ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

อ่อนน้อม แต่ไม่อ่อนแอ

คุณยายอาจารย์ · คืนที่พระจันทร์หายไป

PDF
"อ่อนน้อม แต่ไม่อ่อนแอ" แม้จะเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติธรรม คุณยายมีอุปนิสัยอ่อนน้อมถ่อมตนเสมอ ไม่เคยแสดงตนโอ้อวด มีอยู่ครั้งหนึ่ง เมื่อสงครามโลกเลิกแล้ว คุณยายได้รับอนุญาตจากหลวงพ่อวัดปากน้ำ ให้ออกไปเผยแผ่ธรรมะ ร่วมกับคุณยายทองสุกบ้างเป็นครั้งคราว บางครั้งก็ใช้ให้ไปตามลําพัง วันหนึ่งคุณยายท่านได้กรุณาสอนธรรมะให้พวกเราฟังดังนี้ "คนที่ยายใช้งานแล้ว พอได้ทำงาน ทำไปๆ ตอนหลังก็มีฤทธิ์ แสดงฤทธิ์กับยาย พวกนี้ใช้งานแล้วมีฤทธิ์ แล้วเอาฤทธิ์มาแสดง กับคนโน้นคนนี้ อย่างนี้ใช้ไม่ได้ ออกฤทธิ์จนลืมตัว ดูแต่ยายไม่เคยไปแสดงฤทธิ์กับ ใครๆ เลย มีแต่ความอ่อนน้อมอยู่เสมอ อยู่กับหลวงพ่อวัดปากน้ำ ตลอดชีวิตไม่เคยออกฤทธิ์กับท่านเลย มีอะไรก็ใช้แต่ความอดทน หลวงพ่อท่านดุ ท่านสอน ก็มีแต่ความอดทน คิดแต่ทําความดีเรื่อยๆ ไป” “เมื่ออยู่กับยายทองสุก ก็ต้องอดทน ท่านจะดุด่าว่าอย่างไร ยายยังไม่เคยเถียงเลย สักที แต่พอยายมาสอนลูกศิษย์ เห็นว่าดีก็ เลยเอามาใช้งาน พอมีฤทธิ์เท่านั้น ก็เถียงกับ ยาย แสดงฤทธิ์กับยายทีเดียว อย่างนี้ยายจะ ไม่ใช้งานอีกเลย เพราะฉะนั้น พวกเราต้อง อย่าแสดงฤทธิ์นะ แม้ว่าตัวเองจะมีฤทธิ์ มีงานทํามากน้อยแค่ไหน ก็ต้องอ่อนน้อม อดทนเอาไว้ ผู้ใหญ่ ครูอาจารย์ มีแต่ความ หวังดีกับเรา พวกเราต้องจำคำของคุณยาย ไว้ให้ดี แล้วอธิษฐานกำกับไว้ว่า อย่าได้เผลอ สติเป็นอันขาดในเรื่องนี้ ไม่เช่นนั้นแล้ว เรา จะเสียคน ที่ไปได้ไม่ตลอด จะไม่มีวิชชา ไม่มีความรู้"(จันทร์ ๑๐ พ.ย. ๒๕๒๓) ปกติเวลาที่คุณยาย ถูกใช้ให้ไปเผย แผ่ธรรมะ คุณยายมักไม่ค่อยอยากไป เพราะคิดว่าตนเองเป็นคนไม่รู้หนังสือ มีแต่ความรู้ ด้านปฏิบัติอย่างเดียว ถ้าใครมาถามเรื่อง ปริยัติ เกรงว่าจะตอบให้เขาไม่ได้ หลวงพ่อ ท่านให้กำลังใจว่า ถ้าไม่ออกไปสอนผู้คน เวลาเข้านิพพานก็จะต้องไปนั่งอยู่องค์เดียว (พระปัจเจกพุทธเจ้า) ความที่เป็นผู้ที่มีธรรมปฏิบัติเป็น เยี่ยม จึงได้รับความไว้วางใจจากครูบาอาจารย์เสมอ ดังคุณยายเล่าว่า “สมัยหลวงพ่อวัดปากน้ำ ท่านมักใช้ให้ยายไปตรวจดู บุญของคนที่ตายแล้วอยู่เรื่อย สมัยหลวงพ่อยังอยู่ คนแก่ๆ เขาชอบพาเอามาตายที่วัดปากน้ำ พอสวดวันแรกหลวงพ่อจะพายาย ให้ลงไปด้วย ก่อนที่พระจะสวดศพ ท่านจะใช้ให้ยายไปตามเอากายละเอียดของผู้ตายมา แล้วถามว่าตอนนี้มาแล้วรึยัง ยายจะตอบว่ามาแล้วเจ้าค่ะ นั่งอยู่ตรงไหนต้องตอบท่านให้ได้ พอพระสวดจบแรกจบลง ท่านจะหันมาถามยายว่าผู้ตายได้บุญเท่าใด ยายก็จะตอบว่าได้วิมานสูงเท่าใด มีบริวารเท่าใด พอสวดจบที่สองเสร็จ ท่านก็จะถามว่าตอนนี้ ได้บุญเท่าใด ยายก็จะตอบว่าตอนนี้ได้อีกเท่าหนึ่งค่ะ แล้วหลวงพ่อก็จะกลับ พอท่าน กลับพระสวดจบบทที่สามแล้ว ยายจึงกลับได้ มีคนตรวจดูบุญอย่างนี้ได้ ๒-๓ คนเท่านั้น ในสมัยนั้น เวลาที่จะต้องใช้ออกมารับแขก ท่านจะใช้คนที่คล่องๆ ออกมาตรวจ สมัยนี้ คนที่จะทำได้อย่างยายไม่มีเลย ส่วนมาก หลวงพ่อจะเรียกยายออกมาเสมอ" (พ.ศ. ๒๕๒๖) สมัยยายอยู่ในโรงงานทำวิชชา วันหนึ่ง หลวงพ่อวัดปากน้ำ ถามพวกทำวิชชาด้วยกัน ว่า พวกเอ็งเข้าวัดมานั่งธรรมะทำไปทำไม ทำเพื่อใคร บางคนตอบว่า ทำเพื่อหลวงพ่อ เจ้าค่ะ บางคนตอบว่า ทำเพื่อบ้านเมืองเจ้าค่ะ บางคนตอบว่า ทำเพื่อวัดปากน้ำเจ้าค่ะ หลวงพ่อท่านก็ตอบว่า “ฮึ" พอถึงยาย ยายก็ ตอบว่า “ทำเพื่อตัวลูกเองให้พ้นจากบ่าวทาส ของพญามารเจ้าค่ะ หลวงพ่อท่านก็พูดว่า “เออ มันต้องอย่างนั้นซิ” ยายบอกว่าเราเข้า วัดต้องคิดว่าเราทำเพื่อตัวเราเอง เราทำบุญ ทำทานก็เพื่อจะเอาติดตัวเราไปทุกภพทุกชาติ จะได้เอาไว้สร้างบารมี (๑๑ มิ.ย. ๒๕๒๖)