่ไม่ได้ตั้งใจมา ปฏิบัติโดยเฉพาะที่เป็นสุภาพสตรี คุณยายจะ ดูแลเป็นพิเศษ
คุณยายเล่าว่า
“สมัยบ้านธรรมประสิทธิ์ ยายรวบรวม เก็บเงินได้ ๒ หมื่นกว่าบาท ให้พวกหลวงพ่อทัตตะ ไปดูที่ซื้อกัน ได้ที่ ๑๙ ไร่ พอออก พรรษาพายายไปดูที่ ยายไม่ชอบใจ บอกไม่เอา ทางไปมาไม่สะดวก แล้วยายก็นั่งเข้าที่ อธิษฐานเรียกเทวดาให้ช่วยหาที่ให้ ยายทำทุกอย่างเอาบุญเดินหน้า พอดีคุณวรณี มา เรียนธรรมะ ยายคิดว่า เขาคงจะมีที่ดินอยู่ ให้ลองถามดู ถ้ามีถึง ๕๐ ไร่ ก็ขอซื้อ ถ้าไม่ขายก็ให้ขอเลย ตอนไปขอยายก็ให้หลวงพ่อธัมมะ หลวงพ่อทัตตะนั่งธรรมะจนตัวใสแล้ว ไปขอ พอดีวันที่ไปขอเป็นบุญของคุณหญิง เป็นวันคล้ายวันเกิด ท่านยกให้หมด ๑๙๖ ไร่ เพราะท่านเองก็ไม่เคยได้ค่าเช่า และไม่เคย มาดูแลที่ดิน ท่านบอกว่าจะเอาไปทำอย่างไร ก็ทำเถิด พอดีเป็นบุญของเราด้วย" (๑๒ ส.ค. ๒๕๒๓)
ครั้งหนึ่งคุณยายเล่าว่า
“ยายก็นึกว่า เอ...เราจะต้องหาแผ่น ดินสักแห่งหนึ่งนะ ยายก็คิดได้ให้คนไปขอ แผ่นดินขอ ๕๐ ไร่ เขาให้หมดเลย ๑๙๖ ไร่ ยกให้หมดผืนเลยเชียว ก็ส่งหลวงพ่อทัตตะ มาก่อนมาเฝ้าแผ่นดินไว้ พอวันเสาร์ยายก็จะ ขึ้นรถมาที่หน้าวัดทุกเสาร์ ๆ สร้างวัดใหม่ๆ เป็นท้องนานะไม่มีอะไรเลย เกือบตายกว่าจะ เอาวัดลง กว่าจะสร้างวัดได้เหนื่อยจังเลย ยายเหนื่อยจนเป็นโรคขาดอาหาร" (๒๕ มิ.ย. ๒๕๓๕)
คุณยายบอกว่า
“ยายเคยคิดอยากได้อะไร บางที่ใช้ เวลานานกว่าจะได้ผล สมัยอยู่กับหลวงพ่อ วัดปากน้ำ ยายคิดว่า ยายนั่งธรรมะได้แต่บุญละเอียด ยายอยากได้ทำบุญบวชพระ สักองค์หนึ่ง คิดมานานแล้ว จนกระทั่งได้มา พบหลวงพ่อธัมมชโย ยายเคยคิดว่าอยากสร้างสำนักปฏิบัติธรรม ก็ได้มาสร้างวัดศูนย์พุทธจักรฯ ยายเคยคิดนึก ๆ สมัยสร้างวัดใหม่ ๆ เมื่อ ๖-๗ ปีที่แล้วว่า บริเวณด้านหน้า ติดกำแพงวัดเข้ามา อยากให้ทำเป็นที่จอดรถ ปัจจุบันนี้ก็ได้ทำเป็นที่จอดรถจริงๆ”
และคุณยายเคยคิดว่า อยากถวาย อาหารเลี้ยงพระ ท่านก็ได้ทำโรงทานขึ้นมาจริงๆ (๒๖ ก.พ. ๒๕๒๔)
“พอเริ่มสร้างสำนัก หาทั้งแผ่นดิน หาทั้งเงินสร้างศูนย์ฯ ก็ต้องแบกทั้งศูนย์ฯ ยายอยู่โยงกับที่ตลอดเวลา ไม่ไปเที่ยวไหน จะสร้างวัดได้ก็ต้องอยู่โยง ไม่ได้ออกไป บอกบุญข้างนอก เวลาแขกมาจะได้พบ ยาย พยายามรับแขก เอาใจเขา เมื่อเวลาพวกเรา ไปบอกบุญจะได้บอกบุญข้างนอก ใครไม่รู้จักยายเลย ยายเอาแต่งานอย่างเดียว คิดแต่จะรีบสร้างสำนักให้เสร็จ พอยายรับจะสร้างสำนัก ก็ต้องลงรากแก้วกันจริงๆ จังๆ จะทำอะไรต้องมีรากแก้วก่อน เหมือนต้นไม้ ต้องมีรากแก้ว จึงมีรากแขนงออกไปได้ ยายต้องรับภาระพระทุกองค์ ตั้งแต่หลวงพ่อธัมมะ เรื่อยมา ยายเป็นทั้งพ่อบ้านแม่บ้านที่ดี ศูนย์ฯ เกิดขึ้นได้เพราะยาย ตั้งแต่เริ่มหาแผ่นดิน พระทุกองค์เกิดขึ้นจากยายทั้งนั้น ยายจึงเป็นทั้งพ่อและแม่”
"ยายสร้างวัดมาด้วยมือเปล่า ไม่มีเงิน สร้างวัดขึ้นมาด้วยบุญ ยายทำทุกอย่าง ยาย เอาบุญเดินหน้า ทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ" (๒๙ พ.ค. ๒๕๒๕)
คุณยายมีเงินสร้างวัดเป็นครั้งแรกเพียง ๓,๒๐๐ บาท แต่คุณยายก็ไม่ย่อท้อ ท่านเรียกบุญละเอียดมากเข้าๆ ผู้คนก็ทยอย กันมาทำบุญ มาด้วยตนเองบ้าง ส่งมาทาง ธนาณัติบ้าง ระยะนั้นการก่อสร้างวัด คือ การขุดคูน้ำรอบบริเวณ เพื่อให้เป็นขอบเขต ต่างออกมาจากนาแปลงอื่นด้วย เพราะไม่มี เงินทำรั้ววัดในเวลานั้นด้วย ค่าแรงงานใน ปี ๒๕๑๓ ค่อนข้างถูก แรงงานผู้หญิงไม่ถึง วันละ ๑๐ บาท ถ้าเป็นผู้ชายก็ประมาณ ๑๒๑๕ บาท มีชาวบ้านประมาณ ๕๐-๖๐ คน มารับจ้างขุดดิน ค่าแรงงานสัปดาห์หนึ่งๆ ตกราวๆ ๖,๐๐๐ บาท ซึ่งคุณยายจะต้องหา เงินมาจ่ายค่าแรงคนงานให้หลวงพ่อทัตตะชีโว ที่คุมงานอยู่ที่ศูนย์ฯ คุณยายคงใช้บุญ ตามสมบัติ ท่านมีถุงกระดาษปูนสีน้ำตาล (ที่สมัยนั้นแม่ค้าผลไม้นิยมใส่ผลไม้ให้ผู้ซื้อ) อยู่หนึ่งใบวางไว้ที่ข้างตัว ใครมาทำบุญท่าน ก็เก็บใส่ถุงใบนั้นไว้ ไม่เคยเปลี่ยนใบใหม่ ท่าน กล่าวว่า
“คอยดูนะ ยายจะสร้างวัดด้วยถุงใบนี้ เป็นถุงวิเศษล้วงเอาเงินเท่าไรไม่มีหมด”
และท่านก็ทำได้จริงๆ เป็นอัศจรรย์ แม้บางสัปดาห์มีรายจ่ายเพิ่มเติมเป็นยอด เพิ่มมากน้อยแค่ไหน เงินในถุงก็มีพอเพียง ทุกทีไป เพียงแต่ว่าไม่มีเหลือเฟือ ให้รู้สึกอบอุ่นใจมากๆ มีแค่พอดีๆ ให้ใช้ ในการบุกเบิกสร้างวัด คุณยายต้อง ทำงานหนัก ทั้งเป็นผู้นำและเป็นผู้ให้กำลังใจ คอยดูแลให้งานดำเนินไปได้ ซึ่งถือว่าเป็น ภาระหนักหน่วงสำหรับคุณยายที่มีอายุย่างเข้าสู่วัยชรา
“สมัยนั้น คนเขายังไม่ค่อยศรัทธาพระของยาย เขาศรัทธายาย ยายก็ไปบอกบุญ คนนั้น บอกบุญคนนี้ ให้เขามาช่วยสร้าง เต็นท์บ้าง สร้างครัวบ้าง แล้วก็วางแผนให้ พระไม่ต้องออกไปรับบาตร ยายหุงข้าวเลี้ยง ทำอย่างนี้ อยู่ๆ มายายก็อายุมาก ยายไม่มี แรงเดินไม่ไหว เขาเอายายไปหาหมอจุฬา หมอเปาว์เขาบอกว่า ยายไม่มีโรคอะไรหรอก เป็นโรคขาดอาหาร ยายนะทำงานมากที่สุดเลย จนกระทั่งป่วย"
“ยายช่วยหลวงพ่อบอกบุญ ตอนแรกๆ มีกุฏิ ๕ หลังแรก โรงครัว โรงทานที่สำหรับ หุงข้าว บ้านพักของคนในครัว ข้าวของ เครื่องใช้ในครัว ยายบอกบุญเองหมด" คุณ ยายกรุณาเล่าให้ฟังถึงการบุกเบิกสร้างวัด ซึ่ง ขณะนั้นยังเรียกว่า ศูนย์พุทธจักรปฏิบัติธรรม ตอนหนึ่งว่า
“ตั้งแต่ยายเริ่มสร้างวัด สร้างศูนย์ฯ ยายเหนื่อยทั้งกายเหนื่อยทั้งใจ ต้องรับภาระ แบกศูนย์ฯ ทั้งศูนย์ฯ ไว้ตลอดเวลา สมัยยาย อยู่กับพ่อกับแม่ของยาย ยายทำงานหนัก แต่ ยายก็มีความสุข พอมาอยู่วัดปากน้ำกินข้าว หลวงพ่อ ไม่ต้องปกครองใครก็อยู่อย่างมีความ สุข สมัยยายสาวๆ ยายเป็นคนเงียบปิดปาก เงียบ ไม่พูดอะไรมาก พอมาสร้างวัดยาย ต้องพูดมาก รบกับคน เป็นคนปกครองเขา ต้องรับผิดชอบ ต้องเป็นคนด”
“คนอื่น ๆ เวลาเขานอน ก็หลับได้อย่าง สบาย แต่ยายเวลาจะนอนก็นอนหลับไม่ได้ ต้องนึกว่า จะเอาสมบัติที่ไหนมาเลี้ยงเขา ต้องดิ่งธรรมะตามสมบัติทุกคืน”
“ที่ศูนย์ฯ เราเป็นเหมือนครอบครัว ใหญ่ ยายต้องแบกหมดทุกอย่าง เป็นทั้งพ่อ บ้าน แม่บ้าน หนักมาก แบกทั้งศูนย์ฯ อยู่ ตลอดเวลา คนที่อยู่ประจำในศูนย์ฯ ก็เหมือน อยู่ในรัศมีของยาย ถ้าเขาอดอยาก ไม่มีกิน ไม่มีใช้ก็ไม่ได้ เขาลำบากยายก็ทนไม่ได้ ต้องหาให้เขามีกินมีใช้ ไม่ให้อด ไม่ให้ลำบาก ยายต้องรับผิดชอบปกครองเขาอยู่ยายเหนื่อย มาก เพราะฉะนั้น ยายจึงต้องดุด่าว่ากล่าว เวลาพวกนี้เลอะเทอะๆ เหลวไหล ทำอะไร หยาบๆ ยายก็ต้องบ่น ให้เขาระมัดระวังเวลา ใช้เงินทอง แต่ว่าเขาเสร็จ ยายก็ต้องนั่งเข้าที่ ตามสมบัติ ยายจึงค่อยเบาใจไป ไม่งั้นเห็น เขาใช้ฟุ่มเฟือย แล้วยายหนักใจ"
“ตั้งแต่เริ่มสร้างศูนย์ฯ มีปัญหามาก พอเริ่มย้ายมาอยู่ศูนย์ฯ ยายก็ต้องรบกับ พวกแม่ค้าออกไป เพราะมาทิ้งเศษกระดาษ เลอะเทอะ
"จากนั้น ก็ต้องมาปราบคนงานเจ้าชู้ กันในวัด ปราบแม่ค้าที่จะมาขายของในวัด ทำความสะอาดห้องส้วม" (๒๐ ก.พ. ๒๕๒๖)
เคยมีผู้กราบเรียนถามท่านว่า
“เวลาที่คุณยายหนักใจ คุณยายทำอย่างไร”
คุณยายกรุณาตอบว่า
“ยายก็นึกถึงบุญมากๆ อยู่ในบุญมากๆ ดิ่งธรรมะแล้วอธิษฐาน”
“คุณยายประสบอาการมากมาย ยาย จึงต้องอธิษฐานว่า ให้ยายระลึกชาติตัวเอง ได้สอนตัวเองได้ ระลึกชาติคนอื่นได้ สอนคนอื่นได้ ทุกภพทุกชาติกระทั่งเข้าสู่นิพพาน การระลึกชาติได้มิใช่ของง่ายน่ะ เพราะยาย รบกับคนมามากยายจึงต้องอธิษฐานอย่างนี้
“และอธิษฐานอีกว่า จะมีข้าทาส บริวารหญิงชาย ให้เป็นนักปราชญ์บัณฑิต คนที่จะมาทำให้ร้อนกาย ร้อนใจ ทุกข์กาย ทุกข์ใจ ให้ละลายหายสูญไปให้หมด ทุกภพ ทุกชาติ กระทั่งเข้านิพพาน และยังอธิษฐานว่า จะมีข้าทาสบริวาร หญิงชาย ก็ให้เลี้ยงได้หมดให้มีกินมีใช้ตลอด เวลา คุณยายอธิษฐานทั้งชาตินี้ และชาติ ต่อๆ ไปทุกภพทุกชาติกระทั่งเข้าพระนิพพาน ภพชาติต่อไป คงไม่ลำบากเหมือนชาตินี้ อีกแล้ว"