ธรรมะ๐๑ ธรรมะ๐๑
← ย้อนกลับ

ตำนานทำนา

คุณยายอาจารย์ · คืนที่พระจันทร์หายไป

PDF
คุณยายเล่าให้ฟังว่า “ที่บ้านยาย ทำ นาปีเป็นส่วนใหญ่ นาหว่านทำบางครั้ง ส่วน ใหญ่เป็นนาดำ เวลาหน้าดำนา บางครั้งขอ แรงเพื่อนบ้านมาช่วย เรียกว่า ลงแขก เริ่ม ทำกันตอนเข้าฤดูฝนแล้ว สมัยก่อนยายมีนา ๒๐ ไร่ มีคนมาช่วยลงแขกเดี่ยวเดียวก็เสร็จ" ท่านบอกว่า “เวลายายทำนา จะต้อง ไถพลิกดินขึ้นมาก่อน จับควายเลี้ยวๆๆ แล้ว ก็ไถ ใส่ข้าว ๓ เดือนก่อน เวลาเกี่ยวก็เกี่ยว ข้าว ๓ เดือน, ข้าวเบา, ข้าวกลาง, ข้าวหนัก ไล่กันเป็นลำดับ" (ข้าวหนัก คือ ข้าวนาปี) (๒๔ ม.ค. ๒๕๓๕) “คุณพ่อของคุณยายเป็นคนดูทิศทาง ของการทำนาเก่ง มีสมุดข่อย เป็นตำราโบราณ พอเดือน ๓ ฟ้าร้องทิศไหนก็จะรู้ว่า ปีนี้น้ำ น้อยหรือน้ำมาก จะแล้งหรือจะได้ข้าวสมบูรณ์ จะได้น้ำมากน้ำน้อยรู้หมด ยายจึงได้รู้จักว่า ข้าวที่ปลูกตรงไหนจะปลูกข้าวเบา ข้าวหนัก ข้าวนาปี ข้าว ๓ เดือน ข้าวแต่ละชนิดจะปลูกคนละแปลง" “สมัยก่อนพอยายดำนาของตัวเองเสร็จ ก็ไปหาลำไพรับจ้างเขาดํานาวันละ ๕๐ สตางค์ ไว้เป็นค่าขนม ดูลิเก ดูละครของยายเอง” วันหนึ่ง อาหารเช้าของคุณยายเป็น ข้าวต้มใส่รำและ wheatgerm และมีน้ำข้าว ๑ ถ้วย คุณยายบอกว่า “อยู่บ้านนอกปลูก สีข้าวเอง ไม่ได้ขัดข้าวให้ขาว มีรำน้อย ไม่เคยกินรำเลย มาอยู่ นี่กลับต้องกินรำ รำเขาให้หมูกิน ยายหุงข้าวกับหม้อดิน พอเดือดก็รินเอาน้ำข้าวไว้คลุกกับข้าวเย็นที่เหลือให้หมาบ้านยาย ไอ้เขียว กับไอ้แดงกิน” “สมัยก่อนที่ยายอยู่บ้านนอก ตอนเช้ามืด ตี ๔ จะเห็นดาวลูกไก่เรียงอยู่ชัดเจน บนท้องฟ้า เห็นดาวประกายพรึกใสอยู่บนยอดไม้ ปีไหนที่ดาวประกายพรึกใสสว่างมาก ปีนั้นข้าวในนาจะได้มาก ข้าวปลาอาหาร สมบูรณ์ ปีไหนไม่ค่อยสว่างข้าวก็จะได้น้อย” “หน้าหนาวตะวันต้องเดินอ้อมข้าว เพราะช่วงเดือน ๑๐-๑๑ นี้ ข้าวกําลังตั้งท้อง เดือนนี้ข้าวตั้งท้องออกรวง ตะวันเดินตรงๆ ไม่ได้ กลัวแม่โพสพจะร้อน (ถ้าถูกแสงแดด เต็มที่ แดดจะเผาทำให้รวงข้าวไหม้เกรียมได้) พอช่วงเดือน ๔ เดือน ๕ เกี่ยวข้าวแล้ว ตะวันเดินตรงจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตกเลย ตะวันอ้อมข้าวกลางวันสั้น กลางคืนนาน ตะวันเดินตรง กลางวันนาน กลางคืนสั้น" (๒๘ ต.ค. ๒๕๒๘) คุณยายบอกว่า “แม่โพสพมีจริงเป็นผู้หญิงสวย พ่อของยายเล่าให้ฟังว่า มีอยู่คราวหนึ่งพ่อ (เป็น ชาวนา) เอาเท้าไปเตะข้าว เพื่อจะเกลี่ยข้าว ให้เสมอกัน กลางคืนพ่อฝันเห็นผู้หญิงคนหนึ่ง สวยมากมายืนร้องไห้" (๒๓ พ.ย. ๒๕๓๓) “ที่บ้านยาย เวลาทำนาแล้วข้าวเริ่ม ออกรวงจะตั้งท้อง จะจัดให้มีพิธีทำขวัญข้าว โดยต้มขนมเล็กๆ น้อยๆ ไปวาง แล้วบอก แม่โพสพ ข้าวบ้านยายเวลาปลูกจะได้ข้าว ออกรวงเต็มๆ สมบูรณ์ทุกปี ยายมีนา ๒๐ ไร่ ก็ได้ข้าวมาก (เวลาข้าวออกรวง ชาวนา จะมีพิธีทำขวัญข้าว คือ ทำบายศรีรับขวัญ ข้าว ถ้าทำขวัญข้าวแล้วปีนั้น ทำให้ข้าวจะ ออกรวงเต็มสมบูรณ์ ผลผลิตดี) ดังนั้น เวลายายทานข้าว ยายจะทาน ข้าวให้หมด ไม่ให้มีเหลือแม้แต่เมล็ดเดียว ยายจะพูดกับแม่โพสพ ให้รักลูก (คุณยาย) มากๆ นะ แล้วหาข้าวให้ลูก ให้พระ ให้เด็ก วัด ให้ทุกคนมีข้าวทานกันเยอะๆ ไม่รู้จัก หมดสิ้น ถ้ายายทานข้าวเหลือ (น้อยครั้งมาก) ยายจะขอโทษแม่โพสพที่ทานข้าวเหลือ คุณยายบอกว่า “ยายเป็นชาวนา ยายรู้คุณค่าของข้าว แม้เพียง ๑ เมล็ด ก็เป็นต้นข้าว ๑ ต้น เพราะฉะนั้นห้ามดูถูกข้าว" คุณยายเล่าว่า “พ่อของยายจะสร้างยุ้งข้าว” ไปดูฤกษ์ พระท่านบอกว่า ทุกคนในบ้านไม่มีใครตั้งยุ้งข้าวได้ นอกจากยายคนเดียว เพราะยายมีบุญพอ ตอนยายอยู่บ้าน ทำนาได้ข้าว เต็มยัง” "เวลานวดข้าว ที่บ้านยายจะใช้ครก กระเดื่องขึ้นไปเหยียบบนไม้ แล้วปล่อยให้ ตัวสากที่ติดอยู่กับไม้ยาวนั้น ตกลงมาบน ข้าวที่อยู่ในครกไม้ใบโตๆ ทำหลายๆ ครั้ง จนเปลือกข้าวหลุดออก แล้วจึงใส่กระด้ง (ที่สานเอง) ฟัดข้าว เอาข้าวเปลือกออกได้ เป็นข้าวสาร หน้าบ้านยายจะมีไม้ไผ่ขึ้นเป็น กอใหญ่ ที่บ้านยายจะถักกระบุงตะกร้าใช้เอง พี่ๆ น้องๆ จะถักกันได้ทุกคน” หมายเหตุ : การทำนามีหลายแบบ "(ข้าว) นาปี คือนาที่ทำปีละครั้ง ทำแล้วจะได้ข้าวที่เมล็ด ข้าวมีน้ำหนักดี มีคุณภาพดี เรียกว่า ข้าวหนัก (ข้าว) นาสามเดือน คือนาที่ทำปีละ ๒-๓ ครั้ง ทำแล้ว ผลผลิตที่ได้เป็นเมล็ดข้าวที่มีน้ำหนักเบา เมล็ดหักง่าย และ คุณภาพด้อยกว่าข้าวนาปี เรียกว่า ข้าวเบา *(ข้าว) นาดำ คือนาที่ปลูกโดยใช้ต้นกล้าดำลงไปในนา ผลผลิตที่ได้จะได้ผลดี รวงข้าวจะใหญ่และหนัก มักทำในที่ลุ่ม มีน้ำอุดมสมบูรณ์ (ข้าว) นาหว่าน คือนาที่ปลูกโดยใช้เมล็ดข้าวหว่านลงไป ผลผลิตไม่ค่อยได้เต็มที่ มักทำในที่ดอน มีน้ำน้อย (๗ เม.ย. ๒๕๓๓) * ยังข้าวบ้านยาย จะต่อออกจากตัวบ้านไม้ที่อยู่ใช้ ยกพื้นให้สูงพอพ้นไม่ให้น้ำท่วม ทำบันไดไม้ขึ้นไป พื้นที่กว้าง เวลาข้าวที่นวดแล้วจะแบกขึ้นไปไว้บนยัง มีชายคายื่นจาก บ้านไปคลุมเป็นหลังคากันฝนมุงจาก และใช้ไม้ไผ่เป็นโครง และใช้ไม้ไผ่ทำเป็นฝากั้น ใช้ขี้ควายตากแห้งแล้วนวดทา ที่ฝากั้น และจะมีพิธีสู่ขวัญยังข้าวด้วย ใช้ข้าวดำ ข้าวแดง กล้วยน้ำว้า บัวลอย (๔ ก.ค. ๒๕๒๖)