ตามกลับมาด้วยวิชชาธรรมกาย
คุณยายอาจารย์ · อานุภาพแห่งบุญฉบับที่5บูชาธรรมคุณยายอาจารย์
ตามกลับมา ด้วยวิชชาธรรมกาย
คุณยาย..ไม่ไปบ้านใคร ถ้าไม่จำเป็นนัก แต่นี่..ท่านเมตตาไปหาเขาถึงอุดรฯ ไปด้วยวิชชาธรรมกายเพื่อตาม เขากลับมาทำบางสิ่ง..?
“เอ้า.. มาถึงซะที..” เป็นคำพูดซึ่งคุณยายทักขึ้น ขณะเดินสวนกับเด็กชายวัย ๑๔ ขวบ ที่เพิ่งมาวัดครั้งแรกเพียงลําพัง จากการอ่าน หนังสือ เดินไปสู่ความสุข โดยบังเอิญ
คุณพนม พงษ์สุวรรณ วัย ๔๑ ปี ได้ กล่าวถึงความรู้สึกตอนนั้นว่า
“ตอนนั้นนะ ผมยังเด็ก ไม่ค่อยเข้าใจอะไร ไม่รู้ว่าคุณยาย ท่านหมายถึงอะไร ที่ท่านทักผมแบบนั้น แต่ผม ก็ได้แต่จำคำท่านไว้”
จากการมาวัดในครั้งแรกนั้นเอง ทำให้เขา ประทับใจในความเป็นกันเองของคนที่นี่ จึงได้ มาช่วยงานอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับคำของ คุณยายได้พูดคุยสอนเขาหลายอย่าง ขณะที่ช่วย ท่านปลูกต้นไม้ ทำความสะอาด จวบจนกระทั่ง เติบโต เข้าเรียนในมหาวิทยาลัย และเข้ารับ ราชการในกรมป่าไม้ ซึ่งช่วงแรก ๆ เขาก็ยังมา วัดอย่างสม่ำเสมอ แต่ตอนช่วงที่ย้ายไปทำงาน อยู่ต่างจังหวัด เขาก็ได้ห่างวัดไป และมักติดเที่ยว หรือไปงานสังคมกับเพื่อน จึงทำให้การ ดำเนินชีวิตและกิจวัตรของเขาติดอยู่กับการทำ งานสังสรรค์....ทำงาน
จนกระทั่งคืนหนึ่ง เขาเข้านอนเร็วกว่า ปกติ เพราะความเหนื่อยจากการทำงาน
คืนนั้นเอง ! ได้มีเหตุการณ์บางอย่างเกิด ขึ้นกับเขา!
“เป็นไปได้ไง ! คุณยาย... คุณยาย... มา ถึงบ้านผมเลยหรือนี่!” เขารีบกระวีกระวาด ออกไปต้อนรับท่าน ในขณะที่คุณยายกำลังลงมา จากรถปิคอัพสีแดงพร้อมคุณอารีพันธุ์
“อ้าว..คุณ..กลับวัดได้แล้ว กลับวัดได้แล้วนะ” คำพูดสั้นๆ แต่ได้ใจความของคุณยาย เอ่ยขึ้น พลางท่านกวักมือเรียกให้คุณพนมขึ้นรถ
“คุณ..นั่งหน้านะ เดี๋ยวยายจะนั่งหลังเอง” คุณยายพูดขึ้นพร้อมกับเข้าไปนั่งเบาะหลัง กับคุณอารีพันธุ์และด้วยความที่เป็นคนเชื่อฟัง คุณยายอยู่แล้ว เขาจึงรีบขึ้นรถ และทำตามทุก อย่างที่ท่านบอก
การเดินทางในครั้งนั้นเป็นไปด้วยความ รวดเร็วอย่างไม่เคยมีมาก่อน จนกระทั่งมาถึงที่หมาย คือ “วัดพระธรรมกาย”
เขาเริ่มพลิกศีรษะไปมา เขาตกใจ ตื่นขึ้น “มันเป็นความฝันหรือนี่”
“ทำไม... ทำไม... ฝันแบบนี้ ?” ทั้งๆ ที่ห่าง วัดมานานแล้ว และไม่ได้นึกถึงคุณยายเลย
“ทำไม..?” เขานั่งทบทวนเหตุการณ์ตอนฝัน ด้วยความสงสัยที่คิดไม่ออก สักครู่ เขาจึง ตัดสินใจลุกขึ้นมานั่งสมาธิที่หน้าหิ้งพระ จนใจ เริ่มรวมและหยุดนิ่งสนิท และเขาก็ต้อง ประหลาดใจอีกครั้งที่เห็นคุณยาย แว็บขึ้นที่ศูนย์กลางกาย เป็นภาพที่ชัดเจนเหลือเกิน แล้วท่านพูดว่า “คุณกลับวัดได้แล้ว” ภาพและเสียงนั้นเอง ทำให้เขาต้องรีบลืมตาขึ้น ความสงสัยยังคงดำเนินต่อไป พร้อมกับคำถามที่ได้ผุดขึ้นเป็นระลอก
“มันเกิดอะไรขึ้น ทำไม.. ทำไม..เห็นแต่ คุณยายพูดประโยคนี้” เขารีบตัดสินใจเก็บชุด ขาว ๒-๓ ชุด ลงกระเป๋า เพื่อเตรียมเดินทางใน เย็นวันศุกร์นั้นทันที มุ่งหน้าไปที่วัด ความตั้งใจ ของเขาคือ ไปอยู่ธุดงค์ปฏิบัติธรรม ศุกร์-อาทิตย์ หลังจากที่ไม่ได้ไปวัดเป็นเวลานานแล้ว การอยู่ธุดงค์ในครั้งนี้ ภาพและความรู้สึกเก่าๆ ได้หวนกลับคืนมาอีกครั้ง และหลังจากสิ้นสุด การอยู่ธุดงค์ เขาก็ขับรถกลับพร้อมกับความสุข สงบที่ได้บังเกิดขึ้นในใจ แต่เรื่องราวยังคงไม่จบเพียงแค่นี้ “ ๓ วัน.. ผ่านไป...”
การลงพาดหัวข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ เกี่ยวกับการโจมตีวัดพระธรรมกายได้เริ่มจุด ชนวนขึ้นขณะที่เขาอ่านหนังสือพิมพ์นี้เอง !! ความ สงสัยในความฝันก็ได้กระจ่างขึ้นทันที คุณยาย ไปตามเขากลับวัดด้วยเหตุนี้เอง และเขาก็ เชื่อมั่นลึกๆ ว่า เขามีหน้าที่บางอย่างที่จะต้อง กลับมาช่วยวัด ต้องกลับมาช่วยคุณยาย
จากกระแสข่าวในช่วงนั้นทำให้ผู้คนมี ความศรัทธาในพระพุทธศาสนาลดลง และเริ่ม มีความเข้าใจผิดต่อวัดพระธรรมกายมากขึ้น ใน ขณะที่เขาได้ทำความเข้าใจกับข้อเท็จจริงทั้ง หมด และนำไปอธิบายให้กับลูกศิษย์ เพื่อนฝูง ที่เคยไปวัดด้วยกัน เขาได้ทำหน้าที่เป็นทนายแก้ ต่างให้กับพระพุทธศาสนา ได้ทุ่มเทอย่างต่อ เนื่อง จนกระทั่งทำให้ชาวบ้านและเพื่อน ได้หัน กลับมาเข้าใจ และไปวัดพระธรรมกายตามเดิม พร้อมกับหันมาช่วยกันปกป้องพระศาสนา เขา นำคนไปร่วมงานบุญต่างๆ ของวัดเป็นจำนวน มาก หลายคันรถ เช่นงานบวชอุบาสกแก้ว งานฉลองมหาธรรมกายเจดีย์ ซึ่งตอนนั้นเขาเอง ก็ได้ตัดสินใจ บวชฉลองมหาธรรมกายเจดีย์ใน ครั้งนั้นด้วย
ติ๊ด.ด.ด. ติ๊ด.ด.ด. ติ๊ด.ด.ด. “ฮัลโหล .. พนมเหรอ”
“วันที่ ๑๙ นี้ มีประชุมนะ ท่านผอ.บอก ว่า ต้องเข้าประชุมทุกคน เพื่อเตรียมงานต้อนรับนายกฯ นายกฯ จะมาวันที่ ๒๒ เมษายน
“ตอนนี้ ผมโกนผมแล้ว จะบวชสามเณร แก้วฉลองเจดีย์ ไม่สะดวกจริงๆ” คุณพนม ได้ทำเรื่องลางานที่แผนก เพื่อมาบวชตาม ระเบียบราชการอย่างถูกต้องทุกอย่าง แต่จะทำอย่างไรดี กลับมีประชุมฉุกเฉินซึ่งเขาไม่ทราบ มาก่อน
“เออ..ไปไม่ได้จริงๆ พรุ่งนี้ตอนบ่าย ๒ ต้องบวชแล้ว” คุณพนมยืนยัน
“เฮ้ย! ไม่ได้นะ มีข่าว มาว่า ใครไม่เข้าประชุมจะ ถูกปลดออกจากการเป็นหัวหน้า” เพื่อนสนิทของเขารีบบอก เพื่อเป็นข้อมูลให้กับ คุณพนมในการตัดสินใจ ซึ่ง ตอนนี้ คุณพนมเองมี ตําแหน่งเป็นถึงหัวหน้า อุทยานแห่งชาติภูผาเหล็ก
“ถูกปลดเหรอ?” เขาเงียบลงไปสักครู่
เขาครุ่นคิดถึงอนาคตของตัวเอง แต่เขา ก็ตอบกลับไปด้วยความมั่นใจว่า
“ผมตกลงใจแล้ว ผมไม่ไปประชุม ไปไม่ได้จริงๆ” ตอนนั้นเขายอมตัดสินใจบวชครั้ง สำคัญในชีวิต เพื่อแลกกับตําแหน่งหน้าที่การ งานที่เขาสร้างมาตลอด ความคิดสับสนรุมเร้าเข้ามา คิดอะไรไม่ ออก จึงตัดสินใจนั่งสมาธิสักครู่ และในความ เงียบนั้นเอง ก็มีเสียงดังแว่วเข้ามาว่า “คุณ..หา บุญได้ ต้องใช้บุญให้เป็น” เป็นเสียงของคุณ ยายนั่นเอง ที่เข้ามาในโสตประสาทของเขา ขณะที่เขาระลึกขึ้นได้ในตอนนั้น ท่ามกลาง ภาวะที่วิตกที่สุด และคำพูดนี้เอง ทำให้เขาพบคำตอบของปัญหา ที่ต้องเข้าไปแก้ไข เขาจึงตั้ง จิตอธิษฐาน และนึกถึงบุญทั้งหมด ระลึกถึงบุญ ที่ได้เป็นผู้สร้าง อีกทั้งชวน คนมา และตั้งใจบวชฉลองเจดีย์ นึกถึงคุณยาย นึกถึง คำพูดของท่าน อย่างต่อเนื่อง ทำใจให้อยู่ในบุญตลอดเวลา และอธิษฐาน ขอให้สถานการณ์ครั้งนี้ผ่าน ไปด้วยดีที่สุด จนกระทั่งวัน ที่ ๒๓ เมษายน เขาจึง โทรศัพท์ไปถามเพื่อน “ตกลง ผอ.ว่ายังไง” เขา ถามขึ้นด้วยความกังวลและ อยากรู้
“เฮ้ย...ไอ้พนม.. เอ็งโชคดีนะ ไม่เคยเห็นใครโชคดีอย่างนี้มาก่อน ตกลง นายกฯ สั่งยกเลิก ไม่มา ก่อนงานเริ่มเพียงคืน เดียวเอง อาหารที่เตรียมไว้แล้ว ยังต้องสั่งเลิกเลย” เป็นคำตอบที่เขาดีใจอย่างที่สุด แต่ปัญหา เพิ่งผ่านไปแค่ข้อเดียว ความกังวลของเขายังคง ดำเนินต่อไป เพราะถึงนายกจะไม่ได้มา แต่ท่าน ผอ. ก็ประชุมไปเมื่อวันที่ ๑๙ เขาเป็นผู้เดียวที่ ไม่ได้เข้าประชุมใหญ่วันนั้น ซึ่งก็มีการเช็คชื่อ จริงๆ เมื่อกลับมาหลังจากลาสิกขา มีแต่คนทัก และต่างก็บอกว่า ผอ. จะเอาเรื่องเขาแน่ๆ ทำ ให้เขากังวลใจ และไม่อยากให้บางสิ่งเกิดขึ้น ดังคำที่คนอื่นพูด การประชุมมีขึ้นอีกครั้ง และครั้งนี้มีเขา ร่วมอยู่ด้วย ในท่ามกลางที่ประชุมนั้น ทุกคนมองเขาเป็นตาเดียวกัน คงเป็นเพราะทรงผมที่ ไม่เหมือนใคร หลังจากที่เพิ่งลาสิกขามาใหม่ๆ ก็อาจเป็นไปได้
ผู้คนส่วนมากเข้าใจว่า เขาไปบวชหน้าไฟมา แต่เขาก็ชี้แจงให้ฟังว่า ได้ไปบวชสามเณรแก้ว เพื่อฉลองมหาธรรมกายเจดีย์ การประชุม ในครั้งนั้น ดำเนินไปอย่างปกติ แต่หลังจากการประชุมเสร็จสิ้น ทุกคนทยอยกันแยกย้ายออก มานอกห้อง
“คุณพนม... คุณพนม... เดี๋ยวคุณไปพบ ผมที่ห้องด้วย” เขาตกใจมากที่ได้ยินเสียงนั้น เพราะนั่นคือเสียงผอ. เรียกเขาให้ไปพบ เพื่อนๆ ที่อยู่ในที่นั้น ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า
“พนม..ถูกปลดแน่.. เจอผอ. เล่นงาน แน่ๆ คราวนี้!”
เขากังวลและกระสับกระส่าย แต่ก็ระลึก ถึงบุญและคำของคุณยายเสมอ จนกระทั่งกำลัง จะเข้าไปพบผอ.
ประตูห้องเปิดขึ้น “เชิญนั่งสิ” ผอ.กล่าว
“สวัสดีครับท่าน” เขายิ้มให้ท่านผอ. ขณะที่รักษาใจไว้ที่ศูนย์กลางกายอย่างดีเยี่ยม
“เป็นไงล่ะ ไหนเล่าให้ฟังซิ” ผอ.ผู้ที่ไม่ เคยไปวัดพระธรรมกายถามขึ้น เขาจึงได้อธิบาย การที่ไปบวชมาให้ท่านฟัง
“เออ. มีเวลาไปบวช งั้นเอาอุทยานอีก ๒ แห่งไปดูแล” เขางงจนแทบช็อค คำพูดเพียง เบาๆ แต่กลับกระทบความรู้สึกเขาอย่างแรง
“เราไม่ถูกปลดหรือ..แต่กลับได้รับ ตําแหน่งเพิ่มขึ้นที่เดียว ๒ ตําแหน่ง” ทำไม ผอ. ถึงไม่มอบตําแหน่งนี้ให้กับคนอื่นๆ ทั้งที่มีคน สมควรได้รับตําแหน่งนี้มากกว่าเขา
เขาเดินยิ้มออกมา เพื่อนหลายๆ คนรีบ เข้าไปถาม เขาจึงได้เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง เพื่อนๆ ทุกคนแปลกใจมาก กับเหตุการณ์ที่เกิด ขึ้นกับเขา แต่ทุกคนก็เห็นด้วย เพราะคุณพนม เป็นคนดี มีความสามารถ ตอนนั้นเขารู้แล้วว่า คำพูดของคุณยาย นั้นศักดิ์สิทธิ์เพียงใด เพราะเขาได้รับการเลื่อน ตําแหน่งในหน้าที่การงานอย่างก้าวกระโดดเป็น อัศจรรย์หลายครั้ง หน้าที่การงานของเขา เริ่มจากตําแหน่งเล็กๆ ก้าวหน้าขึ้นมาได้อย่างรวด เร็ว ซึ่งเขาก็ได้ใช้หน้าที่การงาน ในการสร้าง บารมีมาตลอด ใช้ในการอบรมลูกน้องให้เป็นคน ดี นำคนมาทำความดี ชวนคนมาวัดอย่างเข้ม แข็งและต่อเนื่อง
ปัจจุบัน คุณพนมได้เป็นนักวิชาการป่าไม้ ระดับ ๗ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูผาเหล็ก ที่ครอบคลุมพื้นที่ถึง ๓ จังหวัด เป็นหัวหน้า วนอุทยานแห่งชาติน้ำตกยูงทอง หัวหน้าวนอุทยานดงบังอี้
การตั้งใจทำความดีอย่างสม่ำเสมอและ ต่อเนื่องตลอดเวลา เป็นการประกอบเหตุที่ถูก ที่นำมาซึ่งผลของบุญที่ไม่มีประมาณ คุณพนม เป็นอีกผู้หนึ่งที่คุณยายได้ไปตามกลับมาเพื่อทำ หน้าที่สำคัญ นั่นคือ การสร้างบารมี