รอดจากพลุมรณะ
คุณยายอาจารย์ · อานุภาพแห่งบุญฉบับที่5บูชาธรรมคุณยายอาจารย์
จากเหตุการณ์.. “พลุ” ระเบิดเผามหาชัย เขานี่แหละ.! เป็นผู้ที่รอด จากหายนะ..เพราะ คุณยาย..
๑๕.๐๐ น. วันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๔๓
“ บึม !!..บึ้ม..!! ” เสียงมรณะที่เขย่าโสตประสาท สนั่นขึ้นพร้อมลูกไฟจำนวนมาก กำลังพุ่งกระเด็นเข้ามาจากแรงอัดระเบิด กระจกหน้า ต่างแตก ร่วงกราวไปทั่วบริเวณ “เรือบินตก เรือบินตก..?? !!” เสียง ลูกจ้างที่ร้านของคุณพงษ์ศักดิ์ตะโกนขึ้นด้วย ความตกใจ
“เฮ้ย..เครื่องบินอะไร จะตกกลางตลาด” สายตาที่มองเลิกลัก บ่งบอกถึงความสงสัยว่า มันกำลังเกิดอะไรขึ้น
“ตึกถล่ม.. ตึกถล่ม ” เสียงตะโกนลั่น ของคนข้างบ้าน ที่ได้รับความตื่นตระหนกไม่แพ้กัน
เสียงหวีดร้อง อื้ออึง โวยวาย ท่ามกลาง ความโกลาหล ที่เกิดขึ้นโดยฉับพลัน เพลิงไฟ โชติช่วงขึ้นทันที ในชั่วพริบตา ในบริเวณตึกและ ถนนด้านล่าง
ความกลัวทำให้คุณพงษ์ศักดิ์ เหล่าศิริไพศาล เจ้าของร้านสังฆภัณฑ์ รีบเก็บเฉพาะสิ่ง ที่จำเป็น และที่สำคัญเขาหยิบรูปคุณยาย ยกขึ้น ทูนหัวและเก็บลงกระเป๋าเสื้อในทันที
เขามุ่งลงมาชั้นล่าง วิ่งออกมาจากบ้าน พร้อมกับเลื่อนประตูร้านล็อคปิดและออกไป หลบนอกบ้าน ในที่ที่คิดว่าปลอดภัยที่สุด
“พลุมรณะ ระเบิดขึ้น” เขาได้คำตอบแล้ว ว่ามันเกิดอะไร คำตอบที่ ทำให้เขาสงสัยเมื่อครู่ ซึ่งชนวนเหตุเกิดจากเจ้าของ แผงพลุ จุดพลุให้เด็กที่มาซื้อ แต่พลาด พลุกลับพุ่ง ทะยานใส่ร้านตัวเอง ระเบิดสนั่นหวั่นไหว ดอกไม้ไฟสารพัดชนิดระเบิดขึ้น พุ่งฉวัดเฉวียนไปยัง ร้านฝั่งตรงข้าม กลายเป็น ทะเลเพลิงนรก เผาวอด เจ้าของร้านพลุอีกแห่งที่ อยู่ใกล้กัน ถูกไฟคลอก ชาวบ้านถูกแรงอัดของ ระเบิด ถูกสะเก็ดไฟและ เศษกระจกบาด ทำให้มีผู้ บาดเจ็บรวม ๘๔ คน รายที่หนีไม่ทัน ถูกแรง ระเบิดและเปลวเพลิงคลอก วินาทีนั้น ทุกชีวิต ต่างตื่นตระหนกตกใจสุดขีด พื้นที่บริเวณจุดเกิดเหตุ กินรัศมีกว้างประมาณ ๕๐ เมตร เศษกระจกตามร้านค้าบ้านเรือนแตกกระจายเกลื่อน ระหว่างนั้น เปลวไฟมรณะ พุ่งทะยานไปยังฝั่ง ตรงข้าม ซึ่งเป็นตึกแถว ๔ ชั้น เป็นร้านขายของ ทอง ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น โรงแรมเวียงไทย ร้าน ขายเสื้อผ้า ธนาคารออมสิน และตลาดสด ทำให้ ร้านค้าฝั่งตรงข้ามติดไฟ กลายเป็นเปลวลุกท่วม ๑๐ คูหา เปลวเพลิงมรณะลุกโชติช่วง กลุ่มควัน ดำทะมึนอยู่เหนือท้องฟ้า อย่างน่าสะพรึงกลัว ขณะเดียวกัน ชาวบ้าน หลายสิบชีวิต ที่กำลัง เดินซื้อของใกล้ร้านต้น เหตุ ต่างถูกแรงอัดของ ระเบิดร่างกระเด็นนอน ล้มระเนระนาด บางราย แขนขาเป็นแผลเหวอะหวะ ร้องด้วยความเจ็บปวด ส่วนคนที่ตั้งสติได้ ต่างรีบพาคนเจ็บส่งโรง พยาบาล ที่ใกล้ที่สุด คือโรงพยาบาลสมุทรสาคร กับโรงพยาบาลมหาชัย ขณะนั้นไฟก็ยังไหม้ลามไปเรื่อยๆ มันกำลังโหมลามเข้ามาแล้ว รถดับเพลิงราว ๒๐ คัน กำลังขมีขมันฉีดน้ำ เพื่อ สยบไฟ…พลังแห่งการล้างผลาญอย่างไม่ย่อท้อ “ลูกไฟ พุ่งกระโจนเข้ามา...ฟุ่บ...” ที่หมาย คือ ร้านของเขา ชั้น ๓ บ้านคุณพงษ์ศักดิ์ ที่ห่างจากจุดระเบิดเพียง ๒๐ เมตร
“ไอ้ตี้ ไอ้ตี้!!! บ้าน บ้าน มึงโดนไฟแล้ว” เสียง คนรู้จักที่ยืนข้างๆตะโกน มีกลุ่มควันเริ่ม ทะลักลอยออกมาจาก หน้าต่าง ทุกอย่างกำลังจะวอดวายหรือนี่ ถึงคิวเขา แล้วหรือนี่!!
ความตกใจทำให้ เขาวิ่งถลา เพื่อกลับไปยังร้าน ขณะที่เพื่อน ข้างๆ ไม่สามารถจะฉุดรั้งเขาไว้ได้ทัน จึงทำดี ที่สุดตอนนั้นคือ ตะโกนขึ้นดังๆ ว่า
“ ไอ้ตี๋..ไอ้ตี๋ เอ็งจะขึ้นไปทำไมวะ...ไม่กลัวตายหรือไง” คำทักที่ตะเบ็งขึ้นท่ามกลาง ความสับสนอลหม่าน ไฟที่ลุกในนั้นอาจทำให้ เขาโดนคลอกตาย เป็นรายต่อไปก็ได้ ถ้าหนีลง มาไม่ทัน เขาหยุดชะงัก แล้วหันกลับมาคิด
“ ทำยังไง..?.ทำยังไงๆๆ ” สมองเริ่ม แล่นด้วยคำถามถี่ๆ ซ้ำๆ
“ คุณยาย..คุณยาย ใช่! คุณยายไง” เขานึกถึงคุณยายอาจารย์ขึ้นทันที เพราะเมื่อครู่ ก่อนเกิดเหตุ ๑ ชั่วโมง มีผู้นำบุญคนหนึ่ง ชื่อ คุณแฉล้ม มาชวนเขาทำบุญบูชาธรรมคุณยาย เพื่อสร้างลานธรรมรอบมหาธรรมกายเจดีย์ไว้ รองรับคนนั่งสมาธิกว่าล้านคน ซึ่งเขาก็ได้ฝาก เงินทำบุญไปกับคุณแฉล้มในทันที ด้วยความ ตระหนักและศรัทธาคุณยาย ศรัทธาในวิชชาธรรมกายและนึกถึงครั้งที่คุณยายเคยช่วยเขา เมื่อเขาขอให้ตัวเองมีทายาทไว้สืบสกุล
ทันทีที่นึกได้ เขาก็พนมมือขึ้น หันหน้าไป ยังร้านมองไปยังชั้น ๓ ขณะที่ควันไฟกำลังพวยพุ่งออกมา
“ คุณยายครับ..คุณยาย ขออย่าให้ผม ต้องวายวอดเลย ให้ผมปลอดภัยเถอะครับ.. อย่าให้ผมต้องวายวอดเลย" ยังไม่ทันขาดคำ จากเสียงอธิษฐานดังๆ พร้อมกับพนมมือนึกถึง คุณยาย ทันใดนั้น เสียงอธิษฐานของเขาก็ได้รับ การตอบสนอง ด้วยภาพที่ปรากฏขึ้น อย่างไม่ น่าเชื่อ คือ ที่ควันไฟ เหมือนมีแผ่นอะไรใหญ่ๆ ที่บางๆ มองไม่เห็นมากั้นปิดให้ควันและไฟที่กำลังจะลุกลามอีกนั้นสงบลงในทันที แล้วควัน เก่าที่เคยพวยพุ่งออกมาก็ ค่อยๆ จางหายไป ส่วนควันในบ้านก็สงบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขายังพนมมือค้างไว้ แล้วนึกถึงคุณยาย นึกถึง บุญที่ได้บูชาธรรมคุณยาย แล้วอธิษฐานต่อ เพื่อ ให้แน่ใจว่า ไฟนั้นสงบลงจริงๆ
“ ไอ้ตี๋... มึงมีของอะไรดีวะ เมื่อกี้ ยังเห็นลูกไฟเข้าไปในบ้านมึง ทำไมไม่ไหม้ ทำไมไม่เป็นไร?” คนข้างๆ เขาอุทานและทักขึ้นด้วย ความประหลาดใจ เขาก็บอกให้ฟังว่า นึกถึงคุณ ยาย และอธิษฐานให้คุณยายช่วย เหตุการณ์ที่ร้ายแรง ครั้งนี้ถูกถ่ายทอดผ่านการรายงานข่าวที่เร็วมาก ญาติๆ และ ภรรยาคุณพงษ์ศักดิ์ที่ป่วยพักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน พ่อ ทราบข่าวเหตุการณ์เพลิงไหม้จากทาง โทรทัศน์ จึงพยายามรีบโทรศัพท์ กลับมาเช็ค ว่าเขาได้รับอันตรายอะไรบ้าง แต่สัญญาณโทรศัพท์ในย่านนั้นใช้ไม่ได้
เลย ถูกทำลายหมด จึงยิ่งทำให้ภรรยาและญาติๆ ของเขาเพิ่มความกังวลใจขึ้นไปอีก เพราะเมื่อดูจากภาพและการรายงานข่าวทาง โทรทัศน์แล้ว เขาอยู่ในสภาพที่น่าจะได้รับ อันตรายแน่ๆ
ภายในคืนนั้นเอง เขาก็ติดต่อกับภรรยาได้ โดยใช้โทรศัพท์มือถือ ซึ่งต้องออกไปโทรนอกพื้นที่ เขาเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่คุณยายช่วยให้ ฟัง เธออนุโมทนาบุญ ที่สามีได้ทำบุญบูชาธรรม คุณยายไป เพราะถ้าไม่ได้บุญนี้ ก็ยังไม่รู้เลยว่า บ้านทั้งหลังจะเป็นอย่างไร
ความเสียหายของเหตุการณ์ “บึ้ม วินาศ” ครั้งนี้ มีการประเมินค่าเสียหายเกือบ ๕๐ ล้านบาท รัศมีระเบิดไปไกลกว่า ๕๐ เมตรโดยรอบ แต่บ้านของคุณพงษ์ศักดิ์ ห่างจากจุดระเบิด เพียง ๒๐ เมตร โดนลูกไฟพุ่งเข้าไป พร้อมกับ ควันที่โขมงออกมาจากหน้าต่างทางชั้น ๓ ของ บ้าน แต่ไฟกลับดับลงและบ้านของเขาได้รับ ความเสียหายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะเขา ทำบุญ นึกถึงบุญที่ได้บูชาธรรมคุณยาย ที่เพิ่งทำไปอย่างทันเวลา
ความวินาศ วิบัติ เมื่อมาสู่ใครแล้ว มักหลีกเลี่ยงได้ยากและไม่มีทางเลือกที่จะหลีกเลี่ยง แต่เขาเลือกได้ เลือกให้รอด จากอำนาจแห่ง ความวิบัตินั้นด้วยบุญ และการนึกถึงคุณยาย เพราะชีวิตที่มีบุญเท่านั้น จึงจะมีพลานุภาพ ปกปักรักษาชีวิตและทรัพย์สินที่กำลังจะถูกช่วงชิงไป เพราะแรงกรรมเก่า ให้ดำรงอยู่ได้ด้วย อำนาจของบุญใหม่และบุญฤทธิ์ของคุณยายนั่น เอง ดังนั้นการไม่ประมาทในการทำบุญ จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะในภาวะฉุกเฉินคับขันที่เกิดขึ้น ในชีวิตจริงๆ มีเพียงบุญเท่านั้นที่เป็นที่พึ่งของเราได้