โรคนี้ไม่หาย..แต่ยายช่วย
คุณยายอาจารย์ · อานุภาพแห่งบุญฉบับที่5บูชาธรรมคุณยายอาจารย์
โรคนี้ไม่หาย แต่ยายช่วย
คุณหมอบอกว่า โรคที่เขาป่วยอยู่นี้ ไม่ มีทางรักษาให้หายได้
ใครๆ ก็พูดว่า คราวนี้มันคงไม่รอด บางคนก็บอกว่าเตรียมลงกล่องได้เลย!
“แต่ผมก็รอด! และหายขาดจากโรคร้าย แถมยังแข็งแรงกว่าเดิมเสียอีก” นี้คือคำยืน ยันจากปากของคุณวิศิษฐ์ อุดมเกษมทรัพย์ ที่บอกว่าเมื่อก่อนเขาไม่ได้เป็นคนที่มีรูปร่างแข็ง แรงสมบูรณ์ มีสง่าราศี อย่างทุกวันนี้
คุณผู้อ่านลองมาติดตามดูซิว่า ก่อนหน้านี้เขาทนทุกข์ทรมานขนาดไหนกับอาการที่ป่วยมาราธอน นานถึง ๓๗ ปี
“ตั้งแต่ผมเกิดมา ร่างกายไม่แข็งแรง ตลอด ตัวผอม เหลือง มักเป็นลมบ่อยๆ พอโต ขึ้นหน่อยก็มีโรคเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ ต่อมไทรอยด์ โต อยู่ๆ หน้าอกข้างซ้ายก็โตขึ้นมา โรคนั้นหาย ไป โรคนี้มาแทน จนผมอายุได้ ๓๗ ปี ในปี พ.ศ. ๒๕๓๕ ครั้งนี้ป่วยหนัก จากแค่ตัวผอมเหลือง ตอนนี้ท้องเริ่มบวม ตาก็เหลือง ใจหวิวๆ เป็นลมถี่ขึ้น ตอนแรกๆ ก็ไปหาหมอตามคลีนิก แต่อาการก็หนักขึ้นทุกวันจึงตัดสินใจไปตรวจที่โรง พยาบาล
พอตรวจเลือดเสร็จ คุณหมอบอกว่า ไวรัสบีลงตับ ผมตกใจมากเพราะตับอักเสบ อย่างรุนแรง ถ้าอยากให้อาการดีขึ้น ผมต้องนอนนิ่งๆ รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ๓ - ๖ เดือน มันนานมาก ผมยังต้องช่วยครอบครัวทำมาหากิน ลูกๆ ผม ก็ยังเล็กอยู่ ผมจึงไม่ยอมนอนโรง พยาบาล คุณหมอจึงต้องใช้วิธี นัดไปเจาะเลือด และรับยาทุกๆ สัปดาห์แทน”
ชีวิตของมนุษย์ทุกคน ย่อมมีบุญและบาป คอยส่งผลให้ชีวิตดำเนินไปอยู่เสมอ ยามใดที่ผล บุญอ่อนกำลังลง แรงบาปก็ได้ช่องเข้ามาแสดง ฤทธิ์ ทำให้ชีวิตเสวยผลกรรมในอดีต แต่คราใด ที่ผลบุญในอดีตตามมาทัน และมีกำลังมาก แรง บาปก็ไม่สามารถส่งผลได้ คุณวิศิษฐ์นับว่า เป็น ผู้ที่สั่งสมบุญในอดีตมาไม่น้อย เพราะเขามี กัลยาณมิตร คือ พี่ชายที่คอยชักชวนให้ไปสร้างบุญเพิ่มบ่อย ๆ พี่ชาย อุตส่าห์ มาเยี่ยม น้องชายเพราะความเป็นห่วง และปรารถนาดี ทุกครั้งที่มา เมื่อคุยถามถึง สุขภาพเสร็จแล้ว จะต้องจบด้วยการชวนเขาไปทำบุญที่วัดพระธรรมกาย เพราะพี่ชายคอย อธิบายให้ฟังว่า ยามใดที่ต้องประสบกับความไม่สบายกาย ไม่สบายใจนั้น คือ สัญญาณเตือนว่า ขณะนี้ กำลังบุญในตัวได้ลดน้อยลง ควรจะรีบ ประกอบเหตุทางมาแห่งบุญเพิ่ม แต่เขาจะปฏิเสธอยู่เสมอ “โอ๊ย..ผมไม่ไปหรอก สังขาร ผมแบบนี้ แรงจะกินยาแทบไม่มี จากนครปฐมไปปทุมธานี ผมต้องเป็นลมกลางทางแน่นอน อีกอย่างวัดนี้รวยแล้ว ผมไม่ไปหรอก” แต่อย่างไรเขาก็ยังไม่ถึงกับปฏิเสธบุญเสียทีเดียว โดยได้ฝากปัจจัยให้พี่ชายไปร่วมบุญทุกครั้งที่ ถูกชวนครั้งนี้หลังจากพี่ชายที่แสนดีกลับไปแล้ว ในคืนนั้น เขารู้สึกจิตใจไม่ค่อยสงบ ข่มตาหลับไม่ลง นอนกระสับกระส่ายไปมาจนดึก นึกไปถึง เมื่อครั้งเคยบวชทดแทนพระคุณให้คุณพ่อคุณแม่ ๑ พรรษา ที่วัดในจังหวัดสมุทรสาคร หลวงพี่ที่ท่านจำพรรษาอยู่ที่นั่น ท่านได้แนะวิธี ทำภาวนาแบบ สัมมาอะระหัง เขาจำคาถาบท นี้ได้
“คืนนั้นผมนอนท่องคำภาวนา สัมมา อะระหัง จนหลับและฝันไป แต่เป็นฝันที่ชัดเจน มากเห็น หลวงพ่อวัดปากน้ำ ท่านมายืนที่หัว นอนผม รูปร่างท่านสูงใหญ่มาก สูงจนติด เพดานห้อง จีวรท่านเหลืองอร่าม ผมเห็นท่านแล้ว รู้สึกอบอุ่นใจขึ้นมา ผมจึงขอให้ท่านช่วยให้หาย ป่วย ขอพรกับท่านว่า ขอให้ผมหายป่วยด้วย ผมไม่ได้กลัวตาย แต่ลูกของผม ๒ คน ยังเล็กอยู่ ชีวิตที่เหลือผมจะได้สร้างบุญกุศลต่อ พอผมผงกหัวขึ้นมาท่านก็หายไปแล้ว ผมจึงลุกขึ้นนั่งพนมมือระลึกถึงพระคุณท่าน ที่ท่านมา เป็นที่พึ่งในยามเจ็บป่วย”
พี่ชายยังคงแสดงความปรารถนาดีต่อ เขาอย่างสม่ำเสมอ ครั้งหลังสุดนี้ พี่ชายได้มาเยี่ยมอีก พร้อมกับมีเพื่อนของพี่มาด้วยอีก ๒ คน ครั้งนี้จึงมีคนมาแสดงความปรารถนาดีถึง ๓ คน คนโน้นก็บอกว่าดี คนนี้ก็ว่าดี จนกระทั่งเขายอม รับความหวังดีของพี่ๆ ด้วยความเต็มใจ และ ตอบตกลงจะไปทำบุญในอาทิตย์ต้นเดือน ที่วัดพระธรรมกายที่จะถึงนี้แน่นอน สาเหตุหนึ่งที่เขาตัดสินใจไปทำบุญในครั้ง นี้ เพราะแต่ละครั้งที่ไปพบคุณหมอ อาการป่วย ไม่ได้ดีขึ้นเลย เขาเริ่มเหนื่อย จะเกิดอาการช็อคและจะเป็นลม เวลาที่ทรมานสุดๆ เล็บมือ เล็บเท้า จะซีดเขียวขึ้นมาทันที ไปพบหมอเพื่อ รักษาจนคุ้นเคยกัน เมื่อตัดสิน ใจถามหมอว่า “จะหายเมื่อ ไหร่” คุณหมอก็ให้คำตอบ ด้วยความเห็นใจและบอก ความจริงว่า “โรคนี้ป่วยแล้ว ไม่มีทางหายได้ มีโอกาสที่จะ เป็นโรคตับแข็งหรือมะเร็ง มากกว่าคนปกติถึง ๙๐ %” เมื่อรู้ว่าเวลาที่เหลือนั้นเริ่มนับ ถอยหลังน้อยลงไปทุกทีแล้ว จึงคิดได้ว่าในขณะที่เรี่ยวแรง ยังพอมีอยู่ ขอเลือกสิ่งที่ดีที่สุด ให้กับตัวเอง เหมือนอย่างที่พี่ชายเพียรมาพูดแนะนำให้ไป สร้างบุญบารมีด้วยตัวเอง
ยังพอมีเวลาเหลืออีกเกือบ ๒๐ กว่าวัน ที่จะถึงอาทิตย์ต้นเดือน เขาจึงเตรียมตัวสำหรับ งานนี้อย่างดี เพราะรู้ว่าจะต้องพบกับอะไรใน การตั้งใจไปทำบุญในครั้งนี้
“พอพี่ชายพาผมไปที่จุดจอดรถ ใน ระหว่างรอให้หมู่คณะมาพร้อมกัน คนที่รู้จักกับ ผมต่างมาอนุโมทนาบุญกันใหญ่ ผมก็พลอยมีใจ เบิกบานไปด้วย แต่พอออกเดินทางไป รถแล่น ไปยังไม่ทันพ้นเขตจังหวัดนครปฐม ผมก็เริ่มมี อาการพะอืดพะอม หน้าซีดขาวเป็นกระดาษ ใจสั่น ตาเริ่มพร่า ผมกำลังจะเป็นลม ไม่นะ... ผมจะไม่ยอมแพ้ ผมจะต้องไปให้ถึงวัดพระธรรมกายให้ได้ ผมจึงท่องสัมมา อะระหัง สัมมา อะระหังไปตลอดทาง จนถึงวัด พอไปถึงวัด บรรยากาศของการปฏิบัติ ธรรม ทำให้ผมลืมอาการเจ็บป่วยของร่างกาย ตลอดช่วงที่อยู่ในวัด แต่พอถึงเวลากลับบ้าน ผมก็ต้องทรมานอีก ครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้ผม ถึงขนาดต้องบอกกับตัวเองว่า ไม่ว่าใครหน้าไหน มาชวน ผมไปวัด ผมจะไม่ไปด้วยอีกแล้ว
แต่ครั้นพี่ชายมาแจ้งข่าวบุญ ผมก็อดใจ ไม่ได้ที่จะทำตัวเป็นผู้มีบุญไปกับเขาอีก ระยะหลังนี้ หลังกลับมาจากวัดต้องนอนพักฟื้นถึง ๒-๓ สัปดาห์ ร่างกายถึงจะค่อยมีเรี่ยวแรงขึ้นมา ไปพบหมอ คุณหมอต่อว่าผม ถ้าผมดื้อไม่ยอม พักผ่อนตามหมอบอก ผมจะอยู่ได้ไม่นาน เวลามีงานบุญใหญ่ ทอดผ้าป่า กฐิน มาฆบูชา ผมก็พยายามพาสังขารไปกับพี่ชายได้ ทุกครั้ง เรียกว่า ผลบุญก็ทำ ผลกรรมก็รับ ไม่ น่าเชื่อ ผมอยู่แบบทรมานๆ มาได้จนถึงปลาย ปี พ.ศ. ๒๕๓๖”
ในที่สุดบุญในตัวเขาก็มีมากพอที่จะได้ มีโอกาสเข้าไปกราบคุณยาย วันนั้นกัลยาณมิตร หวาน น่วมปฐม ได้ชวนเขาเดินไปกราบคุณยาย ที่อาคารยามาบอกว่า “คุณยายท่านมี วาจาศักดิ์สิทธิ์ ไปขอพรท่าน จะได้หายป่วย เร็วๆ ” เขาตัดสินใจ ตกลงที่จะไปกราบท่าน ทั้งๆ ที่แดดก็ร้อน ระยะทางสำหรับคนป่วย ขนาดนี้ก็นับว่าไกลทีเดียว
“พอไปถึงอาคารยามา มีสาธุชนกลุ่มใหญ่ ไปนั่งรอคุณยายอยู่แล้ว ผมจึงไปนั่งอยู่เกือบท้ายห้อง ขณะนั่งรอ ใจผมก็เริ่มสั่น ตาพร่าอีก ทุกคน ในห้องต่างยิ้มแย้มเบิกบาน แต่ตัวผมกลับนั่งห่อ เหี่ียว ผมกำลังจะเป็นลม นึกในใจ คุณยายช่วยผมด้วย อย่าให้ผมเป็นอะไรตอนนี้เลย”
“คุณยายมาแล้ว” เสียงใครบางคนพูดดังขึ้น ผมมองตามเสียง ท่านยกมือไหว้ทุกๆ คนมาแต่ไกล ท่านพูดว่า “ขอให้ได้บุญกันทุกๆ คนนะ ให้ได้บุญกันเยอะๆ นะ” เสียงสาธุดังขึ้นมา
พร้อมกัน เมื่อคุณยาย นั่งบนเก้าอี้ ทุกคน กราบท่านเรียบร้อย แล้ว ท่านก็บอกให้มาใกล้ ๆ แต่ไม่เห็นมี ใครเข้าไปใกล้ ผมจึง
ถือโอกาสขอทางเดิน เข้าไปนั่งใกล้ๆ คุณยาย รอดูว่าคนอื่นเข้าไป กราบท่านอย่างไร
พอผ่านไป ๔-๕ คน ก็ถึงจังหวะที่เขาเข้า ไป เมื่อเข้าไปใกล้แล้ว เขาจึงพูดเบาๆ ว่า “คุณยายครับ ผมไม่สบายมาก คุณยายช่วย เมตตาเป่าหัวให้ผมหน่อยครับ" คุณยาย ท่านกลับบอกว่า คุณเข้ามาใกล้ๆ ซิ ตะกี้พูดว่าอะไรนะ ยายได้ยินไม่ชัด ผมจึงขยับเข้าไป ใกล้ท่านอีก แล้วบอกท่านใหม่ คุณยาย...ผม ไม่สบายมาก คุณยายช่วยเมตตาเป่าหัวผม หน่อยครับ พูดเสร็จผมก็ก้มกราบลงบนตักท่าน คุณยายท่านยกมือลูบหัวผมลงมาถึงด้านหลัง แล้วท่านก็พูดว่า หายแล้วนะไม่เป็นไรแล้ว...!!! ขณะนั้นผมรู้สึกว่ามีพลังอะไรที่ยิ่งใหญ่มาก แผ่ซ่านไปทั้งตัว มีทั้งกระแสเย็นและอุ่นๆ อธิบายไม่ถูก และเหมือนกับว่ามีอะไรบางอย่างหลุด ออกไปจากตัวผม ทั่วทั้งร่างมีความรู้สึกโล่ง โปร่งสบายมีกำลังเข้ามาทันที ลืมไปเลยว่าก่อน หน้านี้กำลังจะเป็นลม ผมอยากจะอยู่ใกล้ท่าน นานๆ แต่เพื่อมารยาท ผมจึงต้องถอยออกมา เสียงคุณยายท่านบอกผมอีกว่า แล้วมาทำ บุญกับยายนะ ขอให้ได้บุญเยอะๆ ผมรีบตอบ รับโดยไม่มีข้อแม้เลยว่าครับ สาธุครับ...”
ในวันนั้นเป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขานั่งรถ ในขณะเดินทาง ด้วยความสุขกาย สบายใจ ถึงบ้านด้วยความเบิกบาน จากวันนั้นเป็นต้นมา เขาก็หาย ขาดจากโรคไวรัสบีลงตับ และโรค อื่นๆ ที่คอยมารุมเร้าตลอดเวลา ๓๗ ปี ก็พลอยหายไปด้วย
“ร่างกายของผมสดชื่นขึ้น มาอย่างประหลาด เป็นครั้งแรกใน ชีวิตที่ผมนั่งรถกลับบ้านด้วยความสุข พอถึงบ้านก็ไม่ต้องนอนเป็น สัปดาห์ อย่างที่ผ่านมา รุ่งขึ้นก็สดชื่น ผมมั่นใจมาก พอหมดยาที่ เหลืออยู่ ผมไม่ไปพบหมอ เพื่อเจาะเลือดอีกเลย แต่ก่อนผมยกของหนักไม่ได้เลย พอยกหน่อยก็ จะพาลเป็นลม แต่เดี๋ยวนี้ผมกลับแข็งแรงยก ของหนักได้เหมือนคนปกติทั่วไป”
ตั้งแต่นั้นมาคุณวิศิษฐ์รู้ว่าชีวิตใหม่ที่ได้ มา ก็เพราะบุญและบารมีของคุณยาย เขามี ความพร้อมทั้งกำลังกายและกำลังใจที่รักบุญ รัก การทำความดี ตามอย่างที่คุณยายท่านสั่งสอน บุญแรกด้วยการตั้งกองผ้าป่าและถวายทองร่วม หล่อหลวงพ่อวัดปากน้ำทั้งครอบครัว
“ผมดีใจมากที่ได้ชีวิตใหม่ ได้มีคุณยาย และหลวงพ่อเป็นผู้นำในการสร้างสันติสุขให้แก่ ตนเองและคนรอบข้าง จากรับจ้างเย็บผ้าส่งโรงงาน เดี๋ยวนี้มีร้านขายตู้เย็นเพิ่มอีกหนึ่งร้าน ทุกสิ่งทุกอย่างก็ได้มาด้วยบุญทั้งนั้นครับ ถ้าผม ไม่มีโอกาสไปพบได้กราบคุณยายท่านในวันนั้น ผมคงไม่มีวันนี้”