อย่าสึกนะ ช่วยยายสร้างวัด
คุณยายอาจารย์ · พระจันทร์วันเพ็ญ1
อย่าสึกนะ ช่วยยายสร้างวัด
โดย พระบรรยงค์ สิริปญโญ
“ใครนอนตื่นสาย เทวดาเขาจะถ่มน้ำลายใส่หัว ถุย ถุย ถุย ใครตื่นเช้า เทวดาเขาจะยกมือ สาธุ”
พระบรรยงค์ สิริปญโญ อายุ ๓๕ ปี การศึกษาทางโลก : ปวส. ก่อสร้าง
โรงเรียนเซนต์จอห์นเทคนิคกรุงเทพ การศึกษาทางธรรม : นักธรรมโท งานพระศาสนา : ช่วยงานด้านธรรมโยธาเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๓ อาตมาได้รับงานบุญด้านธรรมโยธา โดยรับงานก่อสร้าง บำรุงปฏิสังขรณ์ มีสำนักงาน อยู่บริเวณลานจอดรถด้านหน้าวัด
ในตอนเช้า เมื่อจ่ายงาน พนักงานเสร็จ เวลาประ มาณ ๐๘.๐๐ น. คุณยาย อาจารย์จะมาตรวจที่หน้า วัดทุกเช้า ท่านจะนั่งรถสามล้อที่มีอุบาสกขับ และ ได้พบกับอาตมาและพระเพื่อน พอคุณยายอาจารย์ลงจากรถ ท่านก็จะพูดกับอาตมาว่า “ท่าน ท่าน อย่าสึกนะ ช่วยยายสร้างวัด ช่วย ยายดูแลวัด ยายสร้างวัดนี้ด้วยเงิน ๓,๒๐๐ บาท ท่าน อย่าสึกนะ
ในขณะที่คุณยายอาจารย์พูดกับอาตมา ท่านก็ จะพนมมือพูดตลอดเวลา อาตมาต้องเอาใจจรดที่ศูนย์กลาง กายตลอดเวลา เพราะกลัวบาป ที่คุณยายซึ่งมีธรรมะที่ ละเอียดๆ พูดกับเราซึ่งเป็นพระบวชใหม่ ท่านก็ยังพนม
มือพูดอีกครั้งหนึ่งที่อาตมาจำได้แม่นยำมาก คือบางวัน อาตมาทำงานดึกๆ เพราะต้องดูแลพนักงานที่ทำงานกลางคืน กว่าจะได้จำวัดก็ดึกมากทีเดียว ตอนเช้าก็จะตื่นสาย ไม่ ทันสวดมนต์ทำวัตรเช้า พอจ่ายงานเสร็จ เวลาประมาณ ๐๘.๐๐ น. คุณยายก็มา และคําแรกที่ท่านพูดก็คือ
“ท่าน ท่าน อย่าสึกนะ ช่วยยายสร้างวัด ใครนอนตื่นสาย เทวดาเขาจะถ่มน้ำลายใส่หัว ถุย ถุย ถุย! ใครตื่นเช้าเทวดาเขาจะยกมือสาธุ” เวลาพูด ท่านจะทำท่าทางไปด้วย
เป็นที่น่าอัศจรรย์ที่คุณยาย อาจารย์รู้ได้อย่างไรว่าเราตื่น สาย คุณยายพูดอย่างนี้ ๓-๔ วัน จนกระทั่งงาน กลางคืนเสร็จ พวกเราก็ ไม่กล้าที่จะตื่นสายอีก
ไม่ใช่กลัวเทวดาถ่มน้ำลายใส่หัว แต่ด้วยความเคารพรัก คุณยายอาจารย์ต่างหาก
ก่อนจะกลับ คุณยายอาจารย์มักจะพูดเสมอว่า “ท่าน ท่าน อย่าให้ยายบาปนะ” พร้อมกับยกมือไหว้อาตมา ท่วมหัว และยิ้มอย่างอ่อนโยน ยิ้มอย่างมีเมตตา ทำให้ อาตมาน้ำตาคลอเบ้าทุกครั้งไป เพราะซาบซึ้งในบุญคุณของ คุณยายอาจารย์ ที่คอยเป็นห่วงพระที่ทำงานด้านโยธานี้ เป็นพิเศษ หากมีโอกาสดีๆ คุณยายอาจารย์มักจะนิมนต์ พระธรรมโยธานี้มารับสังฆทาน และนิมนต์ฉันภัตตาหารที่ กุฏิของท่านเสมอๆ
ในปี พ.ศ. ๒๕๓๑ เป็นปีที่หลวงพ่อมอบให้คุณยาย อาจารย์เป็นประธานกฐิน สร้างมหาธรรมกายเจดีย์ คุณ ยายมีความปีติเบิกบานใจมาก ท่านมาที่สำนักงานธรรมโยธาและบอกพระธรรมโยธาว่า
“หลวงพ่อให้ยายเป็นประธานกฐิน หลวงพ่อจะสร้างเจดีย์สูงเท่านกเขาเหิน ท่านต้องช่วยยายบอกบุญนะ”
น่าอัศจรรย์ตรงที่ว่า คุณยายอาจารย์จะพูดกับคน อื่นว่า สร้างเจดีย์เฉยๆ แต่ท่านมาบอกกับพระธรรมโยธา มีคําว่า สูงเท่านกเขาเหิน เพิ่มเติม
ท่านคงจะให้พระธรรมโยธานึกออกว่า สูงขนาด ไหน จะได้มีกำลังใจอยู่สร้างเจดีย์กับคุณยายอาจารย์ ก่อนท่านกลับก็ไม่ลืมคําว่า
“ท่าน ท่าน อย่าสึก นะ ช่วยยายสร้างวัดนะท่าน อย่าให้ยายบาปนะ”
พวกเราก็จะหัวเราะ ด้วยน้ำตาที่คลอเบ้า ด้วย ความซาบซึ้ง และรับปาก คุณยายอาจารย์ทุกครั้ง คุณยายก็จะหัวเราะด้วยความเบิกบาน ใจเช่นกัน
พ.ศ. ๒๕๓๙ อาตมาและหมู่คณะได้ช่วยพระเดชพระคุณหลวงพ่อดูแลการก่อสร้างสภาธรรมกายสากลหลัง ใหญ่ระยะเริ่มแรกของการก่อสร้างเป็นการสร้างฐานราก พื้นที่ก็เฉอะแฉะ มีแต่โคลนเลน อาตมาและคณะทำงานกันหามรุ่งหามค่ำ เพราะ ต้องให้ทันงานเทฐานราก ไม่ค่อยได้นั่งสมาธิ ในใจมีแต่ เรื่องงาน ตอนกลางคืนก็นอนคิดว่าเราอยู่ทางโลกก็ทำงาน โยธา มาบวชเป็นพระก็ต้องทำงานโยธาอีก แต่ถ้าไม่บวช ก็จะทำงานโยธาได้ดี และสะดวกกว่าเป็นพระมาก จะเป็น พระหรือเป็นโยมดีหนอ ?
รุ่งเช้า คุณยายอาจารย์ก็มาอีก โดยมีโยมพี่อารีพันธุ์ขับรถพาคุณยายมา แต่กว่าจะมาถึงก็ต้องลุยโคลนเลน เฉอะแฉะ ทางเป็นหลุมเป็นบ่อ เจิ่งนองไปด้วยน้ำ พอคุณยายอาจารย์ลงจากรถ ท่านก็เอาสมุดบันทึก เอาไว้จดบันทึกการทำงาน และขนมต่างๆ มาถวายพระ ธรรมโยธาทุกรูป แล้วคุณยายก็พูดว่า
“ท่าน ท่าน อย่าสึกนะ ช่วยหลวงพ่อ ช่วย ยายสร้างวัดนะ”
อาตมาก็อึ้ง ไม่รับปากท่าน ท่านก็พูดอยู่ประโยค เดียวนี้ถึง ๓ ครั้ง และมองหน้าอาตมา อาตมาจึงรับปาก ท่าน พอรับปากท่านแล้ว ท่านจึงขอตัวกลับไม่ว่าจะเป็นกิริยาหรือคําพูด ของท่าน อาตมายัง จำได้จนถึงทุกวันนี้ และจะจำไว้ตลอดไปด้วยความเคารพ ในขณะที่ท่านพูดกับอาตมา อาตมาอยากจะยกมือไหว้ท่าน ด้วยใจจริง แต่ก็ทำไม่ได้ด้วยเพศภาวะของการเป็นพระ แต่ ในใจนั้นกราบแทบเท้าท่าน ตั้งแต่ได้พบท่านแล้ว
ทุกวันนี้ไม่มีคุณยายอาจารย์ ผู้มีเมตตามาให้ กำลังใจแล้ว แต่อาตมาก็ไม่เคยลืมคําที่คุณยายอาจารย์ สั่งสอน และมอบวิธีปฏิบัติให้แก่อาตมา และจะยึดมั่น คุณยายอาจารย์เป็นแบบอย่างในการสร้างบารมี ตลอดไป