คุณยายสอน
คุณยายอาจารย์ · พระจันทร์วันเพ็ญ1
คุณยายสอน โดย พระมหาชัยฟ้า ธญฺญกุโล
“ให้อดทนกันนะ เขาทดสอบวัดกำลังบุญ วัดกำลังบารมีของเรา เพราะว่าการได้บวชเป็นของยาก เป็นบุญใหญ่ แล้วบุญนี้จะเป็นยังสำเร็จติดตัวเราไปทุกชาติ ชาติหน้าจะได้บวชอีก”
พระมหาชัยฟ้า ธญญกุโล อายุ ๓๗ ปี เข้าวัดครั้งแรก เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๒๗ การศึกษาทางโลก : บริหารธุรกิจบัณฑิต
มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย การศึกษาทางธรรม : เปรียญธรรม ๓ ประโยค งานพระศาสนา : พระอาจารย์ประจำศูนย์สาขาต่าง
ประเทศ (กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น)
วัดกำลังบุญ
ปีพุทธศักราช ๒๕๒๗ อาตมาเข้าอบรมธรรมทายาทรุ่นที่ ๑๒ ประมาณต้นเดือนเมษายน จำได้ว่าพบ คุณยายครั้งแรกที่อาคารยามา (โรงครัว) ขณะนั้นอาตมา อยู่ในระหว่างการอบรมธรรมทายาท
วันนั้นช่วงบ่ายฝนตกหนักมาก เต็นท์ที่ใช้อบรม ถูกลมพัดแรงจนเกือบพังลงมา พระอาจารย์และพี่เลี้ยงให้ ช่วยกันปลดผ้าใบเก็บ ธรรมทายาททุกคนก็เลยเปียกฝน กันหมด อาตมาหนาวสั่นมาก เพราะไม่เคยตากฝนตากลม แรงเช่นนี้มาก่อน พี่เลี้ยงที่ช่วยอบรมจึงให้ซ้อนจักรยานไป ที่โรงครัวเพื่อหลบฝน ทำให้ได้พบคุณยายครั้งแรกที่นั่น
เมื่อคุณยายเห็นอาตมา และเพื่อนๆ ธรรมทายาท ท่าน เมตตาถามว่า “เป็นอย่างไร กันบ้าง เปียกกันหมดเลยนะ ยังไงให้เช็ดตัวให้แห้ง เปียก ได้ก็แห้งได้ อย่าลืมหาหยูก ยากินกันไข้หวัดด้วย ช่วงหน้า นี้ก็เป็นอย่างนี้ ให้อดทนกันนะ เขาทดสอบวัดกำลังบุญ วัดกำลังบารมีของเรา เพราะว่าการได้บวชเป็นของยาก เป็นบุญใหญ่ แล้วบุญนี้จะติด เป็นผังสำเร็จติดตัวเราไปทุกชาติ ชาติหน้าจะได้บวชอีก”
อาตมาฟังแล้วรู้สึกซาบซึ้งใจมาก สิ่งที่สัมผัสได้ตอน นั้นคือ ความมีเมตตาปรานีจากดวงใจที่ใสบริสุทธิ์ สายตา ที่มีประกายเข้มแข็งเด็ดเดี่ยวมุ่งมั่นในความดี ดูจากชุดที่สวม ใส่ ขาวสะอาดสดใส เหมือนมีรัศมีจากภายใน น้ำเสียงเปี่ยม ด้วยความจริงใจและมีเมตตาสูง
ตอนนั้นอาตมาไม่ทราบว่าเป็นคุณยายอาจารย์ รู้ แต่ว่าแม่ชีวัดนี้ ช่างมีจิตใจดี มีใจใสสะอาด น่าเลื่อมใส จริงๆ ประทับใจมากๆ
หลังจากอบรมธรรมทายาทแล้ว อาตมายังอยู่ช่วย งานวัดต่อ ตื่นเช้ามาก็มีโอกาสทำความสะอาดที่ศาลาดุสิต ศาลานิมมานรดี ตอนนั้นช่างมีความสุขมากจริงๆ เหมือนทำ ความสะอาดวิมานแดนสวรรค์ ดีใจสุขใจ เอาบุญกันเต็มที่ ทำอะไรก็คิดว่าเป็นบุญไปหมดทุกอย่าง รักที่อยากจะทำ อยากจะช่วยทุกอย่าง เพราะอยากได้บุญใส่ตัวมากจริงๆ ที่แท้เราได้แบบอย่างความรักบุญมากๆ จากคุณยายนั่นเอง ทำเต็มที่เต็มกำลัง
ครั้งหนึ่ง ขณะที่ทำความสะอาดที่ศาลาดุสิต อาตมากำลังเก็บใบไม้ในร่องน้ำคุณยายเดินมาพบพอดี ตอนนั้นจำได้แม่นยำว่า อาตมากำลังหยิบขยะเศษใบไม้ในร่องน้ำด้วยนิ้วมือเพียง ๓ นิ้ว (นิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้ และนิ้วกลาง) หยิบด้วยความรู้สึกว่าต้องทำใจ กลัวเลอะกลัวเปื้อนทำนอง นั้น พอยายเห็นเท่านั้น เหมือนยายรู้ใจ
คุณยายบอกว่า “คุณใช้ ๑๐ นิ้วเลย สร้างบารมี ๑๐ ทัศ สองมือหยิบลงไปเลย ไม่ต้องกลัวเลอะ กลัวเปื้อน เดี๋ยวเลอะล้างแล้วก็สะอาด เปื้อนล้างแล้วก็หาย แต่เรา ได้บุญบารมีติดตัวเราไป ทำเต็มที่เต็มกำลัง จะได้บุญที่ใส สะอาด บริสุทธิ์ เกิดไปอยู่ที่ใด ก็จะไปอยู่ในที่ที่สะอาด เกิด ในครอบครัวในตระกูลที่สะอาด แม้กระทั่งวิมานของเราใน สวรรค์ ก็จะสะอาด จะสว่างไสวไปด้วย”
ใช้ให้คุ้มค่า
วันต่อมา อาตมาพบคุณยายเดินตรวจบริเวณท้าย วัด ตรงบ้านทรงไทยที่คุณพ่อคุณแม่ของคุณป้าถวิล วัติรางกูลถวายวัด ตอนนั้นบ้านทรงไทยยังอยู่หลังวัด คุณยาย พบแผ่นปูนที่ใช้ปูทำทางเดินในช่วงอบรม
ธรรมทายาทที่ พวกเรานำมาใช้ พอเลิกการอบรมแล้วไม่ได้เก็บ ท่านพบ เข้า จึงวานอาตมาและเพื่อนอุบาสก ช่วยกันขนไปเก็บไว้ ในที่เก็บของ คุณยายบอกว่า “ใช้ของญาติโยมที่ เขาทำบุญกันมา เขาจบ เหนือหัวมาแล้วทั้งนั้น ต้องใช้ให้คุ้มค่า ไม่ใช้ทิ้ง ขว้าง อันไหนไม่ใช้แล้ว ก็ ต้องนำไปเก็บให้เข้าที่ ถึงคราวจะนำมาใช้ จะได้มีใช้
ไม่ต้องหาซื้อใหม่” คุณยายช่างเป็นผู้ประหยัด และรักความเป็น ระเบียบเรียบร้อยจริงๆ ใช้ข้าวของคุ้มค่า น่าเลื่อมใสใน ความไม่ดูเบาแม้เรื่องเล็กน้อย ที่หลายๆ คนอาจไม่ได้ใส่ใจ หรืออาจมองข้ามไปได้
ในช่วงที่อาตมาเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีที่ ๒ จำได้ ว่าชอบมาวัดเป็นประจำทุกวันอาทิตย์ ที่ชอบมามากเพราะ ได้มีโอกาสมากราบครูบาอาจารย์ มาพบกับเพื่อนนักสร้าง บารมี ได้มาฟังธรรมะ นั่งสมาธิ ช่วยงานวัด รับบุญทุกๆ อย่าง มีความสุขใจมากและมีกำลังใจในการสร้างความดีอย่างต่อ เนื่อง และภูมิใจในความเป็นชาวพุทธที่แท้จริงของตัวเองมาก คือรักการมาวัดทุกวันอาทิตย์ โดยไม่ต้องรอให้ใครมาชวน
บัณฑิตทางโลกและทางธรรม
ปี พ.ศ. ๒๕๓๕ อาตมาบวชพระได้ครบ ๕ พรรษา พอดี อาตมาทบทวนถึงวีดีโอประวัติการสร้างวัดพระธรรมกาย ตั้งแต่บ้านธรรมประสิทธิ์มาสู่วัดพระธรรมกาย ที่ อาตมาเคยดูเมื่อสมัยก่อน มีอยู่ตอนหนึ่งที่คุณยายเล่าว่า หลวงพ่ออยากบวช แต่คุณยายก็ตอบไปว่า “ถ้าอยากบวช ก็เรียนให้จบซะก่อน ยายถึงจะบวชให้”
ตอนนั้นอาตมาก็สงสัยว่า “ทำไมล่ะ ในเมื่อกุลบุตร มีศรัทธา และมีดวงตาเห็นธรรมแล้วด้วย ปรารถนาจะบวช ทำไมยายยังไม่ให้บวช แต่กลับให้ไปเรียนจบมหาวิทยาลัยก่อน”
อาตมาเพิ่งเข้าใจ หลังจากบวชพระได้ครบ ๕ พรรษานี้เองว่า คุณยายปรารถนาให้เป็นบัณฑิตทางโลกก่อนเพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่ ตนเอง โลกตําหนิไม่ได้ว่า เรียนไม่จบแล้วมาพึ่งพระ ศาสนา แต่พระศาสนาจะ ได้พึ่งต่างหาก เป็นเกียรติ กับครอบครัววงศ์ตระกูล ประเทศชาติ และพระพุทธ
ศาสนา น่าอัศจรรย์ คุณยายไม่ได้เรียนทางโลก แต่คุณ ยายมีธรรมะเป็นบัณฑิตทางธรรม ที่ทำให้เราเกิดความ ศรัทธาในธรรมะ ในคําสอนของพระพุทธเจ้า และหนทาง ปฏิบัติธรรมเพื่อเข้าถึงพระธรรมกาย ตามคําที่คุณยายเคย สอนไว้ว่า
“ธรรมะเป็นของมีจริง ดีจริง และเข้าถึงได้จริง”
ทำให้เรามีกำลังใจในการสร้างบุญ สร้างบารมี มี กำลังใจในการฝึกฝนตนเอง จะได้ติดตามครูบาอาจารย์ สร้างบุญบารมีให้ยิ่งๆ ขึ้นไปทุกภพทุกชาติ ตราบวันเข้า ถึงที่สุดแห่งธรรม